facebook-icon

มาช้าแต่มานะ

Douluo Dalu iii ตอนที่ 11 ( Danmachi Arrow the of Orion จบ )

ชื่อตอน : Douluo Dalu iii ตอนที่ 11 ( Danmachi Arrow the of Orion จบ )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 359

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2563 15:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Douluo Dalu iii ตอนที่ 11 ( Danmachi Arrow the of Orion จบ )
แบบอักษร

 

"หมายความว่ายังไง?"

 

เขาจ้องมองเข้าไปในตาชายที่มีนามคาชิตรงหน้าแววตาหลี่ลง เห็นได้ชัดว่าชายตรงหน้ากำลังตรวจสอบบางอย่างเกี่ยวกับเขา

 

"นี้คิดจะชวนฉันเข้าแฟมิเลีย?"

 

ในโลกนี้แฟมิเลียถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นพร้อมที่จะต่อกรกับภัยอันตรายในดันเจี้ยน ยับยั้งไม่ให้เหล่ามอสเตอร์ออกจากดันเจี้ยนเข้าทำลายเมืองและผู้คนที่อยู่รอบๆ ดันเจี้ยน พ่อค้าที่ตั้งแผงรอยอยู่รอบๆ ร้านอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับดันเจี้ยน เพื่อปกป้องผู้คนภายในเมือง เหล่านักผจญภัยจึงจำเป็นอย่างมากของมากที่สุด แม้จะมีคนบางส่วนไม่พอใจก็ตาม

 

แต่ก็ไม่มีสิทธิทำอะไรแต่อย่างใด โดยการจะเป็นนักผจญภัยได้นั้นต้องมีแฟมิเลีย ซึ่งแฟมิเลียนั้นจะถูกก่อตั้งขึ้นโดยเทพที่ลงมาอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ เมื่อเข้าแฟมิเลียแล้วจะได้รับพรของเทพธิดาทำให้ได้รับพลังที่สามารถต่อกรกับมอนสเตอร์ได้ โดยแต่ละคนจะมีความสามารถที่แตกต่างกันรวมถึงสกิลอีกด้วย จากการวิเคราะห์ของเขา ชายตรงหน้ากำลังยืนยันเกี่ยวกับพลังที่เขามีอยู่ สิ่งที่เขาตอบกลับไปคือ...

 

"ถ้าจะชวนเข้าแฟมิเลียละก็ขอปฏิเสธฉันมีแฟมิลี่อยู่แล้ว"

 

ถ้าตอบว่าไม่มีละก็ไอ้เจ้าคาชินั้นมันต้องรู้ถึงความแข็งแกร่งของเขาแน่นอน เพราะเสี่ยว เหว่ยยังไม่ได้เข้าแฟมิเลียใดเลย ขอโทษด้วยนะอาร์เทมิส ยกมือพนมขอโทษในใจ

 

คาชิเลิกคิ้วจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแปลกใจ ใครกันที่รับเจ้าสัตว์ประหลาดนี้เข้าไปกัน

 

"แฟมิเลียนั้นคือ....?"

 

เมื่อศัตรูหลงเชื่อเสี่ยว เหว่ยจึงเดินหายไปในความมืดพูดทิ้งท้ายไว้

 

"อาร์เทมิสแฟมิเลีย....จำใส่สมองของนายไว้สะ"

 

แม้คำพูดจะไม่เป็นมิตรแต่ไม่ได้มีเจตนาฆ่าทำให้คาชิต้องถอนหายใจออกอย่างโล่งอกก่อนจะกลับไปรายงานนายหญิงของพวกเขา

 

 

 

 

วันเดินทางมาถึงเบลและพวกพ้องของเขาได้มาถึงพร้อมกับอาร์เทมิสซึ่งคาชิได้มาทีหลังก่อนจะเริ่มเดินทางโดยใช้มังกรขนาดเล็กบินด้วยความเร็วสูงไปที่จุดหมายที่ห่างออกไป

 

หนึ่งสัปดาห์ หลังจากออกเดินทางมายังที่แห่งนี้มันไกลอย่างมากจนคาชิเริ่มเบื่อหน่ายระหว่างทางเขาได้ขอแยกตัวอยู่คนเดียวเพื่อฝึกพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง เขาเริ่มฝึกฝนอย่างนักตั่งแต่เข้ามายังมิติแห่งนี้เขาต้องหลบสายตาจากคนอื่นๆ ในที่ลับตาเขาได้แอบฝึกฝนพลังวิญญาณเพื่อยกระดับให้สูงขึ้นไปอีก จนตอนนี้ระดับพลังวิญญาณของคเสี่ยว เหว่ยอยู่ที่ระดับ 15

 

ถ้าเทียบกับคนปกติคงเร็วกว่าเล็กน้อยแต่กับเหล่าผู้คนที่มีพรสวรรค์นับได้ว่าช้ามาก เสี่ยว เหว่ยเองก็มีพรสวรรค์ที่น่ากลัวแต่ด้วยที่ว่าเขาไม่สามารถฝึกฝนพลังวิญญาณได้ตลอดเวลา

 

มีดสั้นทมิฬปรากฏในมือพร้อมกับโซ่สีดำที่พุ่งไปข้างหน้าเป็นระยางโจมตีมอสเตอร์ประเภทแมลง ก๊าส! เสียงร้องอันแหลมคมดังขึ้นเป็นระยะเขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวจากด้านข้าง เขาหันไปพร้อมยกมีดสั้นทมิฬฟันไป ระยางโซ่ทมิฬถูกเหวี่ยงตามวิถีการฟัน เสียงกระแทกดังขึ้นร่างของแมลงนั้นแหลกระเอียดจากการฟาดก่อนจะเหลือเพียงคริสตัลชิ้นเล็กดรอปไว้

 

"เราแยกตัวมานานเกินไปหรือเปล่า.....ถึงจะอยากฝึกให้นานกว่านี้ก็เถอะ"

 

เขาเอ่ยอย่างเสียดายก่อนจะเดินกลับไปยังที่พวกเบลได้พักผ่อนทุกคนกำลังนั่งอยู่หน้ากองไฟพูดคุยกันอย่างสนุกสนานโดยไม่รู้ถึงการมาของเขา เขาไม่ได้สนใจมากนักภายในหัวตอนนี้กำลังคิดวิธีจะจบภารกิจให้เร็วที่สุด

 

 

[ ภารกิจเสริม : หายนะที่ถูกผนึก ]

 

เนื้อหา ปีศาสร้ายได้ตื่นขึ้นโลกใบนี้จะตกอยู่ในความหายนะ จงทำลายมันให้สิ้นซาก

 

เก็บรวบรวม ตราผนึก 1 ชิ้น 0/1 ชิ้น

 

[ ภารกิจ รอง : เครียร์เส้นทาง 1 ]

 

เนื้อหา ท่านอยู่ในโลกแห่งดันเจี้ยน DanMaChi Arrow of the Orion จงกำจัดหายนะ

 

กำจัดหายนะ 0/1 ตน

 

[ ภารกิจ หลัก : ตราผนึกทั้ง 9 ]

 

เนื้อหา เมื่อตราผนึกทั้ง 9 มาบรรจบหนังสือแห่งการทำลายล้างจะปรากฏ หนังสือที่จะนำพาโลกมาสู่ความวิบัติ เพียงหนึ่งชิ้นตราผนึก พลังทำลายล้างของมันทรงอนุภาพจนสามารถฆ่ามังกรที่แข็งแกร่งที่สุดได้

 

เก็บรวบรวม ตราผนึกทั้ง 9 ชิ้น 0/9 ชิ้น

 

ภารกิจเหล่านี้ได้ปรากฏขึ้นหลังเข้ามายังโลกใบนี้ซึ่งเนื้อหานั้นบอกไว้ว่าโลกใบนี้กำลังเข้าใกล้หายนะเข้าไปทุกทีเขาเชื่อว่าจุดหมายที่กำลังไปจะต้องเป็นต้นเหตุ คาชินั่งลงที่ขอนไม้อย่างช้าๆ โดยที่ไม่มีคนพบเห็นจนทุกคนเข้านอน

 

"อ่าว เสี่ยว เหว่ยมาตอนไหน!"

 

อาร์เทมิสพึ่งสังเกตุเห็นชายหนุ่มที่กำลังนั่งนิ่งเกี่ยวกับภารกิจโดยไม่ได้สนใจรอบข้าง เธอเกิดอาการไม่พอใจเข้ากอดจากข้างหลัง มับ! "นายกังวลเหรอ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกอดเขาไว้แบบนั้นผ่านไปสักพักชายตรงหน้าก็เอ่ยขึ้น

 

"เจ้ามีอะไรปิดบังข้ากัน?"

 

คำถามที่เรียบง่ายแต่ทำให้อาร์เทมิสนิ่งค้าง ใบหน้าของหญิงสาวสบลงที่คอจากด้านหลังนิ่งไม่กล่าวอะไรออกมา ความเงียบงันเป็นเหมือนคำตอบเสี่ยว เหว่ยไม่ได้รู้สึกผิดหวังแต่อย่างใด ผู้คนย่อมมีความลับเขาก็เช่นกัน ดังนั้นจึงลุกขึ้นทำให้อาร์เทมิสต้องปล่อยมือเธอเงยหน้าจ้องมองไปยังชายตรงหน้า สิ่งที่พบมีเพียงความว่างเปล่าสายลมเย็นพัดผ่านใบหน้า ค่ำคืนนี้เธอยืนจ้องมองไปบนท้องฟ้าฟังเสียงเพลงไพเราะของธรรมชาติ

 

 

 

 

เสียงระเบิดดังขึ้นกลุ่มควันเศษปูนประเด็นภายใต้ฝุ่นควันปรากฏคริสตัลมากมายตกอยู่ ดวงตาสีแดงของมอสเตอร์จ้องมองไปยังผู้บุกลุกรูปลักษณะของพวกมันนั้นเป็นแมงป่องแต่ขนาดของมันใหญ่กว่ามาก

 

"พวกแกมัน....ขยะจริงๆ!"

 

เสียงดังขึ้นจากเศษซากประตูพร้อมโซ่ทมิฬที่พุ่งเป็นระยางสายสีดำโจมตีใส่แมงป่อง ตัวมันทะลุอย่างง่ายดายเขาละความสนใจก้าวเท้า

 

ขณะแมงป่องได้ออกมาจากไข่จำนวนนับร้อย เขาจ้องมองไข่เหล่านั้นอย่างไม่สบอารมณ์ วงแหวนสีม่วงปรากฏความสามารถของวงแหวนนี้คือการสร้างเขตแดน เสี่ยว เหว่ยใช้มันผสานกับมีดสั้นทมิฬทำให้ ตอนนี้เขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับระยะจู่โจม มีดสั้นทมิฬเสริมด้วยวงแหวนเสี่ยว เหว่ยใช้ความเปลี่ยนมีดสั้นทมิฬให้ยาวขึ้น พร้อมสร้างร่างแยกของตัวเองออกมา อีกหนึ่งร่าง

 

"จัดการพวกนี้ให้หมดละ"

 

กล่าวทิ้งท้ายไว้เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็ว เหล่าแมงป่องนับร้อยเคลื่อนตัวเข้ามาทางเสี่ยง เหว่ยด้วยจำนวนขนาดนี้แม้แต่เขาเองก็ไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียว ร่างแยกเสี่ยวเหว่ยเปลี่ยนมีดสั้นทมิฬเป็นดาบยาวแทงไปที่พื้นพร้อมกล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นชาอันบางเบา

 

"เงาทมิฬไร้พ่าย!"

 

ใต้พื้นที่เหยียบย่ำและเพดานปรากฏโซ่ทมิฬพุ่งเข้าโจมตีใส่เหล่ามอสเตอร์นับร้อยอย่างไม่ปราณีโซ่ทมิฬยังคงพุ่งออกมารอบทิศทางที่ร่างหลักวิ่งไปจนแทบไม่เหลือ ก๊าส! ชั่วะ! เสี่ยวเหว่ยวิ่งผ่านพร้อมฟันมีดในมือใส่ที่มอสเตอร์พุ่งเข้ามา จนในที่สุดก็มาถึงเขารู้ได้โดยสัญชาตญาณเบื่องหน้าของเขาเป็นมอสเตอร์ประเภทแมงป่องเหมื่อนก่อนหน้านี้ขนาดของมันสูงถึง 4 เมตรเขาเดินจ้องมองไปยังสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

 

"แกคงเป็นบอสสินะ"

 

ทันทีที่เอ่ยบางอย่างได้ปรากฏขึ้นตรงหน้า

 

[ อันทาเรส เตรียมต่อสู้! ]

 

อันทาเรสยิ่งลำแสงสีม่วงขึ้นไปเหนือท้องฟ้าที่มีพระจันทร์อยู่ เสี่ยวเหว่ยรู้สึกถึงอันตรายจากด้านบน ห่าลูกศรพุ่งทะยานลงมาเบื่องล่างมับไม่ท่วนทำลายล้างพื้นที่ที่เขาอยู่จนไม่เหลื่อซาก

 

เขาจ้องมองอันทาเรสขณะลอยอยู่บนอากาศด้วยสีหน้าตื่นเต้น พลังในตอนนี้มีน้อยเหลือเกินเขาไม่สามารถเอาชนะมันได้ ไม่นานการโจมตีรอบต่อไปก็มาเสี่ยวเหว่ยเข้าโจมตีด้วยโซ่ทมิฬ เสียงสะท้อนดังขึ้นการโจมตีไม่เป็นผลเขากระโดดหมุนตัวหลบฝนธนูอย่างต่อเนื่องพร้อมโจมตีสวนด้วยโซ่ทมิฬ อันทาเรสใช้ขากันบริเวณคริสตัลไว้

 

"นั้นจุดอ่อน?"

 

เขาพุ่งเข้าไปใต้ท้องซัดหมัดซ้ายไปที่ท้องของมัน ตู้ม! ก๊าส!!! เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เขาเตรียมพุ่งโจมตีไปที่คริสตัลตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีในการจัดการบอสตัวนี้มีดสั้นทมิฬส่องแสงพร้อมออร่าสีฟ้าอ่อน

 

!! ตู้ม!!

 

ขาอีกข้างของมันแทงมาด้านข้างโดยไม่ปล่อยให้ตั่งหลักจนต้องยกมีดขึ้นกัน ร่างเสี่ยวเหว่ยปลิวไปไกลเหมือนจรวจจนร่างติดอยู่ด้านในกำแพง ความรุนแรงที่ทำให้เขากระอักเลือดไม่ต่างจากตอนที่เผชิญหน้ากับอาจารย์ เขายิ้มขึ้น

 

ถ้าเราเอาชนะไอ้อันทาเรสอะไรนี้ได้เราเองก็จะแข็งแกร่งขึ้นในอีกระดับ!

 

"ดี! ฉันจะฆ่าแกให้ได้!"

 

โซ่ทมิฬและโซ่สวรรค์ปรากฏขึ้นที่พื้นโจมตีจากด้านล่างด้วยแรงระเบิดทำให้พื้น ที่อันทาเรสยืนอยู่ทรุงลง เขามองหลอดเลือดที่ลดไปเพียงแค่ครึ่งหลอด เขาไม่ได้รู้สึกดีใจแม้แต่นิดเดียวเพราะบอสตัวนี้มีเลือดอยู่ 3 หลอด

 

ก๊าสส!!!

 

อันทาเรสพุ่งตัวฟาดก้ามขนาดใหญ่ใส่เขากระโดดหลบออกมาพร้อมพุ่งเข้าใส่ฟันไปที่บริเวณข้อต่อที่ไม่มีเปลือกห่อหุ่ม มันร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนมันจะสะบัดตัวจนเขาเสียโอกาศสร้างดาเมจ เสี่ยวเหว่ยถอยออกมาทันใดนั้นอันทาเรสได้ยิ่งลำแสงสีม่วงขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้งเพื่อโจมตีฝนธนูพุ่งลงมาตรงที่บริเวณโดยรอบ

 

ตู้ม!

 

ฝุ่นควันหายไปอันทาเรสร้องอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อไม่พบร่างของศัตรูของตนเอง มันได้ยินเสียงบางอย่างจากข้างใต้มันหันลงมองด้านล่างโซ่ทมิฬพุ่งขึ้นมาพันธนาการมันไว้พร้อมโซ่สวรรค์ที่พุ่งโจมตีไปที่บริเวณคริสตัลอยู่อย่างจัง

 

มันร้องด้วยเสียงเจ็บปวด นี้เป็นการโจมตีคริติคอล มันเป็นการโจมตีที่จุดอ่อนเพื่อสร้างความเสียหายแบบคริติตอลความรุนแรงของการโจมตีนี้ทำให้ หลอดเลือดของมันลดลงไปเหลือหนึ่งหลอด อันทาเรสได้มีรูปร่างเปลี่ยนไป ดวงตาสีแดงของมันจ้องมองมาที่เสี่ยวเหว่ยด้วยความกระหาย มันห่อตัวขณะที่เสี่ยวเหว่ยกำลังสงสัยหน้าจอได้ปรากฏ

 

[ อันทาเรส - เข้าสู่ร่างสอง ]

 

ก้ามของมันใหญ่ขึ้น ส่วนหัวที่ติดลำตัวค่อยๆปรากฏเขี้ยวที่ใหญ่โตดูหน้ากลัวอย่างยิ่ง ขาของมันค่อยๆใหญ่ขึ้นพร้อมปรากฏหนาวแหลมออกมาตามข้อต่อ หางของมันปรากฏขึ้นมาอีกข้าง

 

"เราเองก็เอาด้วย!"

 

เสี่ยวเหว่ยปลดปล่อยวงแหวนพร้อมใช้ความสามารถของมีดสั้นทมิฬในรูปแบบวิวัฒนาการ ชุดเกราะสีดำได้ปรากฏขึ้นตัวทั้งตัวพร้อมผ้าคลุมสีดำเขาไม่รอช้าทำให้มีดสั้นทมิฬเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นเคียวสีดำ ก่อนร่างเขาจะหายไปอย่างไร่ร่องรอย

 

ชั่วะ! ก๊าสส!!!

 

เขาไม่รอให้มันเปลี่ยนเป็นร่างส่องอย่างแน่นอนเคียวในมืดกวัดแกว่งฟาดไปที่คริสตัลตรงบนหัวของมัน เกิดเสียงแตกร้าว ก่อนร่างมันจะล้มลงก่อนกลายเป็นคริสตัลสีดำ เขาจ้องมองไปยังคริสตัลที่แตกออกเผยให้เห็นร่างอันบอบบางที่ค่อยๆส่องแสงออกมา เธอกำลังจะหายไป

 

เขารู้อยู่แล้วว่าอาร์เทมิสที่อยู่กับตนตลอดนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวพลัง เขาไม่รู้ว่าอาร์เทมิสตัวจริงอยู่ที่ไหนแต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญเขาได้นำสิ่งของบางอย่างออกมา มันคือวงแหวนสีขาวก่อนจะกำจนมันแตกออก เศษเสี้ยววงแหวนที่แตกออกค่อยๆเข้าไปหลอมรวมที่ร่างของอาร์เทมิส ก่อนวงแหวนขนาดใหญ่จะค่อยๆหดเล็กลงจนมีขนาดเท่าเดิม แต่มันเป็นวงแหวนสีม่วงเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันสามารถพันธนาได้หรือเปล่า

 

[ วงแหวนสปิริต ]

 

ระดับ : 3,000 ปี

 

ความสามารถ - เป็นปริศนา?

 

พรแห่งอาร์เทมิส : ขอให้โชคดี

 

ดวงตาเสี่ยวเหว่ยเบิกกว้างเขาจ้องมองมันก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น " นั้นสินะ ฉันก็ขอให้เธอโชคดีเหมือนกัน " ร่างของเขาส่องแสงก่อนจะหยิบแผ่นบางอย่างขึ้นก่อนจะหายไป เขาได้หายไปจากโลกใบนี้เรียบร้อยแล้ว

 

ท่านได้รับ [ ตราผนึก : โศกเศร้า ] 1 ชิ้น

 

 

[ ภารกิจเสริม : หายนะที่ถูกผนึก ] เสร็จสิ้น

 

เนื้อหา ปีศาสร้ายได้ตื่นขึ้นโลกใบนี้จะตกอยู่ในความหายนะ จงทำลายมันให้สิ้นซาก

 

เก็บรวบรวม ตราผนึก 1 ชิ้น 1/1 ชิ้น

 

 

ท่านได้รับ คมมีดของปฏิมากรรมแสงจันทร์!

 

 

[ ภารกิจ รอง : เครียร์เส้นทาง 1 ] เสร็จสิ้น

 

เนื้อหา ท่านอยู่ในโลกแห่งดันเจี้ยน DanMaChi Arrow of the Orion จงกำจัดหายนะ

 

กำจัดหายนะ 1/1 ตน

 

ท่านได้รับ รูนต้นตำรับ [ Primordial Rune ] ---

 

 

 

 

จบตอนพิเศษ

 

มาหาของแล้วก็ไป

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว