ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ความพยายามอยู่ที่ไหน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ความพยายามอยู่ที่ไหน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2563 20:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ความพยายามอยู่ที่ไหน
แบบอักษร

ตอนที่ 3 ความพยายามอยู่ที่ไหน  

เมื่อวันเกิดของอิงฟ้าที่จัดฉลองที่บ้านมาถึง ทุกคนต่างก็จัดเลี้ยง กินอาหารกันอย่างเรียบง่าย จนเมื่อดนัยและสาวิตรีขอแยกไปพักผ่อน เด็กๆก็ขอจับกลุ่มเม้าท์กันสักพัก และในขณะที่ทั้งกลุ่มกำลังพูดคุยออกรสชาติอยู่นั้นเอง ทิพย์ลดาก็ลุกขึ้น 

“ไปห้องน้ำแป๊บนะ” 

หลังจากผละออกมาจากกลุ่ม เธอก็เดินไปที่สวนหลังบ้านของบ้านเพื่อนสาวคนสนิทด้วยความอยากจะทอดอารมณ์คนเดียวสักพัก 

ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกไปเองไหมที่พี่ชินดูไม่ค่อยจะคุยกับเธอสักเท่าไหร่เลย ตั้งแต่เธอมาถึงที่บ้านนี้จนกระทั่งตอนกินข้าว  

ไม่น่าเลยเรา ไม่น่าทำแบบนั้นเลยจริงๆ 

“อ้าว มายืนอยู่คนเดียวนานหรือยังครับเนี่ย” 

หญิงสาวถึงกับสะดุ้ง นี่เธอเหม่อจนกระทั่งไม่รู้หรือได้ยินแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าของเขาเลยงั้นหรือ 

“ค่ะ อ๋อ เอ่อๆค่ะ” ทิพย์ลดาเผลอเกาหัวเบาๆเป็นการแก้เขิน พลางก้มหน้าเล็กน้อย 

“เรียนเครียดไปหรือเปล่า วันนี้หนูดูไม่สนุกนะ” 

แค่ได้ยินว่าเขาแอบสังเกตเธอ เธอก็ใจชื้นขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงแม้จะเล็กน้อยก็เถอะ นี่เขาคงไม่โกรธเรื่องของที่เธอฝากพี่พยาบาลไปให้แล้วใช่ไหม 

              เมื่อคิดแบบนั้นเธอจึงค่อยๆปรับอารมณ์ให้ปกติ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปกติที่สุด 

              “ไม่ค่ะ ไม่ได้เครียดอะไรเลย”  

              “อ๋อ ก็ดีแล้วล่ะครับ อ้อ ที่คาดผมจะหลุดแล้วนะ” 

              เมื่อเห็นว่าเขาทักมาแบบนั้น เธอจึงหยิบที่คาดผมสีขาวออกมาก่อนจะสวมเข้าไปใหม่ แต่ด้วยความประหม่า เธอจึงถอดเข้าถอดออกเพราะเห็นว่ามันอยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะเสียที 

              อาคเนย์ขำออกมาเล็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้น 

              “เดี๋ยวพี่ใส่ให้ดีไหม ยืนตรงนี้น่าจะเห็นชัดกว่านะ” 

              “เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ”  

              “เชื่อพี่เถอะนะ มาพี่ช่วย” เขาเดินเข้าไปหาเธอช้าๆไม่ให้กลัว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบที่คาดผมของเธอ “ขอโทษนะ” แล้วคาดให้อยู่ในตำแหน่งที่เขาคิดว่าเหมาะสม 

              “ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้เขา นึกเขิน ประหม่ามากกว่าเดิมเสียจนทำอะไรไม่ถูก หัวสมองว่างเปล่าไปชั่วครู่ 

              เมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาวอ่อนวัยกว่าตรงหน้าแบบนั้น เขาก็เอ่ยขึ้น 

              “มีอะไรหรือเปล่า เล่าได้นะ ดอกไม้ คิดซะว่า พี่เป็นพี่ชายของน้องแล้วกันนะ” 

              ชัดเจนแล้วชัดเจนอีก เขาจะย้ำให้เธอฟังอีกสักกี่ครั้งกันนะ 

              “ขอบคุณนะคะ” เธอกล่าวในที่สุด ก่อนจะยื่นบางอย่างให้เขา “หนูเห็นพี่ไม่ค่อยกินอะไรเลย ถ้าพี่ชินไม่รังเกียจ หนูซื้อแซนวิชไส้ทูน่ามาด้วยนะคะ” 

              “อืม พี่ชอบปลาพอดีเลย” เขาว่ายิ้มๆ ก่อนจะยื่นมือออกไปรับ “ขอบใจหนูมากนะ” 

              “ตอนนี้ งานยังยุ่งมากไหมคะ” เธอตัดสินใจชวนเขาคุยในที่สุด เพราะมันคงดีกว่าจะอยู่เงียบๆให้บรรยากาศชวนอึดอัด 

              “ยุ่งมากครับแต่ก็ยังรับได้อยู่” เขาว่าขึ้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ 

              “อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ”  

“ครับ” 

“ช็อกโกแลตหรือโกโก้ก็ช่วยได้นะคะ”  

“อืม ก็น่าสนนะ แต่พอดีพี่ไม่ถนัดพวกของหวานซะด้วย” 

“แบบขมๆก็มีนะคะ” เธอยังคงเอ่ยต่อ ในใจอยากรู้เต็มทีว่าเขาจะรู้สึกกับของที่เธอให้ไปอย่างไร  

“โอ จริงด้วย พี่เพิ่งนึกได้ ว่าวันวาเลนไทน์ล่ะมั้ง พี่ได้กินช็อกโกแลตยี่ห้อนึง อร่อยมาก น้องพยาบาลเขาเอามาให้” 

ทิพย์ลดาถึงกับยิ้มหน้าบาน หัวใจพองฟู 

“แล้วชอบไหมคะ” 

“ชอบมากเลยรสมันออกขมๆแบบที่พี่ชอบเลยล่ะ” 

เอ พี่เขาไม่เห็นการ์ดเรางั้นหรือ 

“แล้วนอกจากช็อกโกแลตแล้ว ยังมีอย่างอื่นอีกไหมคะ” 

“ไม่มีนะ” ชายหนุ่มทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก ก็ได้เอ่ยขึ้น 

“แหม ก็นึกว่าจะมีพวกการ์ดบอกรักอะไรพวกนั้นมาด้วยซะอีก” หญิงสาวรีบว่ากลบเกลื่อน 

“ฮ่าๆ จะมีได้ยังไงกัน พี่ทำแต่งาน จะมีใครมารัก” 

“ทำไมจะไม่ล่ะคะ” ทิพย์ลดาเผลอโพล่งออกมา 

“หืม” 

  “เอ่อ...หนูหมายถึงว่ามันก็ต้องมีแหละค่ะ แต่แบบ เธอคนนั้นอาจจะขี้อาย ไม่กล้าบอก ก็เลยเขียนมันลงในการ์ดแทนยังไงล่ะคะ” หญิงสาวรีบแก้ตัวพัลวัน 

“โอเค พี่ก็จะคอยดูว่าใคร” เขาว่ายิ้มๆ “น้องดอกไม้นี่พูดเหมือนยัยฟ้าเลยนะ อยากให้พี่มีแฟนไวๆ” 

ทิพย์ลดานิ่งไป นึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่เห็นการ์ดที่เธอตั้งใจเขียนไปให้กันนะ กระดาษก็ไม่ใช่แผ่นเล็กๆเลยด้วยซ้ำ  

“หรือเราจะลองมาเป็นแฟนพี่ดู” 

  ทิพย์ลดาถึงกับสะดุ้งโหยง หลุดจากภวังค์ หัวใจเต้นถี่รัว ตากลมโตจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า 

“นี่ พี่พูดเล่น ไม่ต้องตกใจขนาดนั้น” เขาพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะลูบศีรษะเธอเบาๆ  

จู่ๆเสียงมือถือของชายหนุ่มตรงหน้าก็ดังขึ้น พอคุยจบเขาถึงกับมีสีหน้าเครียดเล็กน้อย 

“พี่คงต้องไปก่อน มีผ่าตัดด่วน” 

“ค่ะ” เธอไหว้ผู้สูงวัยตรงหน้า ก่อนจะมองตามแผ่นหลังกว้างที่หายไปอย่างรวดเร็ว  

จนเมื่อกลับมาที่โต๊ะ ทุกคนยกเว้นแต่พ่อแม่ของอิงฟ้าที่ขึ้นไปนอนเรียบร้อยแล้ว เพื่อนสาวของเธอกำลังป้อนเค้กคชาแฟนหนุ่มของเธอ ส่วนแนทตี้ก็กำลังเล่นมือถืออยู่ 

“อ้าว นึกว่าโดนธรณีสูบไปเสียแล้ว ยัยดอก” แนทตี้ว่าขึ้น “หายไปซะนานเชียว” 

ตามปกติ เมื่อได้ยินแบบนั้น หญิงสาวก็ต้องมีปฏิกิริยาตอบกลับมาในทันที แต่นี่เธอกลับอยู่เฉย 

เมื่อเห็นแบบนั้นอิงฟ้ากับศราวุธจึงมองหน้ากัน ก่อนที่อิงฟ้าจะเอ่ยขอตัวกับแฟนหนุ่ม 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

              ทั้งสามคนเดินเข้ามาในสวนหลังบ้าน ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนสาว 

              “ว่าไงนะ นี่พี่ชินไม่เห็นการ์ดที่เธอเขียนอย่างงั้นหรือ” อิงฟ้าถามขึ้น ทิพย์ลดาได้แต่พยักหน้า จนเพื่อนสาวร่างอวบได้แต่เอ่ยด้วยความฉงน 

              “แปลกจัง การ์ดก็แปะอยู่ที่ตูดกล่องชัดซะขนาดนั้น” 

              เมื่อเงียบกันไปสักพัก อิงฟ้าจึงเอ่ยถามขึ้น 

              “หรือเธอจะลองให้ฉันถามดู” อิงฟ้าที่นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก็ได้เสนอความคิดขึ้นมา  

              “เฮ้ย อย่านะ” ทิพย์ลดารีบปรามทันที    

              “โธ่ แค่ถามว่าที่กล่องมีการ์ดไหม แต่ฉันไม่บอกว่าเธอเป็นคนให้หรอกน่า” 

              “เออ ฉันว่าก็ดีนะ ยัยดอก เราจะได้รู้ชัดๆไปเลยว่าพี่เขาเห็นไหม แล้วคิดยังไง” 

              “คือว่า...” เธอเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “ฉันเขียนชื่อตัวเองลงบนการ์ดด้วยไปน่ะสิ เว้นแต่พี่เขาอ่านภาษาไทยไม่ออกนั่นล่ะ ถึงจะไม่รู้” 

              “อ้าว” ทั้งสองถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน และในตอนนั้นเองแนทตี้ก็เอ่ยขึ้น “ยิ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องยิ่งรีบบอกสิ เหล็กต้องตีตอนกำลังร้อนๆนี่ล่ะ ผ่านมาไม่ไม่กี่อาทิตย์เอง ฉันว่าแกบอกพี่เขาไปเถอะ” 

              “ใช่ พี่ชินอาจจะไม่เห็นการ์ดใบนั้นก็ได้นะ” อิงฟ้าว่า 

ทิพย์ลดาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น 

“ไออยากรู้ก็อยากแหละ แต่พอมานึกๆดู ให้พี่เขาไม่เห็นการ์ดนั่นจะดีกว่าไหม แล้วถ้าเขารู้ว่าฉันเขียนสารภาพรักเขาไป พี่ชินจะเอ็นดูฉันเหมือนเดิมหรือเปล่า” 

              “นี่ แกใจเย็นๆและฟังฉันนะ” เด็กสาวร่างอวบเดินเข้าไปหาเพื่อนสาวก่อนจะใช้มือทั้งสองจับใบหน้านั้นให้หันมาหาเธอ พลางกล่าวต่อ “ฉันเชื่อในตัวพี่ชายของฉันว่าเขาเป็นผู้ใหญ่พอและเขาจะไม่รังเกียจแกแน่นอน และอีกอย่าง ไม่ว่าพี่ชินจะพูดอะไร แกก็จะยังเป็นเพื่อนฉัน แกอยากร้องไห้โฮ อยากระบาย ฉันกับแนทตี้ยินดีรับฟังและพร้อมจะกอดแกเสมอ รวมถึงถ้าพี่เขารักแก พวกเราก็จะคอยยินดีไปกับแกด้วยเช่นกัน” 

              “แต่นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าแกพยายามเต็มที่แล้วหรือยังด้วยนะ” ศราวุธว่าขึ้น พลางมองเพื่อนสาวจอมมั่นตรงหน้าที่ตอนนี้กลายเป็นจอมป๊อดไปเสียแล้ว เมื่อมีความรัก 

              “แก คือฉันเคยฝันร้ายน่ะ แล้วพอฝันแบบนั้น ฉันก็เลยไม่อยาก ไม่กล้าจะทำ คือแบบ สารภาพรักกับพี่ชินน่ะ” 

              จากนั้น ทิพย์ลดาจึงเล่าความฝันของเธอให้เพื่อนๆฟัง 

              “โอ๊ย ลูก มันคือความฝันเท่านั้นเอง” ศราวุธว่าขึ้น 

              “แต่ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา ฉันก็กลัวตัวเองจะรับไม่ได้นี่ ในฝันน่ะมันเหมือนจริงมากๆเลยนะ อีกอย่าง ดีไม่ดี ถ้าฉันตื๊อพี่เขาอย่างที่แกแนะนำ พี่เขาจะไม่ยิ่งแอนตี้ฉันหรอ ฉันว่ายิ่งฉันตื๊อมาก พี่เขาจะรำคาญจนพาลเกลียดฉันซะมากกว่า” 

              อิงฟ้าถึงกับนิ่งไป พอพูดถึงเรื่องตื๊อจนเกลียดมันก็ทำให้เธออดที่จะนึกถึงคู่ของพี่สากับคุณอาเชนในตอนโน้นขึ้นมาไม่ได้ เพียงแต่ว่าโชคดีที่สุดท้ายทั้งคู่ก็รักกันในที่สุด 

              “จะตื๊อทีมันก็ต้องมีชั้นเชิงสิยะ ก็แบบที่แกทำนี่ไง หินถูกน้ำซัดทุกวันหินยังกร่อนเลย แล้วนี่ยิ่งพวกผู้ชายที่อ่อนต่อโลกด้านความรักอย่างพี่ชินแกด้วยแล้ว ฉันว่ามันก็ไม่น่าใช่เรื่องยากนะ ใช่ไหม ยัยฟ้า” 

              “อืม อันนี้ฉันก็เห็นด้วยกับแนทตี้นะ ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก ดอกไม้” อิงฟ้าว่าพลางขยิบตา 

              ทิพย์ลดาได้แต่มองหน้าเพื่อนสาวทั้งสองตรงหน้า ก่อนที่มือบางทั้งสองข้างจะจับมือของพวกไว้แน่น  

              “ฉันขอบใจพวกเธอมากนะ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากจะขอ ฟ้า” ว่าจบ เธอก็หันไปที่เพื่อนสาวคนสนิท 

              “ว่าไง” 

              “เธออย่าบอกพี่ชินเรื่องการ์ดเลยนะ เดี๋ยวขอให้ฉันพร้อมกว่านี้เถอะนะ แกก็ด้วยนะ แนทตี้” 

              “อืม ก็ได้ เราจะยังไม่บอก แต่แกก็ต้องทำอะไรบางอย่างด้วยนะ ไม่ใช่ปล่อยเฉยแบบนี้ เพราะดีไม่ดี เดี๋ยวอด ไม่รู้ด้วยล่ะ กะเทยขอเตือนไว้” 

              ---------------------------------------------------------------------------------- 

              จนกระทั่งเดือนเมษายน เนื่องด้วยวันหยุดสงกรานต์ อาคเนย์จึงแทบไม่มีวันหยุดเลย ต้องเตรียมพร้อมกับอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ช่วงนี้เลยต้องเข้าเวรและพักอยู่ที่บ้านพักในโรงพยาบาลยาวๆไปช่วงหนึ่งเลย 

              ติ๊ง! 

              ทันใดนั้นเอง เสียงข้อความจากมือถือของเธอก็ดังขึ้น 

              ‘ไงจ๊ะ คุณเพื่อน’ 

              เมื่อเห็นแบบนั้น ทิพย์ลดาก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นอิงฟ้าทักมา 

              ‘ว่าไงยะ’ 

              ‘เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันกับที่บ้านจะซื้อของไปฝากพี่ชินแหละ เธอสนใจจะฝากของไปด้วยไหม หรือว่าฝากตัวไปกับเราด้วยก็ได้นะ จะพาไป อิอิ’ 

              “แหม ยัยฟ้า” ทิพย์ลดานิ่งคิดไปว่าจะเอายังไงดี ใจหนึ่งก็อยากไปเห็นว่าพี่ชินของเธอเป็นอย่างไรบ้างแล้วในตอนนี้ อยากจะให้กำลังใจ แต่อีกใจหนึ่งก็ประหม่าเพราะกลัวพี่เขาจะรำคาญนี่สิ 

              แล้วในจังหวะนั้นเอง เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ 

              “งั้นเอาแบบนี้ละกัน ฟ้า” 

              วันต่อมา  

              ในขณะที่กำลังประชุมเรื่องค่ายอาสาอยู่นั้นเอง ชุลีพรก็สังเกตว่าท่าทางของเพื่อนสาวนั้นดูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หุบเลย รัศมีความสดใสแผ่ซ่านออกมามากกว่าทุกวัน 

              “นี่ ดอกไม้ วันนี้ทำไมเธอดูอารมณ์ดีแปลกๆนะ” 

              “อืม ก็คงจะงั้นมั้ง” 

              “แหนะ สารภาพด้วย” 

              หลังจากประชุมเสร็จแล้ว สองสาวจึงเดินออกมาจากห้องชมรม เพื่อนสาวอย่างฝ้ายเองรู้สึกคาใจและอยากรู้ถึงสาเหตุที่เพื่อนสาวอารมณ์ดีเช่นนี้ จึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อีกครั้ง 

              “นี่ๆ ทำไมถึงอารมณ์ดี เล่ามาเลย ไปเจออะไรมา” 

              “เปล่าสักหน่อย ก็อากาศดีก็อารมณ์ดี ธรรมด๊า” ทิพย์ลดาตอบเสียงใส 

              “ฉันว่าทุกวันมันก็อากาศแบบนี้นะ” เพื่อนสาวตัวเล็กว่าจบก็ตีไหล่เธอเบาๆหนึ่งที “หรือว่าเดี๋ยวนี้คิดมีความลับกับฉันงั้นหรือ ฮึ” 

              “ความลับอะไรล่ะ ฝ้าย ไม่มีจริงๆ ป่ะ เดี๋ยวเราไปดูเสื้อผ้าที่นัดกันดีกว่า” 

              ที่มหาวิทยาลัยที่หญิงสาวเรียนอยู่มักจะมีตลาดนัดมหาลัยมาตั้งทุกวันศุกร์ นักศึกษาและคนภายนอกมักจะมาเดินจับจ่ายซื้อของกันเป็นประจำ และในตอนนั้นเอง หญิงสาวก็นึกว่าตัวเองจะซื้ออะไรไปให้พี่ชินดี เห็นว่าต้องนอนในบ้านพักแพทย์ ดูท่าแล้วคงจะนอนไม่สบายเท่าไหร่นัก 

              พี่ชินจะร้อนไหม นอนได้ไหม ฟูกจะแข็งไหม สบายตัวหรือเปล่า ได้มีเวลากินข้าวกับเขาหรือเปล่าไม่รู้ 

              หลังจากกลับมาที่หอ ทิพย์ลดาจึงเปิดดูคลิปวิดีโอที่เพื่อนสาวส่งมาให้ ก่อนจะตัดสินใจเปิดโน๊ตบุ๊คเพื่อที่จะดูในนั้น 

              ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มในชุดคุณหมอที่ท่าทางดูสบายดี แต่ถ้าซูมชัดๆ ใบหน้าของเขามีแววอิดโรยใช่เล่นเสียเมื่อไหร่กัน 

              ทำไงดี อยากไปหาจังเลย 

              นิ้วเรียวจัดการพิมพ์ข้อความหาเพื่อนสาว พิมพ์ๆหยุดๆอยู่แบบนั้นอย่างลังเล ก่อนที่จะเป็นอิงฟ้าเสียอีกที่ส่งข้อความมาหาเธอก่อนเพราะเห็นว่าเธออ่านแล้ว 

              ‘ไง ดอกไม้ ได้ความว่า...’ 

              ทิพย์ลดาลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์กลับไป 

              ‘พี่เขาโอเคนะ’ 

              ‘ไม่โอเคเลย’ 

              ‘แล้วเป็นยังไงบ้าง ฉันเห็นที่เธอส่งมา พี่เขาก็ปกติดีนี่’ ทิพย์ลดาพิมพ์กลับไปด้วยความร้อนใจ 

              ‘มาดูเองเหอะ ตอนนี้ชักไม่โอแล้ว’ 

              เมื่อเห็นเพื่อนสาวกล่าวแบบนั้น ความห่วงใยของเธอก็เพิ่มทบทวี 

              ‘ต้องถึงขั้นที่ฉันต้องไปดูเลยหรือ ทำไม’ 

              ‘เพราะขาดอ้อมกอดอันอบอุ่นของคนแอบรักแถวๆนี้ยังไงล่ะ อิอิ’ 

              “โอ๊ย ยัยฟ้า ยัยบ้า” เธอทั้งโกรธทั้งขำในเวลาเดียวกัน  

              ‘อยากรู้ว่าสบายดีไหมจริงๆ ก็ต้องมาเองสิ’ อิงฟ้าส่งข้อความมาย้ำอีก 

              ‘ไม่ล่ะ พี่เขายุ่ง ฉันไม่อยากกวน’ 

              ‘โหว ไม่ใจเลย’ 

              “เออ ก็ป๊อดไงยะ” ว่าจบ หญิงสาวก็นอนแผ่ไปกับโต๊ะ ก่อนจะถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย 

              ------------------------------------------------------------------------------ 

              เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมก็จริง แต่เนื่องจากต้องทำค่ายอาสาทำให้ทิพย์ลดาวุ่นๆกับการจัดการภายในชมรมจนมืดค่ำ กว่าจะกลับมาถึงหออีกทีก็ล้าเสียแล้ว แถมพรุ่งนี้เธอจะต้องกลับบ้านเพื่อเตรียมข้าวของ แล้วพอถึงวันเสาร์ก็ต้องเตรียมตัวเดินทางมามหาวิทยาลัยเพื่อไปค่ายอีก 

              ‘ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องคิดมาก’ 

              แต่เมื่อไม่มีอะไรทำ พอมาถึงที่ห้อง ทิพย์ลดาก็รู้สึกผิดลึกๆที่ไม่ได้ไปหาชายหนุ่ม 

              เอ ไม่ได้ไปหา แต่ส่งข้อความแทนได้ไหมนะ 

              ทิพย์ลดาเองก็คิดว่านี่อาจจะเป็นโอกาสสำหรับเธอในการสร้างความประทับใจให้เขาขึ้นมาก็ได้ ด้วยการ 

              “เฮ้อ เอาไงดีอ่า” 

              นิ้วเรียวกดค้างอยู่ที่เมาส์ ลูกศรรอคลิกอยู่ที่คำว่าเพิ่มเพื่อนในเฟซบุ๊คของชายหนุ่มนั่นเอง 

              แค่การกดเพิ่มเพื่อนใครสักคน ทำไมมันถึงยากแบบนี้ไปได้นะ 

              หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ จึงตัดสินใจคลิกปุ่มเพิ่มเพื่อนไปในที่สุด 

              ‘กดแล้ว เรากดแล้ว’ 

              ความรู้สึกทั้งกดดันและโล่งอกแทบจะตีออกมาพร้อมๆกัน ทีนี้ก็เหลือรอพี่ชินรับเป็นเพื่อนแล้ว นอกจากนี้หญิงสาวก็จัดการเอาบทที่เขียนในกระดาษซึ่งเป็นข้อความให้กำลังใจพิมพ์ลงไปในกล่องข้อความของเขาอีกด้วย  

ในขณะที่นิ้วชี้ของเธอกำลังจะจิ้มบนอักษรตัวแรก ความคิดแวบนึงก็เข้ามาทำให้เธอลังเล นิ้วที่กำลังจะพิมพ์ก็ชะงักไป 

‘แต่เธอก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเขานี่นา พิมพ์ไป เขาจะหาว่าเราวุ่นวายไหมนะ’ 

แต่ว่า นี่เธอชอบเขานะ ทำไมเธอถึงชอบยอมเป็นยัยขี้แพ้แบบนี้  

“บางที พี่เขาอาจจะมองว่าเป็นความห่วงใยของคนๆหนึ่งก็ได้นี่นา” 

ทิพย์ลดาจึงจัดการพิมพ์ข้อความที่เธออุตส่าห์เขียนไว้ในกระดาษตั้งแต่ 7 วันก่อนมาพิมพ์เป็นสิบบรรทัดในนี้ ที่ไปๆมาๆกลับเหลืออยู่ไม่กี่คำ 

‘พี่ชินดูแลสุขภาพด้วยนะคะ’ 

ที่โรงพยาบาลในตอนนี้นั้น ทุกคนกำลังถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนานหลังจากที่ผ่านพ้นเจ็ดวันอันตรายมาได้ โดยอาคเนย์เองก็โดนลากให้มาด้วย 

“คุณหมอชิน ถ่ายรูปกันค่า นี่ยังขาดรูปคุณหมอคนเดียวเองนะคะนี่” พยาบาลสาวๆแถวนั้นว่าขึ้น แถมพอตื๊อหนักเข้าก็ทำเอาหมอหนุ่มทำตัวไม่ถูกเลย 

“ถ้าอย่างงั้นเอากล้องผมไปถ่ายก็ได้ครับ จะได้มีรูปที่ระลึกของทุกคนด้วย” 

พอถ่ายรูปแรก รูปที่สองที่สามก็ตามมา 

“เดี๋ยวรูปสุดท้ายจินถ่ายให้นะคะ” จินรุจีอาสา 

มือบางหยิบมือถือสมาร์ทโฟนนั่นขึ้นมา ก่อนจะเริ่มตั้งท่าถ่าย 

“1 2...” พอพูดสามเธอก็จัดการถ่ายรูปคนทั้งหมดในทันที 

  แต่ทว่า ทันใดนั้นเองก็มีการแจ้งเตือนจากในเฟซบุ๊คดังขึ้นมา เป็นข้อความและคำขอเป็นเพื่อน 

“ขออีกสักรูปนะคะ” เธอว่าขึ้น พลางแสร้งทำทีจะถ่ายรูป แต่มือขอเธอกลับเข้าไปดูคนๆนั้นที่ส่งคำขอมาเป็นเพื่อนกับชายหนุ่ม และเธอเองจะไม่อะไรเลย ถ้านั่นจะเป็นผู้ชายหรือคนอื่นๆ แต่นี่กลับเป็นรูปของเด็กสาวแรกรุ่นคนหนึ่ง            เมื่อเธอกดเข้าไปดูโปรไฟล์ พยาบาลสาวจึงเห็นว่านี่คือเด็กสาวที่เอาช็อคโกแลตมาให้ชายหนุ่มนั่นเอง แถมข้อความที่เธอส่งมาให้หมอหนุ่มอีก 

พยาบาลสาวจึงจัดการปฏิเสธคำขอนั่น ก่อนจะลบข้อความที่เธอส่งมาทิ้งไปอีกด้วย 

“ได้ยังอ่ะ จิน ยืนรอเมื่อยแล้ว” หนึ่งในเพื่อนพยาบาลว่าขึ้น 

“ได้แล้วๆ พอดีเมื่อกี้มันค้างนิดหน่อย” 

              หลังจากจัดการคนที่จะเข้ามาเป็นศัตรูหัวใจเรียบร้อยแล้วนั้น เธอก็ได้กดถ่ายรูป ก่อนจะยื่นมือถือคืนให้หมอหนุ่ม 

              “ขอบคุณครับ คุณจิน” 

              “ด้วยความยินดีเลยค่ะ” จินรุจีว่าพลางแย้มยิ้มอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะมองหมอหนุ่มที่เดินหันหลังจากไป 

              “โล่งอกไปที เฮ้อ” พยาบาลสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอามือทาบอก แต่แล้วจู่ๆในขณะที่คิดอะไรเพลินอยู่ๆนั้น เพื่อนพยาบาลอีกคนก็ได้โพล่งขึ้นมาข้างหูเธอ  

              “โล่งอก เรื่องอะไร ยัยจิน ดูท่าทาง”  

              “อ๋อ ก็เรื่องที่ผ่าน 7 วันอันตรายนั่นไง เธอ หลังจากนี้ก็คงปกติขึ้นหน่อย เดี๋ยวฉันขอตัวไปทำงานต่อนะ” 

              ---------------------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็น