facebook-icon

มาช้าแต่มานะ

Douluo Dalu iii ตอนที่ 10 ( Danmachi Arrow the of Orion )

ชื่อตอน : Douluo Dalu iii ตอนที่ 10 ( Danmachi Arrow the of Orion )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 363

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2563 17:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Douluo Dalu iii ตอนที่ 10 ( Danmachi Arrow the of Orion )
แบบอักษร

 

 

ชั้น 22  

เสี่ยว เหว่ยกำลังหาบางอย่างในดันเจี้ยนแห่งนี้ ตั้งแต่ได้เจอกับอาร์เทมิสได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น ดวงตาหลี่ลงแต่ว่าเขารู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง อันตราย การแตกสลายของบางอย่าง ไหนจะแหวนที่น่าเอ๋อให้มาก็หายไปอีกแต่นั้นยังไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ณ ตอนนี้  

 

"เห้ยๆ เอาจริงหรอเนี้ย มีคนเอาอุปกรณ์ขุดเหมืองเข้ามาในดันเจี้ยน แถมนี้มันชั้น 22 ฆ่าตัวตายชัดๆ " 

 

"เห้ย! ไอเวรนี้แกไม่รู้หรอดูนั้น!" 

อีกคนชี้นิ้วไปยังสีผมสีขาวสะท้อนแสงของอัญมณีและแร่ต่างๆ ที่อยู่ตามทางเดิน แต่ดูเหมือนเพื่อนที่มาด้วยกันมันจะยังไม่รู้ยังคงพ้นคำเสียๆ หายๆ ออกมาให้ได้ยินเปป็นระยะ จนน่ารำคาญ 

อุปกรณ์ขุดเหมืองในมือถูกกำแน่น เขาจึงมุ่งหน้าเข้าไปลึกขึ้นพร้อมขุดแร่ระหว่างทาง มีทั้ง เหล็ก ทองแดง คริสตัล เก็บไว้ที่กระเป๋าข้างหลัง ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับมอนสเตอร์เพราะเขาแข็งแกร่งพอที่จะจัดการมอนสเตอร์ชั้น 1 - 25 ได้ในการโจมตีเดียว 

 

ฉึก! 

โฮกก! 

 

ตัวแตกกลายเป็นหินเวทมนตร์ตกลงที่พื้นอย่างง่ายดายด้วยโซ่สวรรค์ที่ยิงออกมาจากมิติส่วนตัวผนึกการเคลื่อนไหวของศัตรูยิ่งเป็นประเภท ปีศาส,เทพ ก็ยิ่งมีผลมากขึ้น เหมาะสำหรับการต่อสู้กับเหล่าเทพมากที่สุด อาร์เทมิสบอกว่าจะรออยู่ที่ฐานลับที่สร้างไว้ ตอนแรกก็จะไม่บอก แต่ดูเหมือนเธอจะรู้เรื่องของเขามากพอสมควร เห็นบอกว่า [ เรื่องที่น่าตกใจกว่านี้ของนายฉันก็เห็นมาแล้ว ] 

 

ก็นั้นแหละปฏิเสธไปก็ไร้ประโยชน์บอกไปดีที่สุดส่วนพวกเอลนั้นดูเหมือนจะถูกไหว้วานให้กำจัดกับมอสเตอร์ที่อยู่นอกดันเจี้ยนมันน่าสนใจที่มีมอสเตอร์อยู่นอกดันเจี้ยน ตอนแรกทก็สงสัยว่ามันออกมาจากดันเจี้ยนแต่ว่าดูเหมือนจะไม่ใช่ อาร์เทมิสบอกมาว่ามันเป็นปีศาสที่ถูกผนึกอยู่ใต้เมือง  

 

 

 

น่าสนใจมันจะต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ นั้นจึงเป็นเหตุผลที่เสี่ยว เหว่ยจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากขึ้นไม่ว่าจะทั้ง อาวุธ ร่างกาย หรือวงแหวนสปิริต การฝึกฝนในโลกนี้ล่าช้าอย่างมากเพราะพลังลมปราณแทบไม่มีแต่ที่นี้เต็มไปด้วยหลังเวทมนตร์ แต่ผู้คนกลับไม่สามารถใช่เวทมนตร์ดั่งใจนึก มีเพียงคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือการนำพลังเวทมนตร์มาฝึกฝนแทน แต่เป็นเพียงทฤษฏี 

 

"ระบบ การฝึกฝนโดยใช่เวทมนตร์มีความเป็นไปได้หรือเปล่า" 

 

[ ตอบ มีความเป็นไปได้ ] 

 

" คำนวน ความเสี่ยงที่ได้รับและความสำเร็จหลังสำเร็จ " 

[ คำนวนเสร็จสิ้น ความเสี่ยงที่ได้รับนั้นนับว่าร้ายแรง เส้นลมปราณอาจได้รับเสียหายถาวร หากสำเร็จร่างกายจะเกิดการวิวัฒนาการขึ้น ] 

 

"วิวัฒนาการ? รูปแบบไหนกัน?" 

 

[ ไม่สามารถคาดเดาได้... ] 

"ขนาดระบบยังไม่สามารถคาดเดาได้แปลว่าดีสินะ" 

 

เขาขุดแร่จนหมดชั้นก่อนจะมุ่งออกจากดันเจี้ยนไปยังฐานลับที่สร้างไว้ ด้านล่างหน้าจอปรากฏแสดงบางอย่างขึ้น เขายิ้มขึ้น พร้อมกับร่างที่ค่อยๆ จางหายไปกับเงาของตึก  

 

" หืม? " 

สิ้นเสียงชายคนหนึ่งได้ปรากฏขึ้นจากในเงามืดจ้องมองไปยังทางที่ชายคนที่นายหญิงสั่งให้จับตาดูทุกอย่าง แต่ดันคาดกับเป้าหมายจะได้ ชายร่างใหญ่จิปากอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันหลังกลับพร้อมพูดขึ้น  

"ชิ คาดกับเป้าหมาย รายงานท่านเฟรย่า!" 

 

กล่าวทิ้งท้ายไว้ให้เสียงสะท้อนไปตลอดซอกก่อนจะมีเงาคนจำนวน 3 คนในชุดสีดำปรากฏขึ้นรับ 

 

"ครับ หัวหน้าคาชิ!" 

 

พุบ! 

 

!! 

ปัก! อุก! 

ตู้ม! 

 

"หืม? นายชื่อว่า คาชิหรอ?" 

 

"เป็นไปไม่ได้! ทำไมฉันถึงสัมผัสถึงนายไม่ได้!" 

 

คาชิผวาเมื่อเหล่าลูกน้องจากไปกลับถูกลูกเตะเข้าที่ลำตัวอย่างจังจนตัวงอปลิวแต่ยังคงตั้งสติหมุนตัวกลางอากาศเพื่อปรับสมดุลใหม่ คาชิจ้องมองไปยังคนข้างหน้าอย่างเอาเรื่อง 

 

"ฉันมีคำถาม" 

คาชิเอ่ยก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวขึ้นอย่างช้าๆ ลูกเตะที่เข้ายังลำตัวทำให้กระดูกของเขาร้าว เสี่ยว เหว่ยรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามถ่วงเวลาเมื่อรู้ถึงข้อนี้แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธคำถามแต่อย่างใด เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน เขามั้นใจว่าสามารถตอบโต้ได้หากอีกฝ่ายเริ่ม 

"ลองว่ามาสิ" 

 

"นายมีแฟมิลี่รึยัง?" 

 

"หือ อะไรนะ?" 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว