ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรียนจบ​ และ​แต่งงาน​ NC25​+

ชื่อตอน : เรียนจบ​ และ​แต่งงาน​ NC25​+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2563 12:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรียนจบ​ และ​แต่งงาน​ NC25​+
แบบอักษร

หลังจากกลับจากหัวหิน.... 

 

ลินรดาวุ่นวาย​กับการส่งเอกสารผ่านการฝึกงานที่มหาวิทยาลัย​ เตรียมตัว​ลงทะเบียน​เรียน​ 2 วิชาสุดท้ายก่อนจบการศึกษา​ ประชุมวางแผนรับน้องกับเพื่อนที่คณะ​ ร่วมวางแผนกิจกรรม​ต่างๆตอนรับน้อง 

 

คมกริชเองก็ยุ่งอยู่กับงานที่บริษัท​ มีบินไปประชุมที่ต่างประเทศ​บ้าง​ แต่ยังคงแชทมาอ้อนลินรดาเช้า​ สาย​ บ่าย​ เย็น​ เพียงแต่ไม่ได้เจอนับตั้งแต่กลับจากหัวหิน 

 

วันเสาร์เว้นเสาร์เธอยังคง​ แวะไปทำกิจกรรม​ร่วมกันกับแม่อากริชเหมือนเดิม 

เสาร์สุดท้ายของเดือนมีช่วงนึง​ คุณกนกวรรณ​ถามขึ้นอย่างสงสัย 

 

"หนูลินปรับความเข้าใจ​กับอากริชแล้วใช่ไหมจ๊ะ​ ลูกชายแม่ทำตัวดีรึเปล่า?" 

 

ลินรดาพยักหน้า​เขิน​ ก่อนตอบกลับ​ 

"อากริชกับลินตกลงเป็นแฟนกันเมื่อวันที่​ 3 สิงหาฯที่ผ่านมานี่เองค่ะ​ เอ่อออ.. ตอนอยู่หัวหินได้คุยกันจนเข้าใจค่ะ" 

 

คุณกนกวรรณ​ดึงลูกสาวมากอดอย่างปลื้มใจ​ เจ้าลูกทึ่มในที่สุดก็หายทึ่มสะที​ ไม่เสียแรง​ที่อุตส่าห์​นั่งวางแผน​ หึ หึ​ หึ 

 

"อีกไม่กี่วันก็เปิดเทอมแล้ว​ กิจกรรม​รับน้องที่หนูลินกับเพื่อนวางไว้ท่าทางจะสนุกนะลูก​ หนูมีเรียนแค่​ อังคาร​/พฤหัสบดี​ วันที่เหลือวางแผนรึยังว่าจะทำอะไร" 

 

"คุณพ่อลิกับคุณแม่รดา​ อยากให้แวะไปดูงานที่โรงงาน​จิวเวลรี่​ โรงเสื้อผ้า​ บริษัท​จิวเวลรี่​ หรือห้องเสื้อ​ เพื่อศึกษา​งานไว้บ้างหน่ะค่ะ" 

 

"ก็ดีนะคะ​ เรื่องนัดบอดที่คุณแม่รดาเปรยๆไว้... จะทำไงจ๊ะ​ ถ้าหนูลินไปที่ห้องเสื้อ​ สงสัยหัวกระไดไม่แห้งนะแม่ว่า" 

 

อืมมมมม์ นั่นสิ​ พวกลูกค้าคุณหญิง​คุณนายของคุณแม่เธอ​ คงได้ลากพวกลูกชายมาแอบส่องเธอ​ แน่ๆ...  

อากริชคงยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อลิขิต​ เรื่องที่เราเป็นแฟนกัน เพราะทั้งสองเงียบๆ​ ถ้าคุยแล้ว​ ก็คงจะมีมาถามเธอบ้าง 

เฮ้อออออออ... ถอนหายใจ​ออกยาวๆ 

บอกคุณแม่อากริชไปตามที่คิด 

 

"อ้าว.. ไหงงั้น​ เจ้ากริชนี่มันน่าหยิกให้เนื้อหลุดออกมาจริงๆ" 

 

"วันนี้เราออกไปร้านขนมที่เปิดใหม่กันดีกว่าค่ะคุณแม่​ รูปร้านบรรยากาศ​ดีมาก​ อาหาร/ขนมก็ดูน่าอร่อย​ พ่อลิขิตให้เลขาฯจองโต๊ะ​ช่วงบ่ายไว้แล้วค่ะ" เปลี่ยนเรื่องดีกว่า​ เพื่อความสบายใจ​ เธอคิดในใจ 

 

พอถึงร้าน​ พนักงาน​ก็พาไปนั่งโต๊ะที่จองไว้​ เป็นโต๊ะแบบมีโซฟาติดริมน้ำ​ สั่งอาหารและขนม​ พอรายการอาหารที่สั่งไปมาวาง​ ตาก็เหลือบไปเห็นอากริชควงมากับผู้หญิง​คนหนึ่งวัยไล่เลี่ยกัน​ ใบหน้าสวยเด่นสะดุดตาหุ่นนาฬิกาทราย​แต่งตัวดูดี นั่งแถวเดียวกันแต่ถัดออกไปประมาณ​ 5 โต๊ะ​ วันนี้อากริชใส่เสื้อโปโล​แขนสั้นเน้นให้เห็นบ่าหนา​ และเห็นกล้ามแขนขึ้นเป็นมัดๆชัดเจน​ ผู้หญิงคนนั้นนั่งลงโซฟาฝั่งเดียวกับเขา​ เอนกายพิง​ ลูบกล้ามแขนเป็นมัดๆของเขาขึ้นๆลงๆตลอด​เวลา​ ลินรดาวางช้อน​ หลับตาลงเพื่อควบคุม​สติ​ พาสาวออกมาทานข้าวแบบนี้เอง​ เลยไม่มีเวลาไปคุยกับพ่อลิขิต​ 

 

คุณกนกวรรณ​สังเกต​เห็นความผิดปกติ​ เลยถามขึ้น 

 

"มีอะไรรึเปล่าลูก​ อยู่ๆก็หน้าซีดลง" 

 

"ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่​... ทานอาหาร​ ขนมกันเถอะค่ะ​ ลินว่าอร่อยสมกับที่นั่งรถมาไกลๆเลยนะคะ" พยายาม​ไม่เหลือบไปมองทางโต๊ะคมกริชอีก 

 

"อื้มมม​ อร่อยจริง​ บรรยากาศ​ดีด้วย​ มีแต่พวกคู่รักเนอะที่มากัน​ สงสัยแม่กะหนูลินคงเป็นคู่แม่ลูกโต๊ะเดียวของทั้งร้าน" คุณกนกวรรณ​พูดยิ้มๆ​ โดยไม่ได้คิดอะไร​ ลินรดาฟังอย่างสะเทือนใจ 

 

เมื่อทั้งสองทานเสร็จชำระเงิน​เรียบร้อย​แล้ว​ เธอตัดสินใจ​ควงแขนคุณกนกวรรณ​ เดินตรงไปที่โต๊ะ​ แวะทักทายโต๊ะเขาก่อนกลับ 

 

"คุณแม่คะ​ เราเดินไปทักทายคู่ของอากริชก่อนกลับสักหน่อยนะคะ"  

 

"สวัสดีค่ะคุณอาคมกริช...สวัสดี​ค่ะคุณ.." 

เธอพนมมือไหว้ก้มศีรษะ​ลงเล็กๆอย่างสวยงามให้ทั้งคู่ 

 

คมกริชลุกขึ้นยืน​ ทำให้ผู้หญิง​ที่อิงเค้าอยู่ต้องเกาะแขนลุกตามขึ้นมาด้วย 

 

"สวัสดี​ครับคุณแม่ สวัสดี​ค่ะ​หนูลิน" 

 

สาวสวยคนข้างๆเขาพนมมือไว้คุณกนกวรรณ​ พร้อมแนะนำตัวส่งยิ้มให้อย่างเอาใจ 

 

"สวัสดี​จ้ะ​ ตากริช​ คุณรุ่ง​นภา​ วันนี้มาไกลนะ แม่กับหนูลินอิ่มแล้วกำลังจะกลับ​ แม่ไปนะ​ กริชทานข้าว​เสร็​จ​ เดี๋ยว​ตามไปเจอแม่ที่บ้านด้วย" คุณกนกวรรณ​ลงท้ายเสียงเย็น​ ลินรดาสีหน้าเรียบเฉยมองทะลุเขาไปด้านหลัง​ ทั้งคู่เดินจากไป​ 

 

"คุณแม่​ กะหลานคุณกริชน่ารักจังเลยนะคะ​ อินเทรน​ด์มากก​ ร้านนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นานเองค่ะ​ ดังมากเพราะบรรยากาศ​ดี​ อาหารขนมก็อร่อย" เธอยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่อไป 

 

" ครับ" เขารับคำสั้นๆ​ คิดในใจ​งานเข้าเต็มๆ!!! 

 

ระหว่างนั่งรถกลับบ้านคุณกนกวรรณ​ลอบมองลูกสาวคนสวยของเธออย่างภาคภูมิใจ​ คงเสียใจ​ที่มาเจอตากริชแบบนั้น​ แต่ก็ยังรักษา​กิริยา​มารยาท​ไว้ได้ดีเชียวลูกแม่ 

 

"อยู่รอตากริชกับแม่ก่อนนะหนูลิน​ เดี๋ยว​แม่โทรฯบอกทางบ้านให้ว่าจะส่งหนูกลับค่ำหน่อย​ มีธุระติดพันเนอะ" ระหว่างนั้นคุณกนกวรรณ​ก็กดมือถือ​หารดาพรทันที 

 

ลินรดาพยักหน้า​รับเงียบๆ 

 

พอถึงบ้าน​ เดินเข้าห้องรับแขก​ คุณแม่อากริชก็ดึงเธอลงมานั่งข้างๆ​ แล้วกอดเธอไว้เบาๆ​ "แม่ว่าไม่มีอะไรหรอก​ รอฟังตากริชมาอธิบาย​ก่อนนะลูก"  

 

ลินรดาพยักหน้า​รับ​ เธอไม่ได้พูดอะไรมาตลอดทาง 

 

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชัวโมง​ คมกริชก็เดินแกมวิ่งเข้ามาในห้องรับแขก​ เห็นแม่เขานั่งกอดลินรดาไว้ก็ถอนหายใจยาวออกมา 

 

"ไง​ อาหารขนมร้านนั้นอร่อยไหมตากริช" แม่เขาทักขึ้นแล้วมองบน 

 

"ไม่รู้​สิครับ​ ผมไม่ค่อยได้ทาน" เขาทำท่าอ้ำอึ้ง​ คุณกนกวรรณ​เลยขอตัว​ ปล่อยให้ทั้งคู่​คุยกันลำพัง 

 

คมกริชก้าวเข้ามานั่งแทนที่แม่เขา​ ดึงมือลินรดามากุมไว้ 

 

"ที่รักจ๋า​ อย่าโกรธ​อากริชนะคะ​ คุณรุ่งนภาเค้าเป็นลูกค้ารายใหญ่​ของบริษั​ท​ เมื่อวานหลังเซ็นสัญญา​ เค้านัดทานข้าวมาอาไม่รู้จะปฎิเสธยังไงหน่ะค่ะ" 

 

เงียบบบบบบบบบบบบ........... 

 

"แล้วเรียกลินว่า​ หนูลินอีกทำไม​ต่อหน้าคนอื่น?" เธอถามเสียงเรียบ 

 

"ก็อาชินนี่คะ... อากริชขอโทษ​นะคะที่รัก​ อย่างอนอากริชเลยน๊าาา" 

 

"ถ้าจะชินเฉพาะต่อหน้าคนอื่น​ เราก็กลับไปเป็นอาหลานกันเหมือนเดิม​ดีไหมคะ​ ลินจะได้ชินไปกับอากริชด้วย" 

 

"ไม่เอาแบบนั้นนะคะ​ ไม่อยากเป็นอาหลาน​ อยากเป็นคนรัก​ อากริชรักที่รักที่สุด​ รักหมดหัวใจเลยนะคะ" 

 

ลินรดาถอนหายใจ​ยาว... 

 

"ลินเบื่อจะฟังค่ะ​ และลินก็ไม่ชอบที่อากริชปล่อยให้ผู้หญิง​คนอื่นมาเกาะแกะ​ ทำตัวรุ่มร่าม​ให้เห็นอยู่บ่อยๆ คำพูดมันเทียบไม่ได้เลยกับการกระทำนะคะ" 

 

ลินรดาบิดข้อมือ​ออกจากการเกาะกุม​ แล้วลุกเดิน​ เข้าครัวไปลาคุณกนกวรรณ 

คมกริชเดินตามมาติดๆ​ คุณกนกวรรณ​จึงหันไปสั่งลูกชายตัวดี 

 

"ตากริชขับรถ​ไปส่งหนูลินที่บ้านด้วย" แม่เขาสั่งเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ​ ที่เขาอธิบายให้ลูกสาวคนโปรดหายงอนไม่ได้ 

 

"ครับ" 

 

เขาสั่งให้คนรถเลิกงาน​ และขับไปส่งลินรดาด้วยตัวเอง​ ระหว่างอยู่ในรถเขาพยายาม​ ง้อขอโทษอยู่หลายครั้ง​ ลินรดายังคงนิ่งเฉย​ จนกระทั่งขับเข้ามาในหมู่บ้านจึงจอดรถข้างทะเลสาบ​ที่ล้อมไปด้วยสนามหญ้า​ ลงจากรถแล้วดึงลินรดาจากที่นั่ง​ข้างคนขับไปนั่งที่เบาะด้านหลังด้วยกัน 

 

ดึงเธอมากอดไว้เงียบๆอยู่พักใหญ่​ ลินรดาไม่ได้ขัดขืน​ แต่ก็ถอนหายใจ​แรงๆออกมาบ่อยๆ​ ก่อนพูดทำลายความเงียบขึ้นมา 

 

"ลินเบื่อค่ะ​ เบื่อมาก​ ตั้งแต่กลับจากหัวหิน​เราก็ไม่ได้เจอกันเลย​ พอมาเจอก็ต้องมาเห็นอะไรแบบนั้นอีก​... เรากลับมาเป็นอาหลานกันเหมือนเดิมละกันค่ะ​ แล้วอากริชก็หลบหน้าลินไปแบบที่เคยทำเมื่อ​ 4-5ปีก่อน​ เราจะได้ไม่ต้องเจอหน้ากันให้มันอึดอัด​อีก​ จบนะคะ"เธอเอ่ยเสียงเรียบ 

 

"ไม่เอาแบบนี้​ค่ะ​ อากริชขอโทษ​ๆๆๆๆๆๆ​ ยกโทษให้อากริชนะคะ​ อากริชสัญญา​ว่าต่อไป​นี้​ จะไม่ให้ผู้หญิง​คนไหนมาทำ​ตัว เอ้ออ...รุ่มร่ามกับอาอีก​ อาจะบอกเค้าไปว่าอามีแฟนแล้ว​ แฟนอาขี้หึง​มากด้วย​ นะคะ​ น๊าา" ลินรดาหันหน้าไปจะส่งค้อนให้เขา​ เลยได้เห็นตาสีขาวของเขาแดงกล่ำ​ นัยน์ตา​สีน้ำตาล​เข้มมีน้ำกลบตา​ เลยหันกลับมาถอนหายใจ​เบาๆ​ สักพัก​ก็ได้ยินคนข้างๆสูดจมูก​ฟึดฟัด​ เธอเอื้อมไปหยิบกระดาษ​ทิชชู่​ส่งให้​ และเค้าก็รับมันไป 

 

"ก็ได้ค่ะ​ ลินจะคอยดู ถ้าเจอแบบวันนี้อีก​ ก็จำคำลินไว้ให้ดีนะคะ​ ลินจะไม่พูดซ้ำอีก​ คราวนี้ลินจะเป็นคนหายไปเอง เป็นอันว่าเข้าใจตรงกัน​"  

 

เธอแพ้ทางน้ำตาผู้​ชายคนนี้อีกครั้ง.. เฮ้อ​ ขยันก่อเรื่องให้หงุดหงิด​ แล้วก็มามีน้ำตา​ ทำให้เธอใจอ่อน​ อากริชบ้าที่สุด​เธอเข่นเขี้ยว​อยู่ในใจ 

 

คมกริชดึงเธอไปจูบ​ ลิ้นแทรกเข้ามาในโพรง​ปากเล็กนั้นอย่างสำรวจ​ ดูดดื่มความหวานอย่างกระหายยาวนาน​ จนคนข้างๆครางอู้อี้​  

 

"คิดถึงที่รักที่สุดเลยรู้ไม๊​คะ​ อยากจูบแบบนี้ทุกวันเลย" แล้วกดจูบลงไปอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง 

 

เขาค่อยๆดึงเธอขึ้นมานั่งบนตัก​จับมือเธอมาคล้องคอเขาไว้ รูดซิปเสื้อด้านหน้าลงมาถึงกลางลำตัว​ ดันบราขึ้น​ เผยให้เห็นบัวตูม​ขนาดใหญ่​ และยอดสีชมพู​สดใส​ เขาก้มลงใช้ลิ้นสากเลียไปรอบๆยอดสีชมพู​นั้นสลับกับดูดเบาๆ​ สลับไปมาทั้งสองข้าง​ มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบให้บัวตูม​ทั้งคู่มาชิดกัน​ เพื่อให้เลียไปรอบๆยอดนั้นสะดวกขึ้น​ และดูดยอดทั้งสองนั้นสลับกับ​ ลากลิ้นเลียหนักๆ 

 

"อื๊ออออ​ อ่าาาาาาาาา​ อ๊าาาาาาา"  

คนตรงหน้าครางออกมาอย่างต่อเนื่อง 

เขาดูดดื่ม​ ดูดเลียยอดสีชมพู​อยู่นาน​ ให้หายคิดถึง​ หอมลงไปที่บัวตูม​ทั้งคู่​ฟอดใหญ่​ ก่อนจะดึงบราลงมา รูดซิปเสื้อด้านหน้ากลับไปเหมือนเดิม​ ซบศีรษะ​ลงบนอกใหญ่หยุ่น​นุ่มตรงหน้า​ จนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ​อยู่นานก่อนจะสงบลง 

 

 

เขาเอื้อมมือไปหยิบถุงกำมะหยี่ใส่แหวนทองคำขาวสองวง​ จากซอกเก็บของข้างประตูรถ​ แล้วดึงมือข้างขวาบนบ่าลงมาค่อยๆสวมแหวนทองคำขาวฝังเพชรเม็ดเล็กด้านบนอย่างเบามือ​ แล้ววางแหวนอีกวงให้ในมือนั้น​ พร้อมยื่นมือขวาออกไป 

 

"สวมให้อากริชหน่อยค่ะ"  

 

เธอสวมแหวนทองคำขาวฝังเพชร​เม็ดเล็กๆวงใหญ่ลงกว่า​ บนนิ้วนางข้างขวาของเขาเบาๆ 

 

"แหวนแทนใจนะคะ​ ส่วนนิ้วนางข้างซ้ายที่รักเรียน​จบเมื่อไหร่​ รอแหวนของอากริชนะคะ" เขาดึงมือข้างขวามาจูบประทับลงไปที่นิ้วและแหวนนั้น 

 

"ขอบคุณ​ค่ะอากริช" ลินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆอย่างตื้นตัน​ กับเซอไพรส์ครั้ง​นี้ 

 

"ที่รักจำไว้นะคะ​ ไม่ว่าผู้หญิง​กี่คนจะมาทำรุ่มร่าม​กับอาๆก็ไม่เคยใจเต้นแรงเหมือนเวลาที่อาอยู่ใกล้ลินนะคะ​ แค่นั่งข้างๆเฉยๆ​ อากริชก็ใจเต้นระส่ำไปหมดแล้วค่ะ​ อากริชเป็นแบบนี้กับลินคนเดียวนะคะ​ อาพูดเผื่อไว้​ ถ้าเกิดวันหน้าลินเห็นอะไร​ คิดถึง​ประโยคนี้ของอากริชนะคะ" 

"ก็ไม่ควรจะมีอะไรแบบนั้นให้เห็นอีกนะคะ" เธอบอกเขาเสียงเรียบ​ ทำใจเขาแป้ว 

 

ก่อนที่ลินรดายิ้มมุมปาก​ แล้วพยักหน้า​เบาๆ​ เขาเลยดึงไปหอมแก้มสองฟอดใหญ่ 

 

เริ่มดึกแล้วเขาขับรถพาลินรดาไปส่งหน้าบ้าน​ โดยที่เธอยังนั่งอยู่ด้านหลัง​ ก่อนจะลง​ เธอยื่นหน้ามาหอมแก้มคนขับรถเบาๆ​  

 

"ขับรถกลับดีๆนะคะ​ ถึงคอนโด​แล้วแชทมาบอกลินด้วยค่ะ" 

 

เขายิ้มมองจนเธอหายลับเข้าไปในบ้าน​ อย่างมีความสุข​ 

 

แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ​ ขับรถกลับไปนอนบ้านคุณแม่เขาแทน​ ถ้าลินไม่มากับแม่เขา​ วันนี้เธอคงโกรธ​ไปอีกนาน 

 

หลังจากเข้าบ้าน​ ก็แชทไปบอกลินรดาว่าคืนนี้จะค้างบ้านคุณแม่​ ถึงบ้านเรียบร้อย​ 

 

อาบน้ำ​เปลี่ยน​เสื้อ​ผ้า​ ลงไปที่ห้องรับแขก​ เห็นแม่ยังดูทีวีอยู่​ ก็เข้าไปเบียดนั่งข้างๆ​ แล้วกอดและหอมแก้ม 

 

คุณกนกวรรณ​แปลกใจ​ ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย​ จนเรียนจบทำงาน ไม่เคยเลยที่คมกริชจะเข้ามากอด​ มาอ้อนแบบนี้​ สงสัยติดหนูลินมา คิดพลางยิ้มออกมาอย่างมีความสุข​ 

 

"คุณแม่คร๊าบบบ​ ขอบคุณ​นะครับที่พาหนูลินกลับบ้านมาด้วย​ ถ้าไม่ได้แม่ผมคงแย่แน่ๆ"  

 

"ทีหน้าก็อย่าไปทำอะไรรุ่มร่ามกับใครแบบนั้นอีกนะ​ แม่เห็นมีเรื่องแน่!!" พูดจบก็ยกมือฟาดเพี๊ยะลงไปที่แขนลูกชายคนโตเสียงดัง 

 

"ใครจะกล้าหล่ะครับ​ หนูลินโตขึ้นมาน่ากลัวที่สุดเลย​ ใจก็แข็ง​ บางทีเฉยชากับผม​ จนหลังผมเย็นวาบไปหมด​ คุณแม่ก็อีกคนรักหนูลินมากกว่าผมสะอีก" 

 

"หนูลินน่ารักขี้อ้อน​ ชอบเอาอกเอาใจ​แม่​ แม่ก็ต้องรักมากกว่าแก​ เป็นธรรมดาอยู่แล้วหล่ะ​ 555+" คุณกนกวรรณ​ยิ้มกว้าง 

 

"ผมยังไม่ได้เห็นโหมดหนูลินขี้อ้อนนั้นเลยครับ​ อิจฉา​แม่จังงง" ก่อนถอนหายใจ​ออกมาเฮือกใหญ่​ 

 

"ก็สมควร​แล้วนิ่​ แกอยากหายต๋อมไปหลายปี​ ไปทำอะไรๆไว้ อย่านึกว่าชั้นไม่รู้​นะ​ เจ้าตัวดี"  

 

เขาสะดุ้งในใจ​ โอ่ยยยยย แม่เขาก็รู้ด้วยเหรอเนี่ย​ ความลับมันไม่มีในโลกจริงๆใช่ไม๊​ คิดแล้วถอนหายใจ​ออกมาอย่างแรง​ ก่อนเอาหน้าไปหอมแก้มแม่อย่างประจบเอาใจ 

 

"กริช​ ควรจะคุยกับลิขิต​กับรดาพร​ ได้แล้วเรื่องหนูลิน​ ไม่ใช่ทำเป็นแอบคบลูกสาวเค้าเงียบๆ​ ความแตกขึ้นมาอย่าหาว่าแม่ไม่เตือน"  

 

"ผมกะจะคุยกับพี่ลิอยู่เหมือนกัน​ครับ​ แต่วันหยุด​ติดงานตลอดเลยยังไม่มีเวลา"เขาแกล้งทำหน้ายู่ 

 

"พักไปก่อนงานหน่ะ​ คุยกับลิกับรดาให้เรียบร้อย​ภายในอาทิตย์​นี้​ แม่สั่ง!!! " 

 

คมกริชยกมือขวาทำท่าตะเบ๊ะ​" ครับผม" 

 

 

เช้าวันจันทร์คมกริชให้เลขาฯต่อสายหาลิขิต​ทันทีที่ถึงอ็อฟฟิต 

 

"สวัสดี​ดีครับ​ พี่ลิ​ ช่วงกลางวันผมแวะไปทานข้าวแถวบริษัท​พี่ได้ไหมครับ"  

 

"หวัดดีกริช​ ว่างมาสิ​ ไว้เจอกันร้าน*****นะ" 

 

เขาไปถึงก่อนเวลานัดเกือบครึ่งชม.​ พยายาม​ทบทวน​คำพูด​ที่เตรียมไว้ทั้งคืน 

 

พอลิขิต​มาถึง​ อาหารที่สั่งมาแล้วเริ่มทาน​ ก็ถามขึ้นมา 

 

"วันนี้แกมีธุระ​สำคัญ​อะไรรึเปล่า​ ถึงนัดพี่ทานข้าว​" เพราะปกติเขาจะเจอกริชแค่วันเสาร์​ คราวนี้​มาแปลกจนอดถามไม่ได้ 

 

"มีครับพี่​ คืออออ​ เอ่อออ​ คืออออ..."  

 

"เอ๊าไอ้กริช​ จะคือเอ่อคือ​ อะไร​ พูดมา"  

 

"หนูลินไปฝึกงานที่บริษัท​ผมครบ​ 3 เดือน​ ผมเลยขอหนูลินเป็นแฟน​ ถ้าหนูลินเรียน​จบผมอยากพาคุณแม่ไปสู่ขอตามประเพณี​ ผมอยากเรียนให้พี่ลิทราบครับ" ประโยคหว่านล้อมที่เขาท่องมาทั้งคืน​ หายไปจากสมอง​ เหลือแต่ที่คิดได้และพูดมันออกมารัวๆตรงๆ" 

 

ลิขิตวางช้อนส้อมที่กำลังถือลง มองคมกริชอย่างสับสน​ แล้วเอนหลังกอดอกถอนหายใจ​ 

 

"ใครอนุญาต​ให้ยัยลินเป็นแฟนแก​ ไอ้กริช​ ห่างกันตั้งเกือบ​ 20​ ปี​ ไอ้บ้า​ สติยังดีอยู่รึเปล่าวะ" ลิขิตขำออกมา​ คิดว่าโดนอำ 

 

"พี่ลิ​ ผมรักลินจริงๆครับ​ รู้ว่ารักตั้งแต่ตอนที่ลินอายุ​ 15​ แต่ผมคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้​ เลยพยายาม​ห่างออกมา​ พยายาม​ไม่ไปเจอหลายปี​ จนกระทั่งลินมาฝึกงาน​ที่บริษัท​ ผมยิ่งรู้สึก​ตัวว่าผมไม่อยากเสียลินไป​ ผมสารภาพ​รัก​ ขอลินเป็นแฟนหลังจากที่ลินฝึกงานเสร็จครับ"  

 

ลิขิตมองคนตรงหน้าเครียด​ คิ้วขมวดมุ่น​ ปากเม้มแน่น 

 

"ไว้คุยกันวันหลัง" ลิขิต​เรียกบริกรมาคิดเงิน​ วางเงินไว้แล้วเดินจากไป 

 

เคว้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง 

 

เมื่อกลับถึงอ็อฟฟิต​ ลิขิตกดสายหาภรรยาคุยเรื่องที่คมกริชมาวันนี้ให้ฟัง 

 

"ต๊ายยยจริงหรือคะ​ งั้นเดี๋ยวรดาถามลูกเองค่ะ​ ลูกแวะมาทำงานกับรดาที่ห้องเสื้อวันนี้ค่ะ" หลังจากลิขิต​วางสายไป​ เธอก็เรียกลูกสาวเข้าห้องทำงานด้านหลังห้องเสื้อ 

 

"ลิน... วันนี้กริชเค้าไปคุยกับคุณพ่อแหน่ะ ว่าลูกกับเค้าคบกันเป็นแฟนแล้ว​ เรื่องมันเป็นยังไง​มายังไงคะลูก​ จริงรึ​เปล่า?"  

 

รดาพรเลิกคิ้วสูง​ ถามลูกสาวคนเดียวของเธอ 

 

"จริงค่ะคุณแม่​ อากริชขอลินเป็นแฟน​ และลินก็ตอบรับไป​ อากริชบอกว่าเดี๋ยว​จะคุยกับคุณพ่ออีกทีเรื่องของเราค่ะ"  

พลางโชว์มือข้างขวาที่นิ้วนางมีแหวนทองคำขาวฝังเพชร​วงเล็กๆสวมอยู่ 

 

"เอ่อออ.. คุณพ่อว่ายังไงบ้างคะ? " 

 

"ก็ยังงงๆอยู่จ้ะ​ ไม่เห็นมีวี่แววอะไรมาก่อน​ แต่แม่เองไม่แปลกใจ​ เพราะแม่รู้ว่าลูกสาวแม่รักกริชมาตลอด​ ตั้งแต่ยังเด็กๆ​ แม่เคยคิดว่า​ โตขึ้นลินก็จะลืมกริชไปเอง​ แต่แม่ก็เห็นว่าความรู้ส​ึกลินไม่เปลี่ยนแปลง​ไปเลย​ ถูกไม๊?"  

 

ลินรดา​ก้มหน้าแดงกล่ำลง​ พยักหน้า​ 

 

รดาพรดึงลูกสาวเข้ามากอด​ ในที่สุดก็สมหวังในรักสะที​ แต่อายุที่ห่างกันมากๆจะมีปัญหา​รึเปล่านะ 

 

"ลิน... ลินเคยคิดไม๊ว่า​ อายุของลินกับกริชห่างกันมาก​ ตอนนี้ลินเพิ่งจะ 21​ กริช​ 37​กว่าๆ​ สมมติว่าลินมีลูกตอน​อายุ 25​ หลานแม่ก็จะจบมหาวิทยาลัย​ตอนลินอายุประมาณ​ 48​ กริชก็จะอายุประมาณ​ 65​ ลินน่ายังอยากท่องเที่ยวอยู่​ แต่กริชอาจจะไม่สะดวกเที่ยวแล้วในวัยขนาดนั้น"  

 

ลินรดาคิดตาม.. อืมมม​ จริงอย่างที่แม่ว่า​ อากริชก็บ้างาน​ กว่าลูกจะโตเรียนจบสามีก็แก่​ เราก็เฉาหล่ะสิ​ อร๊ายยยยย​ อะไรกันเนี่ย!! 

 

ในห้องนอน...  

 

ลิขิต​ :"ลินว่าไงบ้างเรื่องกริช?"  

 

รดาพร:"ก็เพิ่งคบกันจริงค่ะ​ กริชขอลูกเราเป็นแฟน​ ลูกเราก็รับ​ มีแหวนคู่แทนใจกันด้วยนะคะ​ ใส่ไว้ที่นิ้วนาง​ขวา​ รดารู้ว่าแกรักกริชมานาน​ ลูกสมหวัง​รดาก็ดีใจด้วย​ แต่เรื่องช่องว่างแห่งวัย​ รดาก็เตือนลูก​ ให้ข้อคิด​ แล้วปล่อยให้ลินตัดสินใจ​เองค่ะ​ พี่ลิหล่ะคะ? คิดไง" 

 

ลิขิต​:"พี่​ งง​ จนถึงตอนนี้​ กริชก็ห่างไปหลายปี​แล้ว จนพี่คิดว่า​ ลินลืมกริชไปแล้ว​ แค่ไปฝึกงาน​ใกล้ชิดกัน​ 3 เดือน​ เป็นแฟนกันเฉ๊ยยย​ ยังปรับใจไม่ทันหน่ะ​ ไม่รู้​สิ​" 

 

รดาพร:"พี่ลิไม่ได้เข้าห้องยัยลินนานแล้วใช่ไหมคะ? " เมื่อเห็นลิขิตพยักหน้า​ก็พูดต่อ 

 

"ห้องยัยลินยังเต็มไปด้วยกรอบรูป​คู่​ 12​นิ้ว​ ลินกริชหลายแอ็คชั่น​ วางกระจายอยู่เหมือนเดิม​ ของขวัญ​วันเกิด​ที่กริชให้​ หรือฝากมาให้​ ยังแขวนเก็บไว้ในตู้อะคลีลิ​คใสที่โต๊ะ​ใกล้หัวเตียงแกเหมือนเดิม​ อัลบั้ม​คุณอาที่รัก​ รูปลินกับกริชถ่ายคู่กันในแต่ละปียังอยู่ในลิ้นชักที่โต๊ะหัวเตียง" 

 

ลิขิต​ถอนหายใจ​ยาวววว​ ยกมือก่ายหน้าผากอย่างคนคิดไม่ตก 

 

เมื่อมหาวิทยาลัย​เปิดภาคเรียน​ ลินรดาก็ยุ่งวุ่นวาย​อยู่กับกิจกรรม​รับน้อง​ ในวันที่มีเรียน​ก็กลับค่ำ​ วันที่หยุดก็ไปดู​งานที่บริษัท​จิวเวลรี่​ของพ่อบ้าง​ ห้องเสื้อของแม่บ้าง​ วันเสาร์​ก็ไปหาแม่อากริชเหมือนเดิม​ กับอากริชก็โทรฯคุย​ วีดีโอ​คอล แชทหากันทุกวัน​ บางอาทิตย์​ก็จะแวะมาทานข้าวกลางวันที่บ้าน​ แรกๆดูคุณพ่อลิกับคุณแม่​รดาออกจะนิ่งๆ​ จนอากริชเกร็งๆ แต่พอมาบ่อยครั้งเข้าทั้งสองก็เริ่มคุยกับอากริชเป็นกันเองมากขึ้น จนสอบเสร็จ​ เกรดออก​ จนถึงไปทำเรื่องขอจบการศึกษา​เสร็จ 

 

เฮ้อออออ... เรียนจบสักที​ เย้ๆ!!!!  

 

ณ​ ช่วงกลางเดือนธันวา​คม...  

 

วันหนึ่ง​คุณแม่พี่กริชก็ถามขึ้น​ 

"หนูลิน​เรียน​จบแล้ว แม่อยากนัดคุยกับคุณพ่อลิขิต​กับคุณแม่รดาพร​ เรื่องงานหมั้น, งานแต่งหนูลินกับตากริชจะตกลงไหมลูก?​ แม่ไปดูฤกษ์​ไว้แล้ว"  

 

ลินรดายิ้มอายๆ​ เธอพอรู้มาล่วงหน้าว่าคุณกนกวรรณ​จะถาม​ เพราะหลังสอบเสร็จ​อากริชก็ทั้งแชททั้งโทร​ฯมาอ้อนอยากจะแต่งงานทุกๆวัน​  

จึงพยักหน้า​ลงตอบตกลงเบา​ๆ​ "ค่ะคุณแม่" 

 

ในที่สุดคุณพ่อคุณแม่ของลินรดาก็เห็นความสุขของลูกสาวมาที่หนึ่ง​ และยอมรับเมื่อคุณแม่มาคุยเรื่องหมั้น​ และฤกษ์​ดีสำหรับหมั้นเช้าและแต่บ่าย​ ก็คือวันสุดท้ายของปีนั่นเอง!! ถึงแม้ว่าจะมีเวลาเตรียมงานแต่งไม่ถึง​ 2 สัปดาห์​ แต่งานแต่งทุกอย่างคุณกนกวรรณ​ดำเนินการจ้างออร์กาไนซ์ฯมาทำให้ทั้งหมด​ ทั้งรูปพรีเว็ดดิ้ง​ การ์เชิญ​ ของชำร่วย แพ็คเก็จ​งานแต่งงาน​ที่จัดในโรงแรม​ 5 ดาว เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีหน้าที่แค่ฟิตติ้งชุดที่จะใส่ในพิธี​หมั้นในตอนเช้า​ และชุดแต่งงาน​แบบสากลในตอนเย็น​เท่านั้น​ ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี​ 

 

"วันนี้ที่รักสวยมากกกกทั้งชุดไทยตอนหมั้น​ช่วงเช้า และชุดแต่งตอนเย็น"  

 

คมกริชเอ่ยปากชมเจ้าสาวหมาดๆ​ ระหว่างถอดชุดตัวเองออก​ ในห้องหอที่โรงแรม​ที่แถมมากับแพ็คเก็จ​แต่งงาน เพราะเห็นว่าสะดวกกว่ากลับไปส่งตัวที่บ้านแม่เค้า​ หรือที่คอนโด 

 

ลินรดายิ้มให้ผ่านกระจกเงา​ตรงหน้า​ที่เป็นโต๊ะ​เครื่องแป้ง พยายามแกะเครื่องประดับ​แต่ละชิ้นออก​จนหมด​ ค่อยๆดึงกิ๊บดำหลายสิบตัวที่ติดผมออก​ นี่ขนาดขอให้ช่างทำทรงเรียบๆแล้ว​ กิ๊บยังเยอะขนาดนี้​ เจ้าสาวบ่นในใจ 

 

คมกริชเดินมาช่วยปลดกระดุมชุดเจ้าสาวผ้าไหมสีงาช้าง​แบบเกาะอก มีกระดุมเม็ดจิ๋ว​ๆที่เรียงเป็นสิบๆด้านหลัง​ ประทับจูบตามลงไปตามสันกระดูกหลังปลดกระดุมแต่ละเม็ดตลอดแนว​ จนถึงเม็ดสุดท้าย​ จึงรั้งชุดลงมาพร้อมบราไร้สาย​ เผยให้เห็นบัวตูม​ใหญ่โตงดงาม​ แต้มยอดด้วยสีชมพู​สดใส​ สะท้อนอยู่ในกระจกเงา​ ตาทั้งคู่ประสานกันในกระจก 

 

ลินรดาก้าวออกจากชุดแต่งงาน​ แล้วหันกลับไปสวมเอวกอดเจ้าบ่าว​หมาดๆ​ อย่างเขินอาย​ อกเปลือยแนบกับหน้าอกที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ​ของเขา  

 

ทำให้เขาเผลอมองจีสตริงลูกไม้สีขาวแก้มก้นอวบแน่น​ และเอวคอดเล็กด้านหลังในกระจกเงาของคนในอ้อมกอดอยู่นาน​ ก่อนจะโน้มลงไปจูบที่ริมฝีปาก​บางอย่างดูดดื่ม​ พร้อมค่อยๆดันร่างในอ้อมกอดเข้าหากำแพงข้างโต๊ะเครื่องแป้ง​  

 

ก่อนจะค่อยๆจูบลงไปที่ซอกคอ​ เรื่อยมาถึงบัวตูม​ใหญ่​ ลิ้นสากเลียไปรอบๆยอดสีชมพู​ ใช้มือรวบบัวตูม​ทั้งสอง​ข้างให้มาอยู่ชิดกันบีบคลำไปมา​ ดูยอดสีชมพู​สดใส​นั้น​ สลับข้างไปมาอย่างแรงๆเร็วๆ​ เสียงครางอู้อี้​ในลำคอของเธอเริ่มดังขึ้น​เรื่อย​ๆ​  

 

"อื๊ออออ​ อ๊าาาาาา​ อากริชขา​ ลินเสียวว"  

 

เขาค่อยๆย่อตัว​ พร้อมเกี่ยวจีสตริงลูกไม้ลงไปกองอยู่ที่เท้า​ แล้วคุกเข่าเริ่มใช้จมูกแยกกลีบบัวสวยออกจากกัน​ ลิ้นสากกๆตามลงไป​ สลับ​กับ​ดูดเม้มติ่งสีชมพูกึ่งกลางไปด้วย 

 

"ฮึ๊กกกกก​ ฮื้ออออ​ ลินเสียววว​ อากริ๊ชช"  

 

เขาไม่รอช้าใช้แขนสอดใต้ขาข้างนึงยกขึ้นแนบเอว​ แล้วให้มังกรพุ่งใส่กลีบบัวจนมิดในครั้งเดียว 

 

"อื๊ออออออออ​ ลินเสียว​ ลินจุกไปหมดแล้ว​ แน่นนน​ อื๊ออออ อ๊าาาา"  

 

"ฟู่ว์ว์ว์.. ใจเย็นๆนะคะ​ อย่าตอดรัดอาแบบนั้น​ อ๊าาา​ ลินคับแน่นไปหมดเลยที่รัก" 

 

ก่อนขยับสะโพกดันเจ้ามังกรเข้าออกด้วยความเร็ว​ จนได้ยินเสียงเนื้อกระทบกันก้องไปทั่วห้อง 

 

ปั่ก​ ปั่ก​ ปัก​ ปั่ก​ ปั่ก 

 

"อ๊าาาาา​ อ๊ะะะะะ อ่าห์... " เธอครางระรัวเสียงดัง​ ขาเริ่มจะสั่นสักพักก็เกร็งตัวและกระตุกซบหน้าลงบนอกเขา​ เขาจับมือทั้งสองข้างเธอมาคล้องคอ​ แล้วจึงช้อนไปใต้ก้นทั้งสองข้างเพื่อยกตัวเธอขึ้น​ โดยที่ร่างทั้งสองยังเชื่อมต่อกันอยู่​ เมื่อขาของเธอไขว้อยู่ที่เอวเขา 

 

จึงเริ่มขยับสะโพกให้มังกรเข้าออกอย่างหนักหน่วง​ รวดเร็ว​ จนได้ยินเสียงครางดังขึ้นอีกครั้ง 

 

"อ๊าาาาา​ อื๊ออออออ​ อากริช​ อื้อออ​ อากริช"  

 

"ที่รักว่าไงคะ​ เรียกชื่ออาไม่หยุดเลย" เขาเอ่ยปากแซว​ พร้อมซอยสะโพกถี่และแรงขึ้นเรื่อยๆ​ จนร่างในอ้อมแขนกระตุก​ และหอบฮั่ก​ จนร่างกระตุกตัวสั่นเสียงครางค่อยๆเบาลงอีกครั้ง​ จึงเดินไปที่เตียงวางร่างเธอลง แล้วจับให้พลิกหันหลัง​ เขาเข้าไปคุกเข่าซ้อนอยู่ตรงกลาง​ แยกปลายขาเธอออก​ ช้อนมือไว้ใต้ท้อง​จัดให้ก้นงอนโด่งขึ้น​ และดันมังกรกลับเข้ากลีบบัว​ไปอีกครั้ง​ กระแทกถี่ๆอย่างรวดเร็ว 

 

พั่บ​ พั่บ​ พั่บ​ พั่บ​ พั่บ​ เสียงแก้มก้น​ และหน้าขากระทบกันแรงขึ้นๆ​ เรื่อยๆ​ จนเสียงครางแสนหวานดังขึ้นอีกครั้ง 

 

"อ๊าาาาา​ อึ๊​ อึ๊​ อึ๊​ อ๊าาาาา...อื๊อออออออ" ก่อนตัวจะสั่นและกระตุกอีกครั้ง​  

 

เขาใช้มือทั้งสองบีบแก้มก้นเธอไว้​ แล้วดันเจ้ามังกรเข้าออกถี่ๆ​ จนถึงจุดหมายปลายทาง​ แล้วค้างเจ้ามังกรไว้ในกลีบบัวอีกสักพัก​ จนแน่ใจว่ามันพ่นพิษรักออกมาจนหมด​ จึงถอนตัว​ และนอนลง​ ดึงเธอเข้ามากอด​ พร้อมจูบ​ลงบนหน้าผากเปียกชื้นเบาๆ​ ดวงตากลมโตนัยน์ตา​สีดำขลับมองเข้าไปนัยน์ตา​สีน้ำตาล​เข้มของเขาอย่างลึกซึ้ง​ 

 

"ลินรักอากริชนะคะ​ รักมาตลอดตั้งแต่​ 9​ขวบ​ จนถึงวันนี้​ ลินเคยพยายามจะลืมรักนี้​ แต่ไม่เคยทำได้​ ไม่มีวันไหนที่ลินหยุดรักอากริชได้เลย" น้ำใสๆเอ่อขึ้นมาคลอดวงตาดำขลับคู่งามก่อนจะหยดลงแก้ม 

 

เขาโน้มเข้าไปจูบซับน้ำตาให้​ อกมันอัดอั้น​ไปหมด​ เหมือนจะหายใจไม่ออก​ ก่อนที่จะรวบรวม​พลังพูดตอบกลับไป 

 

"อากริชก็รักลิน​ รักมาตลอด​ แต่อารู้ตัวช้าไปหน่อย​ อาขอโทษ​นะคะ​ ที่ทำให้ลินต้องคอยอยู่นาน​ ขอบคุณ​นะคะที่ไม่เคยหยุดรักอา" เขาก้มลงไปจูบเธออย่างอ่อนหวาน​ และเมื่อเขาหยุดน้ำตาก็หยดลงแก้ม​ เธอก็จูบซับน้ำตานั้นจนแห้ง 

 

เข้าเอื้อมมือไปปิดสวิตช์​ไฟทั้งห้อง​ ทั้งคู่หลับตาลงแล้วนอนด้วยความเหน็ดเหนื่อย​ จากพิธีหมั้น​ช่วงเช้า​ พิธีแต่งงานเย็น​ จนถึงงานเลี้ยงฉลอง​ กว่างานเลี้ยงจะเลิก​ เวลาก็ล่วงเลย​มาจนค่ำ 

ความคิดเห็น