ยินดีต้อนรับเข้าสู่คลังนิยายของกรีนจ้า ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ขอขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่คอยติดตาม ให้กำลังใจ และคอมเม้นท์กันนะคะ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

2 - กาแฟเป็นเหตุ

ชื่อตอน : 2 - กาแฟเป็นเหตุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2563 07:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 - กาแฟเป็นเหตุ
แบบอักษร

 

เล่ห์ร้ายปราบพยศรัก

 

หลายวันต่อมา....

ร่างบางของเกลวลีเดินออกมาจากห้องของเธอเพื่อลงลิฟต์ไปยังร้านเสื้อของตนที่อยู่ชั้นล่าง อาคารสามชั้นนี้เธอแบ่งชั้นแรกเป็นห้องเสื้อเพื่อจำหน่ายแบรนด์เสื้อผ้าของตน ชั้นที่สองคือที่เก็บสต็อคเสื้อผ้าให้ขึ้นมาได้แค่พนักงานในร้านเท่านั้น ส่วนชั้นที่สามทั้งชั้นคือส่วนที่พักหรือบ้านของเธอ ซึ่งส่วนนี้จะไม่ให้พนักงานขึ้นมายุ่มย่าม นอกจากเพื่อนรักอย่างริต้าที่สามารถขึ้นมาได้

 

ติ้ง!

เสียงลิฟต์ดังบ่งบอกว่าถึงชั้นล่างเรียบร้อย ร่างบางก้าวออกจากลิฟต์ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของฉากที่เธอกั้นไว้เพื่อไม่ให้ลูกค้าเข้าไปในส่วนน้ัน

“สวัสดีค่ะคุณเกล” พนักงานในร้านเอ่ยทักเธอแบบนี้เป็นประจำทุกวัน

“สวัสดีจ่ะทุกคน” เกลวลีเอ่ยทักกลับอย่างยิ้มแย้ม พลางเดินไปหาเมย์ที่เคาเตอร์คิดเงิน เมย์เป็นผู้จัดการของที่นี่ เธอทำงานกับเกลวลีมาได้เกือบสี่ปีแล้ว ตั้งแต่ที่ยังไม่มีร้านนี้ แต่ก่อนยังทำแบรนด์เสื้อผ้าขายผ่านออนไลน์เท่านั้น

“พี่เมย์ วันนี้แบบชุดล็อตใหม่เข้ามาหรือยังคะ?” เกลวลีเอยถามกับเมย์ที่กำลังง่วนอยู่กับบัญชีตัวเลขตรงหน้า

“อ๋อ มาแล้วค่ะคุณเกล พี่เอาเข้าไปไว้ในห้องทำงานแล้วนะคะ ลองเข้าไปดูซิคะ แบบใหม่มาสวยๆ เพียบเลย ต้องขายดีแน่ๆ” พี่เมย์บอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น สงสัยจะสวยจริง

“งั้นเกลต้องเข้าไปดูหน่อยแล้วค่ะ เห็นพี่เมย์เฟิร์มมาขนาดนี้” เกลวลีเอ่ยหยอกลูกน้องสาว แล้วหมุนตัวเดินไปยังห้องทำงานของตนที่อยู่ถัดไปจากลิฟต์

 

แกรก...

เกลวลีเปิดเข้ามาในห้องทำงานก็เจอเสื้อผ้าแขวนไว้บนราวผ้าประมาณสิบชุดได้ เวลาที่แบบตัดเย็บใหม่เสร็จทางโรงงานต้องส่งตัวอย่างมาให้เธอเช็คก่อนว่าต้องมีแก้ไขส่วนไหนหรือเปล่า ถ้าไม่มีเธอจะสั่งผลิตสินค้าทันที

ส่วนตัวที่นำมาเป็นตัวอย่างงานก็จะเป็นเกลวลีที่เป็นคนใส่เอง เพื่อโชว์ให้คนอื่นได้เห็นชุดของแบรนด์เธอ ถ้าคนอื่นสนใจจะได้มาหาซื้อได้

ริต้าก็เป็นตัวหลักในการช่วยให้ยอดขายพุ่ง เพราะริต้าเป็นนางแบบดัง เธอจะชอบมาซื้อชุดหรือลองชุดที่ร้านของเกลวลีแล้วถ่ายรูปลงในสื่อโซเชียลของตนเอง เมื่อมีคนเห็นก็จะพากันสั่งชุดแบบที่ริต้าใส่ เป็นการช่วยเพื่อนสาวในทางที่ตนทำได้

 

“ว้าว ตอนเห็นแบบก็ว่าสวยแล้ว พอตัดจริงสวยมาก” เกลวลียืนจับแต่ละชุดดูอย่างละเมียดละไม

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก....

“พี่เมย์เองค่ะ” เมย์เอ่ยบอกคนด้านในหลังจากที่เคาะประตูแล้ว

“เข้ามาเลยค่ะ” เมื่อเกลวลีเอ่ยอนุญาต ผู้จัดการสาวจึงเปิดประตูเข้ามาทันที

“เป็นไงมั่งคะคุณเกล มีตรงไหนที่ต้องแก้ไขหรือเปล่าคะ พี่จะได้แจ้งที่โรงงานค่ะ” เมย์เอ่ยถามพร้อมกับเลื่อนดูชุดบนราวผ้าไปด้วย

“เกลว่าไม่มีส่วนไหนต้องแก้นะคะ พี่เมย์สั่งผลิตตามจำนวนที่ตกลงไว้ตอนแรกเลยค่ะ” เกลวลีเอ่ยบอกกับผู้จัดการสาว ส่วนใหญ่พี่เมย์จะช่วยเธอได้แทบทุกเรื่อง เวลาที่เธอไม่อยู่ร้าน พี่เมย์ก็สามารถตัดสินใจกับปัญหาต่างๆ ได้ดี เกลวลีเชื่อใจเมย์มาก เพราะอยู่ด้วยกันมานาน

“ได้เลยค่ะ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะคะ”

“ค่ะ” เมื่อเธอรับคำ ผู้จัดการสาวก็หมุนตัวกลับไปที่ประตูออกจากห้องทำงานของเกลวลี

 

RrrrrrrRrrrrrr

เสียงโทรศัพท์เครื่องบางเรียกให้หญิงสาวหันกลับไปมองก่อนจะยกขึ้นมาดูว่าใครโทรมา เมื่อเห็นชื่อที่โชว์อยู่หน้าจอก็กดรับทันที

//ริต้า//

“ไงค่ะคุณนางแบบ” เกลวลีเอ่ยทักเพื่อนสาว ก่อนที่จะเดินไปหย่อนสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานของเธอ

(เที่ยงนี้ฉันเข้าไปกินข้าวด้วยไม่ได้แล้วนะเกล)

“อ้าว ทำไมอ่ะ งานเข้าหรอ?” วันนี้เธอกับริต้านัดกันว่าตอนกลางวันจะออกไปกินข้าวด้วยกัน

(อือดิ พอดีต้องไปถ่ายแก้งานของเมื่อวานอ่ะ ขอโทษทีนะแก ผิดนัดเลย) คนปลายสายเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดที่เป็นคนผิดนัด

“โอ้ย ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปกินกับพวกที่ร้านก็ได้ แกรีบไปทำงานของแกเถอะ”

(ขอโทษจริงๆ นะเกล)

“จ้าๆ ไม่เป็นไร ค่อยนัดกันใหม่ก็ได้”

(แงงง รักแกนะ ฉันไปทำงานก่อนนะ)

“โอเคจ่ะ ตั้งใจทำงานหล่ะ บาย”

(บายจ่ะ)

ตึ๊ด!

 

หลังจากวางสายจากเพื่อนสาวเกลวลีก็หันไปสนใจเอกสารต่างๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะทันที เธอกำลังตรวจดูแบบร่างชุดที่ดีไซเนอร์ส่งแบบมาให้ดูตัวอย่างหลังจากร่างแบบที่เธอต้องการเสร็จ

ตอนเปิดแบรนด์ตอนแรกเกลวลีเป็นคนร่างแบบเอง ช่วงแรกๆ แบบเสื้อผ้าทุกตัวมาจากฝีมือการดีไซน์ของเธอล้วนๆ ต่อมาเมื่อแบรนด์เริ่มมั่นคงขึ้น ทำให้เธอไม่มีเวลามานั่งออกแบบเอง เพราะต้องค่อยติดต่อประสานงานในหลายๆ ที่ แล้วยังมีหน้าที่อื่นๆ ที่เพิ่มมาด้วย เลยต้องจ้างดีไซเนอร์เพื่อออกแบบชุดตามที่เธอต้องการ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก....

“เข้ามาได้ค่ะ”

“คุณเกล เที่ยงแล้วนะคะ พี่เมย์ให้มาถามว่าจะออกไปทานข้าวด้วยกันมั้ยคะ หรือจะฝากซื้ออะไรมั้ยเอ่ย?” พนักงานสาวเข้ามาถาม จนเกลวลีต้องยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ก็ว่าทำไมหิวๆ เที่ยงแล้วนี่เอง

“เดี๋ยวพี่ออกไปด้วยจ่ะ รอแปบนึงนะ” เกลวลีเอ่ยบอกกับพนักงานสาว

“ค่ะคุณเกล” พนักงานสาวตอบแค่นั้นก็ออกจากห้องไป เกลวลีจึงก้มหน้าเก็บแบบร่างและเอกสารต่างๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานของตน

“ไปทานข้าวกันค่ะคุณเกล” เมื่อออกมาจากห้องทำงานพี่เมย์ก็เอ่ยชวนเจ้านายสาว

“ที่เดิมป่ะคะพี่เมย์”

“ใช่ค่ะ ที่เดิม ที่เดียว ถูกและดี ฮ่าๆๆ” ทุกคนพากันหัวเราะกับคำพูดของพี่เมย์ ก่อนจะพากันออกมาจากร้านและล็อคร้านให้เรียบร้อย

 

พวกเราหกคนพากันเดินมาที่ตึกสูงข้างห้องเสื้อ ซึ่งเป็นบริษัทของคุณตฤณเจ้าของอาคารที่เธอเช่าอยู่

ชั้นล่างของบริษัทเค้าเปิดเป็นเหมือนห้องอาหารสำหรับพนักงานและคนนอกสามารถเข้ามารับประทานได้ อาหารในนั้นก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ของ NT Group ทั้งหมด ที่นี่อาหารอร่อยและราคาก็ย่อมเยาว์พวกเราจะมาฝากท้องที่นี่กันทุกวัน

 

“โอ้ย อิ่มมาก อร่อยๆ ทั้งนั้นเลยอ่ะ” หนึ่งในพนักงานขอเกลวลีพูดขึ้น

“นี่หนูกินจนพุ่งป่องเลยค่ะ” พนักงานอีกคนบอกแล้วลูบท้องตัวเองที่นู้นออกมานิดๆ

“พวกเธอก็เล่นกินกันขนาดนี้จะไม่อิ่มทนไหวหรอ” พี่เมย์เอ่ยบอกเล่นๆ กับพวกเด็กๆ

“ก็มันอร่อยนี่พี่เมย์ เลยห้ามใจไม่ไหว แหะๆ” เจ้านายสาวนั่งมองพนักงานของตนคุยเล่นกันอย่างสนุก เธอไม่เคยถือตัวกับพนักงานในร้านเลย เธอจะเป็นกันเองกับพนักงานทุกคน แต่พนักงานทุกคนก็ต่างเคารพเธอเพราะเธอเป็นเจ้านายที่ดี

“คุณเกลอิ่มหรือยังคะ จะกลับร้านเลยหรือเปล่า” เป็นเมย์ที่หันมาเอ่ยถามเจ้านายสาว

“อ่อ กลับกันก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวเกลจะซื้อขนมตามไปให้ค่ะ” เจ้านายสาวเอ่ยบอกอย่างใจดี

“โอเคค่ะ งั้นพวกพี่กลับไปเปิดร้านก่อนนะคะ” พี่เมย์บอก ก่อนที่ทุกคนจะพากันลุกเอาจานไปเก็บแล้วเดินกลับไปยังห้องเสื้อ

 

เกลวลีเดินเลือกซื้อขนมไปหลายอย่างเพื่อให้พนักงานในร้านได้ทาน แล้วก็ไม่ลืมที่จะซื้อกาแฟติดมือไปด้วย พออิ่มแล้วหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน เลยต้องโดฟกาแฟแก้ง่วงซะหน่อย

ร่างบางเดินออกมาจากห้องอาหารซึ่งเป็นประตูที่อยู่นอกบริษัท เอาไว้ให้สำหรับคนนอกที่ไม่ใช่พนักงานได้เข้าออกสะดวก เธอกำลังจะเดินผ่านประตูใหญ่ทางเข้าของบริษัท แต่ก็มัวเดินดูขนมในถุงจนลืมมองทางไปชั่วขณะ ทำให้ชนเข้ากับคนๆ หนึ่ง จนกาแฟในมือไปหกใส่เสื้อของคนผู้นั้น

 

“อุ๊ย! ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ” ร่างบางรีบก้มหน้าขอโทษคนตรงหน้าทันที โดยที่ยังไม่ได้มองหน้าคนที่เธอชน

“หื้ม เดินยังไงของเธอกันเนี้ย เสื้อฉันเปียกหมดแล้ว” ชายหนุ่มที่ถูกชนโวยวายทันที พลางก้มมองเสื้อเชิ้ตสีขาวภายใต้สูทตัวแพงที่เปียกกาแฟ แล้วยกมือข้างซ้ายขึ้นเพื่อตรวจเช็คผ้าที่พันข้อมืออยู่

ชายหนุ่มมีอาการบาดเจ็บเมื่อสองวันก่อนที่ข้อมือเล็กน้อย แต่ก็ต้องใช้ผ้าพันไว้กันการขยับเคลื่อนของข้อมือตามที่หมอสั่ง

“คะ คุณตฤณ ... อะ เอ่อ ฉันขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ร่างบางรีบล้วงหากระดาษทิชชูในกระเป๋าสะพายขึ้นมาเช็ดตามเสื้อให้ชายหนุ่มตรงหน้า

 

ร่างสูงใหญ่เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็เงียบไป ได้แต่มองการกระทำของหญิงสาวที่กำลังเช็ดเสื้อให้เค้าอยู่ ตอนนี้พนักงานในบริษัทที่เดินผ่านไปมาก็พากันมองและก็กระซิบกระซาบกัน แต่ก็ไม่มีใครกล้าหยุดดูเรื่องของเจ้านายหนุ่ม

 

“วิทย์ ในรถมีเสื้ออีกมั้ย?” ชายหนุ่มหันไปถามเลขาที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนของเค้า

วิทย์เป็นลูกชายของเลขาของพ่อ ซึ่งวิทย์ก็โตและเล่นมาด้วยกันกับเค้า ทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายกับลูกน้อง ซึ่งวิทย์ก็ไม่เคยตีตนเสมอนาย ได้แต่ค่อยรับฟังคำสั่งและปฏิบัติตามหน้าที่ของตนมาตลอด

“ไม่มีแล้วครับคุณตฤณ ... เดี๋ยวผมรีบไปหาซื้อมาให้นะครับ”

“เอ่อ คะ คือ ฉันมีร้านเสื้อผ้าอยู่ข้างๆ บริษัทของคุณ ถ้าไม่รังเกลียดจะเอาไปใส่ก่อนก็ได้นะคะ” เมื่อได้ฟังบทสนทนาของชายหนุ่ม ร่างบางก็รีบเสนอทันที ห้องเสื้อของเธอมีเสื้อผ้าทั้งชายและหญิง ทั้งชุดทำงานและไปรเวท

“มีเวลาอีกกี่นาที” ชายหนุ่มมองหน้าร่างบางก่อนจะหันไปถามเลขาคนสนิท

“มีเวลาอีกยี่สิบนาทีก่อนประชุมครับ” วิทย์ก้มมองนาฬิกาก่อนจะเอ่ยตอบเจ้านายหนุ่ม

“พาฉันไปที่ร้านของเธอ” ชายหนุ่มหันมาออกคำสั่งกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง

“คะ ค่ะ ทางนี้เลยค่ะ” เกลวลีรีบพาชายหนุ่มเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่เดินมาที่ร้านของเธอทันที

 

 

//เค้าเจอกันอีกแล้วแม่ ยัยเกลก็ไม่มองทางเลยลูก

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว