email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 ความซวย (3)

ชื่อตอน : บทที่ 1 ความซวย (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 348

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2563 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ความซวย (3)
แบบอักษร

“หมอหว่านเป็นอะไรหรือไม่ขอรับ!”

 

 

หว่านเถียนนิ่งค้างมองดูเสี่ยวเอ้อหนุ่มน้อยที่วิ่งออกมามองนาง เมื่อเห็นเขาทำหน้าจะร้องไห้อีกทั้งไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร มองดูเขาที่เหมือนจะก้าวเข้ามาประคองแต่ก็ดูกล้าๆ กลัวๆ จึงถอนหายใจยาวออกมา ฝืนยิ้มให้เสี่ยวเอ้อหนุ่มน้อยน่ารักปาดหยดน้ำออกจากใบหน้า เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ

 

 

“ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไร”

 

 

หว่านเถียนบิดแขนเสื้อไล่น้ำที่ชุ่มอยู่ที่แขนอาภรณ์ตัวยาวออก พลางเสยเส้นผมที่เปียกชุ่มที่ยามนี้ไม่ต่างจากสาหร่ายด้วยอารมณ์หลากหลาย สองมือกอดตนเองไว้พลางเร่งฝีเท้ากลับบ้าน หนาวจะตายแล้ว!

 

 

หว่านเถียนในระหว่างที่เดินกลับบ้านพลันเท้าก็รับรู้ได้ถึงกรวดหินบนพื้นดิน ยิ่งเดินก็ยิ่งเจ็บจึงก้มมองดูฝ่าเท้าตนเองก็ต้องกัดฟันแน่นจนแทบแตก มองดูพื้นรองเท้าที่หลุดออกไปตั้งแต่เมื่อได้ก็ไม่รู้ด้วยความหงุดหงิดใจ วันนี้นางไม่ได้ดูฤกษ์ยามก่อนออกจากบ้าน หรือว่ายามที่นางก้าวเท้าออกจากบ้านนั้นก้าวเท้าผิดข้างหรือ ไฉนวันนี้ถึงได้ซวยเช่นนี้!

 

 

ไม่ทันไรหว่านเถียนก็รับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่ร่วงแหมะลงกลางหัว เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเพียงเงาเลือนรางของนกตัวใหญ่ที่กำลังบินจากไป ไม่ให้นางได้ครุ่นคิดสงสัยให้มากความ คว้าหยิบก้อนหินบนพื้นขว้างขึ้นด้วยความโมโห แม้รู้ดีว่าขว้างไปก็ไม่มีทางโดนนกบ้าที่มาถ่ายรดหัวนาง!

 

 

เอ๋งงง!

 

 

พลันหูก็ไปได้ยินเสียงร้องของสุนัขดังขึ้นหลังจากนางขว้างก้อนหิน ค่อยๆ ก้มหน้ามองดูสุนัขสีดำตัวใหญ่ที่กำลังขู่คำรามพร้อมกับก้าวเท้าเดินเยื้องย่างมาทางตน ไม่ต้องคิดให้มากความหว่านเถียนยกชายกระโปรงขึ้นพร้อมกับสับขาวิ่งหนีทันที แหกปากร้องลั่นออกมาด้วยความตื่นตระหนก

 

 

“ว๊ากกกกกกก”

 

 

 

 

สุดท้ายแล้วหว่านเถียนก็กลับมาถึงบ้านโดยที่ร่างกายยังครบสามสิบสอง เนื้อตัวไม่ได้หลุดหายไปสักชุ่น ถอดเสื้อคลุมที่เปียกชื้นออก หยิบกระดาษสีน้ำตาลอมเหลืองออกจาแขนเสื้อ มุ่งตรงไปยังกล่องใบเล็กข้างหน้าต่างที่นางใส่บุปผาดอกนั้นลงไป ยามที่นางมองในกล่องก็ต้องตกใจจนตาแทบถลน หยิบกล่องดูพร้อมทั้งพลิกไปมา

 

 

ไม่มี! ไม่มีได้อย่างไร!

 

 

หว่านเถียนที่จะยัดหัวลงไปในกล่องใบเล็กเพื่อค้นหาว่ามันไม่ได้แอบซ่อนอยู่มุมใดมุมหนึ่ง เหลียวซ้ายแลขวามองดูรอบๆ กวาดตามองดังจะหาว่ามันปลิวไปตกที่ใดหรือไม่ ก้มๆ เงยๆ มองหาอยู่นาน อีกทั้งยังยอบกายมุดไปดูใต้ตั่งยาวข้างหน้าต่าง

 

 

ค้นหาอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ถอนหายใจยาวออกมาอย่างลืมตัวด้วยความผิดหวัง จนทำให้ฝุ่นที่อยู่ใต้ตั่งยาวนั้นฟุ้งกระจาย จนทำให้นางเกิดอยากจะจามขึ้นมา รู้ดีว่าหากจามตรงนี้ฝุ่นก็คงฟุ้งกระจายมากกว่าเดิม พยายามอดกลั้นถอยกายออกจากใต้ตั่ง

 

 

ฮัดเชย!

 

 

โป้ก!

 

 

ในยามที่หว่านเถียนถอยกายพ้นจากใต้ตั่งออกมาได้เพียงนิดเดียวความอดกลั้นที่อัดแน่นก็ระเบิดออกมา จามออกมาอย่างแรงจนทำให้หัวนั้นไปโขกกับขอบตั่งเสียงดังลั่น

 

 

หว่านเถียนมือหนึ่งกุมหน้าผากที่เพิ่งโขกกับขอบตั่งไปหมาดๆ อีกมือป้องจมูกไว้ ท่วงท่าเหมือนจะจามออกมาอีกครา

 

 

ฮัดเชย!

 

 

โป้ก!

 

 

ยามที่จามออกมาอีกคราก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดิม หว่านเถียนยามนี้น้ำตาเอ่อคลอ จับหน้าผากตัวเองไว้แน่น รีบลุกยืนขึ้นดั่งกลัวว่าตนเองนั้นจะจามออกมาอีกครา ในยามที่นางลุกพรวดขึ้นมานั้นจู่ๆ ก็รู้สึกเวียนหัวหน้ามืดตาลาย ฝีเท้าสับสนจนชนเข้ากับตั้งตำรามากมายที่นางขนออกจากชั้นหนังสือออกมาจนหมด เสียงโครมครามดังขึ้นยกใหญ่ไม่ขาดสาย

 

 

หว่านเถียนอ้าปากค้าง มองดูตั้งหนังสือที่ทลายลงและยังไปชนกับหนังสืออีกตั้งหนึ่ง มองดูตำราตั้งสูงทีี่ค่อยๆ ล้มลงไปเรื่อยๆ เป็นทอดๆ เมื่อตำราตั้งสูงพากันล้มลงระเนระนาดจนหมดก็นึกว่าเรื่องจะหมดเพียงเท่านี้

 

 

… แต่ไม่ใช่!

 

 

เมื่อตั้งตำราตั้งสุดท้ายทลายลง เหล่าหนังสือตำราเล่มหนาก็เอนเอียงไปทางขาโต๊ะกลมตัวเล็ก ทำให้โต๊ะกลมเอนล้ม กาน้ำชาร่วงหลงแตกกระจายพร้อมกับถ้วยชาที่แหละละเอียดเสียงโพล้งเพล้งดังขึ้นไม่ขาดสาย น้ำชาในกาสาดจนเปียกชุ่มไปทั่วเรือน เปรอะเปื้อนตำราไม่น้อย

 

 

หว่านเถียนมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงพริบตาเดียว ไม่กล้าขยับตัวกระดุกกระดิกแม้แต่น้อย กลัวว่าหากนางขยับกายเพียงนิดจะทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีก ดวงตากลอกมองไปมา เมื่อเห็นว่าทุกอย่างน่าจะสงบนิ่งดีแล้วก็ค่อยๆ ระบายลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา

 

 

ก้าวเท้าไปก้าวหนึ่งด้วยความระมัดระวังเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็ชักเท้าอีกข้างตามมา กลอกตามองรอบด้านอีกรอบ ก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ก็ไม่เป็นไรนี่... คิดมากเกินไปแล้ว

 

 

ก้าวเดินขึ้นไปอีกก้าวจู่ๆ เรือนก็พลิกหมุน ร่างกายหงายไปด้านหลังโดยไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย หว่านเถียนลื่นพรืดจากน้ำชาที่ไหลมาทางนางอย่างรวดเร็วจนก้นจ้ำเบ้า นอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น หัวยังก็ฟาดเข้ากับกองตำราที่กระจัดกระจายทั่วพื้นเรือน

 

 

หว่านเถียนยามนี้มือหนึ่งกุมหน้าผาก อีกมือกุมบั้นท้าย ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาเนื่องจากความขับข้องหมองใจอีกทั้งยังไม่สามารถระบายออกหรือสามารถกล่าวโทษผู้ใดได้เลย!

 

 

บัดซบ! เกิดอะไรขึ้นกับข้า!

 

 

 

 

คืนนั้นหว่านเถียนต้องนอนอย่างหวาดระแวงทั้งคืน หลับๆ ตื่นๆ อย่างขวัญผวา นอนเพียงชั่วยามเดียวก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาทุกครา จนสุดท้ายก็ไม่อาจข่มตาหลับได้ ความซวยมากมายเช่นนี้หาได้เกิดขึ้นโดยไร้เหตุผล เกิดอะไรขึ้น!

 

 

ครุ่นคิดอยู่นานคำว่าโชคร้ายจากกระดาษแผ่นนั้นก็แวบผ่านเข้าหัวสมอง ไม่รอช้ารีบเข้าไปในห้องอาบน้ำพร้อมกับรื้อค้นอาภรณ์ตัวเก่าที่นางพาดไว้กับฉากกั้น ล้วงๆ ควักๆ แขนอาภรณ์หากระดาษแผ่นนั้นด้วยความร้อนรน หาอยู่นานก็นึกขึ้นได้ว่านางเอามันออกจากแขนอาภรณ์เพื่อเทียบกับบุปผาดอกนั้น ก็รีบวิ่งออกจากห้องอาบน้ำเพื่อไปมุ่งไปยังตั่งยาวอย่างรวดเร็ว เหมือนนางจะทิ้งเอาไว้แถวๆ นั้น

 

 

ยามที่หว่านเถียนหมุนกายวิ่งออกจากห้องอาบน้ำ ก็ลื่นพรืดจากหยดน้ำบนพื้นอีกครา

 

 

“เฮอะ ไม่ได้กินข้าหรอก!”

 

 

หว่านเถียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกระหยิมยิ้มย่องเมื่อนางคว้าจับฉากกั้นเพื่อพยุงกายได้อย่างทันท่วงที นางเรียนรู้แล้วอีกทั้งยังระมัดระวังตัวยิ่ง เป็นอย่างไรเล่า นางเก่งกาจมากใช่ไหม...

 

 

เมื่อหว่านเถียนทรงตัวได้อย่างมั่นคงก็ปล่อยมือออกจากฉากกั้น ทันทีที่นางปล่อยมือฉากกั้นกลับล้มทับใส่นางทันที ขอบฉากกั้นก็ตีเข้ากับหัวโดยที่นางไม่ทันได้ป้องกัน

 

 

“โว้ยยยยย!”

 

 

หว่านเถียนตะโกนร้องลั่นออกมาเสียงดัง นางจะไปวัด จะไปทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงต่อชีวิต นางจะกินเจกินผักกินหญ้า หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นางได้โง่พอดี เจ็บหัวนัก!

 

 

 

 

หว่านเถียนรอถึงเช้าก็มุ่งหน้าไปยังวัดที่ถูกกล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์และเลื่องลือที่สุดในระแวกนี้ นางครุ่นคิดมาทั้งคืนเรื่องราวที่ซวยบัดซบมากมายเกิดขึ้นภายในวันเดียว อีกทั้งยังไม่อาจหาสาเหตุได้นี่น่ากลัวเกินไปแล้ว

 

 

อีกทั้งเมื่อไปหากระดาษแผ่นนั้นก็ยังหาไม่พบ หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกับบุปผาดอกนั้น ดูเหมือนคำว่าโชคร้ายในกระดาษแผ่นจะไม่ได้หมายถึงปัดเป่าสิ่งโชคร้ายแต่กลับนำพาให้โชคร้ายเสียมากกว่า ว่าแล้วไฉนถึงไม่ได้สัตว์ที่คอยเฝ้าปกป้องหรือดูแล!

 

 

ยามที่หว่านเถียนเยื้องกรายออกนอกบ้าน ไม่ทันได้ก้าวผ่านพ้นชายคาเรือน กระเบื้องหลังคาจู่ๆ ก็ร่วงลงมาอย่างไร้เหตุผลมองดูกระเบื้องหลังคาที่แตกกระจายอยู่ที่ปลายเท้า ขนทั่วตัวก็พากันลุกเกรียว หากนางรีบกว่านี้อีกเพียงนิดเดียวคงเป็นหัวนางที่แตกแทนกระเบื้องแล้ว!

 

 

กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงลำคอที่แห้งผาก ลังเลอยู่ครู่ใหญ่เมื่อเปรียบเทียบความร้ายแรงด้วยความระมัดระวัง ยามนี้แม้จะยังดูไม่ค่อยหนักหนาหากสะสมไปเรื่อยๆ สิ่งเล็กๆ เมื่อรวมกันย่อมใหญ่โต หากไม่รีบแก้ไขก็คงได้ตายเข้าสักวัน

ความคิดเห็น