ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ช็อคโกแลตรสความห่วงใย

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ช็อคโกแลตรสความห่วงใย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2563 21:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ช็อคโกแลตรสความห่วงใย
แบบอักษร

ตอนที่ 2 ช็อคโกแลตรสความห่วงใย 

ทิพย์ลดาเดินมากับอิงฟ้ามายังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านชานเมืองซึ่งเป็นที่ที่อาคเนย์ทำงานอยู่ 

“พี่ชินใกล้เลิกงานแล้วล่ะ เราไปเดินเล่นแถวๆนี้กันดีกว่า” อิงฟ้าชวนเพื่อนสาว 

“นัดกับพี่เขาตรงหน้าตึกนี้ไม่ใช่หรอ ฟ้า ถ้าพี่เขาไม่เจอเขาก็ต้องเหนื่อยรอเราอีก รอตรงนี้เถอะ” ทิพย์ลดาแย้ง 

เด็กสาวร่างอวบในชุดผ้าฝ้าย กางเกงยีนส์มองเพื่อนสาวร่างเล็กในชุดเดรสกระโปรงมีระบายน่ารักสีเขียวเวอร์ริเดียน บนศีรษะมีที่คาดผมเพ้นท์ลายดอกไม้ด้วยหน้าตาหยอกล้อ 

“หายใจเข้า หายใจออกก็เป็นห่วงพี่ชิน หืม โรแมนติคจังเลย”  

ดอกไม้ตีไหล่เธอดังตุบ จนฟ้าต้องลูบคลายความเจ็บ 

“อูย อย่าตีดิ มือหนัก” 

ชายหนุ่มในชุดกาวน์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรวจคนไข้ เมื่อเห็นนาฬิกาตีบอกเวลาเลิกงานตอนสี่โมงเย็น 

หลังจากเปลี่ยนชุดเป็นชุดสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน กางเกงสแล็คเรียบร้อย เขาก็เดินออกมาจากห้องตรวจ แผนกกระดูก ก่อนที่จะเดินผ่านเคาน์เตอร์ที่มีพยาบาลประจำการอยู่ 4-5 คน 

หนึ่งในพยาบาลที่กำลังยืนอยู่แถวนั้น วัยประมาณ 30 ต้นๆเหมือนเขาหันหน้ามาพลางยิ้มแย้ม ก่อนจะเอ่ยถามเสียงนุ่มนวล 

“จะกลับบ้านแล้วหรือคะ คุณหมออาคเนย์” 

“ครับ” เขาเอ่ยตอบกลับไป พลางยิ้มเล็กน้อย 

“โชคดีนะคะ” เธอเอ่ยต่อ 

“ขอบคุณครับ”  

หลังจากชายหนุ่มออกไป เพื่อนสาวพยาบาลบริเวณนั้นก็หันมามองเธอ ก่อนจะพูดขึ้น 

“น้อยๆหน่อยย่ะ ยัยจิน” 

“อะไร ฉันก็พูดปกติ” พยาบาลสาวที่ชื่อจินว่าขึ้น พยายามหันหน้าแดงๆหนี 

“อย่านึกว่าพวกฉันไม่รู้นะยะ ว่าเธอคิดยังไงกับหมออาคเนย์” พยาบาลอีกคนว่าขึ้น 

“คิดอะไร ยังไง ฮึ ไปทำงานต่อดีกว่า” พยาบาลสาวร่างสูงเดินไปนั่งที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทันที ไม่สนใจเพื่อนสาวพยาบาลสองคนนั้นอีกต่อไป 

โดยถึงแม้จะอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ใจของจินรุจีกลับอยู่ที่คุณหมอร่างสูง ดวงตาเข้มคนนั้น 

เมื่อลงมาถึงชั้นล่างของโรงพยาบาล ชายหนุ่มก็เดินไปบริเวณหน้าโรงพยาบาลที่นัดอิงฟ้าเอาไว้ หาอยู่สักพักก็ไม่เจอ เขาจึงโทรหา 

“ฮัลโหล ฟ้า อยู่ไหนกัน” 

หลังจากรับทราบว่าน้องสาวเขาอยู่บริเวณร้านขายน้ำร้านหนึ่งใกล้ทางออกของตึก เขาจึงเดินไปที่นั่น 

“พี่ชิน” อิงฟ้าเดินเข้ามากอดผู้เป็นพี่ชาย ในขณะที่เพื่อนสาวอย่างทิพย์ลดาพยายามที่จะยืนให้เป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังดูเกร็งๆอยู่ดี 

“พี่ชิน สวัสดีค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นก่อนยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า 

“น้องมาด้วยหรือ ดอกไม้”  

“ฟ้าชวนมาเป็นเพื่อนด้วยน่ะค่ะ เห็นว่ายิ่งคนเยอะยิ่งสนุก” เมื่อคืนก่อน เธอได้นัดแนะกับอาคเนย์ผู้เป็นพี่ชายว่าจะมาเที่ยวห้างแถวนี้โดยไม่บอกว่าทิพย์ลดาจะมาด้วย 

“อ๋อ” เขาขานรับอย่างเข้าใจ 

“พี่ชิน น้ำไหมคะ” ดอกไม้ยื่นน้ำเปล่าเย็นๆให้พร้อมหลอด 

“ขอบใจครับ ดีเลย กำลังเหนื่อยจากการเดินตามเด็กๆ” ชายหนุ่มว่าขึ้นอย่างขำๆ ในขณะที่น้องสาวของเขาทำหน้ายู่ใส่พี่ชายที่กึ่งว่ากึ่งแซวอย่างน่ารัก 

“ชมแต่ดอกไม้แหละ” 

“นี่ ฟ้า” เพื่อนสาวสะกิด 

“เอาล่ะ อย่าเสียเวลาเลย แล้วนี่จะพาพี่ไปเสียตังค์ที่ไหน” เขาว่าขึ้นอย่างอารมณ์ดี 

“พูดแบบนี้ เราคงต้องพาพี่ชินไปเสียเงินเยอะๆแล้วล่ะ หมั่นไส้ เนอะ” เพื่อนสาวร่างอวบหันมาสะกิดดอกไม้ให้พูดอะไรบ้าง 

หญิงสาวเองที่ปกติจะกล้าพูดจา แต่เมื่อต้องมาอยู่ต่อหน้าเขาและพูดอะไรที่เป็นการแสดงออกให้เขารู้ความรู้สึกของเธอแบบนี้ มันช่างน่ากระอักกระอ่วนใจจังเลย ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามปลอบตัวเองว่าให้ทำตัวปกติก็ตาม 

“แอร์โรงพยาบาลหนาวหรือ น้องดอกไม้ ดูเกร็งๆนะครับ” อาคเนย์ถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของเด็กสาวร่างบางตรงหน้า 

“อ๋อ คงงั้นมั้งคะ” เธอตอบพลางยิ้มเล็กน้อย 

เธอเกร็งก็จริง แต่ไม่ใช่เพราะแอร์หรอกนะ 

เมื่อรถคันสีน้ำเงินจอดเข้าที่จอดของห้างไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงพยาบาลนัก ทั้งหมดจึงเดินตามกันมาภายใต้การนำของอิงฟ้ามาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยร้านอาหารเป็นร้านสเต็กชื่อดัง บรรยากาศตกแต่งเป็นไฟสีเหลือง แต่นวลตา นอกจากนี้ทางร้านยังติดโปสเตอร์รูปอาหารให้ดูน่ากินอีกด้วย 

‘แหม ติดเสียน่ากิน แต่สั่งมาจริงๆจะสักเท่าไหร่เชียว’ ทิพย์ลดาอดค่อนขอดในใจไม่ได้ 

จนกระทั่งทั้งหมดได้โต๊ะนั่งสำหรับสามคนอยู่ตรงมุมในสุดของร้าน พนักงานที่เดินตามมาจึงหยิบเล่มเมนูมาให้เลือก 

“นี่ๆ ร้านนี้สเต็กเขาอร่อยมากเลยนะคะ แล้วก็นี่ที่ต้นเคยพามากินคราวก่อน ฟ้าลองสั่งสปาเก็ตตี้ซอสหมู ส่วนต้นสั่งสเต็กปลาดอลลี่ อร่อยมากเลยค่ะ” 

“อ๋อ เอ่อ งั้นหรือ น่ากินดีเนอะ” ทิพย์ลดาว่าพลางยิ้มแหยๆ ก็แน่ล่ะ สองเมนูนี้มันพาลทำให้เธอนึกถึงวันเก่าๆที่เธอเคยตามพี่ชายของเพื่อนสาวเธอไปจับตาดูอิงฟ้าและคชาด้วยกัน 

ในตอนนั้นเอง เธอก็อดชำเลืองมองไปที่ชายหนุ่มไม่ได้ ใจลึกๆอยากรู้ว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอะไรบางอย่างตอบกลับมาหรือไม่ แต่ก็เปล่า เมื่อสีหน้าที่เคร่งขรึมแต่อบอุ่นนั่นกำลังจดจ่ออยู่กับเมนูตรงหน้าราวกับไม่ได้ยินในสิ่งที่อิงฟ้าพูด 

คงมีเธอที่จำได้อยู่คนเดียวนั่นล่ะ 

“แล้วมีอะไรน่ากินอีกไหม ฟ้า” เธอจึงตัดสินใจทำตัวปกติ คุยกับเพื่อนสาวต่อไป 

เมื่ออาหารของทุกคนได้รับการเสิร์ฟจนครบ ทุกคนจึงเริ่มรับประทานอาหาร พูดคุยกันเล็กน้อย 

สักครู่ใหญ่ มือถือของอิงฟ้าก็ดังขึ้น 

“ฮัลโหล มาแล้วหรือ อืม กำลังกินข้าวอยู่ ใกล้เสร็จแล้วล่ะ” 

“ใครมาอ่ะ ฟ้า”  

“เอ่อ พอดีว่า ฉันมีธุระต่อกับต้นเขานิดหน่อยน่ะ แล้วเนี่ย ต้นมาแล้ว รออยู่” 

ทิพย์ลดาถึงกับมีสีหน้างุนงง  

 “โทษทีนะ โทษทีค่ะ พี่ชิน” เด็กสาวร่างอวบหันซ้ายที ขวาที แสร้งเป็นรู้สึกผิด ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ “ที่ลืมบอกเรื่องนี้” 

“งั้นก็ทำธุระให้เสร็จเถอะ ฟ้า แล้วไปทำอะไรกัน นานหรือเปล่า พี่จะได้รออยู่ในนี้” อาคเนย์ผู้เป็นพี่ชายถามเสียงดุเล็กน้อย 

“พอดีต้องไปซื้อของนิดนึงน่ะค่ะ ใกล้วันเกิดของพ่อต้นเขา” อิงฟ้าโกหก จริงๆแล้วมันเดือนกันยายนที่ผ่านมาต่างหาก “ก็อาจจะใช้เวลาหาของ และอาจไปธุระที่อื่นนิดนึงค่ะ” 

“อืม เอายังไงดีล่ะเนี่ย” ชายหนุ่มนั่งคิด 

“ทำไมเธอไม่เห็นบอกฉันเรื่องนี้เลยล่ะ ฟ้า”   

“นี่ ดอกไม้ เธอก็รู้ว่าฉันน่ะขี้ลืมแค่ไหน” เพื่อนสาวชี้ไปที่ศีรษะตัวเองราวกับจะยืนยันอาการหลงลืมของตัวเอง ในขณะที่พี่ชายของเธอและเพื่อนสาวมีหน้าตาไม่สบอารมณ์ด้วยเหตุผลที่ต่างกันออกไป 

“แล้วมันนานขนาดนั้นเลยหรือ” เด็กสาวร่างบางถามขึ้น 

“ก็ไม่รู้สิ ก็ต้องเลือกของอ่ะ” 

ทิพย์ลดาหรี่ตามองเพื่อนสาว ก่อนจะจับมือเธอแน่น 

“ฟ้า ไปเป็นเพื่อนเราเข้าห้องน้ำนิดนึงสิ เดี๋ยวมานะคะ พี่ชิน” 

จนกระทั่งมาถึงบริเวณข้างนอกร้านอาหาร ทิพย์ลดาก็จัดการเฉ่งเพื่อนทันที 

“นี่มันอะไรอ่ะ ฟ้า” 

“หืม อะไร ดอกไม้” อิงฟ้าทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ 

“เธอรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมว่าต้นจะมา เธอไม่ได้ลืม” ดอกไม้คาดคั้นเพื่อนสาว 

“อืม หรือเธอว่ามันไม่ดีหรือ ฉันก็กลับกับต้น ส่วนเธอก็ได้อยู่กับพี่ชิน สองต่อสองเลยนะ”  

“ว่าแล้วว่าต้องเป็นแผน นี่ ฟ้า เดี๋ยวฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะ หมายถึงกลับเองน่ะ” 

“นี่ ดอกไม้ กล้าๆหน่อยสิ เพื่อน แอบชอบพี่เขามานานไม่ใช่หรือ แล้วจะมาท้อง่ายๆแบบนี้ ทั้งๆที่ฉันพยายามพูด วางแผนให้เธอสองคนได้ใกล้ชิด ได้รู้สึกดีต่อกันเนี่ยนะ” อิงฟ้าพยายามพูดปลุกใจเพื่อนสาวคนสนิท 

“แต่ว่า...” 

“ไม่มีแต่ เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนสิ” 

“ก็ได้ แต่ว่า ครั้งนี้ฉันขอกลับเองไม่ได้หรือ ไว้คราวหน้า ขอฉันเตรียมใจมาก่อนสิ ก็เธอเล่นแบบนี้ ฉันก็นึกว่าเธอจะกลับด้วย เลยตัดสินใจมา” 

“อ้าว ไม่ให้พี่ชินไปส่งหรอ” เพื่อนสาวทำหน้าล้อเลียน 

“หอพักฉันอยู่ใกล้แค่สามสี่ป้ายรถเมย์เอง เดี๋ยวฉันนั่งกลับเองก็ได้” 

“โอเค งั้นเราเข้าร้านกันเลยดีกว่านะ” 

เมื่อเข้ามานั่งในร้าน ทันทีที่นั่งที่เก้าอี้ทานข้าว อิงฟ้าก็เอ่ยขึ้นกับพี่ชาย พร้อมกับรอยยิ้ม 

“งั้นพี่ชินไปส่งดอกไม้ให้หน่อยได้ไหมคะ”  

“เฮ้ย เอ้ย” ดอกไม้ปิดปากด้วยความตกใจที่เผลออุทานออกมาเสียงดัง “ไม่เป็นไรค่ะ พี่ชิน ฟ้าเขาพูดแกล้งหนู พี่ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันควรไปพักมากกว่า” 

“อืม พี่ก็สะดวกนะ” เขามานั่งคิดๆหลังจากฟังที่อิงฟ้าพูด 

“หอของดอกไม้อยู่ไม่ไกลจากห้างนี้ค่ะ พี่ชิน” ผู้เป็นน้องสาวยังคงตอบเจื้อยแจ้ว 

“หนูนั่งรถเมย์กลับได้เองค่ะ ไม่เป็นไร” 

“เธอรังเกียจพี่ฉันหรอ ดอกไม้ พี่ชินอุตส่าห์มีน้ำใจน้า คิดดูดิ ไม่ต้องเสียค่ารถเมย์ นั่งฟรีๆ ค่าน้ำมันก็ไม่เสีย แบบนี้มีที่ไหนล่า” 

ทิพย์ลดาถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก เมื่อเพื่อนสาวเล่นพูดแบบนี้ต่อหน้าต่อตาพี่เขา 

“นี่ๆ ยัยฟ้า คิดจะเอาพี่เป็นตัวชดเชยความผิดพลาดของเราใช่ไหม” พี่ชายจ้องหน้าน้องสาวก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจ  

อิงฟ้าทำหน้าเซ็ง คนเก่งๆบางครั้งก็ต้องมีเรื่องที่เขาไม่ถนัดบ้างล่ะมั้ง 

หลังจากแยกย้ายกับอิงฟ้าแล้วนั้น ทิพย์ลดาที่พยายามขอกลับเองก็ต้องจำใจกลับกับพี่ชายของเพื่อนสาวเพราะเหตุผลที่ว่า 

“แบบนี้ก็แปลว่าดอกไม้รังเกียจพี่จริงน่ะซี” 

“ไม่ใช่นะคะ หนูเกรงใจ” 

“น้องอย่าคิดมากสิ อืม ถือว่าเป็นการตอบแทนที่หนูตามพี่ไปดูอิงฟ้ากับแฟนเขาครั้งก่อนแล้วกัน โอเคไหม นี่ถ้าหนูไม่กลับกับพี่ แสดงว่าหนูรังเกียจพี่และโกรธพี่จริงๆนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังพูดกับเด็กๆ อีกอย่างเขาก็ยังรู้สึกผิดเรื่องที่เธอถูกเหยียบเท้าจนระบมหลังจากที่เขาพาเดินรอบห้างด้วยไม่หายเลย 

“ก็ได้ค่ะ” เมื่อเห็นแบบนั้น ทิพย์ลดาก็ได้แต่ตามน้ำไป ข้างในลึกๆแอบดีใจไม่ใช่น้อย 

ในระหว่างทาง มีการพูดคุยกันเล็กน้อย โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเรียนของเธอ 

“คณะนี้พี่ว่ามันก็น่าสนใจนะ เพราะคนพูดถึงน้อย แต่มันมีความสำคัญมาก” 

“ใช่ค่ะ” เธอตอบ เผยรอยยิ้ม อดดีใจเล็กๆไม่ได้ที่เขามีความเห็นตรงกับเธอ “แต่ก็มีไม่กี่คนหรอกค่ะ ที่คิดว่าคณะสังคมสงเคราะห์มีความสำคัญเหมือนพี่ชิน” 

“ว้าว พี่ดีใจนะที่เป็นหนึ่งในคนที่คิดแบบนั้น” เขาว่าอย่างอารมณ์ดี 

ทิพย์ลดาแอบมองรอยยิ้มของเขาในขณะที่พูด แล้วอดที่จะเผลอยิ้มตามไม่ได้ 

อยากจะอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้ไปนานๆ  

--------------------------------------------------------------- 

“ฝากลงชื่อไปค่ายอาสาให้หน่อยนะ แก” หญิงสาวร่างบางในชุดนักศึกษา ผมยาวเลยบ่าเล็กน้อยมีที่คาดผมสีขาวเอ่ยขึ้นพลางจดจ่ออยู่กับหน้าจอมือถือ สไลด์ไปมาอย่างเหม่อลอย 

“เห็นเหม่อมาหลายวันแล้ว แกโอเคเปล่า” ฝ้ายเพื่อนร่วมคณะสังคมสงเคราะห์เอ่ยถามขึ้นพลางนั่งลงข้างๆบนโต๊ะไม้เดียวกันหน้าคณะ 

“เหม่อหรอ เหม่ออะไร ฉันก็...คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” ทิพย์ลดาว่าขึ้นก่อนจะวางมือถือลงบนโต๊ะ เท้าคางตอบเพื่อนสาว 

“หรือว่าคิดถึงใครอยู่” 

“คิดถึงเธอมั้ง ไป ไปลงชื่อให้ฉันได้แล้วน่า เดี๋ยวฉันกินน้ำหมดแก้วนี้แล้วตามไป” 

ในคืนนั้น หญิงสาวก็ได้แต่นอนกอดหมอนข้าง นอนไม่หลับ ด้วยภายในใจยังคงว้าวุ่น มือบางคว้ามือถือเคสสีม่วงอ่อนมากดดูอะไรบางอย่าง 

“พี่เขาจะเบื่อขนมปังทูน่าไหมนะ หรือว่าจะเอาเป็นเค้ก อืม อ๋อ นึกออกละ” คิดได้ดังนั้นเธอจึงรีบลุกขึ้นจากเตียง ลิสต์สิ่งที่ต้องทำในทันที 

“ขั้นตอนที่ 1...” ปากก็ว่าไปเรื่อยๆ ก่อนจะเริ่มลงมือเขียน 

หลายอาทิตย์ต่อมา หลังจากเลิกคาบเรียนตอนเที่ยง ทิพย์ลดาก็ขอแยกตัวไปก่อนอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนที่ยืนงง 

“เดี๋ยวฉันไปธุระแป๊บนึง คาบบ่ายเจอกันนะ” 

แม้มหาวิทยาลัยกับโรงพยาบาลจะอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงบนรถเมย์เพราะผู้คนก็ต่างขับรถออกมาหาข้าวเที่ยงกินกัน รถจึงค่อนข้างติดเล็กน้อย  

ทิพย์ลดาถือกล่องสีทองข้างในเป็นช็อกโกแลตยี่ห้อดังที่เธอกัดฟันซื้อมาออกมาจากกระเป๋าเป้ด้วยความที่อยากให้เขาประทับใจมากที่สุด ก่อนจะเดินไปที่ตึกที่อาคเนย์ประจำอยู่ ยิ่งเวลาพักเที่ยงแบบนี้ก็ไม่น่ามีใครอยู่ 

เมื่อลิฟท์มาถึงชั้นที่เป็นแผนกกระดูกและข้อ หญิงสาวเดินเลี้ยวซ้ายเลยศูนย์หัวใจก่อนจะถึงแผนกดังกล่าวที่ข้างในมีพยาบาลประจำอยู่เคาน์เตอร์ 3-4 คน 

เมื่อเห็นดังนั้น เธอจึงตัดสินใจไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล 

“สวัสดีค่ะ” เธอไหว้ทักทายก่อนตามประสาคนอายุน้อยกว่า 

“สวัสดีค่ะ มาพบคุณหมอท่านไหนหรือคะ” พยาบาลสาวตรงหน้าที่ดูมีอายุราว 30 ปลายๆ ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานแต่ดูใจดี 

“อ๋อ คือว่าหนูไม่ได้จะมาพบหรอกค่ะ แต่หนูขอรบกวนคุณพยาบาลเอาของนี้ไปให้คุณหมอนิดนึงได้ไหมคะ พอดีหนูเป็นเพื่อนน้องสาวของคุณหมออาคเนย์น่ะค่ะ” 

“หืม” พยาบาลสาวมองกล่องในมืออย่างสงสัย 

“จริงนะคะ น้องสาวของคุณหมอที่ชื่ออิงฟ้าเป็นเพื่อนหนูค่ะ” 

“งั้นหนูชื่ออะไร พี่จะได้บอกคุณหมอถูกค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวดขึ้นเล็กน้อย 

“คือว่า รบกวนอย่าบอกคุณหมอได้ไหมคะว่าหนูเป็นคนเอามา คือว่ามันไม่มีอะไรอันตรายจริงๆนะคะ หนูสาบานได้เลย” 

“อ่ะๆก็ได้จ้ะ” เมื่อเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่กล่องขนมช็อกโกแลตยี่ห้อดังกล่องหนึ่ง รวมถึงว่าหญิงสาวตรงหน้าเองก็ดูแววตาใสซื่อและจริงใจ ท่าทางก็ไม่ได้ดูมีพิรุธ เธอจึงตัดสินใจรับไว้ในที่สุด 

“ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวหนูกลับไปเรียนก่อนนะคะ” หลังจากไหว้ทำความเคารพเสร็จ เธอก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว 

‘ทำไปแล้ว เราทำไปแล้ว’ 

หลังจากรับของดังกล่าวมาจากหญิงสาวในชุดนักศึกษาเมื่อครู่ พยาบาลร่างผอมก็เดินกลับเพื่อจะไปที่ห้องของหมออาคเนย์ 

“เดี๋ยวหนูเอาไปวางให้เองค่ะ พี่เจี๊ยบ” พยาบาลสาวอายุราวๆ 20 ปีปลายๆ เงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ก่อนจะกล่าวขึ้น 

“ไม่เป็นไร จินทำงานไปเถอะ” 

“เสร็จพอดีเลยค่ะ มาค่ะ เดี๋ยวหนูไปวางให้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงขันอาสาเต็มที่ พยาบาลอาวุโสกว่าเห็นดังนั้นจึงไม่ขัดอะไร ก่อนจะส่งกล่องช็อกโกแลตนั่นไปให้ 

เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง ผู้คนและคนในโรงพยาบาลก็เริ่มออกมาหาอะไรกินกันมากขึ้น กลุ่มพยาบาลสาวกลุ่มหนึ่งต่างก็เดินออกจากลิฟท์ 

“แล้วจินล่ะ” พยาบาลคนหนึ่งถามขึ้น 

“ยังอยู่ข้างบนอยู่เลย แต่เห็นว่าเดี๋ยวจะลงมาแหละ แล้วจินก็บอกให้พวกเราไปกินกันก่อนได้เลย” 

ร่างสมส่วนในชุดพยาบาลนั่งอยู่ที่หน้าจอคอมฯ จนกระทั่งชายหนุ่มตรวจคนไข้เสร็จ เขาก็ได้เดินออกมาจากห้องตรวจเพื่อลงไปกินข้าวเที่ยง เธอจึงลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ในทันที 

“คุณหมอชินคะ”  

“ครับ กินข้าวเสร็จแล้วหรือครับ คุณจิน” หมอหนุ่มเอ่ยถามขึ้น 

“กำลังจะไปกินค่ะ เอ่อ คุณหมอคะ พอดีว่าจินมีของมาฝากค่ะ” ว่าจบ เธอก็ยื่นกล่องขนาดใหญ่สีทองกล่องหนึ่งให้กับเขา 

“อะไรครับเนี่ย” ชายหนุ่มรับมาอย่างงงๆ 

“ลองอ่านดูสิคะ” 

“ช็อกโกแล็ต โกลด์เด้นกิฟท์ เอ อันนี้ที่คนต้องไปต่อแถวซื้อกันนี่ครับ คุณจินซื้อมาให้ผมจริงๆหรือครับเนี่ย” ชายหนุ่มถามอย่างอึ้งๆ 

“ค่ะ จินซื้อมาให้คุณเอง” เธอว่าพลางยิ้มๆ 

“เนื่องในโอกาสอะไรครับเนี่ย แต่ว่าแพงขนาดนี้ คุณจินไม่ต้องทำขนาดนี้เลยก็ได้นะครับ” 

“ไม่ลำบากเลยค่ะ จินอยากให้ รับไปสิคะ” 

“ขอบคุณมากๆนะครับ แล้วถ้าคุณจินอยากให้ผมช่วยอะไรก็บอกได้นะครับ” 

“ก็มีอยู่นะคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณหมอจะช่วยได้จริงๆไหมนี่สิ” เธอว่าขึ้นพลางเย้าแหย่ 

“อะไรล่ะครับ คุณพยาบาลบอกมาเถอะ” 

ใบหน้าหมวยๆ นั้นยิ้มออกมา ก่อนจะพูดต่อ “ไว้เดี๋ยวจินบอกอีกทีนะคะ” 

หลายวันผ่านไป ทิพย์ลดาก็ได้แต่รอคำตอบจากชายหนุ่มที่เธอแอบรัก แต่ทว่า ไม่ว่าจะทางการโทร ข้อความจากแอพลิเคชั่นใดๆหรือจดหมายก็ไม่มีอะไรตอบมาสักอย่าง เงียบหายสนิท 

‘หรือว่า พอพี่เขาเห็นแบบนั้น เขาก็เลยไม่ติดต่อเรากลับมาเลย’ ดอกไม้คิดอย่างว้าวุ่นใจ ‘รู้งี้ไม่น่าทำอะไรแบบนั้นเลยเรา’ 

 “บ้าจริง ทำไมปวดหัวแบบนี้เนี่ย แล้วฉันจะทำยังไงดี ไม่น่าไปฟังยัยแนทตี้พูดมากเกินไปเลยเรา” หญิงสาวสบถอย่างหัวเสีย 

------------------------------------------------------------------------------ 

“นั่นเธอหาอะไรน่ะ จิน” 

              พยาบาลสาวที่เข้าเวรด้วยกันเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าจินรุจีกำลังหาของในกระเป๋าของเธออย่างเคร่งเครียดแบบนั้นจึงได้เอ่ยถามขึ้น 

              “เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก” หญิงสาวร่างผอมรีบปิดกระเป๋าก่อนจะหันมายิ้มให้ ไม่หาของอะไรต่อแล้ว “ฉันขอตัวกลับก่อนนะ” 

              “มีอะไรหรือเปล่า ให้ฉันช่วยหาไหม” เพื่อนร่วมงานยังคงถามด้วยท่าทีเป็นห่วง 

              “ไม่ต้องๆ ช่างมันเถอะ” 

              เมื่อขึ้นมาบนรถเมย์ หญิงสาวจึงค้นหาของที่เธอกำลังตามหาด้วยความกระวนกระวาย 

              “หายไปไหนกันนะ การ์ดใบนั้นน่ะ” 

--------------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็น