ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ​ ไลค์ให้กันเป็นกำลังใจด้วยน๊าา : )

ชื่อตอน : คนที่ถูกลืม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2563 23:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนที่ถูกลืม
แบบอักษร

หลังจากเหตุการณ์​ก่อนงานวันเกิด​ และในวันเกิดของหนูลิน​ คมกริชคิดว่าควรรักษา​ระยะห่างจากหนูลินสักที​ เธอเริ่มโตเป็นสาวเครื่องหน้าสวยงามด้วยดวงตาดำขลับกลมโต คิ้วสวยได้รูปสีเข้มธรรมชาติ​ จมูกโด่งเรียว​ ริมฝีปากบางแดงระเรื่องหยักได้รูป​ อกอึ๋มเอวคอดสะโพกผายนิดๆอย่างงดงาม 

 

มันทำให้เขาใจสั่นทุกครั้งที่เจอกัน​ และเธอก็ชอบที่จะมาสัมผัส​ใกล้ชิดกับเขาอย่างเปิดเผย​ ทำให้เกิดปั่นป่วน​อย่างประหลาด​ หลับตาลงครั้งไหนก็ยังคิดถึงเจ้าของหน้าหวานๆ​ ที่มาขอรางวัล​จากเขา​จนพอใจ และวิ่งหายตัวปรู๊ดไปหลังจากนั้น​ แว่บขึ้นมาให้คิดถึง​เสมอๆ 

 

ดังนั้นเขาจึงนัดเจอกับลิขิตตามสนามกอล์ฟ​ หรือไม่ก็ร้านอาหารแทน​ โดยเลี่ยงว่าช่วงนี้งานเยอะขึ้นมาก​ บริษัท​กำลังขยายสาขา​ ทำให้มีเวลาส่วนตัวน้อยลงและไม่ได้แวะไปที่บ้านลิขิต​อีกเลย 

 

วันเวลาผ่านไปนานจนเด็กหญิงลินรดา​ สอบเทียบติด​ จนกระทั่ง​สอบเข้ามหาวิทยาลั​ยได้คณะอักษรศาสตร์​ เอกการสื่อสารธุรกิจ​ระหว่างประเทศ​สำเร็จ​ กลายเป็นนางสาวลินรดาเต็มตัว​ ทำให้ผู้เป็นพ่อตบรางวัลด้วยรถสปอร์ตหรู​ สีดำ​ 1 คัน และบิ๊กไบค์​ยี่ห้อยุโรปสีดำอีก​1 คันงาม​ๆ จนภรรยา​เค้างอนไม่พูดด้วยอยู่หลายวัน​ เธอมองว่ามันอันตราย​เกินไป​ หากลูกเกิดอุบัติเหตุ​ขึ้นมาคงเจ็บตัวไม่ใช่น้อย​ สามีนี่ตามใจลูกเรื่องของขวัญ​ไม่ยอมมาปรึกษากันบ้างเล๊ยยย 

 

หลังจากวันเกิด​ปีที่ 15​ ของลินรดาผ่านไป​ เธอก็รอคอยวันเสาร์ทุกเสาร์​ อย่างใจจดใจจ่อ​ แต่ไม่เคยได้เห็นอากริชของเธอมาหาสักที​ จากเดือนกลายเป็นปีผ่านไป​ ดังนั้นช่วงปิดเทอม​ เธอจึงไปเรียนขับรถยนต์​ รถมอเตอร์ไซค์​บิ๊ก​ไบค์ เรียนขับเรือยอร์ชเจ้าของถ้วยรางวัล/โค้ชขนักขับรถแข่งมืออาชีพ​ โดยอยู่ในสายตาคุณพ่อเสมอ​ 

 

วันหนึ่งคุณลิขิต​เอ่ยกับภรรยาว่า​ "คุณว่าพักหลังมานี้​ ลูกสาวเราซึมๆไปไม๊​ เห็นยิ้มหัวเราะเฉพาะตอนที่พาไปเรียนขับรถ​ ขับเรือ​ แล้วก็ดูจะนิ่งๆไปไม่ค่อยมาอ้อน​ ยิ้มแย้ม​แจ่มใสเหมือนเมื่อก่อน" 

 

"ก็คงเพราะเพื่อนรักคุณ​ คุณอากริชคนโปรด​ ของยัยหนูลิน​ หายหน้าไปเลย​ หลายปีแล้วมั้งคะ​ จนถึงตอนนี้แกก็ยังถามอยู่เนืองๆว่า​ วันเสาร์กริชจะแวะมาไหม​ พอได้คำตอบจากคุณแล้วไปบอกก็หน้าหงอยกว่าเดิมอีก" เฮ้ออออ​ รักต่างวัย​ รักครั้งแรก​ สงสัย​ลูกสาวคนสวยของแม่จะอกหักดังเป๊าะ เดินเข้าห้องลูกสาวทีไรก็ยังเห็นรูปถ่ายขนาด​ 12​ นิ้วที่มีลูกสาวเธอหอมแก้มกริช​ กริชหอมแก้มยัยหนูลินวางอยู่ทั่ว​ แถมตู้อะครีลิกใสที่สั่งทำมาแขวนเครื่องประดับก็​ เต็มไปด้วยสร้อยคอและจี้เส้นเล็กๆ​ ที่คมกริชฝากคุณแม่เค้ามาให้ลูกเราทุกๆปี​ แขวนเรียงรายไว้เด่นเป็นสง่า 

 

ลิขิต​ : "ไม่หรอกมั้งเรียนจะจบแล้ว​ สุดท้ายคงมีหนุ่มๆมาจีบบ้างแหละ​ เป็นถึงดาวคณะ เผลอๆมีแฟนแล้ว​ ทะเลาะ​กับแฟนรึเปล่าคุณ" ตอบภรรยา​ออกไปแบบนั้น​ แต่ก็เริ่มคิดตามว่า​ เออสินะ​ ไอ้กริชมันนัดกินข้าว​ที่ร้านอาหาร​ตลอด​ ไม่ได้มาบ้านนี้กี่ปีแล้ววะเนี่ย​ 

 

แม่คุณ​กริช: "หนูลินมีเรื่องอะไรในใจรึเปล่า​ พักหลังๆมานี้หนูดูไม่ค่อยสดใส​ ร่าเริง​เหมือนแต่ก่อน​ ถึงแม้ว่ายังมาหาแม่สม่ำเสมอ​ อ้อนแม่เหมือนเดิม​ แต่แม่ดูออกนะว่าเรามีเรื่องเศร้าในใจ" 

 

คนฟังได้แต่อึ้งกลั้นลมหายใจ​ ก่อนถอนหายใจออกอย่างอึดอัด​ จะโกหกผู้ใหญ่​ก็ไม่กล้า​ ก็คงต้องบอกความจริงไปแล้วกัน​"คุณแม่คะ​ อากริชไม่รัก​ ไม่เอ็นดูหนูลินเหมือนเดิม​ วันเกิดหนูลินทุกปีหลังมานี้ก็ไม่มา​ ฝากแต่ของขวัญ​มาให้​ แต่ก่อนเคยแวะมาทานข้าวที่บ้านหนูลินเดือนละ​ 2 ครั้งในวันเสาร์​ ก็ไม่เคยมาอีกเลยหลายปีแล้ว​ หนูลินน้อยใจค่ะ" พอได้ระบายความอัดอั้น​ออกมา​ น้ำตาที่กลั้นไว้มานาน​ ก็ไหลพรากลงมาอย่างควบคุมไม่ได้​ 

 

จนคนถามต้องดึงไปกอด​ พร้อมหยิบทิชชู่​มาซับน้ำตาให้​ รำพึงในใจ​ เจ้าลูกชายทึ่ม​ ตาบอด​ มองไม่เห็นความสวยงามที่มีตรงหน้าเธอบ้าง​ สงสัยต้องทำอะไรบางอย่างให้หายทึ่มสะบ้าง 

 

"ปีสุดท้ายแล้ว​ เหลือแค่เทอมเดียวก็จบภายใน​ 3 ปีครึ่ง​แล้วใช่ไหมลูก หนูลินคิดรึยัง​ว่าจะไปฝึกงานที่ไหน​ บ.จิวเวลรี่​ของคุณพ่อลิ​ หรือห้องเสื้อบูติก​ของคุณแม่รดา? แต่แม่ว่ามันจะไม่ค่อยตรงกับที่หนูเรียนมาเท่าไหร่เนอะ​ เอาแบบนี้ดีไหม​ ไปฝึกงานเป็นเลขาฯให้อากริชที่บริษัท​ จะได้เอาความรู้ด้านภาษามาใช้อย่างเต็มที​่​ แถมไม่ใช่บ.คุณพ่อคุณแม่ด้วย​ ใบผ่านการฝึกงาน​จะดูน่าภาคภูมิใจ​นะลูกว่าไม๊" ถามไปยิ้มๆ​ พร้อมเริ่มวางแผนขัดลูกตาลูกชายให้หายบอดเบาๆ​ 

 

หลังตกลงกันเรียบร้อย​ พอคมกริชกลับบ้านมาในวันอาทิตย์​ เธอก็บอกว่าวันอังคาร​นี้จะเข้าไปที่บริษัท​ ให้เลขาฯเขาเตรียมตัวให้พร้อม​ รวมไปถึงผจก.ฝ่ายการตลาดทั้งในและตปท.ทั้งสองคนมาด้วย​ คมกริชรับคำ 

 

ลินรดา​กลับมาบ้านก็แจ้งให้พ่อแม่ทราบ​ ท่านทั้งสองตกลงอย่างง่ายดาย​ เพราะคุณแม่เจ้ากริชโทรฯมาปรึกษา​เขาล่วงหน้า​ว่า​ จะเป็นคนพาไปแนะนํา​ก่อนเริ่มงานที่บริษัท​เอง​ ลูกสาวเค้าปลอดภัย​แน่นอน​ แถมคุณแม่เจ้ากริชจะให้คนขับรถที่บ้านมารับ-ส่ง​ ด้วยเหตุผลว่าสนญ.ใหญ่งานจะมากเยอะ​ กว่าจะทำงานเสร็จ​ หนูลินจะเพลียขับเองจะอันตราย​ สำนักงานฯตั้งอยู่กลางใจเมืองด้วย​ (โดยไม่ได้ขยายความว่า...เจ้ากริชต้องนั่งมาเป็นเพื่อนหนูลินทุกวันตอนมาส่งกลับ​หลังเลิกงาน​ หึ หึ)​ 

 

ส่วนคุณรดาพรก็พาลูกไปที่ห้องเสื้อเลือกชุดทำงานเข้ารูป​ เรียบหรูดูดี​ พร้อมสูททุกสีทุกแบบที่ลูกใส่ออกมาแล้วดูภูมิฐาน ขนาด​ xs​ และสั่งช่างให้ปรับแก้ช่วงอกทุกตัว​ เพราะลูกสาวอกใหญ่เกินมาตรฐาน​เหมือนแม่​ หลังจากนั้นก็พาไปเลือกรองเท้า​ กระเป๋า​ เครื่องสำอางชุดใหญ่​ไฟกระพริบ​ โดยจ้างที่เคาทเตอร์คนสนิทให้สอนลูกสาวเธอแต่งหน้าอยู่​ 3 ชม.​ จนลูกสาวเธอแต่งหน้าเป็น​ ดึงความงามที่มีอยู่แล้วให้เด่นชัดขึ้นมาอีก​ เรียกว่าเดินควงกันไปทางไหนคนก็มองจนเหลียวหลัง​ ทั้งๆที่วันนี้หนูลินแต่ตัวทะมัดทะแมง​ตามสไตล์​ ด้วยเครื่องหน้าที่งดงาม​ กรอปกับทรงผมที่ยาวสลวยสไลด์เป็นชั้นๆทันสมัยเงางาม​ แค่นี้ก็มองกันจนเหลียวหลังแล้ว​ อยากให้วันอังคาร​มาถึงไวๆจัง​ อิอิ​ เพื่อนรุ่นน้องของสามี​ จอมซื่อบื้อ​จะมองเห็นความงามของหนูลินของเธอไหม​ ถ้ายังไม่สะทกสะท้าน​อีก​ เธอเองนี่หล่ะจะหาคนมาดามใจลูกสาวเอง​ ชิส์ 

 

ณ​ สนญ.ใหญ่บริษัท​อสังหาริมทรัพย์​ขนาดใหญ่​อันดับ​ต้นๆของประเทศ​ คุณกนกวรรณ​ (แม่ของท่านประธาน)​ ก็ลงจากรถยนต์​ พร้อมเดินจับมือมากับสาวสวยหุ่นดี​ ที่ผู้หญิงมองแล้วยังอิจฉา​อยากได้เบ้าหน้าเบ้าหุ่นนั้นบ้าง​ ส่วนผู้ชายก็มองกันอย่างตะลึง​กับความงามที่ได้เห็นตรงหน้า​ ที่มาพร้อมกับหุ่นxxขาขาวๆยาวเรียวสวยได้รูป​ ที่ขนาดอยู่ในชุดเรียบหรูราคาแพงยังดูเร้าใจขนาดนี้​ พนักงาน​ผู้ชาย.. เพ้ออออไปหลายคน 

 

คุณ​ลักษณ์​เลขาฯคมกริช​ เดินออกมาต้อนรับคุณแม่ท่านประธาน​ ผู้ถือหุ้น​รายใหญ่​ที่สุด​ของบริษั​ท​ และได้รับไหว้จากหญิงสาวรุ่นน้องที่สวยจนเธอตะลึง​ ว่าเป็นคนที่แม่ท่านประทานรักเหมือนลูกสาวแท้ๆ​ ชื่อของเธอ​ "ลินรดา" 

 

คุณกนกวรรณ: "คุณลักษณ์​ช่วยไปตามตากริช​ กับผจก.ฝ่ายขายทั้งในและต่างประเทศ​ แล้วตัวเธอด้วยไปพบชั้นที่ห้องประชุมเล็กนะ" 

 

คุณกนกวรรณ​นั่งเป็นประธานอยู่หัวโต๊ะจัดให้หนูลินนั่งทางซ้ายมือ​ เว้นที่นั่งทางขวาไว้ให้ลูกชายคนโต ทุกคนทยอยเข้ามา​ จนมาถึงคนสุดท้าย​ ลินรดายืนขึ้นยกมือไหว้แล้วก้มหน้านิดๆ​ เอ่ยทักทายว่า​ "สวัสดี​ค่ะคุณคมกริช" ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง​ราคา​แพงอย่างพิถีพิถัน​ ทำให้เครื่องหน้าทุกอย่างดูสะดุด​ตา​ ต่างจากความทรง​จำครั้งสุดท้ายอย่างมาก​ น้ำเสียงเย็น​ นัยน์ตา​กลมโตสีดำ​ ปกคลุมด้วยขนตาหนาๆ​ สบมาที่เค้านิ่ง​ ไม่มีวี่แววของความหวานขี้อ้อนอยู่เลยสักนิดเดียว​ ทำให้เค้ารู้สึกเย็นไปถึงขั้วหัวใจ​ ลืมตอบกลับและรับไหว้เธอไปเลย เขาค่อยๆนั่งฝั่งตรงข้ามมองเธอเงียบๆ​ ​ นัยน์ตาดำขลับกลมโตที่จ้องกลับมาว่างเปล่าจนใจโหวงเหวง​ ไม่ได้ฟังว่าแม่เค้าสั่งการอะไรบ้าง​ จนกระทั่ง​ประโยคท้าย​ๆ 

 

หลังจากทุกคนนั่งกันครบแล้ว​ แม่ของท่านประธานก็กล่าว​ กับทุกคนอย่างเป็นทางนิดๆว่า​ นี่คือ​ หนูลินรดา​ ที่เธอรักเหมือนลูกสาวแท้ๆ​ กำลังจะมาฝึกงานที่นี่กับคุณลัก​ษณ์​เลขาฯ​ และประสานงาน​กับผจก.ฝ่ายขายทั้งในและต่างประเทศ​ กับลูกค้าชาวต่างชาติ​ เนื่องจากเธอมีความสามารถ​ทางด้านภาษาอังกฤษ​ ฝรั่งเศส​ อิตาเลียน​ และสแปนิชเป็นอย่างดี​ ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลหนูลินรดาเป็นอย่างดี​ อีกเทอมเดียวหลังฝึกงาน​เสร็จก็จะเรียนจบภายใน​ 3 ปีครึ่ง​ พร้อมส่งสายตาคมกริบไปที่คนทั้ง​ 4 ในห้อง​ ให้รับทราบอย่างทั่วกัน 

 

คุณ​ลักษณ์​: "ไม่ทราบว่าคุณลินรดาจะมาเริ่มงานกับเราเมื่อไหร่คะท่าน?" 

 

คุณกนกวรรณ​: "วันนี้เลย​ ไปจัดโต๊ะ​ ไว้ข้างโต๊ะเธอนะ" แล้วเธอก็หันไปทางลูกชายว่า​ "กริชไปส่งหนูลินกลับบ้านหลังเลิกงานด้วย" 

 

ลินรดาตามลงมาส่งคุณแม่อากริชที่หน้าบริษัท​ คุณกนกวรรณ​ดึงเธอเข้ามากอด​ และหอมแก้มเบา​ พร้อมสั่งว่า​" ถ้ามีอะไร​ หรือใครทำให้ไม่สบายใจต้องบอกแม่ทันที" ลินรดายิ้ม​ หอมแก้มคุณแม่อากริชกลับด้วยความดีใจ​  

"ขอบคุณ​ค่ะคุณแม่... รักคุณแม่ที่สุด​เลยยย" 

 

เมื่อกลับเข้ามาอ็อฟฟิต​ พนง.ทุกคนต่างมองเธอเป็นตาเดียว​ ที่อยู่ๆก็ได้นั่งข้างๆเลขาหน้าห้องท่านประธาน​ทั้งๆที่เป็นแค่นักศึกษา​ฝึกงาน แถมไม่ใส่เครื่องแบบนักศึกษา​อีกด้วย​ เธอเรียนรู้งานจากคุณ​ลักษณ์​อย่างว่องไว​ พอถึงเวลาทานข้าวก็ไปนั่งทานกับคุณลัก​ษณ์​ที่ห้องอาหารของผู้บริหารตามที่คุณกนกวรรณ​ได้สั่งไว้​ ทำให้ผู้บริหาร​ระดับสูงหลายคนต่างแปลกใจ​ แล้วแอบเข้ามากระซิบถามข้อมูล​จากเลขาท่านประธาน​ทีหลังอย่างใคร่รู้​  

 

ลินรดาเรียบร้อย​เป็นกันเองกับทุกคนที่แวะเวียนมาแนะนำตัวว่ามาดี​ ส่วนผู้หญิง​รุ่น​พี่กลุ่มนึงที่มาแนะนำ​ตัวแบบสอดรู้สอดเห็น​ เธอจะตอบกลับไปนิ่งๆ​ ให้ล่าถอยกันไปเอง กับพี่ลักษณ์เลขาฯอากริชเธอจะอ้อน​ด้วยเป็นพิเศษ​ เพราะพูดเพราะ​ คอยสอนงานเธอทุกอย่าง​ ตอบคำถาม​ทุกครั้งอย่างเต็มใจ​เสมอ 

 

คนที่เธอเฉยชาด้วยก็คือ​ อากริช​ คนเดียวเท่านั้น​ เพราะนึกถึงคำพูด​ของแม่อยู่ตลอด 

 

"หนูลิน​ แม่รู้นะว่าหนูคงจะตื่นเต้น​ที่จะได้เจอหน้าอากริชทุกวัน​ ลูกของแม่สวยเก่งหุ่นเป๊ะทุกอย่าง​ ไม่ต้องไปออดอ้อนผู้ชายคนไหนรู้ไม๊คะ​ หนังสือเล่มไหนที่อ่านแล้วเดาออกได้หมด​ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปมันไม่น่าสนใจ​ ก็เหมือนที่ลูกชอบออกไปเรียนทำอาหารยากๆ​ เรียนภาษาขับรถ​ ขับเรือสารพัด​ เพราะมันยาก​ มันท้าทาย​ความสามารถ​ เรื่องผู้ชายก็เหมือนกันเข้าใจไหมคะลูก?" เธอพยักหน้า​รับเบาๆ  

 

3 เดือนที่ฝึกงานนี้ถ้าอากริชที่รักของเธอยังเฉยชา​ ไม่กลับมาเป็นคนเดิม​ เธอก็จะตัดใจ​ แล้วให้แม่หาผู้คนใหม่ให้​ #พอกันที่กับการรอคอย​ที่เลื่อนลอย# 

 

พอถึงเวลาเลิกงาน​ 6 โมงเย็น​ อากริชก็กดอินเตอร์​คอมออกมาสั่งให้เลขาฯบอกคนรถให้เตรียมรถ​ แล้วเรียกเธอ​ ​"หนูลินกลับบ้านกันค่ะ" เธอพยักหน้า​รับเงียบ​ ๆ​ ดวงตาคู่สวยที่มองมาดูเย็นชา​เหมือนเมื่อช่วงเช้าในที่ประชุม 

 

เธอเดินตามเค้าไปเงียบๆ​ ในรถยนต์​ที่นั่งข้างๆกัน​ จากหางตา​ เธอเห็นว่าอากริชหันมามองหน้าเธอบ่อยๆ​ ครั้งละนานๆ​ อยู่หลายครั้งแต่เธอยังคงนิ่งเฉย​ จนเป็นเค้าเองที่ทนไม่ไหว​ ต้องกดปุ่มแผ่นกั้นระหว่างคนขับด้านหน้ากับที่นั่งของผู้โดยสารด้านหลังขึ้น 

 

"หนูลิน... ไม่ได้เจอกันหลายปี​ หนูลินโตขึ้นเยอะเลยนะคะ​ ตอนเช้าที่เจอกันในห้องประชุมอากริชจำแทบไม่ได้แหน่ะ​ค่ะ" 

 

"ก็ไม่น่าแปลกนะคะ​ ที่อากริชจำลินไม่ได้​ ลินไม่ใช่คนพิเศษ​อะไร​ ให้คุณอากริชต้องมาจดจำ​ อีกอย่างเราก็ไม่ได้เจอกันหลายปีมาก​ จนลินจำไม่ได้แล้วว่านานแค่ไหน​" เธอตอบออกไป​ ตามองตรงไปที่แผ่นกั้นด้านหน้าระหว่าง​คนขับกับผู้โดยสาร​ด้านหลัง โดยไม่ได้หันมาสบตาคนถาม 

 

อึ้งงงงงงง.... หนูลินคนที่เคยยิ้มแย้ม​ ร่าเริง​ ขี้อ้อนเอาแต่ใจ​ ชอบหอมแก้มเค้าทั้งสองข้างคนเดิมไปไหน​ ทำไมถึงกลายเป็นคนเย็นชาไปแบบนี้หนอ​ คมกริชคิดในใจ 

 

"อากริชขอโทษ​นะคะ​ ที่อากริชยุ่งมากๆไม่มีเวลาแวะไปหาหนูลินที่บ้าน​ วันเกิดหนูลินทีไรอาก็ติดธุระ​ทุกปีเลย​ อย่าโกรธ​อากริชเลยนะคะ​ น๊ะ น๊ะ" 

 

เงียบ........................................ 

 

พอรถยนต์​มาจอดถึงหน้าบ้าน​ ลินรดายกมือไหว้กล่าวขอบคุณ​ จับที่เปิดประตู​รถ​ กำลังจะลง​ คมกริชก็ตัดสินใจ​ เอื้อม​มือคว้ามือเล็กๆนั้นไว้แล้วขยับเข้ามาจับคางเธอแน่น​ หอมแก้ม​เธอทั้งสองข้าง​ จนลินรดาหน้าแดงก้มหน้า​ และพยายาม​ดึงมืออากริชออก​ แต่คนใจดำไม่ยอมปล่อย 

 

"บอกอากริชก่อนว่า.. หนูลินจะหายโกรธ​อากริชนะคะ​ ไม่งั้นอากริชไม่ปล่อย" 

 

หลังรวบรวม​สติ​ ลินรดามองสบตาเค้านิ่ง​ ใช้ศิลปะ​การป้องกัน​ตัวที่เรียนมาจนได้สายดำ​ จัดการบิดดึงมือตัวเองออก​ เปิดประตู​ลงจากรถไป 

 

คมกริช.... งง​ หนูลินแสนหวานไปเรียนรู้​วิธีป้องกัน​ตัวแบบนั้นมาจากไหน???? 

 

ลินรดากลับเข้าบ้านด้วยอาการสับสน​ ใจยังเต้นแรง​ เป็นครั้งแรกที่อากริช​ หอมแก้มเธอก่อน​ โดยที่เธอไม่ต้องร้องขอ​ พยายามสงบสติอารมณ์​ก่อนเดินเข้าบ้าน 

 

"เป็นยังไงบ้างลูก​ ทำงานวันแรกสนุกไม๊​ ทำตามที่แม่บอกรึเปล่า?" 

 

"งานสนุกมากค่ะแม่​ พี่ลักษณ์​เลขาฯอากริชใจดีช่วยสอนงานหนูลินทุกอย่าง​ คุณแม่พี่กริชพาหนูลินไปแนะนำกับผจก.ฝ่ายขายฯที่นู๋ลินต้องประสานงานด้วย​ ทุกอย่างราบรื่น​ไม่มีปัญหา​เลยค่ะ" 

 

"แล้วอากริชหล่ะ?" 

 

"หนูลินก็ตีหน้าเฉยใส่สิคะ​ เรียกชื่อเต็มยศ​ ตอนที่เจอกันครั้งแรกในรอบหลายปี​ ตอนมาส่งเค้าก็ถามว่าหนูลินเป็นอะไร​ ทำไมไม่เหมือนเดิม" เธอข้ามที่อากริชหอมแก้มไปสองฟอดไว้ 

ความคิดเห็น