ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 841

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2563 11:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่3
แบบอักษร

 

 

หลังจากพักฟื้นอยู่สามวัน จึงได้เวลาออกเดินทางไปยังเมืองอี้ไห่ เมืองขนาดเล็กที่อยู่หากจากเมืองหลวงไปพันลี้ อีกทั้งบริเวณที่บ้านร้างตั้งอยู่เป็นแทบชายป่า จึงต้องเดินทางเรียบชายป่าไปให้ถึง ประตูเมืองทางทิศใต้ ถ้าจะเดินทางข้ามป่าไปก็ได้ แต่ป่านี้อันตรายเกินไปและมีเนื้อที่กว้างมากกว่า จึงใช้เวลาเนื่องจากพื้นที่ป่ามีตั้งแต่ทิศเหนือ ไปสุดที่ทิศตะวันตก ระยะทางห้าร้อยลี้ และกว้างหกร้อย จึงไม่เหมาะสมกับการเดินทาง เพราะทั้งสามไม่ได้มีวรยุทธ์ที่แกร่งกล้า บ่าวทั้งสองใช้ได้แค่วิชาตัวเบา ส่วนลี่เยว่นั้นไม่สามารถใช้ได้ ฉะนั้นการเดินทางจึงต้องผ่าน เมืองต้าถงซึ่งเป็นเมืองขนาดกลาง

"คุณชายเจ้าคะ เราต้องเดินทางเรียบชายป่าไปที่ประตูเมืองนะเจ้าคะ" ซิ่นอี้เอ่ยกับนายของตน

"ทำไมเราไม่เดินทางผ่านป่าเล่า" ลี่เยว่ด้วยความสงสัย

"เนื่องจากป่านี้กว้างมากขอรับ อีกทั้ง อะ..เอ่อ..คุณชายใช้วิชาตัวเบามิได้ขอรับ"ซิ่นจื่อเอ่ยออกมาและน้ำเสียงเบาในประโยคท้าย

"อ่า จริงด้วยสินะข้ามันเป็นสวะของตระกูลนี่นา" นี่ผมลืมไปได้ยังไงนะ สาเหตุที่ร่างนี้ต้องมาลำบาก เพราะไม่มีพลัง จึงถูกเรียกว่าสวะ ไหนจะต้องรับโทษกับความผิดที่ไม่ได้ก่ออีก เหอะ!! ไอ้บุรุษน่าตายนั่น คิดว่าใหญ่มาจากไหนกันนะ (ถึงยศมันจะใหญจริงๆก็เถอะ)

"คุณชายอย่าเอ่ย เช่นนั้นสิเจ้าค่ะ" นางเอ่ยกับคุณชายนางเสียงเศร้า เพราะนางไม่เชื่อหรอกว่าคุณชายนางเป็นสวะ

"ใช่ขอรับ คุณชายหาใช่เช่นที่คนพวกนั้นกล่าวไม่" ซิ่นจื่อเอ่ยเสริม. คุณชายของมันน่ะไม่จำเป็นต้องมีพลังเลย มันก็พร้อมจะปกป้องดูและคุณชายไปตลอด เพราะมารดาคุณชายน่ะใจดี กับบ่าวไพร่ในเรือนเป็นที่สุด อีกทั้งมันกับพี่สาวก็อยู่กับคุณชายตั้งแต่จำความได้ มันจึงรักคุณชายของมันมาก

"ข้าหาได้ใส่ใจไม่ เราเดินทางกันเถิด" ลี่เยว่เอ่ยตัด เพราะน้ำเสียงที่ทั้งสองเอ่ยกับตนมีความห่วงใยอย่างแท้จริง

"ขอรับ/เจ้าค่ะ" บ่าวทั้งขานรับ

หลังจากที่ทั้งออกจากบ้านร้างแล้วจึงได้เดินทางเรียบชายป่า เนื่องจากบริเวณที่ทั้งสามอยู่นั้นเป็นชายป่าทิศตะวันตก จึงทำให้เดินทางเพียงครึ่งชั่วยาม(1ชม.) จึงเดินทางพ้นเขตป่า และตอนนี้เป็นยามเฉิน(07:00-08:59น.) จึงพักทานอาหารเช้ากัน เพราะพวกเขาเริ่มเดินทางกันกลางยามเหม่า(05:00-06:59น.) เมื่อหาที่นั่งได้แล้วซิ่นจื่อจึงนำผ้าปูนั่งออกมาจากแหวนมิติ เพราะแหวนมิติวงนี้นายหญิงมารดาของลี่เยว่มอบให้ตนกับพี่สาว หากพวกตนซื้อเองคงไม่มีปํญญา เพราะลำพังค่าจ้างที่ได้แต่ละเดิน แค่ไม่กี่อีแปะเท่านั้น แต่แหวนมิตินี้ราคาหลายเหรียญเงิน จึงไม่มีปัญญาซื้อ

เมื่อจัดที่นั่งได้แล้วซิ่นอี้ได้นำเนื้อตากแห้ง หมั่นโถว และผลไม้ออกมาจากแหวนมิติ

"นี่เจ้าค่ะคุณชาย"

"พวกเจ้าก็มานั่งกินกับข้าสิ" ลี่เยว่เอ่ยปากกับทั้งสอง

"ไม่ดีกว่าขอรับ เพราะพวกเราเป็นบ่าวไม่สามารถนั่งทานกับเจ้านายได้" ซิ่นจื่อเอ่ยออกมา

"ช่างเรื่องนั้นปะไร ตอนนี้เราไม่มีนายบ่าว แล้ว พวกเจ้าคือพี่น้องของข้านะ" ลี่เยว่เอ่ยออกมา เพราะตนไม่อยากให้ทัเงสองเป็นเพียงบ่างไพร่ เนื่องจากทั้งสองอยู่กับร่างนี้ในยามที่ลำบาก ต่างจากพี่น้องที่เกิดจากบิดา คนเดียวกันยังไม่แม้แต้จะเหลียวแล

"จริงหรือเจ้าคะ/ขอรับ" บ่าวทั้งสองเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันใจ

"จริงสิ พวกเจ้าต้องเรียกข้าว่าลี่เยว่ ส่วนข้าจะเรียกพวกเจ้าว่าพี่" ลี่เยว่เอ่ยกับทั้งสองคน

"ได้เจ้าค่ะ/ขอรับ" ทั้งสองขานรับด้วยรอยยิ้ม

"เลิกใช้เจ้าค่ะ กับขอรับด้วย"

"จะ..อืม"

"ตะ..แต่..ข้าอายุเท่าเจ้านะ"ซื่อจื่อเอ่ยถามพร้อมกับน้ำเสียงที่ติดขัดเนื่องจากยังไม่ชินกับการพูดเช่นนี้

"ไม่กี่เดือนพี่ซื่อจื่อก็ จะอายุ17หนาว แล้วไม่ใช่หรือ" ลี่เยว่เอ่ยตอบ

"อ่า จริงด้วย แหะๆ" ซื่อจื่อขานรับด้วยความเอียงอาย เพราะตนลืมวันเกิดตนเอง

"เรารีบทานกันเถอะจักได้เดินทางต่อ" ซื่ออี้เอ่ยกับทั้งสอง

"อืมมม" ผลไม้ของโลกนี้น่ากินจริงๆ ทั้งสด ลูกใหญ่ หวานแล้วก็กรอบด้วย

"ผิงกั่ว(แอปเปิ้ล) กับผูเถา(องุ่น) หวานอร่อยดีนะ" ลี่เยว่เอ่ยออกมา

"ใช่แล้ว เป็นผลไม้จากสวนของตระกูลเจียงน่ะ" ซื่ออี้เอ่ยตอบ

"แล้วพี่ซื่ออี้เอามาได้อย่างไรหรือ" ลี่เยว่ถามด้วยความสงสัย เพราะทางตระกูลคงไม่ตระเตรียมเสบียงให้เป็นแน่

"เอ่อ นี่เป็นของที่พ่อบ้านเจียงแอบเตรียมให้น่ะ" ซื่อจื่อเอ่ยออกมา. เพราะอย่างน้อยพ่อบ้านเจียงก็มีน้ำใจมากที่สุดในตระกูลแล้ว

"พ่อบ้านเจียงสินะ" พ่อบ้านคนนี้อายุแยู่ในช่วงวัยกลางเป็นคนที่ใจดีกับร่างนี้ที่สุดแล้ว เมื่อทั้งสามทานอาหารเช้าเสร็จจึงได้เดินทางต่อ เพื่อที่จะไปให้ถึงประตูเมืองทางทิศใต้ก่อนถึง ยามอุ้ย(13:00-14:59น.)

ใช้เวลาสองชั่วยาม(4ชม.)ทั้งสามจึงเดินทางถึงประตูเมืองทางทิศใต้ ในตอนนี้เป็นกลางยามอู่(11:00-12:59น.)

"ตอนนี้กลางยามอู่แล้วเราเข้าเหลาอาหารกันเถิด" ซิ่นอี้เอ่ย

"อืมม"

 

ทั้งสามเดินเข้าเหลาอาหารที่ชั้นหนึ่ง มีหลงจู๊ออกมาต้อนรับ

"เชิญขอรับ นายท่าน"หลังจากกล่าวตอนรับ หลงจู๊ได้พาทั้งสามเข้ามาด้านใน

"นายท่ายต้องการรับประทานอาหารที่ชั้นไหนขอรับ" หลงจู๊ถามออกมา

"เอาชั้นที่หนึ่งนี่แหละ ขอตรงที่เป็นมุมอับนะ" ซิ่นจื่อเอ่ย

"ได้ขอรับ" หลงจู๊นำทางทั้งสามไปที่โต๊ะในบริเวณที่ต้อง

 

หลังจากได้โต๊ะแล้ว หลงจู๊จึงเอ่ยถามรายการอาหารกับทั้งสาม

"มิทราบนายท่านจักรับอะไรดีขอรับ" หลงจู๊เอ่ยถาม

"พวกข้าขอเจี่ยวจือ(เกี๊ยว)สิบชิ้น,หมั่นโถวหกลูก และเมี่ยนเถียวหมู(ก๋วยเตี๋ยวหมู) คนละชามก็แล้วกัน และก็น้ำชาสองกา" ลี่เยว่เอ่ยสั่งอาหารกับหลงจู๊

"ขอรับ รอสักครู่นะขอรับ" หลังจากจดรายการอาหารเสร็จหลงจู๊ ได้นำรายการอาหารไปให้กับทางห้องครัว รอหนึ่งเค่อ(15นาที) หลงจู๊จึงนำอาหารมาวาง. หลังจากอาหารมาวาง ทั้งสามก็รับประทานทั้งที

.

.

.

หลังจากทานอาหารเสร็จทั้งสามจึงได้เดินทางไปถึงประตูเมืองในยามอุ้ย (13:00-14:59น.)

"ถึงประตูเมืองแล้ว เราไปต่อแถวกันเถิด"

"อืมม"

 

"พวกเจ้าจักไปที่ใด!!" ทหารเฝ้าประตูเอ่ยถามกับทั้งสาม

"พวกข้าทั้งสามจะไปเมืองต้าถงขอรับ" ซื่อจื่อเอ่ยตอบ

"อืม เช่นนั้นไปได้" ทหารเฝ้าประตูเอ่ยอนุญาต

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ความคิดเห็น