ขอบคุณสำหรับทุกแรงสนับสนุนนะคะ : )

ชื่อตอน : รอคอย

คำค้น : markbam,ดวงใจมาเฟีย,ดวงใจ,sweetie pie,มาเฟีย,got7,bnior,jackjae,มาร์คแบม

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 48.1k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2559 18:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รอคอย
แบบอักษร

 

Chapter 20

รอคอย

 

 

                ขบวนรถมาถึงโรงพยาบาลในเวลาไม่กี่นาที ที่บอกว่าเป็นขบวนรถเพราะจินยองรีบขับรถตามเจ้านายมาพร้อมกับผู้กองหนุ่มหวัง แจ็คสัน ไม่รวมคนที่รออยู่บ้านอย่างอิม แจบอมกับอัน แจฮยอนที่มารออยู่ที่โรงพยาบาลก่อนหน้านี้ในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

               “พระเจ้า..ขอบคุณ..ขอบคุณจริงๆที่นายยังปลอดภัย ฮึก ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณมากจริงๆจินยอง ฮึก ขอบคุณที่นายกลับมา” คุณหมอหนุ่มกระชับกอดอีกฝ่าย เขาร้อนใจจะแย่ตอนที่จินยองตามมาร์ค ต้วนออกไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้น จินยองรับรู้ถึงความร้อนชื้นตรงหัวไหล่ เขากระชับกอดคุณหมอหนุ่มให้แน่นขึ้น ยกยิ้มให้กับความรักของคนตรงหน้า

 

               “แบมแบม!” เจบีตกใจผละอ้อมกอดออกตอนที่เห็นพยาบาลเข็นเตียงเข้ามาโดยมีร่างไร้สติของเด็กหนุ่มที่เขารู้จักดีนอนอยู่

 

               “ไอ้หมอ ฮึก ช่วยแบมแบมด้วย อึก ได้โปรด ช่วยเขาด้วย” มาร์คเอ่ยขอร้องน้ำเสียงสั่นไหว ในขณะที่อีกคนต้องร้องไห้ด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้ง แต่อีกคนกลับร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างสุดหัวใจ

 

               “ไอ้มาร์คมึงทำใจดีๆ กูจะช่วยแบมแบมให้ได้” เขาผละจากเพื่อนสนิทและคนรัก วิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที ร่างสูงเอ่ยสั่งงานกับพยาบาลทุกหน่วยก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดผ่าตัด

 

 

 

               เจบีหายเข้าไปกว่า 20 นาทีก่อนจะกลับออกมา..

 

 

 

               “ไอ้หมอ เป็นยังไงบ้าง แบมแบมเป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยหรือเปล่า” มาร์คพุ่งเข้าหาเพื่อนสนิทเขย่าร่างหนาอย่างต้องการคำตอบ

 

               “มาร์ค มึงใจเย็นๆ ปล่อยไอ้หมอก่อน”แจ็คสันปราม ความเงียบและใบหน้าหนักใจของคนในชุดกาวน์ยิ่งทำให้มาร์คใจเสีย

 

               “มาร์ค...คนไข้ต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน ฉันจะเป็นคนทำการผ่าตัดให้ นายต้องเซ็นยินยอม แต่โอกาสรอดมีแค่ 50% เพราะคนไข้บอบช้ำมาก การผ่าตัดครั้งนี้นายจะต้องเผื่อใจไว้ด้วย” มาร์ครู้สึกเหมือนตัวเองโดนค้อนปอนด์หนักๆทุบหัว มันทั้งเจ็บ ทั้งปวด หายใจแทบไม่ออก เรี่ยวแรงทั้งหมดถูกดูดหายไปไหนหมดเสียไม่รู้ แขนแกร่งลู่ตกลงข้างตัว เป็นแจ็คสันที่วิ่งเข้ามาประคองเพื่อนสนิทไว้

 

.

.

 

               การผ่าตัดเป็นไปอย่างเชื่องช้า ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองใกล้ตายมากขึ้นเท่านั้น คนอย่างมาร์ค ต้วนที่ไม่เคยกลัวอะไรในชีวิต แม้แต่ความตาย แต่ตอนนี้เขากลัว กลัวว่าเขาจะต้องเสียคนตัวเล็กไป คนสำคัญของเขา

 

               “อย่าทำตัวเป็นศพมาร์ค”

 

               “เพราะฉันแบมแบมถึงต้องเป็นแบบนี้ เพราะฉัน...”

 

               “โธ่เว้ย!” มาร์คหันหน้าเข้าต่อยกำแพงแรงๆ อยากรู้สึกเจ็บรู้สึกปวดบ้าง ทุกอย่างเป็นความผิดของเขา ถ้าเขาไม่ดึงแบมแบมเข้ามาในชีวิตตอนที่อะไรยังไม่เรียบร้อย ถ้าเขาไม่เห็นแก่ตัวเก็บแบมแบมไว้กับตัว แบมแบมก็คงไม่ต้องเจออะไรแบบนี้ มาร์คปล่อยน้ำตาไหลเงียบๆทรุดตัวลงกับกำแพงอย่างช้าๆ

 

               “ลากมันไปทำแผลจินยอง” แจ็คสันสั่ง เวลานี้มาร์คแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนเอาเสียเลย

 

.

.

 

               เวลากว่า ชั่วโมงในห้องผ่าตัด มาร์คปล่อยโฮทันทีตอนที่เจบีออกมาบอกว่าแบมแบมพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ก็ยังต้องอยู่ในห้องปลอดเชื้อเพื่อดูอาการ

 

 

 

+ดวงใจมาเฟีย+

 

 

 

 

 

               “แบมแบมตื่นเถอะนะ คนดี” มาร์คยกมือเล็กที่เย็นชืดขึ้นมาแนบแก้มตัวเองไว้อย่างรักใคร่ พรมจูบไปตามฝ่ามือเล็กเบาๆ 

 

               “....”

 

               “ขี้เซาจังเลย ตั้งอาทิตย์หนึ่งแล้วยังหลับไม่อิ่มอีกเหรอ”เสียงทุ้มหวานหู กระซิบแผ่วเบาชิดดวงหน้าหวาน ดวงตาคมฉายแววลึกซึ้งเมื่อมองอีกฝ่ายแบมแบมเพิ่งถูกย้ายออกจากห้องปลอดเชื้อได้สองสามวันแล้วสองสามวันที่เขานั่งเฝ้าแบมแบมอยู่ไม่ยอมห่างไปไหน

 

               “เข้าไปสิวะ”

 

               “มึงเข้าไปสิ” มาร์คขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงดังอยู่ข้างนอก

 

               จินยองที่ลงไปซื้อดอกไม้ให้คุณมาร์ค เดินมาพอดี เขาเห็นเด็กนักศึกษากลุ่มใหญ่เกี่ยงกันเพื่อเดินเข้าห้องที่แบมแบมพักอยู่

 

               “มึงสนิทกับน้องแบมอ่ะ มึงเข้าไปก่อนเลยฮันบิน” บ็อบบี้สะกิดเพื่อน ฮันบินส่ายหน้า ใครจะไปกล้าเข้าไปวะ แค่เห็นบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูแบบนั้นเขาก็กลัวจนฉี่จะราดแล้ว

 

               “ไอรีนมึงโทรไปหาเวนดี้เลย” ฮันบินหันหน้ากลับ เดินถอยหลังมาหาเพื่อน ตะโกนบอกเพื่อนปาวๆ ว่าให้โทรหาพี่รหัสแบมแบมมาโรงพยาบาลเพื่อเป็นทัพหน้าให้ตน

 

               “อิเหี้ยมองมาแล้ว..” จินฮวานบอกบ้าง เมื่อบอดี้การ์ดร่างยักษ์หันมาทางพวกเขา วันนี้พวกเขาขนกันมาเกือบทั้งแก๊งค์เพราะเพิ่งได้ข่าวจากเพื่อนว่าแบมแบมออกจากห้องปลอดเชื้อแล้ว สามารถเข้าเยี่ยมได้

 

               “มึงเลยไอ้ฮันบิน เกิดเขาไม่พอใจควักปืนออกมายิงเราจะทำไงวะ”

 

               “มึงก็เวอร์ แฟนน้องแบมไม่ใช่มาเฟียนะเว้ย”

 

               “ไม่ใช่ก็เหมือนจะใช่แหละมึง” ฮันบินทำหน้าขยาด เขายังจำดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายตอนตวัดมองเขาเมื่อตอนนั้นได้อยู่เลย แค่คิดก็ขนลุกซู่

 

               จินยองที่ยืนมองอยู่นานยกยิ้มขำเมื่อจับใจความได้ว่านักศึกษากลุ่มใหญ่แก๊งค์นี้มาหาใคร ร่างเล็กจึงเดินเข้าไปทักทาย

 

               “ขอโทษนะครับ มาเยี่ยมคุณแบมแบมเหรอครับ”

 

               “ครับ เฮ้ยคุณ...คุณ...” นัม แทฮยอนที่ยืนแอบอยู่หลังสุดสะดุ้งสุดตัว เมื่อเห็นว่าเป็นใคร คนๆนี้เขาเคยเห็นในทีวี ปาร์ค จินยอง บอดี้การ์ดคนสนิทของมาร์ค ต้วน คนคิ้วตกกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สะกิดเรียกเพื่อนที่อยู่ข้างหน้ายิกๆ

 

               “มึงๆ”

 

               “อะไรไอ้นัม”

 

               “คะ.คุณ..คุณจินยอง” นัม แทฮยอนตอบเสียงแผ่ว จ้องหน้าบอดี้การ์ดหนุ่มไม่วางตา บอดี้การ์ดหนุ่มหัวเราะในลำคอ ยกยิ้มให้เด็กๆอย่างอารมณ์ดี

 

               “สวัสดีครับผมปาร์ค จินยองบอดี้การ์ดคนสนิทของคุณมาร์ค ไม่ทราบว่าพวกคุณมาเยี่ยมคุณแบมแบมใช่ไหมครับ”

 

               “ชะ..ใช่ครับ”จุนฮเวเป็นหน่วยกล้าตายพูดขึ้น

 

               “พอดีเลยครับ ผมก็กำลังจะไปหาคุณแบมแบมเหมือนกัน เข้าไปพร้อมกันเลยครับ” มือหนากางแขนยกไล่ต้อนให้เด็กทั้งแก๊งค์เดินไปหน้าห้อง

 

               เด็กหนุ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่กเดินไปหน้าห้องเงียบๆ พากันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แทบไม่กล้าส่งเสียงอะไร กิตติศัพท์คุณจินยองที่ได้ยินมาธรรมดาเสียที่ไหน

 

               “เขามากับฉัน” จินยองสั่งตอนที่บอดี้การ์ดหน้าห้องยกมือเข้ากั้น ลีโอโค้งให้ก่อนที่จะเปิดประตูให้เด็กกลุ่มใหญ่เข้าไป

 

               เด็กๆอ้าปากค้าง ห้องพักผู้ป่วยของแบมแบมกว้างมาก เป็นห้องของผู้ป่วยระดับวีไอพีที่อยู่ชั้นสูงสุดของโรงพยาบาล ความหรูหราและความสะดวกสบายเทียบเท่ากับโรงแรมห้าดาว ไม่แปลกที่จะจุคนกว่า 10 คนเข้าไปได้ อภิสิทธิ์แบบนี้คนธรรมดาแบบพวกเขาคงไม่มีวันได้สัมผัส บ็อบบี้กลืนน้ำลายอึกใหญ่ตอนกวาดมองความหรูหราของห้องนี้

 

               “เด็กๆพวกนี้มาเยี่ยมคุณแบมแบมครับ” จินยองรายงานทันที ที่เห็นคุณมาร์คเลิกคิ้วเชิงถาม

 

               “สะ..สวัสดีครับ พวกผมเป็นเพื่อนกับรุ่นพี่ที่คณะของแบมแบม ได้ยินมาว่าออกจากห้องปลอดเชื้อแล้วเลยแวะมาเยี่ยมครับ” มาร์คพยักหน้ารับ เมื่อเด็กหนุ่มร่างสูงบอก ดวงตาคมกริบมองอีกคนที่ยืนก้มหน้าหลบมุมอยู่ เด็กนั่นเขาจำได้ดี คิม ฮันบิน

 

               “คิม ฮันบิน”

 

               “ครับ ครับ” ฮันบินตอบรับราวกับทหาร ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากลัว

 

               “เรื่องตอนนั้น..”

 

               “อ่า..”ฮันบินตอบรับ เขารู้ว่าร่างสูงหมายถึงตอนไหน อดประหม่าไม่ได้ เขากลัวว่าร่างสูงจะโมโหหึงแล้วซัดเขาเข้าให้

 

               “..ผมขอโทษที่เสียมารยาทกับคุณ”มาร์คบอก คงไม่ดีนักถ้าเขากับเพื่อนของคนตัวเล็กจะทะเลาะกัน แบมแบมคงจะไม่ชอบใจ

 

               “ครับ?” ฮันบินตาโตไม่คิดว่าคนอย่างมาร์ค ต้วนจะมาขอโทษตน

 

               จินยองยิ้มกว้างเจ้านายเขาเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เดี๋ยวนี้อ่อนโยนมากขึ้นจนเหมือนเป็นคนใหม่ ดวงตาเรียวหันมองคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง อยากให้คุณแบมแบมตื่นขึ้นมาเร็วๆ จะได้เห็นว่าเจ้านายเขาเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

 

               “คือว่า..ไม่เป็นไรครับ แหะๆ” ร่างเล็กหัวเราะแห้งๆ นึกโล่งใจว่าคงไม่โดนหมายหัวอะไรอีก

 

               “ตามสบายแล้วกัน” มาร์คบอกปลีกตัวไปนั่งโซฟาปล่อยให้เด็กๆเข้าใกล้เพื่อนของตน

 

               “เชี่ย เคยเห็นแต่ในทีวีตัวจริงโคตรหล่ออ่ะมึง”

 

               “ไอรีนมึงใจร่มๆ นั่นผัวเพื่อนมึง”บ็อบบี้กระซิบปราม ตอนพวกเขากำลังยืนล้อมเตียงคนไข้ของคนตัวเล็กไว้

 

               “โอ๊ยย กูพูดเฉยๆได้ไหมเล่า”

 

               “พวกมึงไม่ตะโกนคุยกันเลยล่ะ แม่งได้ยินกันหมดเนี่ย ขอโทษด้วยนะครับคุณมาร์ค”

 

               “ไม่เป็นไร” มาร์คยกยิ้ม ส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจ

 

               “คือว่า อาการแบมแบมเป็นยังไงบ้างเหรอครับ” จินฮวานที่เงียบอยู่นานเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง

 

               “พ้นขีดอันตรายแล้วครับ อาการตอนนี้ทรงตัว ไม่มีภาวะแทรกซ้อน คุณหมอเลยให้มาพักห้องธรรมดาได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้สติครับ คุณหมอบอกว่าเมื่อร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ก็จะได้สติเอง” เป็นจินยองตอบขึ้นแทน

 

               “อ่า..ครับ”

 

               “แบมนายต้องรีบตื่นนะ อยู่ซุ้มเหงามากเลย ไม่มีใครให้แซว” บ็อบบี้บอกกับคนที่หลับสนิท ถึงจะไม่ได้คุยกันแต่พวกเขาก็อยากพูดให้อีกฝ่ายฟัง

 

               “จริง นี่อาจารย์ป้าก็ถามถึง บอกลูกศิษย์ที่รักหายหน้าไปเลย”ไอรีนว่าต่อ

 

               “คลาสที่ไม่มีแบมแบมเราเหงาไปเยอะเลย”

 

               “อย่าไปฟังมันนะแบม ไอรีนมันไม่มีใครให้ลอกเลกเชอร์น่ะ ฮ่าๆ”

 

               “ไอ้จุนฮเว!” ไอรีนแหวเข้าให้

 

               เสียงจ้อกแจ้กจอแจของเด็กวัยใส ทำให้หัวใจมาร์คกระชุ่มกระชวยขึ้นมาบ้าง หลังจากห่อเหี่ยวมาทั้งอาทิตย์ คนรู้จักเขาและแบมแบมก็แวะมาเยี่ยมกันไม่ขาด เมื่อวานเพื่อนสนิทเด็กนั่นอย่างปาร์ค จีมินก็มาเยี่ยมเสียครึ่งวัน

 

               เด็กๆมาเยี่ยมไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขอตัวกลับเพราะเกรงใจร่างสูง มาร์คจึงกลับเข้าไปนั่งข้างเตียงที่เดิม จับมือแบมแบมอยู่อย่างนั้นเหมือนทุกวัน 

 

               “วันนี้เพื่อนมาเยี่ยมด้วยแหละแบมแบม ใครๆก็คิดถึงนาย รู้ไหม ใครๆก็คิดถึงนาย..รวมถึงฉันด้วย” มาร์คบอก ดวงตาคมซึ้งมองอีกฝ่ายอย่างหลงใหล กลืนก้อนสะอื้นขมๆที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ อดปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากลัวอีกฝ่ายจะไม่ฟื้นมาเจอกันอีก

 

               “ฉัน...คิดถึงนาย” มาร์คกระซิบ เสียงทุ้มสั่นเครือ กระบอกตาร้อนผ่าว ใบหน้าคมฉายแววอ่อนล้า ซบลงไปกับเตียงกว้าง

 

               เวลาแต่ละวัน ผ่านไปอย่างเชื่องช้ายาวนาน..ตอนที่ไม่มีแบมแบมอยู่ด้วย

 

               เขาคิดถึงน้ำเสียงสดใส

 

               รอยยิ้มหวานหวาน

 

               และดวงตากลมโตเป็นประกายของอีกฝ่าย

 

               *ก๊อกๆ*

 

               “เข้ามา”

 

               “อาหารเย็นครับคุณมาร์ค”

 

               “อืม”

 

               “พักผ่อนบ้างนะครับ คุณแบมแบมคงรู้สึกไม่ดีถ้าตื่นมาแล้วเห็นคุณมาร์คเป็นแบบนี้” จินยองเอ่ยอย่างเป็นห่วง ตั้งแต่คุณแบมแบมเข้าโรงพยาบาลร่างสูงก็ไม่ค่อยได้พักผ่อนเท่าไหร่ รังแต่จะนั่งเฝ้าคนตัวเล็กไว้ไม่ห่าง แถมข้าวปลาอาหารก็ไม่ค่อยแตะ จนตอนนี้ซูบผอมลงไปเยอะ ดีหน่อยที่ว่าบริษัทได้ทางคุณพ่อคุณมาร์คส่งคนมาดูให้ ไม่งั้นคุณมาร์คคงได้ทรุดไปจริงๆ

 

               มาร์คตอบอือออในลำคอไม่ได้ใส่ใจนัก ดวงตาคมยังคงไม่ละจากดวงหน้าหวานไปไหน จินยองได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเดินออกห้องไป

 

               “พักผ่อนซะนะ เด็กดี..แล้วพรุ่งนี้ค่อยตื่นมาเจอกัน” มาร์คกระชับมือเล็กไว้กับอก อีกมือหนึ่งยื่นไปลูบหัวอีกคน

 

               “...”

 

               มาร์คนั่งอยู่อย่างนั้นจนค่อนคืนโดยไม่เบื่อสักนิด แต่พอความง่วงเริ่มเข้าตีรวน เขาก็เริ่มฝืนร่างกายไม่ไหว จึงได้ตัดสินใจไปนอน

 

               “พี่รักแบม ฝันดีนะครับคนดีของพี่” เป็นแบบนี้ทุกวันตั้งแต่แบมแบมเข้าโรงพยาบาล ร่างสูงเฝ้าพร่ำบอกกับคนตัวเล็กไม่ขาด อยากจะชดเชยช่วงเวลาแย่ๆที่ผ่านมาให้กับร่างบาง

 

               มาร์คลุกขึ้นกดจูบลงไปบนหน้าผากมน น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยกระซิบชิดริมใบหูเล็ก คำว่ารักที่เขาเฝ้ารออยากจะบอกกับอีกฝ่าย เวลานี้เขาพร้อมที่จะพูดมันออกไปแล้ว จะดีแค่ไหนถ้าอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาฟังจากปากตน

 

 

               ได้โปรด..ตื่นขึ้นฟังพี่พูดสักครั้ง...

 

 

               “พี่รักแบม”              

  

 

               มาร์ค ต้วนรักกันต์พิมุกต์ ภูวกุล

 

 

               มาร์คค่อยๆถอยร่นไปที่โซฟา ก่อนจะล้มตัวลงนอน เขานอนที่นี่ทุกวัน ไม่เคยห่วงความสะดวกสบายเพราะที่เขาห่วงที่สุดคือกลัวแบมแบมตื่นมาแล้วไม่เจอใคร เขาอยากเป็นคนแรกที่แบมแบมตื่นมาเห็น มาร์คพลิกตัวตะแคงข้างมองดวงหน้าหวานของคนบนเตียง ก่อนที่ดวงตาคมจะผล็อยหลับไป...ไม่ทันได้เห็นนิ้วเล็กที่กำลังขยับอยู่....

 

 

 

+ดวงใจมาเฟีย+

 

------------------------

สงสารพี่มาร์ค TT[]TT

------------------------

 

             โค้งสุดท้ายแล้ววว สำหรับฟิค ไม่มีรีปริ้นท์และเหลือเวลาอีก 3 วันเท่านั้น!!  เราปิดยอด 31/03/59 นี้ ใครยังไม่มีรีบจับจองกันนะคะ เพราะถ้าสั่งหลังเราปิดยอดไปแล้ว จะไม่ได้ของแถมแล้วน้าาา อยากแจกของแถม มันน่ารัก น่าใช้มากเลยน้าา ^w^

อัพเดทรายชื่อ : CLICK!

ช่องทางติดต่อที่สะดวกสุด : sweetiepievip@gmail.com 

ปล.ไลน์ไม่ค่อยแจ้งเตือน แล้วนานๆเราก็เข้าไปดูทีค่ะ แต่ถ้าเมล์มาเราจะตอบเร็วมาก :)

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/352011/137173834-member.jpg

รัก

Sweetie Pie**

ความคิดเห็น