email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 ความซวย (1) (NC นิ้ดเดียว)

ชื่อตอน : บทที่ 1 ความซวย (1) (NC นิ้ดเดียว)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 683

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2563 22:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ความซวย (1) (NC นิ้ดเดียว)
แบบอักษร

บทที่ 1 

 

 

เส้นขอบฟ้าอาบย้อมด้วยสีส้มแดง ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง แสงที่ค่อยๆ ลับหายไปเช่นนี้หากเป็นผู้อื่นก็คงเร่งกลับเรือนร่วมกินข้าวกับภรรยาและลูกหลาน แต่ไม่ใช่กับหว่านเถียน แสงสีส้มแดงสลัวๆ นี่นั้นทำได้เพียงแค่ปลุกหนอนขี้เกียจในตัวนางเท่านั้น

 

 

ร่างบางขยับตัวยุกยิกมุดเข้าผ้าห่มผืนหนาหลบหนีอากาศที่ค่อยๆ เย็นลงเมื่อดวงอาทิตย์ลาลับ สำหรับนางแล้วต้องรอฟังเสียงเคาะเกราะไม้ก่อนจะถึงเวลาที่นางต้องตื่น...

 

 

" อากาศแห้งแล้ง ระวังฟืนไฟ! "

 

 

ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยามเสียงของทหารลาดตระเวนก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะเกราะไม้ ทำให้หว่านเถียนบิดกายพลิกไปมาอิดๆ ออดๆ อยู่ครู่หนึ่งจึงลืมตาขึ้น ใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าเช็ดตาของตนเองลวกๆ แคะขี้ตาพลางดีดมันออกนอกหน้าต่างอย่างไม่ใส่ใจนัก ขี้ตาของนาง นางจะกินก็ย่อมได้!

 

 

ยื่นมือออกไปนอกเตียงคว้าผ้าสะอาดที่แช่อยู่ในกะละมังใบเล็กบนเก้าอี้ข้างหัวเตียงมาเช็ดหน้าอีกครา เช็ดชำระกายด้วยความงัวเงีย จนเสียงทหารลาดตระเวนดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม เท้านางถึงสัมผัสกับพื้น...

 

 

ดวงตากวาดมองกระถางสมุนไพรเล็กใหญ่ที่วางอยู่ในเรือน ไม่อีกไม่น้อยที่เบียดเสียดอยู่ที่โถงกลาง เดินวนไปวนมามองดูสมุนไพรหลายตนที่ยังดูแข็งแรงดีก็วางใจ หยิบเสื้อคลุมตัวหนามาสวม มือหนึ่งหยิบเตาอุ่นมากอดไว้ ที่แขนยังมีตระกร้าใบใหญ่คล้องไว้ ถอนหายใจยาวออกมา มองดูไอร้อนสีขาวที่ปรากฎขึ้นในยามที่นางถอนลมหายใจ จมูกเล็กๆ เริ่มขึ้นสีแดง บ่นอุบอิบออกมาเสียงเบา

 

 

" หนาวนัก... "

 

 

หว่านเถียนถอนหายใจยาวออกมาอีกครา กลั้นใจเดินออกจากเรือนหลังน้อยอันแสนอบอุ่นด้วยความอาลัย ยามที่ถึงประตูใหญ่ก็ดึงคบเพลิงอันหนึ่งออกมา ก่อนจะลงสลักประตูไว้อย่างแน่นหนา สองเท้าก้าวสั้นๆ เดินมุ่งหน้าไปยังนอกเมือง ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง วันนี้เป็นวันบัดซบอะไรถึงได้หนาวเพียงนี้! เซียนที่คอยดูแลดินฟ้าอากาศนั้นแอบอู้หรือไร หา!

 

 

" หมอหว่าน! "

 

 

หว่านเถียนหันมองตามเสียงเรียก ก็มองเห็นบุรุษที่คุ้นตาก็ยิ้มกว้างออกมา เอ่ยรับด้วยเสียงร่าเริงสดใสผิดกับใบหน้าบูดบึ้งที่เพิ่งลอบก่นด่าเทพเซียนไปเมื่อครู่...

 

 

" ต้าต๋า! "

 

 

หว่านเถียนยิ่งยิ้มกว้างขึ้นอีกเมื่อเห็นบุรุษผู้นั้นใกล้เข้ามาจนนางมองเห็นเรือนร่างสูงโปร่งกำยำของเขาได้อย่างชัดเจน ไออุ่นของบุรุษทำให้นางอุ่นขึ้นชั่วขณะ มองดูอาภรณ์ของพรานหนุ่มตรงหน้าที่สวมใส่ในฤดูหนาวไม่ต่างจากฤดูร้อน อกเสื้อแบะกว้างยิ่งทำให้นางเห็นกล้ามเนื้อที่ชวนให้น้ำลายหยด อาหารตาของข้า... ช่างชุ่มชื่นหัวใจเสียจริง!

 

 

" ยาของหมอหว่านดีมากจริงๆ นะขอรับ แผลข้าสมานเร็วมาก! "

 

 

หว่านเถียนเบิกตากว้างมองดูต้าต๋าที่แบะอ้าอกเสื้อออกให้กว้างขึ้นจนอาภรณ์ที่ทบกันนั้นแบะอ้าไปถึงช่วงไหล่ จึงเผลอยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ยื่นมือไปแตะแผ่นอกของเขา พลางขยับปลายนิ้วลูบไล้เบาๆ ที่รอยแผลสีชมพูที่เพิ่งเริ่มสมาน แม้สีหน้านางจะเคร่งครึมแต่ในใจของหว่านเถียนยามนี้กลับมีบุปผาผลิบานนับร้อยดอก การเป็นหมอมันดีอย่างนี้นี่เอง! ทำให้ข้ากินเต้าหู้ได้อย่างเปิดเผย!

 

 

หว่านเถียนลูบอยู่นานสองนานก็รู้ตัวดีว่าสมควรจะพอได้ พยักหน้าขึ้นลงช้าๆ เงยหน้ามองต้าต๋าที่กำลังยิ้มกว้างด้วยความดีอกดีใจ ยิ้มบางๆ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย

 

 

" อย่าหักโหม หากแผลฉีกขึ้นมาข้าจะไม่รักษาให้แล้วนะ "

 

 

" ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ วันนี้ข้าล่ากระต่ายตัวอ้วนมาได้สองสามตัว หมอหว่านไม่ชอบอากาศเย็น ไว้พรุ่งนี้ข้าจะฟอกขนกระต่ายให้หมอหว่านทำผ้าพันคอ "

 

 

หว่านเถียนได้ยินเช่นนี้หัวใจก็เหลวเป็นน้ำทันที ตบแผ่นอกตึงแน่นของเขาเบาๆ ส่ายหัวปฏิเสธด้วยท่วงท่าผ่าเผยองอาจ แต่มือกลับลอบลูบแผ่นอกอุ่นร้อนของต้าต๋าไม่หยุด ลูบอย่างระมัดระวังโดยที่ไม่เขารู้สึกตัวแม้แต่น้อย เรื่องการลวนลามบุรุษ แอบกินเต้าหู้หนุ่มน้อย หรือแม้แต่แทะโลมด้วยสายตานั้นนางเชี่ยวชาญยิ่ง!

 

 

" ไม่เป็นไร ของเหล่านั้นข้ามีมากมาย หากไม่เชื่อฟังข้าต่อไปข้าจะไม่ลดค่ายาให้เจ้าแล้ว "

 

 

หว่านเถียนส่ายหัวอีกคราเมื่อเห็นบุรุษตัวโตที่แสนซื่อคิดจะเอ่ยขัด ตบไหล่หนาอีกคราก่อนจะหมุนกายเดินขึ้นเขาไป

 

 

ต้าต๋ามองท่าทางของหว่านเถียนด้วยแววตาเคารพเลื่อมใส หมอหว่านเป็นหมอที่ดีจริงๆ! น่านับถือยิ่ง!

 

 

 

 

หว่านเถียนส่งเสียงครวญทำนองเพลงในลำคอ เดินขึ้นเขาด้วยความฮึกเหิม ฝีเท้ามั่นคงกระฉับกระเฉงดุจได้รับพลังจากแอบกินเต้าหู้ต้าต๋ามาเมื่อครู่ ใบหน้ายิ้มแย้มใช้คบเพลิงในมือส่องหาสมุนไพรที่หลบซ่อนอยู่ใต้ดิน แม้ฤดูนี้จะเป็นฤดูหนาว สมุนไพรส่วนมากนั้นไม่ค่อยเติบโตอีกทั้งยังหาพบได้ยาก แต่ทุกอย่างก็ย่อมอยู่ในวัฏจักร ทุกสิ่งก็ต่างมีเอกลักษณ์ประจำ เช่นพืชที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล... สมุนไพรก็เช่นกัน

 

 

หว่านเถียนก้มเงยๆ ย้ายจากมุมนี้ไปยังมุมโน้น ย้ายจากมุมโน้นมายังมุมนี้ แหวกพงหญ้า อีกทั้งยังแทบจะจุ่มหน้าลงไปบนผืนดินเพื่อหาสมุนไพรล้ำค่าที่สามารถพบได้ในเฉพาะฤดูหนาว เมินเฉยสมุนไพรธรรมดาๆ ที่หาได้ทั่วไป

 

 

หว่านเถียนมุดดูตามกอหญ้า แทบจะแนบกายลงไปบนพื้นดิน ยอบกายคลานไปบนพื้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือว่าเป็นเพราะประสบการณ์ในการหาสมุนไพรมาอย่างยาวนาน บางครานางก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงสมุนไพรที่กำลังร้องเรียก เป็นลางสังหรณ์แปลกๆ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เล็ก หรือว่านี่อาจจะเป็นเหตุผลที่อาจารย์รับนางเป็นศิษย์

 

 

หว่านเถียนถอนหายใจยาวออกมาด้วยความจนใจ นอกจากนางจะงดงาม ใจกว้างและเฉลียวฉลาด นางยังมีพรสวรรค์พิเศษที่ฟ้าประทานให้! สวรรค์รักใคร่เมตตานางเช่นนี้จะทำให้สตรีอื่นนั้นอิจฉาได้นะ!

 

 

พลันหว่านเถียนรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยอยู่บ้าง หันหน้ามองทิศทางตามที่รู้สึกก่อนจะเร่งคลานเข้าไปหา อยู่ไม่ไกล!

 

 

สมาธิและสติของหว่านเถียนยามนี้มุ่งอยู่ที่ลางสังหรณ์เบาบางที่สามารถหายไปได้ทุกเมื่อ จึงทำให้นางไม่ได้ยินเสียงแปลกๆ ที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหว่านเถียนคลานใกล้เข้าไป เกินกว่าที่นางจะรู้ตัว พอได้สติขึ้นมาก็ถอยไม่ทันแล้ว

 

 

หว่านเถียนยามนี้นั่งยองหลบอยู่หลังพุ่มไม้ ดวงตาแนบไปกับพุ่มไม้ด้าหน้าที่คอยปิดบัง แอบมองดูบุรุษสตรีที่กำลัง...เอ่อ...รักใคร่กันอย่างดุเดือด

 

 

“โอ้ยย ท่านพี่ เบาหน่อย!” สตรีผู้นั้นร้องลั่น พยายามดันหน้าท้องของบุรุษให้ออกห่าง แต่นางกลับเด้งเอวสวนสะโพกอัดกลับอย่างดุเดือด

 

 

“วันนี้ข้าเห็นเจ้ายิ้มให้ช่างตีเหล็กผู้นั้น นางแพศยาท่อนเอ็นอันเดียวยังไม่พอใจหรือ”

 

 

หว่านเถียนหดคอเล็กน้อย เมื่อสายลมพัดพาจึงทำให้กิ่งไม้ใบไม้ขยับไหว จึงทำให้แสงจันทร์ลอดส่องลงมาพอดีทำให้มองเห็นคู่รักตรงหน้าได้อย่างชัดเจน พวกเขา... เป็นคู่สามีภรรยาเจ้าของร้านหนังสือที่นุ่มนวลอ่อนโยนในยามกลางวัน นางก็เพิ่งรู้ว่ายามกลางคืนพวกเขาเร่าร้อนกันเช่นนี้ มองบุรุษที่หยิบแท่งหยกอันไม่ใหญ่มากนักออกมาจากห่อผ้า ก่อนจะสวนแทงหยกเข้าไปในร่องรักสีแดงเข้มที่ยังคงมีลำเอ็นแช่ค้างไว้

 

 

“กรี้ดดด จะแหกแล้ว!”

 

 

หว่านเถียนกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ เบือนหน้าหนีแต่ดวงตายังคงเหลือบมองเป็นระยะ ให้ตายเถอะ... นางเป็นหมอย่อมเข้าใจว่าส่วนนั้นค่อนข้างยืดหยุ่นอยู่สักหน่อย ตะ แต่... ใส่สองอันเข้าไปในช่องเดียวได้อย่างไร!

 

 

คิดยังไม่ทันได้จบสิ้นเสียงนางก็พร่ำบ่นออกมาพร้อมกับหยัดเอวสู้ สองขารัดเอวบุรุษผู้นั้นไว้แอ่นก้นเด้งร่องรักเข้าหาลำเอ็นและแท่งหยกอย่างรวดเร็ว

 

 

“เสียวเหลือเกิน ท่านพี่เร็วหน่อย”

 

 

หว่านเถียนยามนี้จ้องมองจนโง่งมไปแล้ว ตำราร่างกายมนุษย์นางก็เคยอ่านมาไม่น้อย อีกทั้งตำราปกขาวนางก็พอเห็นอยู่บ้าง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้สิ่งในตำราและสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตรงหน้าย่อมต่างกัน ความเร้าร้อนของพวกเขาเหมือนจะทำให้อากาศหนาวรอบด้านนั้นร้อนฉ่าไปด้วย เหมือนจะรู้สึกว่าสวมเสื้อคลุมตัวนี้นั้นร้อนยิ่ง

 

 

เกาหัวแกรกๆ ด้วยความลำบากใจ หากวันหน้านางไปเยือนร้านหนังสือคงจะมองส่วนล่างของพวกเขามากกว่าใบหน้าแล้ว บ้าจริง!

 

 

พลันดวงตาของหว่านเถียนก็ไปตกอยู่ที่จุดเชื่อมประสานของพวกเขา ดวงตามองดูบุปผาสีแดงเข้มบนพื้นที่ถูกน้ำรักของพวกเขาราดรดใส่จนเปียกชุ่มไปทั้งดอกและใบ บุปผาในที่นี้หมายถึงบุปผาจริงๆ ไม่ใช่ส่วนนั้นของสตรี!

ความคิดเห็น