ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 น้องสาวอีกคนหนึ่ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 น้องสาวอีกคนหนึ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2563 22:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 น้องสาวอีกคนหนึ่ง
แบบอักษร

ตอนที่ 1 น้องสาวอีกคนหนึ่ง 

*“ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ที่ฉันต้องทนกับทุกสิ่ง 

ปิดบังความจริงในใจทุกๆ อย่าง 

ทุกครั้งที่เราพบกัน ทุกครั้งที่เธอหันมา 

ที่ฉันเฉยๆ รู้มั้ยฉันฝืนแค่ไหน 

ได้ยินไหม หัวใจฉัน มันกำลังบอกรัก รักเธออยู่ 

แต่ฉันไม่อาจ จะเปิดเผยใจออกไป ให้ใครได้รู้ 

ได้ยินไหม หัวใจฉัน ยังคอยอยู่ตรงนั้น รอให้เธอเปิดดู 

หวังเพียงแค่เธอรู้ สักวันหนึ่ง... 

 (*เพลง สักวันหนึ่ง ขับร้องโดย มาริสา สุโกศล หนุนภักดี จากภาพยนตร์เรื่อง สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก) 

เด็กสาวร่างบางในชุดเสื้อยืดสีชมพูอ่อน กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบ บนศีรษะประดับด้วยที่คาดผมก้านพลาสติกเพ้นท์ด้วยลายดอกไม้เล็กๆทำให้ใบหน้าขาวใสไร้เครื่องสำอางดูโดดเด่นขึ้นมาเล็กน้อย ในตอนนี้เธอกำลังนั่งรถเมย์เพื่อไปลงซอยหน้าบ้านของเพื่อนสนิทสาวอย่างอิงฟ้าด้วยใบหน้าที่ดูตึงด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยเพราะเพลงจากคลื่นสถานีวิทยุที่เปิดในรถเมย์ตอนนี้ 

‘มีเพลงเป็นล้านๆเพลงแต่ดันมาเปิดเพลงนี้ หึ’ 

ทิพย์ลดามองของฝากในมือ ขนมปังไส้ทูน่าที่เธอซื้อมาเป็นขนมที่พี่ชินชื่นชอบและเธอก็จำได้ดีเพราะอิงฟ้าเป็นคนบอกเธอถึงจะเพียงแค่ครั้งเดียวก็ตาม 

เด็กสาวเดินลงจากรถเมย์มาลงที่ปากซอยทางเข้าบ้านของอิงฟ้า เพียงแค่ 3 ป้ายจากหน้าปากซอยบ้านเธอมาแถวหมู่บ้านที่อิงฟ้าอยู่นั่น ถ้ารถไม่ติดก็ใช้เวลาไม่นาน 

เมื่อมาถึงรั้วไม้กลางเก่ากลางใหม่ที่กั้นตัวบ้านอันแสนคุ้นเคย ทิพย์ลดาจึงกดกริ่ง รอเพียงไม่นาน เสียงของคุณน้าสาวิตรีแม่ของอิงฟ้าก็แว่วมาให้ได้ยิน 

“ฟ้า ดอกไม้มาแล้ว ลูก” 

ร่างอวบของเพื่อนสนิทสาวในเสื้อผ้าฝ้ายสีพื้นเขียวลายไอติม กางเกงขาสั้นแค่เข่าใส่อยู่บ้าน วิ่งยิ้มแฉ่งออกมาจากบ้านเพื่อมาเปิดประตูรั้วให้เธอ 

“มาตรงเวลาเลย” 

“ฉันกลัวเลทมากแล้วจะมืดน่ะ ฟ้า” 

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ปล่อยเพื่อนให้กลับบ้านมืดๆค่ำๆคนเดียวหรอก” เด็กสาวร่างอวบว่าขึ้น ทิพย์ลดาดูออกว่าเธอมีแผน แต่เธอก็เหนื่อยเกินกว่าจะพูดขัดอะไรเพื่อนสนิทสาว 

“เสียดายที่แนทตี้ต้องไปต่างจังหวัดกับที่บ้าน ไม่งั้นได้มากินด้วยกันแล้ว” ดอกไม้ว่าขึ้นขณะรอเพื่อนสาวปิดประตูรั้ว 

“นั่นน่ะสิ ถ้าอย่างงั้นไว้เที่ยวหน้าเรานัดกันใหม่ ไปเที่ยวกันเองดีกว่าเนอะ” อิงฟ้าเสนอแนะ “จริงสิ เธอซื้ออะไรมาด้วยหรอ” อิงฟ้าถามขึ้นพลางมองถุงพลาสติกที่สกรีนร้านขนมชื่อดัง 

“อ๋อ พอดีฉันไปห้างกับที่บ้านเมื่อวาน เลยคิดว่าจะซื้อมากินกับที่บ้านเธอด้วยน่ะ” 

“เป็นอะไรอ่ะ อ๊ะ ปังทูน่าทั้งนั้นเลยนี่นา” อิงฟ้าแอบดูในถุง ก่อนจะมองเพื่อนสาวยิ้มๆ 

“ร้านนี้เขาให้ไส้เยอะดี อีกอย่างที่บ้านเธออุตส่าห์ชวนฉันมากินด้วย มาตัวเปล่าก็น่าเกลียดแย่สิ”  

“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่” อิงฟ้าพูดขึ้น นึกขำอาการแก้ตัวของเพื่อน 

“เข้าบ้านเธอเถอะ เดี๋ยวน้าตรีสงสัยว่าทำไมเราไม่เข้าบ้านซักที” 

“แต่ขนมปังไส้ทูน่าเป็นของโปรดของพี่ชิน”  

“ฟ้า! ฉันซื้อมากินกับทุกคน” 

“ก็แค่พูดเฉยๆ ทำไมต้องเสียงดังเล่า ฮ่าๆ” เด็กสาวร่างอวบยิ้มๆ “จริงๆ เธอไม่ต้องซื้ออะไรมาก็ได้ มากินที่บ้านฉันก็อิ่มแล้ว เอ้อ แล้วจะบอกให้ มื้อนี้มีแต่ของโปรดพี่ชินเขาทั้งนั้นเลยแหละ” อิงฟ้ายังคงร่ายต่อไปในฐานะแม่สื่อที่ดี 

“ฉันตั้งใจมายินดีกับพี่เขานะ ฟ้า ไม่ได้คิดอะไรอื่นจริงๆ” ใช่แล้ว เธอตั้งใจมายินดีกับพี่เขาจริงๆ แต่ทว่าหลังจากอิงฟ้าบอกว่ามื้อนี้มีแต่ของโปรดของชายหนุ่มที่เธอแอบชอบ เธอก็อดที่จะไม่สนใจไม่ได้จริงๆ 

แม้พี่เขาจะไม่ได้คิดอะไรด้วยก็ตามที 

ในครัวยามนี้ ทุกคนในบ้านต่างช่วยกันเตรียมอาหารในครัว ส่วนทิพย์ลดาในฐานะแขก สาวิตรีก็ให้นั่งรอในครัวไปก่อน แต่ด้วยความที่นิสัยเธอไม่ใช่คนอยู่เฉย เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในครัว ภาพที่เห็นตรงหน้าคือทุกคนกำลังทำกับข้าวกันอย่างขมีขมัน  

“ขอโทษนะคะ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ” เธอเอ่ยถามขึ้น 

“ไปนั่งเหอะ ดอกไม้ เดี๋ยวพวกเราจัดการเอง” อิงฟ้าว่าขึ้น 

“อุ๊ย หนูไปนั่งในห้องนั่งเล่นเถอะลูกไป ในครัวมันเหม็นนะจ๊ะ” สาวิตรีว่าขึ้นอีก “นี่พ่อ หั่นดีๆสิจ๊ะ” หญิงสาววัยกลางคนหันไปดุสามี 

“โธ่ แม่ อย่าว่าพ่อเลย พ่อไม่ค่อยได้เข้าครัวนี่นา” 

“เรียกว่าไม่ได้เข้าเลยดีกว่า” อิงฟ้าล้อเลียนบิดา ทั้งๆที่ตัวเองก็ทำครัวได้เงอะงะเหมือนกัน 

“เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมง ชินก็จะกลับมาแล้วด้วยสิ ฟ้าโทรถามพี่หน่อยซิว่าถึงไหนแล้ว” ผู้เป็นแม่สั่ง 

ทิพย์ลดามองไปที่นาฬิกาที่ตีบอกเวลาเกือบหกโมงครึ่งแล้ว 

“พี่ชินว่าอีกประมาณสิบห้านาทีค่ะ” 

“ตายๆๆๆ มาช่วยแม่ด่วนๆเลย ฟ้าลูก พ่อด้วย” 

ดนัยปอกเปลือกแตงกวาอย่างเชื่องช้าเพราะทำไม่ค่อยถนัด จนในที่สุดเสียงใสๆก็ดังขึ้นมาจากข้างหลัง 

“ให้หนูช่วยนะคะ หนูพอทำได้ค่ะ” 

ประมุขของบ้านชายเอ่ยแก่ผู้เยาว์อย่างเกรงใจ 

“ไม่เป็นไรหนู เดี๋ยวอาทำเอง” 

“นะคะ หนูเองก็เกรงใจเหมือนกัน อุตส่าห์ชวนหนูมากินข้าว ให้หนูนั่งเฉยๆ ไม่ช่วยอะไรก็ยังไงๆอยู่ค่ะ” 

เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางที่ดูแข็งขันอยากจะช่วยแบบนั้น เขาจึงเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นแตงกวาที่กำลังปอกอยู่ให้เธอ 

“งั้นเดี๋ยวหนูช่วยปอกแตงกวานิดนึงได้ไหม” 

“ได้ค่ะ” 

“หนูดอกไม้ หนูเป็นแขกนะ เราจะไม่ใช้แขกทำงานหรอกจ้ะ” 

“ขอหนูช่วยนิดนึงนะคะ จะได้เสร็จทันพี่ชินกลับมา” 

เมื่อเห็นสายตาที่มุ่งมั่นของร่างแน่งน้อยตรงหน้า สาวิตรีก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู 

“ขอบใจหนูมากนะจ๊ะ” 

ในขณะที่ทิพย์ลดากำลังปอกแตงกวาอย่างคล่องแคล่วอยู่นั้นเอง อิงฟ้าก็เดินมาแซวเบาๆข้างหูเธอ 

“เหมือนภรรยาที่ทำกับข้าวรอสามีเลยอ่ะ” 

“ยัยฟ้า” เธอหันขวับมามองเพื่อนเขม็ง 

“ล้อเล่น แต่ถ้าจริงก็ดีใช่ไหมล่ะ ><” 

“ยังๆไม่หยุด ไปทำงานของเธอต่อเลยไป” เพื่อนสาวไล่อย่างเขินๆ 

ยัยฟ้า ยัยขี้มโนล้านแปด มันจะเป็นไปได้ยังไงเล่า 

---------------------------------------------------------- 

สักพักใหญ่ แสงไฟจากรถยนต์ส่องเข้ามาในตัวบ้าน ดนัยที่ช่วยจัดจานกับบุตรีที่โต๊ะเห็นดังนั้นจึงว่าขึ้น 

“เจ้าชินกลับมาแล้ว” 

สาวิตรีกับทิพย์ลดาที่กำลังง่วนอยู่ในครัวก็ต่างรีบจัดแจงทำกับข้าวที่เหลือ ตักใส่ชาม ใส่จานกันอย่างไว 

ชายหนุ่มในชุดโปโลสีเทา กางเกงดำดับรถ ก่อนจะลงจากรถเพื่อเดินเข้ามาในบ้าน และด้วยความที่เป็นคนช่างสังเกต ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในบ้าน เขาจึงเห็นว่าวันนี้มีรองเท้าคู่หนึ่งซึ่งแปลกปลอมไปจากทุกคนในบ้าน 

‘หรือฟ้าซื้อรองเท้าคู่ใหม่’ 

เมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้าน สิ่งที่ตามมาก็คือกลิ่นหอมของกับข้าวซึ่งสำหรับเขาที่อ่อนเพลียจากการทำงานรักษาคนไข้มาทั้งวันอย่างอาคเนย์ท้องร้องขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

              “สวัสดีค่ะ พี่ชิน” อิงฟ้าไหว้ผู้เป็นพี่ชาย 

“จ้า ฟ้า สวัสดีครับ พ่อ” เขาเข้าไปลูบศีรษะผู้เป็นน้องสาวเบาๆ ก่อนจะหันไปไหว้เคารพผู้เป็นพ่อ 

“ในครัวยังทำกับข้าวกันอยู่หรือเปล่าครับ ผมหิวมากเลย” 

“นี่ มาช่วยยกกับข้าวออกไปหน่อยจ้า” สาวิตรีว่าขึ้น  

อิงฟ้าเข้าไปในครัวเป็นคนแรก ตามด้วยดนัยและคนสุดท้ายคืออาคเนย์ที่มีท่าทีกระตือรือร้นอยากไปช่วยในครัวเพราะหิวเต็มที 

แต่ทว่าทันทีที่ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเข้าไปอย่างไวนั้น เขาก็ไม่ทันได้ดูว่ากำลังมีใครเดินสวนออกมาจากในครัวด้วยอารามที่รีบร้อน  

“ว๊าย หกๆ” ทิพย์ลดาร้องอย่างตกใจ ในมือประคองชามต้มยำปลาไม่ให้น้ำในชามหกออกมา 

“อ้าว ดอกไม้ พี่ขอโทษนะครับ ไม่ทันเห็นเรา” ชายสูงวัยกว่าเอ่ยขอโทษร่างเล็กตรงหน้าพลางโล่งอกที่น้ำต้มยำไม่หกออกมาโดนมือบางๆนั้นเข้า 

เด็กสาวถือชามต้มยำปลา มองร่างสูงใหญ่ตาค้าง เขินอย่างมากเพราะเธอไม่เคยยืนใกล้กับเขาขนาดนี้และปกติจะมีอิงฟ้ายืนด้วยกัน 

“...” 

“เป็นอะไรไหม” เมื่อเห็นว่าเด็กสาวตรงหน้านิ่งไปและมองเขาแปลกๆ อาคเนย์จึงเอ่ยถามขึ้น 

“อ๋อ เอ่อ เปล่าค่ะ คือหนูตกใจอยู่...ค่ะ” เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้กระท่อนกระแท่น “เดี๋ยวหนูขอตัวก่อนนะคะ” 

“ครับ ถือระวังหกนะ” เขาอดเตือนไม่ได้ “หรือจะให้พี่ถือไปให้ไหม” 

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูถือไหว” ดอกไม้ตอบไป ไม่รู้ทำไม แค่การเสนอความช่วยเหลือเล็กๆน้อยแบบนี้มันถึงทำให้เธอรู้สึกดีเหลือเกิน แม้จะรู้ว่าเป็นเพราะความมีน้ำใจทั่วไปก็เถอะ 

เมื่อกับข้าวทุกอย่างตั้งโต๊ะพร้อม สมาชิกในบ้านทั้งสี่คนรวมถึงแขกพิเศษอย่างทิพย์ลดาก็ลงมือกินข้าวกันด้วยความหิว 

“ต้องขอบใจหนูมากนะจ๊ะ ดอกไม้ ที่มาช่วยในครัว ไม่งั้นล่ะไม่เสร็จแน่ๆ ถ้าพึ่งสองคนพ่อลูกเนี่ย” 

“โหย แม่ อย่างน้อยหนูก็ช่วยแกะเส้นสปาเก็ตตี้จากซองมาลวกให้นะคะ” 

“ส่วนพ่อช่วยเอาน้ำใส่หม้อนะ” 

“อ่ะจ้า ช่วยได้เยอะมากเลยจ้า พ่อลูกคู่เหมือน” สาวิตรีว่าขึ้น ทั้งโต๊ะต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น 

“ไม่เห็นเหมือนหนูดอกไม้เลย งานในครัวนี่คล่องแคล่ว เป็นแม่ศรีเรือน ช่วยแม่ได้เยอะแยะ ไม่เหมือนเด็กผู้หญิงแถวนี้บางคนเล้ย” 

“โหว แม่ หนูบอกแล้วว่าหนูกินเก่ง แต่ทำไม่เก่ง » 

“น่าให้ดอกไม้มาเป็นลูกสาวบ้านนี้อีกซักคน เผื่อลูกสาวบ้านนี้จะติดนิสัยทำกับข้าวเป็นบ้าง” 

ทิพย์ลดาที่กำลังจิบน้ำก็ถึงกับเกือบสำลัก 

“ไม่เอาอ่ะ หนูอยากได้ฐานะอื่น” อิงฟ้าว่าขึ้น 

ทันใดนั้นเอง เด็กสาวร่างเล็กถึงกับไอโขลกลั่นเพราะสำลักน้ำจนเด็กสาวตัวการที่นั่งข้างๆต้องช่วยตบหลัง 

“ตายจริง พ่อหยิบทิชชูให้แม่หน่อย ชินก็ได้ลูก”  

หลังจากความวุ่นวายเล็กน้อยผ่านไป ทิพย์ลดามีอาการดีขึ้น เธอจึงเอ่ยต่อไป 

“ขอโทษนะคะ” 

“น้องไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมครับ” อาคเนย์ถามเด็กสาวที่นั่งตรงข้ามเขาเมื่อเห็นว่าเธอยังคงหน้าดำหน้าแดงเพราะอาการไอสำลักเมื่อครู่ 

“ค่ะ ไม่เป็นไรแล้ว” เด็กสาวว่าพลางใช้ทิชชูเช็ดรอบปากอีกครั้ง 

“ถ้าอย่างงั้น เราก็เริ่มกินกันดีกว่ามา” ดนัยว่าขึ้น 

ในขณะที่กำลังทานข้าว อิงฟ้าก็สะกิดแขนเพื่อนสนิทสาวเบาๆ ทิพย์ลดาหันมามอง  

“ขอโทษนะ ดอกไม้” เด็กสาวร่างอวบเอ่ยขึ้นเบาๆ 

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันสำลักน้ำเองน่ะ » เธอกล่าวยิ้มๆให้เพื่อนสาวสบายใจ เอาจริงๆ ถ้าไม่คิดอะไรมาก คำพูดของฟ้าที่กล่าวออกมาเมื่อครู่ก็ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย 

“ฟ้า เรายังพูดไม่จบนะ” ผู้เป็นพี่ชายถามขึ้น “ตกลงจะเอาดอกไม้มาอยู่ในฐานะอะไร” เขาเองก็ชักอยากรู้ 

ดอกไม้กลืนอาหารลงอย่างฝืดคอทันที  

‘ยัยฟ้านะยัยฟ้า เธอทำพิษฉันแล้ว’ 

“แหม พี่ชิน จะฐานะอะไรได้ล่ะคะ ก็ต้องเพื่อนสิคะ ฮิๆ” ผู้เป็นน้องสาวว่าขึ้นก่อนจะตีไหล่เพื่อนสาวเบาๆ “เนอะเธอ” 

เพื่อนสาวได้แต่หัวเราะแห้งๆ ยิ้มให้แล้วกัดฟันตอบ 

“จ้ะ” 

ตลอดเวลารับประทานอาหาร บทสนทนาส่วนใหญ่ไม่แคล้วเรื่องของอาคเนย์ ชายหนุ่มตักน้ำต้มยำปลามาซด 

“หืม วันนี้ต้มยำอร่อยจังครับ แม่” 

“นี่ ถ้าจะชมน่ะ ชมหนูดอกไม้เขาโน่น แม่แค่ผู้ช่วย” 

ทิพย์ลดาได้แต่ยิ้มๆแต่ในใจนี่สิ เขินหนักมาก 

“น้องทำอร่อยมากเลยนะครับ” เขาเอ่ยชมก่อนจะกินต่อ 

เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อยที่จู่ๆอิงฟ้าก็เอาเท้ามาโดนเธอ ก่อนจะหันมามองยิ้มๆ พร้อมกับก้มกระซิบ 

“เอาไปเลย 1 แต้ม” 

“แหนะ” เธอก็อดว่าเพื่อนสนิทสาวทั้งยิ้มๆไม่ได้ 

“ต้องไปทำที่ปทุมฯหรือลูก เขาไม่ให้แถวนี้หรือจ๊ะ” สาวิตรีเอ่ยถามบุตรชาย 

“ปทุมฯว่างพอดีครับแม่ แถวๆนี้และในเมืองไม่มีเลย” 

“ว้า นึกว่าจะได้กลับมาอยู่บ้านแล้วแท้ๆนะคะ พี่ชิน” 

“แล้วลูกจะไปพักอยู่ไหน หาหอพักหรืออะไรไว้หรือยัง” ดนัยถามขึ้น 

“เช่าคอนโดอยู่กับเพื่อนครับ พ่อ แถวนั้นเจ้าของเขาปล่อยเช่า ราคาก็กำลังดี มีคนแชร์ด้วยก็สบายหน่อย” 

ทั้งโต๊ะเองก็คุยกันไป ในขณะเดียวกันทิพย์ลดาก็นั่งเป็นผู้ฟังที่ดีโดยเฉพาะเมื่อถึงเรื่องของพี่ชายเพื่อน 

“…ตอนนั้นถ้าไม่ได้คลิปเสียงจากหนูดอกไม้นะ ป่านนี้พวกเรายังตามหายัยฟ้าไม่เจอด้วยซ้ำ” ดนัยพูดขึ้น 

“นี่ๆ หนูเก่งเปล่าที่อัดคลิปเสียงมาได้ ชมหนูก่อนสิ” อิงฟ้าโวย 

“ฟ้าเป็นเพื่อนหนู หนูยินดีช่วยอยู่แล้วค่ะ” เธอว่าขึ้น 

“มื้อนี้ก็ถือว่าเลี้ยงขอบคุณหนูดอกไม้ไปด้วยเลยนะจ๊ะ” สาวิตรีว่าขึ้น 

แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครพูดอะไร อาคเนย์ก็กล่าวแทรกขึ้น 

“ดีสิครับ แม่ มันยิ่งกว่าดีซะอีก น้องดอกไม้นี่ฮีโร่เลยนะครับ กล้าเจรจากับ รปภ.หน้าดุที่ป้อมยามด้วย” เขายังจำและประทับใจได้ไม่ลืมที่เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆกล้าต่อปากต่อคำกับชายรปภ.ร่างสูงใหญ่ที่ป้อมยาม 

              “และเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจเพื่อน นี่เลยสปาเก็ตตี้ที่ฉันแกะห่อและลวกเองกับมือ” ว่าจบอิงฟ้าก็กำลังจะตักเส้นสปาเก็ตตี้ที่เหลืออยู่ในจานให้กับเพื่อนสาว 

“พี่ชินจะกินหรือเปล่า ฟ้า” เธอกระซิบถาม 

“เธอก็ถามพี่ชินเองสิ ว่าพี่เขาจะกินอีกหรือเปล่า” เพื่อนสาวว่าพลางยักคิ้ว 

‘ยัยฟ้าตัวแสบ’ 

“เอาไปเถอะครับ น้อง พี่เริ่มอิ่มแล้วล่ะ จะว่าไปหนูน่ะแหละที่แทบไม่ได้กินอะไรเลย” 

“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวอย่างอายๆ ยิ้มน้อยๆ 

---------------------------------------------------------------- 

“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้มากเลยนะคะ อร่อยมากเลย” ทิพย์ลดาว่าขึ้น ยิ้มละไม  

“แล้วหนูจะกลับเลยหรือเปล่า สามทุ่มกว่าแล้ว นอนค้างที่นี่ก่อนไหมลูก” สาวิตรีชักชวน 

“ไม่เป็นไรค่ะ แม่ บ้านหนูห่างจากที่นี่แค่สามป้ายรถเมย์ แถมดึกๆก็คนน้อยด้วย น่าจะถึงไม่ดึกมากค่ะ”  

“เดี๋ยวหนูเดินไปส่งดอกไม้ที่ป้ายรถเมย์ตรงปากซอยก็ได้ค่ะ” อิงฟ้าเสนอตัว 

              “เอางี้สิ ให้พี่ชินเขาไปส่งสิลูก เดี๋ยวฟ้านั่งไปเป็นเพื่อนก็ได้” แม่ของเพื่อนสาวเสนอ 

“อืม จริงด้วย เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านละกันนะ ดอกไม้ มืดๆค่ำๆ เป็นผู้หญิงเดินไปอันตราย”  

 “ดีเลย ดึกมากแล้ว” ดนัยเห็นด้วย 

“แต่ว่า ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ บางครั้งหนูก็กลับดึกกว่านี้ก็ไม่มีอะไร” 

“ไม่ล่ะ ถ้าจะกลับจริงๆ ให้พี่ชินเขาไปส่งดีกว่านะจ๊ะ เดี๋ยวให้ฟ้านั่งไปเป็นเพื่อนนะลูก สังคมสมัยนี้มันไว้ใจได้ที่ไหนกัน มืดๆค่ำๆอันตรายจะตาย ยิ่งเราเป็นผู้หญิงด้วย” สาวิตรีว่าขึ้นด้วยความเป็นห่วงเพื่อนของบุตรีราวกับบุตรในอุทรอีกคนหนึ่ง  

รถยนต์คันสีดำแล่นมาบนถนนเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านของเด็กสาวที่นั่งหลังรถ และเมื่อขับมาได้สักระยะอิงฟ้าที่นั่งข้างคนขับก็ว่าขึ้น 

“พี่ชิน หนูปวดฉี่” 

“อ้าว แล้วทำไมเมื่อกี้อยู่ที่บ้านไม่เข้าให้เรียบร้อยก่อน ทนไหวหรือเปล่า” 

“ก็ตอนอยู่บ้านมันไม่ปวดอ่ะค่ะ พี่ชินจอดให้หนูลงปั๊มนิดนึง นะๆ มันจะไหลแล้วค่า” อิงฟ้ามีสีหน้าทรมานอย่างเห็นได้ชัดจนผู้เป็นพี่ชายต้องเร่งความเร็วรถ 

จนเมื่อถึงปั๊มน้ำมัน อิงฟ้าก็รีบเปิดประตูรถ 

“เดี๋ยวฉันรีบไปรีบมา” ว่าจบ เด็กสาวร่างอวบก็เดินออกไปอย่างไว พร้อมกับอุบยิ้ม ทิ้งให้อาคเนย์และทิพย์ลดาอยู่กันเพียงสองคน 

“เอ่อ พี่ชินคะ เดี๋ยวหนูลงไปเป็นเพื่อนฟ้านะคะ” 

“ไม่ต้องหรอก ดอกไม้ เดี๋ยวยัยตัวแสบก็มา รอในนี้แหละ ข้างนอกมันร้อนนะ” 

เมื่อผู้สูงวัยกว่ากล่าวออกมาเช่นนั้น ผู้เยาว์วัยอย่างเธอจึงไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่นั่งเงียบเรียบร้อย 

บรรยากาศในรถเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนที่ทิพย์ลดาจะตัดสินใจกล่าวอะไรขึ้นมา 

 “คือว่า ยินดีด้วยนะคะกับความสำเร็จ” เธอพยายามรวบรวมลมหายใจ จับมือทั้งสองข้างที่เริ่มชื้นเหงื่อแน่น ตั้งสติและกล่าวออกมาในที่สุด 

“ขอบคุณครับ”  

เงียบไปอีกครั้ง ต่างคนต่างมองออกไปนอกหน้าต่างรถราวกับกำลังใคร่ครวญว่าจะพูดอะไรดีเพื่อทำลายความเงียบนี้ 

“พี่ชิน/น้อง...” จู่ๆทั้งคู่ก็พูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะหัวเราะออกมา 

“น้องมีอะไรก็ว่ามาก่อนเลยครับ” 

“อ๋อ ไม่มีค่ะ ไม่ได้สำคัญอะไร แล้วว่าแต่พี่ชินมีอะไรหรือเปล่าคะ” 

“ใครสอนหนูทำกับข้าว คุณแม่หรือ” 

“พ่อกับแม่ค่ะ บางครั้งก็คุณป้า” 

“ทำอาหารเก่งนะ แบบนี้ไม่อดตายแน่ๆ ว่างๆจะเรียกมาสอนฟ้าเขานะ” เขาพูดขึ้น 

“รายนั้นกินอะไรก็บอกอร่อยหมดแหละค่ะ ฟ้าเป็นคนกินง่ายอย่างเหลือเชื่อเลย” นึกถึงเพื่อนสนิทสาวขึ้นมาทีไรก็อดขำขึ้นมาไม่ได้ 

“เขากินเก่งมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เรื่องทำน่ะ น่ากลุ้มแท้ ฮ่าๆ” ว่าจบเขาก็เล่าเรื่องอิงฟ้าให้ฟัง เธอก็ฟังอย่างเพลิดเพลิน รู้สึกดีที่เริ่มมีเรื่องคุยกันบ้างแล้วเพราะไม่เคยได้คุยกันมากมายแบบนี้มาก่อนเลย 

“แล้วพี่ชินว่าอะไรอร่อยที่สุดหรือคะ เมื่อกี้นี้” เมื่อสบโอกาสแบบนี้ เธอจึงเอ่ยถามขึ้นในที่สุด เผื่อต่อไป ถ้ามีโอกาส เธอจะได้ทำให้เขาอีก 

ชายหนุ่มในชุดโปโลสีเทานั่งคิดไปสักพักก่อนจะเอ่ยขึ้น “พี่ว่า สำหรับมื้อนี้ คงต้องยกให้ต้มยำปลานะ” 

“จริงหรือคะ” เด็กสาวเผลอพูดเสียงดังด้วยความดีใจ “ดีจังเลย” 

“นี่ ทำไมท่าทางดูดีใจขนาดนั้น เพิ่งเคยทำหรือ” ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย 

“ไม่ค่ะ คือดีใจที่คนได้กินของที่เราทำแล้วบอกว่าอร่อยน่ะค่ะ” คนทำโคตรชื่นใจเลยรู้ตัวป่ะคะ 

พลันก็มีเสียงเคาะกระจกดังขึ้น อิงฟ้านั่นเอง 

“นึกว่าตกส้วมตายไปแล้วนะ ฟ้า” 

“พอดีถ่ายหนักด้วยอ่ะค่ะ ขอโทษที แหะๆ” 

“เฮ้อ เป็นน้องที่น่าหนักใจ” หมอหนุ่มแสร้งว่าก่อนจะทำเป็นเอามือกุมหน้าผากอย่างหนักใจ 

“น่ารักต่างหากล่ะ พี่ชิน ใช่ไหมดอกไม้” 

“บอกไปเลยน้อง ว่าไม่ใช่” อาคเนย์พยายามแหย่ บรรยากาศในรถดูครึกครื้นขึ้นมาทันที 

จนกระทั่งรถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าบ้านปูนสองชั้นหลังเล็ก มีบริเวณเป็นสวนเล็กน้อย ห่างจากปากซอยไม่ไกลเท่าไหร่นัก 

“ถึงแล้วค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ พี่ชิน” เด็กสาวว่าขึ้นก่อนจะไหว้สวัสดีผู้สูงวัยกว่า 

“หน้าบ้านมืดจัง เดี๋ยวพี่ลงไปเป็นเพื่อนดีกว่า” เพราะเขาเองก็เห็นว่าแสงไฟจากโคมไฟนั้นมีติดไม่กี่ต้น อีกทั้งแสงสว่างก็ยังส่องมาไม่ถึงหน้าบ้านเธอเลยด้วย 

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเกรงใจ ขอบคุณมากนะคะ” เธอรีบว่าขึ้นอย่างรวดเร็ว 

“มันมืดนะครับ อันตรายด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ 

“งั้นเดี๋ยวฟ้ารอในรถนะคะ พี่ชิน” อิงฟ้าว่าพลางยิ้มให้เพื่อนสาวที่นั่งหลัง สายตาวาววับ ทิพย์ลดาที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่นึกขันในใจ 

ดอกไม้หยิบกุญแจออกมาจากในกระเป๋า ก่อนจะไขที่ประตูบ้านไม้ทาสีขาว 

“เอ่อ พี่ชินคะ งานหมอคงหนักมากสินะคะ” เด็กสาวพยายามหาเรื่องคุย 

“อืม หนัก” เขาตอบด้วยน้ำเสียงภูมิใจพลางยิ้ม “แต่พี่ก็ชอบเพราะเป็นงานช่วยคน” 

“นั่นสินะคะ พี่ชินนี่เก่งมากเลยค่ะ” เธออดชื่นชมไม่ได้ “ขอบคุณมากนะคะที่มาส่งถึงตรงนี้ด้วย” 

“มืดแล้ว สำหรับเด็กผู้หญิงมันอันตราย น้องอย่าประมาท” เขาเอ่ยเตือน 

“ได้ค่า” เธอว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงแจ่มใส  

“เออ อีกอย่าง ขนมปังทูน่าอร่อยมากเลย เจ้าโปรดพี่เลยนะน่ะ รู้ไหม แต่ว่าจริงๆเราไม่น่าลำบากซื้อมาเลย พี่เกรงใจ” เขาว่าขึ้นพลางยิ้มๆ และรอยยิ้มของเขาก็ทำเอาเด็กสาวตรงหน้ายิ้มไม่หุบเช่นกัน แก้มสีขาวแต้มเลือดฝาดน่ามอง เพียงแต่ในตอนนี้มองไม่เห็นเพราะมืดแล้ว 

“ไม่ลำบากเลยค่ะ พี่ชิน หนูยินดี” เธอเอ่ยขึ้น “แล้วก็ดีใจจังค่ะที่พี่ชอบ” 

“แล้วพี่ก็ต้องขอบใจเราอีกครั้งนะ ดอกไม้ เรื่องที่ไปเป็นเพื่อนพี่ตามดูฟ้าเขาคราวก่อนน่ะ” เขากล่าวขึ้น ในใจยังคงรู้สึกผิดไม่น้อย 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” 

ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มสูงวัยกว่าก็เอามือหนาลูบศีรษะเด็กสาวตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น 

“ดอกไม้ น้องรู้ไหมว่าพี่รู้สึกกับน้อง...” 

คำพูดที่เขาจะพูดต่อมาทำเอาใจเธอเต้นตึกตักแต่ไม่กี่วินาทีมันก็ฟีบลง  

“เหมือนน้องสาวอีกคนหนึ่งต่อจากอิงฟ้าเลยล่ะ” 

-------------------------------------------------------------------- 

เสียงข้อความในไลน์ดังเตือนขึ้นมาในขณะที่ทิพย์ลดานั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่ที่เก้าอี้ มือเรียวเอื้อมหยิบมือถือขึ้นมาอ่านจึงรู้ว่าเป็นข้อความจากอิงฟ้านั่นเอง 

‘ยิ้มหวานอยู่ล่ะซี่’ 

ทิพย์ลดาหน้าเสีย เธอตัดสินใจพิมพ์ข้อความหาเพื่อนสาวคนสนิท 

“เลิกเชียร์ฉันกับพี่เขาเถอะ ฟ้า มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก” เธอว่าขึ้นกับตัวเอง 

ภาพจำของพี่เขาเมื่อสี่ปีก่อนยังคงเด่นชัด ภาพชายผอมสูงใจดี หน้าเข้มแบบไทยๆเดินมาที่ชิงช้าที่เธอกับอิงฟ้ากำลังเล่นด้วยกันเพื่อมารับเพื่อนสนิทเธอกลับบ้าน 

              “พี่กลับมาแล้วหรือคะเนี่ย ดีใจจังเลย ไม่เจอพี่ชินนานมากกกก” อิงฟ้าที่ตอนนั้นเป็นเด็กหญิงตัวอวบแก้มยุ้ยในชุดนักเรียนม.ต้นว่าขึ้น 

“ไง แม่ตัวซน พี่ก็คิดถึงเราเหมือนกัน แล้วเด็กคนนี้ใครหรือ” ชายหนุ่มหันไปมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอีกคนที่ยืนอยู่ 

เด็กหญิงทิพย์ลดาตัวน้อยยกมือไหว้ผู้ชายที่มารับเพื่อน ยืนตัวลีบอย่างเขินอาย 

“เพื่อนใหม่ฟ้าค่ะ ชื่อดอกไม้” เธอแนะนำตัวเพื่อนสนิทอย่างภูมิใจ “ดอกไม้มานี่เร็ว นี่พี่ชายฉันเอง พี่ชิน” 

“รุ่นเดียวกันจริงหรือเนี่ย ตัวเล็กมากเลย” เขามองภาพเด็กสาวแก้มแดงเรื่อที่ตัวประมาณเด็กป. 4 ตรงหน้ากำลังมองมาที่เขาอย่างเกร็งๆ 

“ไม่ต้องกลัวพี่ ถึงพี่หน้าดุแต่ใจดีนะ” เขาว่าขึ้นอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงเป็นกันเองนั่นทำให้เด็กสาวค่อยๆรู้สึกผ่อนคลาย 

จนก่อนจะกลับบ้าน อาคเนย์ก็หันมาพูดกับเธอ 

“กินนมเยอะๆ เล่นกีฬา ออกกำลังกายนะ น้องดอกไม้ หนูจะได้ตัวสูงๆ ตัวเล็กๆแบบนี้เดี๋ยวโดนคนอื่นรังแก รู้เปล่า” 

“ดอกไม้มีหนูดูแลอยู่แล้วน่า” อิงฟ้าว่าขึ้น 

อาคเนย์ถึงกับหัวเราะลั่น ก่อนจะเคาะหัวน้องสาวของตนหนึ่งทีอย่างหมั่นเขี้ยว 

‘พี่ชายฟ้าเป็นคนใจดีจังเลย’ ทิพย์ลดาในตอนนั้นมองแผ่นหลังของพี่ชายเพื่อนที่เดินไปอย่างปลื้มใจลึกๆ 

นับตั้งแต่นั้น เธอก็เริ่มดื่นนม ออกกำลังกายรวมไปถึงเล่นกีฬาต่างๆ กีฬาวิ่งเป็นกีฬาที่เธอชอบที่สุดเพราะไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรให้เกะกะวุ่นวาย ด้วยเหตุนี้ ในตอนนี้เธอจึงสูงกว่าอิงฟ้ามากหน่อยประมาณ 5 เซนติเมตรและชอบลงแข่งกีฬาวิ่งในช่วงกีฬาสีทุกครั้งจนถึงตอนนี้ 

ทิพย์ลดาเปิดเฟซบุ๊ค ก่อนจะพิมพ์ข้อความบางอย่างลงในสเตตัสของเธอ 

‘น่าเสียใจเนอะ ที่ในสายตาเขา เราเป็นมากกว่านั้นไม่ได้ นอกจากน้องสาว’ 

หลังจากพิมพ์เสร็จไปได้ไม่นาน ข้อความในไลน์ก็ดังขึ้นในกลุ่มเพื่อนเธอ  

‘ยัยดอก แกเป็นอะไรถึงขึ้นสเตตัสแบบนั้น’ แนทตี้ทักมาก่อนที่อิงฟ้าจะตามมาติดๆ 

‘พี่ชินพูดอะไรกับเธองั้นหรือ’ 

‘ก็ตามสเตตัสนั้นแหละ’ 

‘มันยังไง เธอโอเปล่า’ 

‘ตอนนี้ไม่เลยแก ไม่เลย’ น้ำตาก็ซึมขณะพิมพ์ไป 

‘อย่าเป็นชะนีตีโพยตีพายสิยะ นังดอก อย่าใจร้อน พี่เขาได้เจอแกไม่กี่ครั้งเองไม่ใช่หรือไง จู่ๆปุบปับจะให้มารักกันเนี่ยนะ วันนี้พี่เขาไม่รักเธอ วันหน้าอาจรักก็ได้นี่ หล่อนพยายามเปิดโอกาสตัวเองหรือยังหรอก’ 

 ‘เอาไลก์รัวๆเลย แนทตี้’ อิงฟ้าว่าขึ้นพลางส่งสติกเกอร์หัวใจ การ์ตูนกอดกันมาเต็มที่ ‘สู้ก่อนสิ ดอกไม้ แถมวันนี้เธอก็ทำได้ดีตั้งหลายอย่างเลยด้วย’ 

‘ฮือ ขอบใจมากนะ เพื่อนรัก’ 

เอาล่ะ หลังจากนี้เธอจะลองพยายามดูตามคำแนะนำของเพื่อนๆ เพียงแต่ว่าถ้าถึงเวลานั้นจริงๆแล้วพี่ชินปฏิเสธความรักกับเธอ เธอจะทำใจได้ไหมนะ  

ช่างปะไร เป็นน้องสาวพี่ชายกันแบบนี้ก็ดีกว่าสายตาเย็นชาอย่างในฝันแบบนั้น 

----------------------------------------------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็น