email-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลค์ให้ด้วยนะค้า ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนพันธุ์เสือ : ภารกิจด่วนเพื่อเธอ (Special Episode )

ชื่อตอน : คนพันธุ์เสือ : ภารกิจด่วนเพื่อเธอ (Special Episode )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 680

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2563 17:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนพันธุ์เสือ : ภารกิจด่วนเพื่อเธอ (Special Episode )
แบบอักษร

 

SPECIAL EPISODE

 

 

 

And, darling, I will be loving you ’til we’re 70

And, baby, my heart could still fall as hard at 23

And I’m thinking ’bout how people fall in love in mysterious ways

Maybe just the touch of a hand

Well, me—I fall in love with you every single day

And I just wanna tell you I am

 

“ผมสัญญาว่าจะค่อยๆ บรรจงเซ็นลายเซ็นบนเรือนร่างของคุณ”

       ประโยคนี้ฉันจะไม่มีวันลืมเพราะมันทำให้ฉันนอนปวดร่างกายไปสองวันสองคืนเต็มๆ ระบมไปหมดทั้งเอวทั้งสะโพกทั้งขา พระเจ้า...เดม่อนไม่ปรานีฉันเลยเขาเหมือนนักล่าแห่งพงไพรที่ไม่ได้ออกล่ามาหลายทศวรรษและฉันดันโชคร้ายโดนสาปจากสวรรค์ให้มาเจอเสือร้ายแล้วโดนตะครุบภายในหนึ่งนาทีแต่นอนชุ่มเหงื่อหอบกระเส่าหลอมรวมลมหายใจกันและกันทั้งคืนได้โบนัสมาเป็นการระบมไปทั่วร่างกายอีกสองวัน

       อยากจะวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า อ๊ะ ไม่สิ ฉันศาสนาพุทธนี่นา งั้นอยากจะวิงวอนต่อพระพุทธเจ้าลูกเกิดมาเป็นเหยื่อของเสือก็จริงแต่ถ้าชาติหน้าฉันใดขอให้ลูกได้เกิดมาเป็นผู้ล่าด้วยเถิดส่วนในชาตินี้นั้นลูกไม่ขออะไรมานอกจากให้เสือเขี้ยวดาบตัวนี้...

“ว้ายยยยยยยยยยยยย!!!!” ยังเลยนะ...ฉันยังไม่ทันวิงวอนจนจบประโยคเลยกำลังจะพูดใจความสำคัญที่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการมากกว่าอะไรทั้งหมดคือ ‘ปรานีต่อลูกด้วยเถิด’ แต่นอกจากเดม่อนที่จะไม่ปรานีแล้วพระพุทธองค์ก็ไม่ปรานีต่อลูกด้วยเหมือนกันถึงส่งอสูรร่างกำยำกระโจนเข้าใส่ตอนที่กำลังวิงวอนต่อพระพุทธองค์แบบนี้ ขอบคุณค่ะ!

“คุณจะกระโจนมาทำไมคะเนี่ยฉันยิ่งปวดๆตัวอยู่แล้วตัวคุณไม่ใช่เล็กๆนะเดี๋ยวเตียงก็หักพอดี!” ฉันเอ็ดเขาไปหนึ่งยกหลังจากเจอเขากระโจนใส่ตัวเต็มๆ จนตัวเด้งลอยจากเตียงไม่รู้ว่าตอนนี้สปริงตายไปหรือยัง จากที่ปวดระบมอยู่แล้วยิ่งปวดเข้าไปอีกเอวไม่เคล็ดหลังไม่เดาะก็ให้มันรู้ไปสิ ให้ตายเถอะ ให้ตาย!

“หรอ...” เขาคำรามเบาๆพร้อมหรี่ดวงตาดุลงจ้องมองมาและฉันที่หนีสายตาเขาไม่ได้จึงกำลังสบดวงตาคู่นี้อย่างหวาดหวั่น ดวงตาเขาเต้นระยับแม้จะหรี่เหลือเพียงแค่ครึ่งชนิดที่ทำเอาฉันขนลุกซู่ไปหมด รู้ชะตากรรมดีว่าเขากำลังจะขอทำกิจกรรมผาดโผนที่เขาชอบแต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังแอบปักใจเชื่อว่าเขาจะเห็นใจฉันสักนิด

“เดม่อนฉันขอร้องจริงๆฉันปวดสะโพกมากถ้ารู้แบบนี้แล้วก็ช่วย...” นอกจากจะวิงวอนในใจยังไม่จบแล้วแม้แต่พูดออกมาฉันก็ไม่สามารถพูดได้จนจบอีกด้วยคนถูกสาปก็ยังคงถูกสาปอยู่วันยังค่ำเดม่อนจึงเดิมคำในช่องว่างให้เสร็จสับ

“ช่วยซ้ำใช่มั้ยคะ…ได้สิครับผมจัดให้” จบประโยคปุ๊บตรึงแขนฉันแล้วโฉบหน้าหล่อลงมาฟัดแก้มนิ่มๆของฉันปั๊บ กรี๊ดดดดดดดดด! ฉันมันโง่เอง ฉันมันโง่! ที่ปักใจเชื่ออะไรแบบนั้นแล้วฉันให้เขาช่วยลุกออกไปต่างหากไม่ใช่มาช่วยเอาหนามบ่งแบบนี้ บ้าจริง!! ทำไมเขาถึงไม่ล่วงรู้ใจของฉันบ้างเลยนะ ฮืออออออ

“เดม่อนหยุดเลยนะ อื้อ ถ้าคุณทำอย่างนี้เราจะอยู่ด้วยกัน อื้อ ลำบากนะคะ อื้อ!” กว่าจะพูดให้จบประโยคได้ฉันเผลอไผลใจบางครางอื้ออึงไปหลายครั้งหลายคราเหมือนกัน รู้สึกว่ามันเป็นการพูดที่เหนื่อยที่สุดในโลกเท่าที่เคยพูดมาเลยอ่ะแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะมันทำให้ใบหน้าหล่อร้ายผุดขึ้นมาจากแก้มของฉันมาเสมอหน้ากัน

“หมายความว่ายังไง” โอ๊ะโอ่...แต่ดูเหมือนว่าฉันจะเหยียบหางเสือเข้าซะแล้วสิจากเสียงแหบกระเส่าเปลี่ยนเป็นเสียงแข็งกระด้างแววตาดุคมนั้นออกแววเขียวปั๊ดด้วยความกรุ่นโกรธ สีหน้าบึ้งตึงและแววตาที่มองสบมานั้นทำเอาฉันผวากลัวเขาหักคอขึ้นมาคราวนี้คงได้ตายคาเตียงของจริง

“หมายความว่าฉันมีกฎ 3 ข้อ ที่จะบอกคุณถ้าหากยังอยากจะอยู่ร่วมห้องนอนร่วมเตียงด้วยกันอยู่” วันนี้ฉันไม่ได้มาต่อรองแต่มาเพื่อชนะไม่มีเสมอหรือแพ้หรอกนะ สามข้อที่ฉันจะบอกต่อไปนี้มันคือกฎของการอยู่ร่วมกันเขากับฉันเพราะฉันรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบสุดๆในทุกเวลาเมื่ออยู่กับเดม่อนเขาเอาแต่จะปราบฉันลูกเดียวแต่รู้อะไรมั้ยว่าคนที่ควรถูกปราบมากที่สุดคือเขานั่นแหละ!

“หือ กฎงั้นหรอ มีสามข้อซะด้วย” แววตาคู่คมยิ้มกริ่มผุดรอยยิ้มล้อเลียนเหมือนน้ำเสียง

“ใช่ค่ะ! กฎของการอยู่ร่วมกัน แล้วถ้าหากว่าคุณไม่ทำตามฉันจะหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปจากคุณ” ฉันย้ำเสียงแข็งและยิ่งแข็งขึ้นในตอนท้ายประโยค เขาน่ะได้ใจเกินไปแล้วคิดอยากจะทำอะไรก็ทำไม่เห็นใจฉันบ้างเลยนี่ถ้าฉันพิกลพิการขึ้นมาโปรดจงรับรู้ไว้ว่าเป็นฝีมือของผู้ชายดิบเถื่อนคนนี้

“หึ เธอนี่มันพูดไม่ฟัง บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าฉันก็จะตามล่าเธอสุดขอบฟ้า หนีลงนรกฉันก็ล่าถึงนรก หนีขึ้นสวรรค์ก็ล่าถึงสวรรค์แล้วถ้าจับตัวได้เมื่อไหร่ฟ้าดินจะเป็นพยานว่าฉันจะกัดคอเธอคาเตียงทุกวันให้ไม่กล้าดื้อรั้นกับฉันเลยมาหยา” ถึงแม้เขาจะไม่ได้พูดเสียงแข็งกระด้างกลับกันน้ำเสียงของเขาราบเรียบด้วยซ้ำแต่ทำไมรังสีอำมหิตถึงคละคลุ้งตลบอบอวลขนาดนี้ละแบบนี้มันเรียกว่า ‘พลิกแผ่นดินล่า’ แล้วจบการล่าด้วย 'ฆ่าคาเตียง' บรึ๋ย~

“เอาละ ว่ากฎสามข้อของเธอมาสิ ฉันยอมทุกอย่างเพื่อเธออยู่แล้วเพื่อเธอเพียงคนเดียว” เดม่อนกดริมฝีปากลงมาจูบซับไปตามสันจมูกของฉันจนสุดปลายบรรจบที่ริมฝีปากแต่ทว่าเขาไม่ได้รุกล้ำเข้ามาอย่างที่เขาชอบเพียงแค่จูบย้ำเบาแอปพลิเคชันสองครั้งแล้วผละออก ในขณะเดียวกันหัวใจของฉันเองก็ล่องลอยออกไปจากอกเช่นกันแล้วหวนกลับเข้าอกซ้ายเต้นแรงให้กับประโยค น้ำเสียง ใบหน้า และริมฝีปากร้อนผ่าวของเขา

บ้าชะมัด!

       ฉันเอ็ดตัวเองด้วยความโมโหอยู่ในใจที่ดันไประทดระทวยกับเขาอีกแล้วอุตส่าห์มาอย่างสวยแล้วแท้ๆเชียวก่อนจะรีบทำเสียงเข้มใส่เขาเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขินที่ก่อตัวอยู่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“ข้อแรกคุณต้องอยู่ห่างจากฉันในระยะสองเมตรในระหว่างที่ฉันยังปวดสะโพกอยู่ ข้อสองเราควรจะ มี...มีอะไรกันอาทิตย์ละสองครั้ง” พอมาถึงประโยคนี้แล้วอาการติดขัดตะกุกตะกักก็เล่นงานฉันทันทีพร้อมกับความขวยเขิน ยิ่งไปสบตาคมคู่ที่ประกายความเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งสร้างความร้อนฉ่าแผดเผาฉันแทบมอดไหม้

“หึ แล้วข้อสามละ” เขาถามพลางเลิกปลายคิ้วขึ้นเล็กน้อยเหมือนกับมุมปากของเขาที่ยกขึ้นสูง อะไรกัน เขาดูไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนเลยนี่ท่าทีของเขาเหมือนกับว่ากำลังเฝ้ามองเด็กน้อยพล่ามอย่างเอ็นดู

“ข้อสามก็คือลุกออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้!” ข้อนี้ฉันจริงจังมากถึงมากที่สุดมันคือข้อสำคัญที่สุดเพราะการที่ร่างกำยำของเขานอนอยู่บนตัวฉันแบบนี้มันทำให้ฉันแพ้หมดรูปน่ะสิจบทุกกฎแหวกทุกเกณฑ์ฉีกเสื้อผ้าทุกชิ้นด้วยกรงเล็บเสือของเขาแน่ๆ

       รอยยิ้มเล็กๆปรากฏบนใบหน้าหล่อประดับประดอยให้น่ามองหารู้ไม่ว่าเป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจมากถ้าไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขาไม่มีวันรู้แน่ๆแล้วจะเผลอไปเหยียบกับดักของเสือเข้าให้ เดชะบุญที่ฉันเป็นกระต่ายมากประสบการณ์ที่ยังพอรู้วิธีรอดจากเงื้อมมือเสือไปได้บ้างเหมือนอย่างตอนนี้ก็เช่นกันที่เดม่อนยอมลุกออกไปจากตัวฉันแต่โดยดีพร้อมกับรอยยิ้มร้ายๆของเขา

ฟู่ว~ ฉันถึงกับพ่นลมออกมา ฉันรอดแล้ว ในที่สุดฉันก็รอด…ซะที่ไหนกันเล่า! ฉันไม่รอด คุณพระฉันไม่รอดจริงๆ เมื่อเดม่อนที่พร่างพราวความเจ้าเล่ห์เพทุบายเปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลไม่ได้ลุกออกไปอย่างที่ฉันคิดทว่าเขากลับเบียดกายแนบแน่นแทบจมอกและโน้มหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม

“นะ...นี่ คุณ! ฉันจะหอบผ้าหนีจริงๆ นะคะ ไม่เอานะ! ฉันบอกว่าปวดสะโพกไงปล้ำกับคุณไม่ไหวคุณเข้าใจที่ฉันพูดมั้ยเนี่ยเดม่อน!!” ฉันพูดไปพร้อมน้ำตา ไม่ไหวแล้วนะพอสักทีเถอะทำไมเขาถึงขยันเปิดสังเวียนมวยปล้ำขนาดนี้เนี่ยฉันอยากจะเสนอเขาเหลือเกินว่าปิดทำการบ้างก็ได้คู่ชกของเขาจะร่วงโรยแทบพื้นแล้วนะ ฮืออออ

“ครับผมรู้ คุณเป็นนายในใจของผมมาหยาแต่ขอทาสรับใช้คนนี้ได้พูดอะไรสักหน่อยเถอะครับคุุณผู้หญิง” ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันแน่ด้วยความไม่มั่นใจและไม่แน่ใจปนสงสัยหน่อยๆ รู้จริงหรือเปล่าเนี่ยทำไมสีหน้าของเขาที่แสดงออกมามันเหมือนว่าจะรู้ไม่จังเลยล่ะ ฉันจ้องใบหน้าคมสันอย่างครุ่นคิดกลัวเจอมารยาเสือเขี้ยวดาบอีกบอกเลยนะว่าเข็ดขยาดแต่ดูจากสีหน้า น้ำเสียง รูปประโยคที่กล่าวออกมาแล้วฉันว่าเขาน่าจะมาดีนะฉันจึงพยักหน้าเล็กๆ

“ก็ได้ ฉันจะรับฟังค่ะ” ฉันอนุญาตให้เขาพูดออกมาได้ อันที่จริงลึกๆแล้วหัวใจมันก็อยากรู้ด้วยก็แหม่เขาเล่นเปลี่ยนสรรพนามพร้อมกับทอดเสียงนุ่มแบบนั้นนี่นาใครจะไม่ใจอ่อนบ้างล่ะ ฮึ

“ข้อหนึ่งผมรับประกันว่าต่อจากนี้ไปผมจะไม่ทำให้ร่างกายของคุณต้องระบมอีกเพราะคุณจะได้สิทธิ์พิเศษนอนอยู่เฉยๆครางเสียงหวานๆอย่างเดียวก็พอ ข้อสองให้มีอะไรกันอาทิตย์ละสองครั้งอันนี้ผมไม่มีปัญหาหรอกเพราะครั้งละห้ายกสองวันก็สิบยกคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มและข้อสาม...” ฉันรีบยกมือปิดปากเขาทันควันไม่ขอฟังหยักปากสวยขยับเขยื้อนเปล่งคำพูดใดๆ ออกมาอีกเพราะยิ่งฟังก็เหมือนจะยิ่งถูกรังแก

“หยุดพูดไปเลยนะ ร้ายกาจที่สุด!” ใบหน้าของฉันเห่อแดง ยกละห้าครั้งอะไรกันเล่าฉันยกธงขาวตั้งแต่ยกที่สองแล้ว พับผ่าสิ! ระบบความคิดของฉันรวนแน่ๆทำไมถึงประมวลผลได้ผิดพลาดขนาดนี้กัน สรรพนามที่เปลี่ยนไปไม่ได้ช่วยให้ความเจ้าเล่ห์เพทุบายนั้นลดลงเลยแบบนี้มันหลอกลวงกันด้วยเล่ห์ชัดๆ ปัง! มารยาเสือยิงกลางใจฉันอีกครั้งจนได้ เราสบตากันครู่หนึ่งมือหนาก็แกะมือของฉันที่ปิดปากของเขาออกอย่างเบามือไปจุมพิตเบาๆ

“ข้อสามที่บอกให้ผมลุกออกจากตัวของคุณผมก็จะลุก แล้วก็…” เขาหยุดพูดแล้วพลิกลำตัวด้วยความรวดเร็วจนเตียงคิงไซต์สั่นกราว ร่างของฉันพลิกขึ้นมาอยู่บนหน้าท้องแกร่งได้ในพริบตาเดียวฉันผวากอดลำตัวเขาไว้แน่นเพราะไม่ทันตั้งตัว

“พลิกคุณให้มาอยู่บนตัวของผมแทนแบบนี้ไง” หน้าท้องแกร่งถูกฉันจับจองนอนทาบทบเป็นเหมือนกระต่ายสีขาวตัวเล็กๆ ที่สั่นระริกอยู่บนตัวเจ้าของ ทุกอย่างมันเร็วมากทั้งการพลิกตัวและการพลิกเกมสายตาพยายามมองหาทางหนีทีไล่มือก็ทุบแผงอกแกร่งรัวๆ อย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“และจะแถมเป็นจูบหวานๆให้ด้วยถือเป็นโบนัสพิเศษสำหรับนายในใจของผม” ประโยคบอกเล่าเห็นผลในทันทีที่เมื่อเดม่อนผงกศีรษะขึ้นมาครอบครองริมฝีปากของฉันอย่างหิวกระหายพลางใช้มือหนากดรั้งที่ท้ายทอยของฉันให้โน้มลงไปจูบกับเขาก่อนที่เขาจะวางศีรษะไปกับหมอนใบใหญ่ในขณะเดียวกันมือของฉันจับแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา ลูบไล้ไรหนวดและเคราอย่างทะนุถนอมเผลอกัดริมฝีปากล่างของเขาทำให้เสียงแหบพร่าร้องครางเบาๆ

“อืม...” ร่างหนาพลิกตัวกลับคร่อมกายฉันอีกครั้ง ขณะสองเราจูบกันเขาก็ขยับร่างกายเป็นจังหวะช้าเนิบอย่างอ้อยอิ่งจนฉันเคลิ้มยกมือโอบรอบลำคอแกร่งโยกกายไปตาม ถึงแม้ว่ามันจะอ้อยอิ่งและเนิบช้าแต่กลับแผดเผาเราทั้งคู่ให้เพ้อคลั่ง ยามขยับกายก็ร้อนกระตุ้นต่อมสวาทปลุกเร้าอารมณ์รักให้ร้อนเร่า ยามขยับเขยื้อนริมฝีปากร้อนผ่าวก็เร่าร้อนดุดันก่อนจะเลื่อนริมฝีปากร้อนผ่านไปยังพวงแก้มใส

“ผมจะไม่อยู่สองวันแล้วคงเป็นสองวันที่ทำให้ผมคลั่งตายถ้าไม่ได้มีอะไรกับคุณ” เสียงเขาของเปล่งออกมาตามผิวแก้มที่ลากไล้ด้วยปลายจมูกลมหายใจร้อนผะผ่าวรินรดไปตามเนื้อแก้มทำให้ฉันร้อนวูบราวกับโดนเปลวไฟลน

“อาทิตย์นี้ก็มีไปสองวันแล้วนะคะ…” ฉันพร่ำบอกเสียงแผ่วพยายามต่อสู้กับความร้อนในกายที่เริ่มจะไปเร่งความรู้สึกบางอย่างให้ก่อนตัวขึ้นและอีกไม่นานฉันได้ระทวยซบแผงอกอุ่นแน่ถ้าหากไม่รีบห้ามปรามเอาไว้

“รู้อะไรมั้ยว่าผู้ชายถ้ารักมากๆ มันจะลุ่มหลง อยากจะทำทุกอย่างร่วมกับเธอ กอด รัด ฟัดและรัก รักกันวันละหลายๆ รอบพาเราสองคนให้มีความสุขร่วมกัน” จมูกโด่งคมสันเขี่ยไล้ไปตามลำคอของฉันขณะปล่อยลมหายใจร้อนผะผ่าวรินรดไปตามผิว ไล้ปลายจมูกไปตามลาดไหล่ก่อนจะวกกลับด้วยริมฝีปากหนาสัมผัสลงบนผิวอย่างแผ่วเบาสลับกันปลายลิ้นนุ่มไล้เลียปล่อยความชื้นทอดยาวย้อนมาบรรจบบนกลีบปากของฉันอีกครั้ง

“ผมขอนะ...” เสียงแหบพร่าเปล่งเสียงกระเส่าผ่านกลีบปากเอื้อนเอ่ยออกมาเพียงสามคำแฝงด้วยหนึ่งความหมายที่ฆ่าคนหนึ่งคนได้ในคราวเดียว

“ไม่เอานะคะฉันปวดตัว…” คำพูดของฉันกลืนหายเข้าคอเพราะเรียวปากของฉันถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากหนาฉวยโอกาสตอนที่ฉันกำลังเผยอปากทาบริมฝีปากของตัวเองลงมาเคล้าคลึงอย่างเรียกร้องและเอาแต่ใจก่อนจะสอดลิ้นอุ่นเข้ามาตักตวงความหวาน

       ฉันไม่สามารถต้านทานสัมผัสหวานล้ำจากเขาได้จึงเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกับเรียวลิ้นหนาอย่างอ่อนหวาน ฝ่ามือร้อนเริ่มขยับเคลื่อนลูบไล้ลงมาที่ต้นคอผ่านเนินอกเลื่อนต่ำลงไปวนคลึงเคล้นเบาๆที่หน้าท้องทิ้งไอความร้อนแทรกซึมผ่านผิวของฉันไปทั่วทุกอณู

       ความร้อนรุ่มเลื่อนผ่านหน้าท้องไปอย่างช้าๆ สะกิดขอบกางเกงขาสั้นเล็กน้อยเป็นการหยอกเย้าก่อนจะจับขาข้างขวาของฉันลูบตั้งปลายเท้าไล่ขึ้นมาตามเรียวขาขณะนั้นก็จับให้ตั้งชันขึ้น ทุกสัมผัสของเขามันช่างอ้อยอิ่งถ่ายทอดความวาบหวิวให้ฉันจนหลอมละลาย

       แต่ทุกอย่างมันต้องสะดุดเมื่อฉันสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นจากด้านล่างก่อนจะรีบปรับดวงตาที่พริ้มไหวให้เบิกกว้างแล้วตะปปมือหนาที่กำลังจะสอดล้วงเข้าไปในกางเกง เดม่อนคำรามเบาๆ พยายามขืนมือจะทำหน้าทีต่อหากแต่ฉันบีบมือเขาสุดแรงห้ามเอาไว้สุดใจจนเขาผงกหัวทุยขึ้นมองพลางกดหัวคิ้วลง

“ขัดอีกแล้ว” น้ำเสียงของเขาปนความฉุนเฉียวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถึงขั้นโกรธเกรี้ยว ใบหน้าหล่อเริ่มงอและในอีกไม่นานเขาจะเริ่มงอแงกลายร่างเป็นลูกเสื้อฝึกเดินที่โดนขัดใจ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากทำหรอกนะเขาจะไม่อยู่ตั้งสองวันฉันก็คงคิดถึงกลิ่นอายของเขามาเหมือนแต่มันทำไม่ได้นี่สิ

“ไม่ได้อยากขัดนะคะแต่มันรู้สึกเหมือนเมนส์มาเลยอ่ะ” ฉันพูดเสียงเล็กเริ่มกระสับกระส่ายตัวพลางเบียดเขาเข้าหากันพอให้รับรู้ถึงความชื้นแฉะที่ก่อตัวขึ้น โอ๊ะ! ตายแล้ว ไม่ใช่แค่รู้สึกแล้วล่ะประจำเดือนมันมาจริงๆ

“เวร…หมดกัน ได้เป็นไอบ้าคลั่งตายก็งานนี้ละวะ” เสียงเข้มพึมพำถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ก่อนที่ร่างหนาจะลุกออกไปก็โฉบหน้าแวะลงมาจูบฉันอีกครั้งแล้วทำท่าจะเดินไปสูบบุหรี่ทว่าเป็นฉันที่จับมือหนาเขย่าเบาๆเรียกความสนใจให้เขาหันมา

“ไง จะให้ฉันผ่าไฟแดงหรอ” ไม่พูดเปล่าดวงตาคมคู่ประกายวาววับทำท่าทางจะโน้มกายลงมาคร่อมอีกครั้ง

“บ้า!” ฉันแหวแว๊ดหน้าดำหน้าแดง อยากจะลุกไปตบหน้าสีเข้มสักฉาดเหลือเกินแต่ทำได้แค่เอื้อมสุดมือไปตีต้นแขนแกร่งที่เอาแต่หมกมุ่นไม่เลิกขนาดนี่เขาไม่คิดว่าฉันจะขอความช่วยเหลือบ้างหรอ ให้มันได้อย่างนี้สิ

“ก็บ้ารักเธอนั่นแหละ” ว่าแล้วเดม่อนก็หัวเราะเบาๆกับมุกเสี่ยวที่หวังจะเลี้ยวมารักกับฉันจริงๆแต่ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์ขันใดๆทั้งนั้นเพราะความชื้นที่เริ่มรุนแรงขึ้นและเริ่มแฉะเหมือนว่าจะเริ่มซึมออกมาหน่อยๆ เท่านั้นแหละหน้าเริ่มแหยยิ้มเจื่อนรามไปยังใบหน้าที่เจื่อนจนอยากจะร้องไห้

“เป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้นไม่ลุกไปจัดการตัวเองละ” เหมือนเดม่อนจะจับอาการได้ถึงถามกลับมา เอ่อ จะว่ายังไงดีละมันก็อยากจะลุกอยู่หรอกไม่นอนแช่เลือดคาวๆแบบนี้แน่ถ้าหากว่าผ้าอนามัยมันไม่หมดน่ะ ใช่… ฉันกำลังจะบอกว่าผ้าอนามัยมันหมดและคงจะต้องรบกวนเดม่อนคนดิบคนนี้ไปซื้อให้

“คือว่าผ้าอนามัยหมดน่ะคุณช่วยไปซื้อให้ฉันหน่อยได้มั้ยคะ…” ฉันแอบเกรงใจเขาเหมือนกันเพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยไว้วานให้ผู้ชายไปซื้อของใช้ส่วนตัวให้เลยแล้วดูนี่สิผู้ชายคนแรกที่ฉันกำลังจะวานให้ไปซื้อดันเป็นคนดิบในเมืองเถื่อนที่บ้าดีเดือดแบบนี้แล้วเขาจะยอมมั้ยเนี่ย

“มาหยานี่เธอ…” ตอนนี้เหมือนเดม่อนโดนฉันน็อกจนช็อกไปแล้ว เขาทำสีหน้าที่ฉันอ่านได้ในทันทีว่า “เธอเอาจริงหรอ” ไม่ต้องใช้เวลาคิดในการตีความจากสีหน้าของเขาเลย

“ช่วยฉันหน่อยนะคะฉันลุกไม่ได้มันเลอะหมดแล้ว” อย่าเรียกว่าบังคับเลยนะเรียกว่าอ้อนวอนจะดีกว่าเดม่อนคือคนเดียวที่จะช่วยฉันได้ไม่อย่างนั้นฉันคงได้แบกเลือดที่เปรอะเปื้อนเต็มกางเกงขาสั้นไปซื้อเองแน่ๆ

“นี่เธอเอาจริงหรอเนี่ย…” เดม่อนยังคงนั่งนิ่งนั่งอึ้งไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลยจนตอนนี้ฉันเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ ก็ถ้าเขาบอกว่ารักฉันนักรักฉันหนาเรื่องแค่นี้เขาต้องทำให้ได้สิมันไม่ต่างอะไรจากซื้อถุงยางหรอกจริงมั้ยละแค่หยิบแพ็คเกจทรงสี่เหลี่ยมลงตะกร้าเอง

“เอ๊ะนี่คุณจะไปได้หรือยังคะตอนนี้มันเลอะไปหมดแล้วนะแล้วมันจะเลอะมากกว่าเดิมถ้าหากคุณยังนั่งนิ่งอยู่อย่างนี้ จะปล่อยให้เตียงราคาแพงของคุณโชกเลือดคาวจริงๆใช่มั้ยคะเดม่อน!” ฉันว่าด้วยความหงุดหงิด ให้ตายเถอะ! เขาจะช็อกอีกนานมั้ยเนี่ยเมนฉันจะเต็มเตียงแล้วนะไม่อย่างนั้นฉันจะช่างมันแล้วลงไปซื้อเองให้รู้แล้วรู้รอดไป

“ให้ตายเถอะ ให้ตาย” เดม่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะขยี้หัวตัวเอง เขามองหน้าฉันแล้วมองหน้าฉันเล่าทำท่าเหมือนจะเดินก็ไม่เดินหมุนตัวกลับมาพร้อมสีหน้าไม่สู้ดี โอเค บางทีฉันอาจจะต้องสอนเขาสบถใหม่เป็น ‘มาหยาตาย’ ไม่ใช่ ‘ให้ตาย’ เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะจมกองเลือดเหม็นคาวนี้ตายจริงๆ

“รีบไปสักทีเดม่อน! ให้เวลาแค่สิบนาทีนะคะถ้ายังไม่โผล่หน้ามาละก็ฉันจะหนีไปให้ไกลคอยดู” เดม่อนฟึดฟัดอย่างหัวเสียก่อนจะหยิบเสื้อยืดมาใส่แล้วเดินออกจากห้องไป ให้ตายเถอะ! ถ้าไม่ขู่แบบนี้ก็จะไม่ขยับตัวเลยใช่มั้ยทีเรื่องอื่นน่ะเก่งเชียวทีเรื่องนี้นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นเลยเชื่อเขาเลยจริงๆ

เฮอะ!

 

DAMON

“กูขอถามด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยนะเดม่อนว่ามึงให้กูหมอบเลียบใต้ทางด่วนมาคอนโดมึงภายในสิบนาทีเพื่อมาช่วยมึงเลือกผ้าอนามัยเนี่ยนะ?”

“เออ” ผมรับขานสั้นๆเพราะตอนนี้ผมกำลังช็อกสติไปเดินเล่นอยู่ข้างนอกยังไม่กลับมาขณะจ้องมองบรรจุภัณฑ์ทรงสี่เหลี่ยมอย่างเคร่งเครียด แม่งเอ๊ย…ให้ซื้อให้ไม่เท่าไหร่แต่ให้เวลาแค่สิบนาทีกับพ่อบ้านมือใหม่อย่างผมมันไม่น้อยไปหน่อยหรอวะ

“เออเหี้ยอะไรละไอสัส! มึงฟังกูนะว่าเมียกูกำลังจะขี่ดูคาติลูกรักไปทำโปรเจคที่มอเพราะเธอสายแล้วและมึงทำให้กูต้องไปแย่งกุญแจจากเธอบิดยกล้อโต้ลมร้อนมาหามึงถึงคอนโดเพื่อช่วยมึงซื้อผ้าอนามัยให้เมีย มันใช่เรื่องมั้ยวะไอ้กร๊วกเร็นงอนกูตุ๊บป่องไปแล้ว! ไอโจก็อยู่ห้องบนหัวมึงไม่ไปลากมันมาละวะ เวรเอ๊ย!” ไออลัวพล่ามยาวพร้อมกระชากคอเสื้อของผมอย่างหัวเสียแต่ตอนนี้มันจะเป็นตายยังไงก็ช่างหัวแม่งไปก่อนเถอะเพราะผมยังนึกไม่ออกเลยว่าผมจะเริ่มจากตรงไหนนอกจากยืนมองห่อผ้าอนามัยมากหน้าหลายตาสีชมพูบ้างน้ำเงินบ้างฟ้าบ้างปะปนกันไปแล้วอะไรวะน่ะตัวเลขกับหน่วยวัดนั่นคืออะไรแถมมีกลางวันกลางคืนอีกด้วย

“นี่มึงได้ยินที่กูพูดมั้ยเนี่ยห้ะไอ้เวร!!!!!”

“มึงเลิกโวยวายสักทีได้มั้ยวะแล้วมาช่วยกูเลือกหน่อยเร็วๆดิ้ กูมีเวลาแค่สิบนาทีนะเว้ยไม่งั้นเมียกูหอบผ้าหนีแน่” ผมปัดมือมันทิ้งด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน มันน่ะยังมีเวลาไปง้อเมียอีกนานขนาดเมียไล่ออกจากบ้านมันยังปีนรั้วสะเดาะกลอนกลับไปนอนกอดเมียได้เลยแค่แย่งมอไซต์มาทำภารกิจด่วนแค่นี้ไม่ยิงกันตายหรอกไอห่าผมนี่ที่จะตายมาหยาไปจริงนะเฮ้ยทำเป็นเล่นไป ไออลัวสบถห่าไรไม่รู้เป็นชุดจนหมดแม็กก่อนจะถอนหายใจยาวๆแล้วหันหน้ามาจ้องห่อผ้าอนามัยด้วยท่าทางเดียวกับผม

“มาหยาบอกมาหรือเปล่าว่าต้องการสเปกแบบไหน” มันถามมาก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าห่อผ้าอนามัยพลางพลิกไปมาทิ้งให้ผมขมวดคิ้วผูกเป็นโบกับคำถามของมันด้วยความสงสัย สเปกอะไรวะใส่ผ้าอนามัยต้องมีสเปกด้วยหรอ

“เอ้า! มองหน้ากูอีก กูถามว่าเธอได้บอกสเปกมามั้ยจะได้รีบซื้อแล้วรีบไสหัวกันไปสักที!” ไออลัวสวนมาด้วยความหงุดหงิด

“แล้วสเปกมันคือเหี้ยอะไรละวะ!” ผมก็สวนกลับด้วยความหงุดหงิดเช่นกัน แม่งเอ๊ย! เอาแต่พูดสเปกๆ อยู่ได้ไม่อธิบายให้ฟังแล้วใครจะไปเข้าใจ ผมไม่ใช่ศาสตราจารย์ด้านการซื้อผ้าอนามัยนะเว้ย เออ ถ้าเป็นถุงอย่างจะไม่หัวร้อนเลยแล้วจะอธิบายสรรพคุณให้ฟังด้วยแบบละเอียดถี่ยิบเหมือนได้ใช้เองแล้วจะทำให้ตัดสินใจได้เพียงหนึ่งนาทีไม่ต้องมายืนโง่ผสมอายสายตาสาวๆแบบนี้หรอกเว้ย!

“ก็ต้องการแบบไหน กี่เซ็น กลางวันหรือกลางคืน มีปีกหรือไม่มีปีก ยี่ห้ออะไร เย็นหรือไม่เย็น เธอบอกมาว่าอะไรละ” ผมว่าไออลัวมันควรได้โล่ว่ะรู้ลึกรู้จริงรู้ดีฉิบหายสมแล้วที่มันเป็นหัวหน้าแก๊งและหัวหน้าสมาคมพ่อบ้าน

“ไม่ได้บอกว่ะ บอกแค่ว่า ‘ให้เวลาแค่สิบนาทีนะคะถ้ายังไม่โผล่หน้ามาละก็ฉันจะหนีไปให้ไกล’ แบบนี้ กูได้เสียเมียเพราะทำภารกิจพิชิตใจไม่สำเร็จแน่ๆ” ผมบอกเสียงเรียบยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าเชลล์เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้

“ก็โทรถามสิวะมึงจะยืนบื้อทำไมเล่าไอสัส! ปั๊ดโธ่เว้ย! กูจะบ้า” กูจะบ้าก่อนมึงอีก! ผมมองไออลัวที่หัวเสียก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์สีชมพูออกมาชูให้มันดู ก่อนจะออกมาจากห้องด้วยความรีบร้อนผมเลยคว้าโทรศัพท์ของเจ้าตัวติดมือมาด้วย แม่งเอ๊ยยยย กรรมของผมแท้ๆเมียก็ขู่จะหนีผ้าอนามัยก็ซื้อไม่เป็นเวรกรรมนี่มันเลือกถูกวันจริงๆเล่นซะผมฉิบหายเลยนะแม่งไม่กะให้เกิดกันเลยหรือไง! ไออลัวยื่นมากดปุ่มโฮมแล้วกระตุกคิ้วเหลือบตามองผม

“งั้นก็ตัวใครตัวมันเพราะมึงเหลือเวลาอีกไม่มาก กูไปละ” พอมันพูดแบบนั้นผมจึงพลิกโทรศัพท์มาดู ฉิบหาย! คำเดียวสั้นๆร้องบอกในหัวใจผมเหลือเวลาอีกแค่เจ็ดนาทีเท่านั้น เกิดมาเป็นลูกผู้ชายก็ไม่เคยซื้อของใช้ส่วนตัวให้ลูกผู้หญิงสักครั้งแล้วผมจะเอาชีวิตรอดจากตรงนี้ไปได้ยังไง เวร เวร เวร นี่มันเวรกรรมอะไรของกู! เพราะเวลาที่ต้องตามันทำให้น้ำตาของลูกผู้ชายต้องรีบหันไปหาเพื่อนรักคว้ามือมันมากุมไว้แน่นพร้อมกับหน้าตาวิงวอนประหนึ่งมันคือพระผู้เป็นเจ้า

“เฮ้ย! อะไร สาวๆ มองอยู่ปล่อยดิ้สัส” มันพยายามสะบัดมือออกยิ่งทำให้ผมจับมือมันแน่นขึ้น สาวๆมองก็เรื่องของพวกเธอเถอะแต่ตอนนี้มันต้องมองผมคนเดียวเท่านั้นเพราะผมน้ำตาผมกำลังท่วมใจ

“ไอหยอยมึงช่วยกูด้วยเหลือเวลาอีกเจ็ดนาทีเองนะเพื่อนรัก นะ กูขอร้อง นะๆ” เป็นครั้งแรกที่ผมอยากจะร้องไห้ให้เข่าทรุดร่วงลงพื้น ตอนนี้ผมไม่มีข้อมูลอะไรเลยแล้วผมจะซื้อถูกได้ยังไงแล้วถ้าซื้อไปแล้วไม่ถูกใจมาหยาละเกิดเธอหงุดหงิดกลายร่างเป็นนางพญาขึ้นมาผมโดนกระต่ายน้อยกัดคอแน่ๆ ผู้หญิงเป็นเมนส์โคตรน่ากลัวเลยน่ากลัวกว่านักเลงครองเมืองอีก

“มึงจะให้กูช่วยยังไงละวะยัยตัวแสบไม่เคยใช้กูไปซื้อให้แค่บอกข้อมูลให้ฟังเฉยๆเว้ย ปล่อยดิ้สัสกูขนลุกนะเว้ยจะไปง้อเมียแล้ว ปล่อยกู!!” ผมไม่รู้ผมไม่สนจับมือมันแนบแน่นส่งสายตาวิงวอนต่อมันแทบจะก้มลงกราบ

“เอ๊ะไอนี่! บอกให้ปล่อยไงมึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย ปล่อยสิวะ!” ไม่รู้หูตึง กูหูตึง

“สัสเอ๊ย! เออๆ ช่วย เดี๋ยวกูช่วย แต่ตอนนี้ปล่อยมือกูสักทีสิเว้ยก่อนที่กูจะเตะหน้ามึง สาวๆซุบซิบกันใหญ่แล้วนะเฮ้ย!” ได้ยินแบบนี้แสงไฟในใจผมที่ริบหรี่ก็เริ่มสว่างขึ้นมาเลยปล่อยมือไออลัวที่เต้นเป็นไก่สบถไม่หยุดจากนั้นมันก็หยิบโทรศัพท์กดอยู่สองรั้งก็ยกแนบหู

“ฮัลโหล เธอครับ…” ไออลัวกล่าวได้เพียงคำทักทายเสียงหวานก็ต้องยกหูออกห่างด้วยสีหน้าที่อธิบายไม่ถูกรู้แค่ว่าถูกปลายสายด่ามาในทันทีก่อนที่มันจะแนบหูลงไปใหม่

“โธ่…ก็บอกแล้วไงว่าเอารถมาทำภารกิจด่วน ไม่เอาหน่าอย่างอนสิกลับบ้านไปจะยอมให้เธอฟัดโดยไม่ขัดขืนโอ๊ะ! เปล่านะฉันไม่ได้ตลก ค้าบๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ รู้แล้วค้าบ ครับผม ค้าบ ผมทราบครับ ค้าบ…” โธ่ไอเหี้ย มึงเอาแต่ครับผม ค้าบ ทราบครับ ค้าบ ศิโรราบอยู่แบบนี้จะได้เรื่องมั้ยวะเนี่ย เวร! ผมได้แต่ส่งสายตาเอือมรอไอคนกลัวเมียค้าบจนเสร็จถึงจะเข้าเรื่อง

“ยัยตัวแสบไอเดม่อนมันอยากรู้ว่าผ้าอนามัยมันซื้อยังไงคือมาหยาไม่ได้บอกรายละเอียดมาแล้วถ้ามันกลับห้องหลังสิบนาทีมันจะถูกเตะก้น อ้อๆ อือฮึ…เข้าใจแล้ว เฮ้! แล้วอย่าเกเรนะรู้มั้ยไม่งั้นเธอโดนแน่ หือ ช่วยโปรเจคหรอ ถ้างั้นรอหน่อยได้มั้ยเสร็จธุระแล้วจะรีบไปหา ครับที่รัก ฉันรักเธอ” ไออลัววางสายไปก่อนจะบอกทุกอย่างให้กับผมราวกับพระเจ้าประทานพร

“ตัวแสบบอกให้ซื้อลอริเอะแบบบางๆ ห่อสีม่วงๆ ที่เขียนว่าซูเปอร์อัล…อัลอะไรแล้ววะ…อัล…” ขณะที่ฟังมันบอกผมก็รีบกวาดสายตาหาไอห่อห่อสีม่วงๆ แบบบางๆ เขียนว่าซูเปอร์อัลอะไรสักอย่างจนมาสะดุดอยู่ห่อหนึ่งที่คิดว่าใช่คิดว่าชัว

“อัลต้า สลิม ศูนย์จุดหนึ่งเซ็น ซึมซับมากสองร้อยเท่า แห้งสบายไร้กังวลทุกการเคลื่อนไหว” ผมอ่านชื่อตามหน้าห่อแล้วมันก็ใช่และชัวอย่างที่ผมคิดจริงๆพอเห็นไออลัวพยักหน้าเบาๆ พลางเหยียดปากยิ้มทำหน้าฟินประมาณว่า ใช่เลย~

“มึงถือว่ายังมีโชคที่สาวๆเคยไปซื้อของใช้ด้วยกันแล้วใช้ยี่ห้อเดียวกับเมียกูพอดี” ข้าแต่พระบิดาเจ้า ลูกขอบพระคุณสำหรับความรักความห่วงใยที่พระองค์มีให้กับลูกเสมอมา ขอบพระคุณที่ทรงช่วยเหลือลูกในทุกๆวัน ลูกขออธิษฐานในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน ผมกล่าวขอบคุณพระเจ้าในอกสรรเสริญพระองค์ในใจ

“แล้วขนาดละ” เพราะมันมีเยอะแยะเหลือเกินแม่คุณเอ๊ยมองจนลายตาไปหมดแล้วเนี่ย สาวๆนี่เก่งกันจริงๆถึงทนอยู่กับความยุ่งยากและความทรมานของการมีประจำเดือนได้ ผมสัญญาว่าเพราะจะรักเมียให้มากและยอมเป็นทาสใจรับใช้เธอตลอดไป

“หา…ขนาด?! เมียมึงนะเว้ยไม่ใช่เมียกูจะไปตรัสรู้ได้ยังไงวะ ของเมียมึงใหญ่เท่าไหนก็ซื้อเท่านั้นแหละ กูไปละ ให้ตายเถอะ เมียตัวเองแท้ๆ ยังมาถามคนอื่นอีกไม่ได้เรื่องเลย เฮ้ออ สงสารมาหยาจัง…” หลังจากไออลัวเล่นใหญ่มันก็เปลี่ยนมาบอกลาแล้วบ่นพึมพำผ่านหน้าผมออกไปไม่ลืมที่จะส่ายหน้าส่ายหัวมองผมอย่างเอือมๆด้วย

“อ้าวเฮ้ย! เดี๋ยวก่อนสิวะอลัว ไออลัว…” เวรละ แม่งขึ้นค่อมดูคาติสีแดงเพลิงพร้อมคำรามเครื่องกระหึ่มบิดยกล้อออกไปแล้ว ผมได้แต่ยืนเกาหัวฟังเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นหูเบาลงไปเรื่อยๆก็หันกลับมาสนใจผ้าอนามัยในมืออีกครั้งด้วยความหน่ายใจแต่ก็รักเมียจับใจยังไงภารกิจนี้ต้องสำเร็จ

“ยี่สิบสองเซ็นหรอ…” ผมพึมพำพลันนึกถึงดอกไม้งามของมาหยาไปในหัว ยี่สิบสองเซ็นมันจะสั้นไปมั้ยวะแล้วต้องคำนวณความกว้างด้วยสินะแล้วหน้าห่อมันบอกแต่ความยาวแล้วความกว้างมันกี่เซ็นละวะไม่เห็นบอกไอห่าไม่นึกถึงผู้ชายที่มาซื้อให้เมียเลยหรือไง แม่งสงสัยผมคงต้องตั้งกระทู้พันทิป ไวเท่าความคิดผมก็กดโทรศัพท์ด้วยความไวแสงก่อนจะยัดมันลงกระเป๋าตามเดิม

       ผมชูมือตัวเอาขึ้นมาจินตนาการถึงสิ่งสวยงามที่เคยเห็นและเคยสัมผัสสลับกับมองตัวเลขบนหน้าห่อ ยี่สิบสองเซ็นเล็กไปอยู่แล้วขอปัดทิ้ง มันมีเท่าไหร่บ้างนะ ยี่สิบสอง ยี่สิบเก้า สามสิบ สามสิบห้าหรอ อย่างมาหยานี่น่าจะสัก…สามสิบแล้วกันความกว้างก็น่าจะประมาณสิบสองสิบสามเซ็นได้ถ้าความยาวขนาดนี้ มันถูกมั้ยวะหรือจะเอายี่สิบเก้าเซ็นดีแต่ความกว้างมันอาจจะเล็กไปเดี๋ยวมันปิดไม่พอดีของมาหยาของมาทำไงล่ะ เออ ตามนี้แหละวะไม่ถูกต้องไม่ถูกใจเดี๋ยวค่อยวิ่งลงมาซื้อให้ใหม่

       พอคำนวณทุกอย่างเรียบร้อยผมก็รีบโกยผ้าอนามัยลงตะกร้าพร้อมสั่งมาโบโร่แดงอีกซองกับพนักงานเซเว่นเผื่อโดนทิ้งจะได้สูบปลอบใจระหว่างนั้นก็มองเวลาในโทรศัพท์ไปด้วย ฟัค! อีกสองนาทีแล้วผมจะวิ่งขึ้นห้องทันได้ยังไงวะเนี่ย พนักงานแม่งก็คิดเงินช้าฉิบหายคนยิ่งรีบๆอยู่ๆสองนาทีที่เหลือมันตัดสินชะตาชีวิตของผมได้เลยนะเฮ้ย

” ทั้งหมดสองร้อยหกสิบบาทห้าสิบสตางค์ค่ะ” ผมยื่นให้ไปสามร้อยรอเงินทอนด้วยความร้อนรนแค่นี้ก็เสียเวลาไปหนึ่งนาทีแล้ว เมื่อมือจับตังค์ได้ก็ใส่เกียร์มากำตังค์วิ่งหน้าตั้งเข้าคอนโดทันที

“เฮ้ๆ นั่นมึงจะรีบไป…” เสียงทักของไอโจดังลอดเข้ามาในโสตประสาทหลังจากที่ผมบังเอิญวิ่งสวนมันตรงล็อบบี้คอนโดพอดีแต่ขอโทษทีที่ผมไม่สามารถเบรกฝีเท้าเพื่อใครได้นอกจากวิ่งหน้าตั้งเพื่อเธอในเวลานี้ญาติสนิทมิตรสหายก็ไม่สำคัญเท่าเมียแล้วเว้ย

       ทันทีที่ผมแตะคีย์การ์ดเข้าห้องได้ก็รีบสไลด์ตัวไปในห้องนอนเห็นร่างบางนั่งหน้าบูดบึ้งยู่ปากพองแก้มเป็นเด็กแผ่รังสีอำมหิตรุนแรงปกคลุมทั่วห้อง ดวงตากลมโตขุ่นมัวตวัดมองหน้าผมอย่างเอาเรื่อง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาในทันทีตรงขมับผมจึงใช้หลังมือปาดเหงื่อยื่นถุงเซเว่นให้เธออย่างกล้าๆกลัวๆ เธอรับมันไปด้วยอารมณ์ก่อนจะรีบวิ่งหายไปในห้องน้ำไม่ลืมที่จะปิดประตูดังปังจนผมสะดุ้งสะเทือนเบาๆ

เชี่ย! ทำไมมนุษย์เมียเมนส์มาถึงน่ากลัวเอาเรื่องแบบนี้วะ

       ผมแกะซองบุหรี่เตรียมจะไปอัดนิโคตินปล่อยควันปลอบใจตัวเองที่เสียขวัญไปเมื่อครู่และเป็นรางวัลที่ปฏิบัติหน้าที่ทำภารกิจด่วนซื้อผ้าอนามัยให้เมียจนสำเร็จ ไม่นานเท่าไหร่มาหยาก็ออกมาจากห้องน้ำก่อนที่ผมที่เลิกคิ้วสูงเมื่อใบหน้าหวานยับยู่ยี่มาอยู่ตรงหน้า

“ว่าไงครับ ฮึ ก็ซื้อมาให้แล้วตามที่บอกทำไมยังหน้าบูดหน้าเบี้ยวอีกละ” ระหว่างที่ผมรอฟังคำตอบก็ประคองใบหน้าหวานมาหอมแก้มแรงๆสูดความหอมเข้าร่างกายก่อนนิโคตินเป็นค่าเหนื่อย มาหยาฮึ่มฮั่มพลางทำหน้ายับกว่าเดิมยกมือเช็ดพวงแก้มของตัวเองขณะจ้องผมอย่างเอาเป็นเอาตาย

“คุณมาช้าไปสองนาที” เสียงใสที่เคยใสตอนนี้ค่อนข้างไปทางขุ่นและขุ่นมากพูดขึ้นมา มัน’ ตั้ง’ สองนาทีหรือ ‘แค่’ สองนาทีกันละแต่ดูจากใบหน้าที่บูดเป็นตูดกับดวงตากลมโตขุ่นแล้วคงเป็น ‘ตั้ง’ สองนาที

“ครับ ทราบครับ ก็คนมันมัวแต่คำนวณขนาดอยู่นี่หว่า…” ผมก้มหน้าก้มตาเหมือนโดนเมียจับได้ว่าออกไปหาเพื่อนแล้วกลับบ้านไม่ตรงเวลาแต่จริงๆ แล้วคือออกไปซื้อผ้าอนามัยแล้วกลับบ้านไม่ตรงเวลา วินาทีนี้ผมเข้าใจหัวอกไออลัวแล้วที่มันเอาแต่ตอบ ครับ ค้าบ ทราบครับ ความรู้สึกตอนพูดมันเป็นแบบนี้นี่เองแต่เหนือสิ่งอื่นใดคือไม่อยากทะเลาะและยอม

“คำนวณอะไรนะคะ?” เสียงใสพูดเสียงแหลมขึ้นพอๆกับคิ้วคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนเลิกปลายขึ้นและดวงตากลมโตที่กำลังประกายแววสงสัยทำเอาคนมองอย่างผมต้องกระตุกยิ้มอ่อนด้วยความเอ็นดูรั้งเอวคอดประชิดตัวจูบริมฝีปากสีชมพูหนักๆอย่างมันเขี้ยว ไม่สูบแล้วบุหรี่สูบความหวานปานน้ำผึ้งจากริมฝีปากบางดีกว่า

“อื้อ! อีกแล้วนะเดี๋ยวเถอะ” มือบางที่แตะไหล่กำทุบลงอย่างเขินๆ ส่วนมือหนาของผมที่แตะเอวคอดลูบไล้ลงมาสะโพกบีบเบาๆ แล้วกระซิบบอกให้เธอฟัง

“คำนวณขนาดของเธอกับผ้าอนามัยไงว่าต้องใช้กี่เซ็น”

 

MAYHA

“อะ...อะไรนะคะ” ความโมโหหายไปหมดเหลือแต่ความเขิน เมื่อกี้เดม่อนพูดผิดหรือเปล่าหรือฉันหูฝาดมันมีอะไรให้ต้องคำนวณด้วยละ อ๊ะ จริงสิ ฉันลืมบอกเขาไปสินะว่าจะเอากี่เซ็นเขาถึงต้องคำนวณ

“ว่าแต่ความยาวกับความกว้างมันพอดีกับของเธอหรือเปล่า” เอ๊ะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวก่อนสิ ความกว้างคืออะไรอ่ะแล้วอะไรคือพอดีกันละ

“มันคืออะไรหรอคะความกว้าง” ฉันถามออกไปอย่างซื่อตรงผสมความประหม่าหน่อยๆ รู้สึกตัวเองโง่ไปเลยที่ไม่รู้เรื่องความกว้าง เอ้…แต่ถ้าจำไม่ผิดมันมีแต่ความยาวนี่นาหรือว่าผ้าอนามัยพึ่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ไฉไลกว่าเดิม ด้วยความสงสัยฉันจึงเอื้อมมือไปเกี่ยวถุงเซเว่นหยิบห่อผ้าอนามัยออกมาดูด้วยความทุลักทุเลเพราะแขนทรงพลังนี่มันมีอานุภาพสูงมากต่อให้เอาค้อนมาทุบก็ไม่บุบไม่แตกไม่สลาย

“จะดูทำไมฉันดูทุกตารางนิ้วแล้วมันไม่มีความกว้างบอกก็เลยนึกถึงสัมผัสตอนได้จับของเธอมันเต็มมือของฉันพอดีก็เลยซื้อยาวสามสิบมาให้ดูมันใหญ่ดีความกว้างก็น่าจะใช่ด้วย แล้วว่าไงตกลงมันพอดีกับของเธอมั้ย หืม” สิ้นประโยคเท่านั้นแหละฉันรีบก้มหน้าซบอกแกร่งหนีความดวงตาคมที่อยากรู้ทันที พระเจ้า! ฉันเขินจนไม่รู้จะเขินยังใบหน้าเห่อแดงร้อนฉ่าแบบไม่ต้องพูดถึง โจชัวหรอ อลัวหรอ เซ็นหรอหรือคาเมล ใครเป็นคนบอกเขากันเนี่ยหื้อว่าต้องวัดความกว้างด้วย บ้าหรอ บ้า -////-

“เฮ้ อย่าพึ่งซบอกสิเงยหน้ามาตอบก่อนฉันอยากรู้จะแย่อุตส่าห์ยอมเสี่ยงตายเพื่อความสบายตัวของเธอเลยนะจะได้ใส่สบายๆ เงยหน้าขึ้นมามาหยา” ยัง…ยังไม่หยุดถามอีกฉันจะระเบิดตายแล้วนะเขาไม่รู้สึกถึงความร้อนบนแผงออกบ้างหรอเนี่ยหน้าของฉันจะรับความเขินนี่ไม่ไหวแล้ว เดม่อนพยายามงัดหน้าฉันจากอกเขาสุดชีวิตฉันก็แนบหน้าแน่นแทบจมอกยังไงก็ไม่ยอมเงยหน้าเด็ดขาดแล้วก็เป็นเขาที่ชนะงัดหน้าฉันขึ้นมามองแววตาขี้สงสัยของเขาจนได้

“ก็พอดี…แต่ฉันว่าคุณกำลังเข้า…” ใจผิด…หากแต่ต้องละเอาไว้ในใจเพราะเสียงเข้มที่พูดแทรกขึ้นมาไม่รอฟังให้จบ

“งั้นหรอ ถ้าอย่างนั้นสองนาทีที่เกินไปไม่โกรธกันนะ” ว่าแล้วเขาก็หอมแก้มหนึ่งฟอดแล้วปลดพันธนาการเดินออกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียงทิ้งให้ฉันเข่าอ่อนลงปลายเตียง เจอเดม่อนถามคำถามบ้าๆ เข้าไปสติสตังของฉันมันตะเพิดออกไปหมดแล้วยังไม่ทันจะได้แก้ไขให้มันถูกเลยเจ้าตัวก็เดินดุ่มๆออกไปแล้ว

       ติ้ง ติ้ง ติ้ง เสียงการแจ้งเตือนดังขึ้นและกระหน่ำมาอีกหลายติ้งจากเครื่องของเดม่อนจนฉันอดสงสัยไม่ได้จึงหยิบขึ้นมาดูเผื่อเป็นบรรดากิ๊กของเขาฉันจะได้ปาแหวนแต่งงานลงชักโครกแต่ทุกอย่างมันผิดคาดจากแอปพลิเคชันสีเขียวที่คิดเอาไว้กลายเป็นแอปพลิเคชันสีม่วงมีตัวพีตรงกลางเป็นสัญลักษณ์ที่รู้กันมันยิ่งสร้างความสงสัยให้กับฉันเพราะเป็นการแจ้งเตือนแบบตอบกระทู้

       เมื่อต่อมอยากรู้ทำงานมือไม้ก็สไลด์หน้าจอให้ไวกดรหัสผ่านที่ฝังเอาไว้ในหัวระหว่างนั้นก็มีการตอบกระทู้เด้งขึ้นมาเรื่อยๆ พอเข้ามาหน้าเว็บสีม่วงได้อันดับแรกคือการเพ่งสายตาไปที่หัวข้อกระทู้ตัวใหญ่ ‘การเลือกผ้าอนามัยให้แฟน’ เพียงเท่านี้หัวใจของฉันก็ปั๊มเลือดอย่างหนักจนหัวใจจะวายยิ่งไล่อ่านเนื้อหาของกระทู้หัวใจก็ปั๊มเลือดถี่ยิบขึ้นสู่หน้าอัดแน่นเหมือนลูกโป่งถูกอัดแก๊สจนผิวตึง

 

‘ผมกำลังซื้อผ้าอนามัยให้แฟนแต่หน้าห่อมันบอกแค่ความยาวไม่ได้บอกความกว้างผมเลยไม่รู้ว่าต้องซื้อให้เธอกี่เซ็นแล้วต้องใช้อะไรวัดเพราะเธอไม่ได้บอกรายละเอียดกับผมแถมโทรศัพท์ของเธอผมก็หยิบติดมือมาอีก รบกวนสาวๆ ช่วยบอกผมหน่อยนะครับตอนนี้ผมมืดแปดด้านจริงๆ ขอบคุณครับ’

 

       พระเจ้า…มันถึงต้องตั้งกระทู้กันเลยหรอฉันถามจริงจริ๊งว่าเขาสงสัยอะไรขนาดนั้นก็แค่หยิบๆ อะไรมาก็ได้นี่แล้วเจ้าตัวจะรู้มั้ยว่าความกว้างมันไม่เกี่ยวไม่ต้องวัด! โอ๊ยยย ตายๆๆๆๆ จะบอกว่าน่ารักก็น่ารักจะบอกว่าน่าชังก็น่าชังแล้วเขาเกิดมาเพื่อเป็นซูเปอร์สตาร์หรือเปล่าทำไมกระทู้ที่ถูกตั้งไม่กี่นาทีมันถึงดังเปรี้ยงปร้างแบบนี้ละหวังว่าจะไม่มีคนแคปไปลงทวิตเตอร์พร้อมติดแฮชแทกหรอกนะ

“ดูอะไรอยู่” เสียงเข้มดังขึ้นมามันทำให้ฉันต้องนำพาความเขินอายบนใบหน้าเงยหน้ามองเดม่อนที่กำลังเดินเข้ามานั่งข้างๆก่อนจะเอนหัวซบบนไหล่ของฉันพร้อมกับกลิ่นบุหรี่จางๆบนตัวของเขาที่ลอยแตะจมูก

“อ๋อ พันทิป งั้นพิมพ์ตอบไปให้หน่อยสิ” เขาจะให้ตอบอะไรอีกให้มันจบเท่านี้ก็พอแล้วมั้งฉันจะไม่ไหวอยู่แล้วนะผิวของฉันถูกเลือดอัดฉีดจนเปล่งปลั่งใสกิ๊กจะแตกแหล่ไม่แตกแหล่อยู่แล้วเป็นไปได้ก็กดลบกระทู้ไปเลยเถอะ

“เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยว ฉันว่าคุณกำลังเข้าใจผิดอยู่นะเรื่องความกะ…” กว้าง…เอาอีกแล้วฉันต้องละประโยคไว้ในใจอีกแล้วเพราะเสียงแหบพร่าครางเสียงต่ำฮึ่มแทรกขึ้นมาทำให้ฉันต้องลดเสียงให้แผ่วจนเงียบ

“เข้าใจถูกแล้วต่างหาก มันก็เหมือนกับถุงยางนั่นแหละมีเป็นไซต์ ใหญ่เท่าไหนก็ซื้อเท่านั้น” เขาตอบกลับมาอย่างมั่นใจมากมันมากเสียจนฉันได้แต่อ้าปากค้างช็อกกับความมั่นอกมั่นใจนั้น นี่ฉันต้องตั้งกระทู้ด้วยมั้ยหัวข้อคือ ‘แฟนเข้าใจผิดเรื่องผ้าอนามัย จริงจัง!’ เนื้อหาคือ ‘ช่วยด้วยค่ะ พอดีให้แฟนไปซื้อผ้าอนามัยให้แต่ดันลืมบอกรายละเอียดว่าต้องการกี่เซ็นแล้วตอนนี้แฟนกำลังเข้าใจผิดคิดว่าการใส่ผ้าอนามัยนอกจากมีความยาวแล้วต้องมีความกว้างด้วย พอจะอธิบายก็ไม่ยอมฟังเอาแต่มั่นใจว่าตัวเองคิดถูก ทำยังไงดีค้า’ ฉันว่ากระทู้ของฉันดังไม่แพ้เขาแน่นอน

“เฮ้ อย่าเงียบสิ ตอบกระทู้ให้ฉันหน่อย เร็วๆ” เดม่อนเอาหัวทุยๆของเขาถูกับไหล่ของฉันไปมาเร่งให้ฉันทำตามที่เขาบอกเหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจ ฉันได้แต่ถอนหายใจปล่อยเลยตามเลยไปแล้วกันให้เขาเชื่อไปแบบนั้นแหละ

“บอกไปว่า ซื้อให้แฟนเรียบร้อยแล้วครับส่วนความกว้าง…” ฉันพิมพ์ตามที่เขาบอก พิมพ์ไปก็เขินไปหัวใจก็ปั๊มเลือดไปแทนที่เขาจะเป็นคนเขินกลับเป็นฉันที่ต้องมาเขินแทน แต่แล้วเขาก็เงียบไปฉันจึงเอี้ยวหน้ามองเห็นเข้าเหลือบตาขึ้นมองมาพอดีเลยโดนขโมยจูบไปเบาๆ ก่อนที่เขาจะพูดต่อทว่าประโยคถัดไปที่เสียงเข้มเอื้อนเอ่ยมันทำให้หัวใจของฉันระเบิดดังตู้มพร้อมๆกับใบหน้าที่แตกโป้งเหมือนกับลูกโป่งที่ถูกอัดแก๊สมากเกินไปจนระเบิด

“ผมใช้มือที่เคยสัมผัสวัดครับ”

 

---------------------------------------------------

Talk With Me

ตอนพิเศษมาแล้วนะคะอ่านกันไปแบบน่ารักกรุบๆนะไม่ซีเรียสเอาเสพรอยยิ้มอย่างเดียวเนอะ คิกคิก~ เห็นผู้ชายแก๊งนี้ดิบๆเลยถ้ามาซื้อของใช้ส่วนตัวของผู้หญิงคงน่ารักน่าดูแล้วก็มีอลัวโผล่ออกมานิดๆหน่อยๆพอให้หายคิดถึงกันไปบ้าง

ปล. วันนี้ฟินกันไปสองเรื่องอีกเช่นเคยนะเจอกันที่เรื่องของเฮียเซ็นกับนานะ ep2. นะคะ อ่านกันให้ฟินตายไปเลย คิกคิก~

ปล.2 คำผิดแก้ไปแล้วแต่ถ้ายังมีอยู่ขออภัยด้วยนะเดี๋ยวมาแก้ให้อีกรอบครับ

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนและการเพิ่มลงคลังนะคะ

จะตั้งใจสร้างผลงานให้ดียิ่งๆขึ้นไปและพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ ขอบคุณน้า.

 

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีและขอให้หัวใจพองโตนะคะ :)

ความคิดเห็น