facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 28 : ฉันจะรักนายได้อีกนานแค่ไหน

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 : ฉันจะรักนายได้อีกนานแค่ไหน

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.1k

ความคิดเห็น : 183

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2560 18:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 : ฉันจะรักนายได้อีกนานแค่ไหน
แบบอักษร

ลิ้นสากลากลงเนินอกมันค่อยๆวนลิ้นโลมเลียไปทั่วถึงแม้เมษาจะส่งเสียงสะอึกสะอื้นสองแขนกระตุกเชือกที่มัดตึงมือทั้งสองข้างเป็นการขัดขืน ไอ้แมคหาสนใจไม่มันยังคงระบายตัณหากามอารมณ์ด้วยการใช้ริมฝีปากดูดกลึงยอดอกเล่น มันจัดท่าทางด้วยการจับเรียวขากระชับคล้องเอวตนไว้ทั้งที่อีกคนส่งเสียงขอร้องแหบแห้งอย่างหมดหวังสะอื้นซ้ำๆจนหน้าอกกระตุกยุบยวบ ดวงตาคู่สวยช้ำไปหมดเนื้อตัวมีแต่รอยฝกช้ำจากการกระทำอันป่าเถื่อนของคนที่กำลังช่วงชิงกลิ่นหอมกลางลำตัว ไอ้แมควนลิ้นเล่นบนหน้าท้องขาวบางมันพ่นลมหายใจร้อนรดเป็นพักๆไม่หยุดหย่อน มันส่งเสียงครางต่ำออกมาเพราะความกามซึ่งเมษาไม่อยากได้ยินเพียงนิด

“ฮาห์… ขาว ขาวฉิบหาย อิจฉาผัวมึงฉิบหายที่ได้แดกมึงทุกคืน”

“ฮืออออ คิมหันต์ ช่วยที ฮึก ฮือออ ไม่ไหวแล้วว ช่วยด้วย”

“ฮ่ะๆ ไม่ไหวหรองั้น….เดี๋ยวพี่ช่วย ซี้ดดดดจะถอดกางเกงให้ล่ะนะ รับรองลืมคิมหันต์ไปเลยชั่วชีวิต”

พูดไม่พอมันยังใช้ฟันขบงับขย่ำบดขยี้หน้าท้องขาวจนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยงมันรู้สึกเจ็บแปล๊บจนขบเม้มริมฝีปากแน่น

“ว่าไงนะ”

น้ำเสียงเรียบนิ่งปริศนาดังขึ้นท่ามกลางหัวใจอันมืดมนหมดทางสู้ เมษาปรือตาขึ้นมองทั้งน้ำตา พยายามปรับโฟกัสตรงหน้าในใจคิดว่าตัวเองคงหวาดหวั่นประสาทหลอนสมองเบลอจนเห็นคิมหันต์มายืนอยู่ปลายเตียงเสียแล้ว แต่ถว่าเขาคิดผิดมันเหมือนสวรรค์ที่ตอนนี้คิมหันต์ได้เข้ามาช่วยจริงๆ แค่เห็นหน้าก็พาให้ใจชื้น แต่แปลกเหมือนหัวใจมันโหยหา ยิ่งเห็นคนตรงหน้าอย่างคิมหันต์ยิ่งร้องไห้โฮออกมายกใหญ่ จิตใจเรียกร้องคำปลอบปะโลม โหยหาอ้อมกอดอ่อนโยนที่เคยได้รับ ต้องการต้องการกอดไว้แน่นๆแบบไม่ต้องปล่อยหรือแยกออกจากกัน

“ฮือออออ คิมหันต์ ช่วยด้วยยย ฮึก ฮือออ….. ฮือออ ฮืออออออ คิมหันต์ ….อึก!!ฮื่ออ”

ไอ้แมคเย็นวาบกลางหลังมันรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคิมหันต์ฝากวางไม้เบสบอลเหล็กอยู่บนไหล่ของมันพร้อมเคาะเบาๆสองสามที มันแสยะยิ้มมุมปากประหม่าไปคิดว่าอีกฝ่ายแน่นอนใจจนต้องเผลอท่าให้มันแน่ๆ คิดเสร็จจึงเอี้ยวเบี่ยงตัวหวังยื้อแย่งไม้เบสบอลในมือแล้วจัดการให้สิ้นเสีย แต่คิมหันต์ไวกว่าจังหวะที่ไอ้แมคหันหน้ามาหามันเป็นโอกาสดีที่จะเหวี่ยงแขนส่งแรงฟาดพาไม้เบสบอลฝากฝังรอยแค้นไว้บนหน้าตาสกปรกเปื้อนตัณหาของมันอย่างไม่ยั้งมือ

ป้าบ!!!!!!

สองมือจับไม้ไว้มั่นพร้อมสะบัดเหวี่ยงแขนไปข้างหลังเพื่อให้แรงทั้งหมดส่งสะท้อนกลับเข้าหน้ามารหัวใจในตอนนี้ มันหงายท้องตึงตกเตียงไอ้แมคเซถลาหน้าหงายล้มลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ไม่รอช้าซ้ำสองคิมหันต์ฟาดเข้าที่สันกรามอย่างจังดังกร่อบ!!!ไอ้แมคอ้าปากโค่งเลือดอาบหุบปากไม่ลง ตาทั้งสองข้างแดงก่ำจากแรงฟาดที่ทำให้เส้นเลือดฝอยในตาแตก

“โอ่ะ! สงสัยขากรรไกรล่างจะหัก……”

“ฮ่ะ ฮ่ากกกกก ฮ ฮ ฮ่า ฮ่ากกกก”

คิมหันต์ปรายตามองส่งน้ำเสียงเรียบนิ่งแสดงถึงความห่วงใยจอมปลอมอย่างเลือดเย็นต่อไอ้แมคที่ร้องครางพูดไม่เป็นภาษา ฟันล่างหักซ้อนทับกันไม่เป็นทรงลิ้นสีแดงสดโชกเลือดห้อยต่องแต่ง สองมือใช้กอบกุมรอบปากจนเลือดไหลรดย้อนมายันข้อศอก กลิ่นคาวคละคลุ้งฟุ้งทั่วห้อง ภาพตรงหน้าทำให้เมษาขวัญเสียหวาดกลัวจนตัวสั่น

“ถ้ากลัวก็อย่ามอง ฉันอาจจะกลายเป็นไอ้บ้าโรคจิตไปเลยก็ได้!!!!!”

พ่าบบ!!!!!!

“ฮ่าๆๆๆ!!!!เมื่อกี้พูดอะไรวะฟังไม่รู้เรื่อง”

ระเบิดหัวเราะลั่นขณะที่ฟาดไม้เป็นครั้งที่สามก่อนนั่งลงยองๆใช้มือข้างที่เหลือเชยคางผู้ถูกกระทำขึ้นแล้วส่งยิ้มให้ ไอ้แมคพนมมือขึ้นไหว้พูดจาเอ้ออ้าฟังไม่รู้เรื่อง ยิ่งมันแสดงท่าทางหมดหนทางสู้ไม่ต่างจากเมษาที่เคยขอร้องต่อการกระทำอันป่าเถื่อนของมันมาก่อนเขาก็ยิ่งนึกสนุก คิมหันต์ลุกขึ้นยืนยันขาข้างนึงไปบนยอดอกจนตัวไอ้แมคชิดติดกำแพง มือเปื้อนเลือดปัดป่ายไปบนรองเท้าคู่สวยที่เขาหวงแหนเป็นที่สุดมันพนมมือขึ้นก้มหัวพงกซ้ำๆเป็นการขอโทษ

“ฮ่ ฮากกกก ฮ่ะ ฮ ฮากกกก”

“อะไรนะ บอกแล้วไงว่าไม่รู้เรื่อง ฮ่าๆๆ”

“ฮ่อก !!!!ฮ ฮากกก”

“ขอร้อง ? ขอร้องหรอวะ หรือว่าขอโทษ ถ้าทั้งสองอย่างพยักหน้าซะสิฉันจะได้รู้ไงเพื่อนว่าแกต้องการจะบอกอะไร”

เมื่ออีกฝ่ายช่วยแปลความหมายคำที่ตนต้องการจะพูดไอ้แมครีบพงกหัวซ้ำๆไม่ต่างจากหมาที่ทำตามคำสั่งเจ้านาย มันโอดครวญตัวสั่นน้ำตาไหลอ่อนแอขึ้นมาทันทีขัดกับหน้าตา ต่อให้ขอร้องขอขมาหวังให้เขาออมมือในตอนนี้คงไม่เป็นผล เพราะยิ่งขอโทษในใจยิ่งโมโหยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนจนยั้งมือไม่อยู่ สองขาพาตัวเองเดินไปข้างลำตัวอีกคนเพื่อให้ออกแรงฝาดเข้ากลางลำตัวได้ถนัด

“ขอร้องใช่มั้ย”

พ่าบบ!!!!!พ่าบ!!!

“ฮ่ ฮ่ากกก!!!!!”

“ร้องไห้ทำไม”

“ฮ แฮ่ก… ฮ”

“กลัวงั้นรึ”

รอยยิ้มที่ส่งให้มันย้อนแย้งต่อการกระทำคิมหันต์ เขาย่อเข่าตั้งท่าก่อนส่งแรงเหวี่ยงผ่านไม้สะบัดฟาดเข้ากลางลำตัวไอ้แมคจนมันต้องหดห่องอตัวล้มลงนอนกับพื้น คราบเลือดกระเด็นสาดแปดเปื้อนเสื้อผ้าตัวที่เขาสวมใส่ ใบหน้าฟุบหมอบลงกับพื้น ปลายไม้ถูกใช้เชิดคางไอ้แมคขึ้นหวังให้ได้เชยชม สภาพตอนนี้เละไม่เป็นท่าดูแทบไม่ได้ สองมือยกขึ้นไหว้ไม่หยุดหย่อนมันฝืนลืมตาทั้งที่ใบหน้าบวมเป่ง

“ฮ่าๆๆ!!!แล้วตอนน้องเค้าขอร้องทำไมไม่ปล่อยวะ”

นานไปคิมหันต์นึกสนุกอยากทำให้มันสิ้นใจให้พ้นๆหน้า สองมือล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงแค่เยื้องกายเข้าใกล้ไอ้แมคก็หวั่นผวาขวัญเสียร้องไห้โฮจนตัวสั่น ส้นรองเท้าถูกยัดเข้าโพรงปากไอ้สัตว์นรกเขาจัดการบดขยี้กระแทกส้นเท้าในใจคิดว่าอยากจะทำแบบนี้จนกว่าจะพอใจ

“ชิ!....ไอ้สารเลว”

“อ่อก อ่ อ่อกก!! คค่อกกๆแค่กก!!!!!!อ่อก!!!”

“รู้สึกยังไง ทรมาน กลัว หรือว่าเจ็บล่ะ อยากหนีไปให้พ้นๆฉันเลยใช่มั้ย”

“อ่อกก!!! ค่ ค่อก!!!!! อ่อก!!!! ฮ ฮ่ากกก!!!”

“พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย”

“อ่อกก!!! แค่กกๆ!!!!!”

“……………สกปรก รองเท้าฉันสกปรกก็เพราะแก ไอ้โสโครก”

ส่งสายตาทอดมองปากอาบคราบเลือดที่พึงใช้กอบกุมดูดกลึงยอดอกเมษามาหมาดๆอย่างใจเย็น เขาทาบวางเท้าไปบนหน้าไอ้แมคที่ตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพความเป็นคน มันหายใจพงาบๆไม่ต่างกับปลากำลังขาดอากาศหายใจ แทนที่จะพอแค่นั้นคิมหันต์ยกเท้าขึ้นสูงแล้วกดกระทืบส้นเท้าลงกระแทกแรงจนฟันซี่ขาวหลุดกระเด็นออกมาทั้งซี่

“ฮ่อกก!!!!แค่กก!!!ๆ ฮอกกกกกก………….”

ผลั่ก ผลั่ก ผลั่ก!!!!!

หน้ามืดตามัวโมโหจนไม่ต่างกับปีศาจ คิ้วขมวดชนกันกัดฟันจนเกิดเสียงกร๊อด!!ใช้ส้นรองเท้ากระแทกลงปากไอ้แมคซ้ำๆจนเบินเจ่อบวม มันหมดสตินอนแน่นิ่งหัวสั่นหัวคลอนส่งเสียงครางครืดในลำคอ สองมือคลายออกพาดไปบนพื้น

“คิมหันต์! พอได้แล้ว ฮือ.. ”

สิ้นน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้นจึงหยุดชะงักชำเลืองมองคนตัวเล็ก ภาพตรงหน้านั้นมันทำให้เขาแทบทนดูไม่ได้ ริมฝีปากเนื้อตัวเรือนร่างที่เคยสัมผัสมองเห็นแต่รอยฝกช้ำ ดวงตาคู่สวยที่เคยทดทอดให้อย่างสดใสเอ่อนองไปด้วยน้ำตา เชือกถูกดึงให้ตึงคิมหันต์ใช้ไฟแช็กรนจนมันขาดออกจากกัน เมื่อเป็นอิสละเมษาโผลเข้ากอดคนตรงหน้าแน่นจนแทบจะมุดแทรกเข้าไปในอก สองมือเหนี่ยวรั้งร่างสูงอย่างไม่อยากแยกออกจากกันใบหน้าสวยคุดคู้อกแกร่งซึ่งตอนนี้มันคงเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด

“มันยังไม่ทันทำอะไรใช่มั้ย”

“อื้มมม เกือบไม่ทันถ้านายมาช้ากว่านี้ฮึก ฮืออ…”

“ขอบคุณ ที่ไม่เป็นอะไร ขอบคุณจริงๆ”

“ขอบคุณที่มา.. ฮืออ ฮึกๆ….. ไอ้พวกนั้นมันน่ากลัว กลัว น่ากลัวมากเลย”

“ไม่ต้องกลัว”

ร่างสูงกระชับกอดอีกคนไว้ในอก พยายามกักกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหล กับเหตุการณ์เมื่อครู่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไร จากที่ไม่เคยกลัวอะไรมาก่อน แต่วันนี้กลัว กลัวว่าจะต้องเสียคนที่ตนรักแต่ยังไม่เคยได้บอกรักให้กับไอ้พวกบ้ากามตัณหากลับ คิมหันต์ใช้ฝ่ามือเปื้อนเลือดลูบไรผมอ่อนนุ่มอย่างอ่อนโยนเป็นการปลอบปะโลม เขาหลับตาแล้วผ่อนลมหายใจอย่างช้าๆค่อยเบาใจลงหน่อยที่คนตรงหน้ายังอยู่เผื่อวันข้างหน้าจะได้เอ่ยคำนั้นให้รู้สักที

“รีบไปกันเถอะ พวกมันมีสองคน อีกคนอยู่ในห้องน้ำ”

ฉั่วะ!!!!!!!

“เฮือก!!!!.........”

“คิมหันต์!!!!!!!!”

“ผิด…พวกกูมีสาม มึงจัดการไปแค่หนึ่งเพราะงั้น…เหลือสอง”

คมมีดถูกฝังเข้าชายโครงด้านหลังขณะคิมหันต์หันหลังให้พวกมันโดยไม่รู้ตัวว่ามันมากันตั้งแต่ตอนไหน ไอ้ไทด์ออกมาพร้อมกับน้องชายชื่อ แทนด์ ซึ่งมันแอบพามาด้วยหวังมาสนุกด้วยกัน คนลงมือก็คือตัวมันเองที่ตอนนี้จับรวบเอวคิมหันต์ไว้แล้วกดคมมีดลงลึกผ่านเสื้อแจ๊กเก๊ตตัวที่เขาสวมใส่อยู่ เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลซึมเห็นชัดมันปวดหน่วงไปหมดคล้ายหายใจไม่ออก

กึด!!!!........ ฉึก…… ฉึก!!!!!!

“อั่ก!!! อ้าหกก….”

มันกดคมมีดลงลึกกว่าเก่าแล้วบิดหมุนข้อมือคว้านเป็นการสร้างความเจ็บปวดให้ร่างสูง แน่นอนมันเป็นผลคิมหันต์คลายกอดออกจากเมษาขาสองข้างอ่อนแรงจนเข่าแทบทรุด เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามไรหน้าผาก จุกจนพูดไม่ออกแต่ก็ต้องแข็งใจบอกให้อีกคนหนีไป

“หนีไป วิ่งไปตามทาง…ไอ้วสันต์กับเสืออาจจะกำลังขึ้นมา!!!”

“ค คิมหันต์”

“ไป!!  เร็ว!!!!”

“ม ไม่… ฮืออออ ไม่”

เมษาวิ่งเข้ามาใช้สองมือตบตีไปตามตัวไอ้ไทด์ มันไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้ไอ้ไทด์ได้เพียงนิดถึงอย่างนั้นก็เถอะยังคงดื้อดึงหวังช่วยให้คิมหันต์หลุดจากคนพวกนี้ได้

“ฮ่าๆๆๆ!!!หนีไปซะสิหนู มีโอกาสหนีก็หนีซะ”

ฉึก!!!!!

“อ๊าหกกห!!!!”

พูดจบไอ้ไทด์ชักคมมีดออก มันเปลี่ยนมาแทงชายโครงด้านหน้าแทนคราวนี้คิมหันต์งอตัวล้มลงนั่งกับพื้นแต่โดนมันยึดตัวเอาไว้ให้ฝืนยืนขึ้นอีกครั้ง เริ่มหายใจหอบไม่ทั่วท้องเพราะบาดแผลมันทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ สองมือกุมท้องตัวเองไว้พบว่าเลือดตอนนี้ไหลรินไม่หยุดยามที่ไอ้ไทด์สนุกสนานกับการคว้านควงมีดไปมารอบปากแผล เมษาทำอะไรไม่ถูกได้แต่ตบตีไอ้ไทด์ซ้ำๆความรำคาญมันจึงปัดคนตัวเล็กออกกระเด็นไปหน้าประตูห้อง

“ออกไปซะ!!!ไปหาไอ้วสันต์”

“ม ไม่ ฮือออออ”

“มันยากนักรึไงแค่ออกจากห้องแล้ววิ่งลงบันไดน่ะห๊ะ!!! อ อั่กก!!”

“มันไม่ยากหรอก แต่ฉันทิ้งนายไว้คนเดียวไม่ได้! ฮืออ”

“กูนับหนึ่งถึงสิบ มึงหนีไปให้ไกลที่สุด กูจะยอมปล่อยมึงไปแล้วค่อยให้ไอ้นี่ตามมึงไปทีหลัง”

ไอ้ไทด์พูดแล้วไม่พอมันยังคงกดมีดลงลึกจนมิดด้าม

“ไป…..ช่วยทำตามที่ฉันสั่งได้มั้ย มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้ เมษา…ขอร้อง … เร็ว…วิ่งไปให้เร็วที่สุดแล้วอย่าหันกลับมาอีก เข้าใจใช่มั้ยวิ่งหนีไป…วิ่งไปเรื่อยๆอย่าหันมองข้างหลัง ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันอยู่คนเดียวได้….”

ครั้งสุดท้าย

ครั้งสุดท้าย

ครั้งสุดท้าย

ตอนพูดไม่ได้คิดอะไรแต่พูดออกมาเพราะความรู้สึกทั้งหมดที่มี ในเมื่อตอนนี้คิมหันต์ยืนแทบไม่ไหว ใบหน้าซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัดดวงตาคู่เฉี่ยวปรือใกล้หลับลงมันพร่ามัวไปหมด ลมหายใจร้อนหอบถี่แผ่วเบา สองขาอ่อนแรงยวบยืนไม่ไหว มือที่เคยกอบกุมบาดแผลตัวเองไว้คลายออกปล่อยให้มันเป็นไปตามการกระทำของไอ้ไทด์ ศีรษะก้มลงไม่มีแรงแม้แต่จะเงื้อมเงยมองอะไรทั้งนั้น ได้ยินเพียงเสียงสะอื้นของเมษาที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“หนีไปเร็วสิ!!!!ไปตามเพื่อนมาช่วยไอ้นี่ไง ฮ่าๆๆๆ”

ไอ้ไทด์พูด

“เอาจริงดิพี่!!!!”

ไอ้แทนด์พูดแทรก

“จริง ฮ่าๆๆ กูกำลังจะนับล่ะนะ”

ได้ยินอย่างนั้นเมษารีบวิ่งออกจากห้อง ในใจคิดจะตามวสันต์ให้เข้ามาช่วยคิมหันต์ที่ตอนนี้ดูแล้วเขาคงทนรับมือกับคนพวกนี้ได้ไม่นาน ขณะเดียวกันไอ้ไทด์นับเลขถอยหลังเป็นการบอกเวลาตามลำดับที่มันกำหนด

“สิบ เก้า แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง……ไอ้แทนด์ ไปจับตัวอีนั่นแล้วพามันขึ้นรถ กูจะส่งมันไปหาลูกพี่ตั้งแต่คืนนี้เลย”

“เลวแบบนี้สิวะพี่กู !!! ฮ่าๆๆๆๆ!!!!!”

ไอ้แทนด์ออกตัววิ่งสองเท้าก้าวไวสุดชีวิต มันต้องการชิงตัวเมษามาให้ได้ก่อนที่วสันต์และเสือจะเจอเข้าระหว่างขึ้นมา ตอนนี้ไม่รู้ว่าชะตากรรมของอีกคนจะเป็นอย่างไรเพราะตอนนี้คิมหันต์ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้ตัวเองโดนลากมาวางไว้กลางห้อง เขาแกล้งหลับตาลงคล้ายว่าตนหมดสติ ไอ้แทนด์สงสัยมันจึงค่อยๆเอื้อมมือเข้าใกล้แตะปลายจมูก เข้าแผนที่วางไว้คิมหันต์แกล้งหายใจผ่อนเข้าออกอย่างแผ่วเบาหวังให้มันคิดว่าร่างกายของเขาต่อสู้กับอะไรไม่ไหวแล้วจริงๆ

“ไอ้แมค!!!ไอ้แมค มึงเป็นไงบ้างวะ”

มันหันไปใหความสนใจกับไอ้แมคซึ่งนอนจมกองเลือดนั่งคุกเข่าใช้สองมือเขย่าเข้ากลางลำตัวเพื่อนตน แต่ไอ้แมคยังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง สติเริ่มแตกทำอะไรไม่ถูกเพราะไอ้แมคไม่ตอบสนองทุกการกระทำ มันไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้คิมหันต์นอนสมเพชในหน้าตาตื่นตะหนกกระวนกระวาย

“มึงอย่าตายนะเว่ย!!!!”

ระหว่างที่มันขวัญเสียคิมหันต์ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนมาหยุดหน้าประตู คนตรงหน้าคือเสือกับวสันต์ได้มาถึงแล้ว ถึงจะตกใจในบาดแผลฉกรรจ์ของคิมหันต์แต่วสันต์ต้องทำใจเย็นเข้าไว้ไม่ให้เสียเรื่อง เจ้าของไม้เบสบอลตัวจริงค่อยคว้าหยิบมันที่วางพิงกำแพงอยู่ เสือเดินย่างกายอย่างช้าๆและใจเย็นเขาแกล้งลงน้ำหนักส้นรองเท้าให้ไอ้ไทด์ฉงนสงสัยจนต้องหันหน้ากลับมามองว่าใครกันเข้ามาในห้องนี้

“ไม่เคยได้ยินหรอวะที่เขาบอกว่าอย่าหันหลังให้เสือ!!!!!!”

ป้าบ!!!!!!

จังหวะเดียวกันเสือเงื้อมมือขึ้นเหนือหัว สองมือจับไม้เบสบอลไว้มั่นก่อนจะส่งแรงเหวี่ยงทั้งหมดไปที่ปลายไม้แล้วฟาดสะบัดเข้าหน้าไอ้ไทด์จนมันลมลงนอนทันที ไวและกระฉับกระเฉงกว่าเพราะเขาได้ใช้ร่างกายให้เป็นประโยชน์ด้วยการนั่งซ้อนทับจัดการกดไม้ค้ำไว้ที่คอไม่ให้ไอ้ไทด์ขัดขืนสู้ไหว

“พี่วสันต์ผมจัดการมันเอง!!!!ส่วนเฮียไม่ต้องไปไหน รถโรงบาลกำลังจะมา!!!”

“วสันต์ตอนขึ้นมาไม่ได้สวนกับเมษาใช่มั้ย!!”

คิมหันต์ตะโกนแทรก

“ไม่สวน!!!ทำไมวะ”

“ค่อยพูด แต่ตอนนี้ไปตามหาเมษาก่อน ไอ้นี่มันส่งน้องไปหาเมษาแล้วถ้ามันเจอมันจะจับเมษาส่งไปให้ลูกพี่มัน!!”

“อ เออ!!”

ได้ยินอย่างนั้นวสันต์ไม่รอช้าออกตัววิ่งตามที่เพื่อนบอกทันทีส่วนเสือสองขายันไม้ไว้ที่คอไอ้ไทด์แน่นมือล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงหยิบมีดพกคู่ใจขึ้นปาดเข้ากลางฝ่ามือทั้งสองข้างของอีกคนที่กำลังผละดันไม้ออก มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อเสือรู้จุดตัดเส้นเอ็นกลางฝ่ามือจนเลือดสีแดงสดไหลอาบยันข้อศอก ไอ้ไทด์หมดทางสู้เพราะมือมันไม่สามารถกำชับจับกำอะไรได้อีก

“อ้าหกกกกกก!!!!!มึง!!!!”

ควั่บ!!!!

มันไม่ลดละพยายามต่อสู้ด้วยการปัดป่ายแขนทั้งสองข้างใส่ตัวเสือ เขารีบยันตัวลุกเท้าตวัดไม้เบสบอลขึ้นให้ตนได้จับถนัดมือแล้วชี้ปลายไม้ไปที่สันกรามไอ้ไทด์พร้อมพยักหน้าไปทางไอ้แมคที่นอนกรามหักอ้าปากค้างให้เห็น หน้าถอดสีเพราะเห็นแล้วไม่อยากให้ชะตาชีวิตตกอยู่ในแบบเดียวกันกับเพื่อน

“พ พอแล้ววยอมแล้วผมจะอยู่เฉยๆ อย่าทำผมเลย”

มันพนมมือขอร้องไหว้ไม่เป็นท่า เห็นอย่างนั้นเสือยอมใจอ่อนปล่อยให้ไอ้ไทด์นั่งรอตำรวจลากคออย่างสงบไม่ต่างกับสุนัขถูกล่ามโซ่ เขาหันมาให้ความสนใจกับคิมหันต์แทนสองมือค่อยประคองอีกคนให้ลุกขึ้นนั่งแล้วเลิกเสื้อเปิดดูแผลมันลึกจนมองเห็นเนื้อขาวขณะที่มีเลือดไหลซึมซ้ำๆ

“เฮีย เฮียเป็นไงบ้าง”

“นิดหน่อย..ซ.”

“ฉิบหายแผลออกกว้างบอกได้ว่านิดหน่อย”

“เออ ช่างมันเถอะ ไปช่วยวสันต์ตามหาเมษา ย แยกกันไปคนละทาง”

“แต่เฮีย!!! ผมจะพาเฮียไปข้างล่างก่อน”

“ข้าอยู่คนเดียวได้ เอ็งต้องไปช่วยเมษาก่อน เผื่อน้องไอ้นี่เจอตัวเมษามันจะจับตัวเมษา เร็วเสือ!!”

“เฮีย!!แต่แผลเฮีย”

“เสือ ไป วิ่งไปขึ้นไปจนถึงชั้นห้าตามหาให้ทั่ว เข้าใจใช่มั้ย”

เขาฝืนพูดเพราะตอนนี้แค่พูดก็เหนื่อยจนหายใจหอบ คิมหันต์ใช้ฝ่ามือแตะไหล่เสือแล้วออกแรงบีบเบาๆขณะที่อีกคนมือสั่นทำอะไรแทบไม่ถูกเพราะเป็นห่วงในเมื่อตอนนี้ไม่รู้ว่าพี่ตนจะทนพิษบาดแผลได้นานเท่าไร

“ผม ผม!!ผมทิ้งเฮียไม่ได้!!!ผมทำไม่ได้ ผมจะพาเฮียไปข้างล่างก่อน เฮียลุก!!”

“ทำไมทำไม่ได้วะ เอ็งอย่ามาทำใจฝ่อตอนนี้ได้มั้ย เอ็งดูสภาพข้าสิพาตัวเองลุกยังไม่ไหวแล้วจะช่วยเมษาได้ยังไง เอ็งต้องไปช่วยเค้าแทน”

“ผ ผม….”

“เสือ เอ็งจะปล่อยให้เมษาโดนพวกมันพาตัวไปรึไง ไว้ข้าลุกไหวข้าจะตามไปแต่ตอนนี้ขอฝากไว้ที่เอ็งก่อน ทำให้หน่อย วิ่งไปให้เร็วที่สุด”

“ค ครับ!!!! ผมจะปกป้องหัวใจเฮียเอง เสือ เสือทำได้!!”

“เลิกพูดจาน้ำเน่าแล้วรีบไปซะสิ”

ด้านวสันต์

“เมษา!!!!เมษา!!!!!อยู่ไหน แฮ่กๆ…..ตึกก็มีแค่นี้หายไปไหนวะ”

วสันต์วิ่งขึ้นลงระหว่างชั้นสามกับชั้นห้า เขาไม่เจอเมษาตามที่หวังไว้สองมือท้าวไปบนเข่าผ่อนลมหายใจเข้าออกหอบถี่ เหนื่อยเต็มทีจนต้องขอนั่งพักเขาค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งแล้วเอนพิงกำแพง ทันใดนั้นเงาปริศนาปรากฎขึ้นข้างกายยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมองก็ถูกอีกฝ่ายยันจนเสียหลักล้มลงนอนกับพื้น มันซ้ำด้วยการเตะเข้าหน้าท้องดังป้าบ!!!ยอมรับว่าจุกจนลุกไม่ไหววสันต์เสียท่าให้ไอ้แทนด์เสียแล้ว

“ฮ่าๆๆ สวัสดี”

“อ……!!!”

“เป็นไงมึง จุกล่ะสิ ฮ่าๆๆๆ”

ยืนท้าวเอวระเบิดหัวเราะชอบใจคิดว่าตนจัดการได้เรียบร้อยแต่มันคิดผิดเมื่อวสันต์ออกแรงเหวี่ยงไว้ที่ปลายเท้าแล้วเตะตัดข้อพับจนมันล้มลงหัวฟาดพื้น ไอ้แทนด์ปรือตาแต่มันยังพอมีสติระหว่างเดินผ่านวสันต์ประหม่าไปจึงโดนมันดึงขาไว้แทบเสียหลักแต่เขาไหวตัวทันพลิกข้อเท้าดีดตัวหนีแล้วกระทืบซ้ำลงหน้าเข้าอย่างจัง

ผลั่ก ผลั่ก!!!!!

“อุก อุกกก!!!!! มึง!!!!”

หมับ!!!!/ฉึก!!!

“ฮ่ะ!!!อ้าหกกกกกก ซ….”

มีดปลายแหลมฟังเข้าข้อเท้าวสันต์มันรู้สึกเจ็บแปล๊บจนชาไปทั่วทั้งขาเขาไม่สามารถตั้งรับน้ำหนักตัวไว้ได้ยิ่งขยับยิ่งเสียวไปถึงข้อเข่าจึงเสียหลักล้มลง ไอ้แทนด์สาวขาอีกคนเข้าหาตัวก่อนมันจะลุกขึ้นสะบัดหัวสองสามทีพอให้หายมึนมันดึงด้ามมีดออกไม่ปราณีถึงความเจ็บปวดที่วสันต์ได้รับก็ซ้ำรอยอีกครั้งด้วยการฝังคมมีดลงหน้าขาเป็นครั้งที่สอง

ฉึก!!!!!

“อ้ากกกกก ไอ้เสือ!!!ช ช่วยพี่ด้วย!!!!!”

ร้องเรียกเสียงดังเผื่อน้องจะได้ยินถึงตอนนี้ไม่รู้ว่าเจ้าของชื่ออยู่ไหนก็เถอะ วสันต์ฝืนลุกขึ้นยืนสองมือกุมหัวเข่าตัวเองไว้สองขาพาตัวเองวิ่งหนีอย่างทุลักทุเลขณะที่ไอ้แทนด์เดินตามมาติดๆ มันปาดคราบเลือดไปบนขากางเกงพร้อมส่งยิ้มยีฟันให้อย่างเลือดเย็นค่อยย่างกายเข้าหาช้าๆมันขำหึหึในลำคอก่อนจะตั้งท่าออกตัวพุ่งเข้าหามือข้างขวาเงื้อมขึ้นสูงหวังจะฝังปลายมีดลงกลางหลัง

แต่แล้วทุกอย่างผลิกผันเมื่อสิระคว้าหมับรับไม้เบสบอลที่เสือโยนให้ใส่มือได้พอดิบพอดี จังหวะที่ไอ้แทนด์พุ่งตัวเข้าหาวสันต์เขาแทบไม่ต้องออกแรง สองขายืนแยกออกกันสร้างระยะห่างเล็กน้อย มือจับยึดไม้ไว้แน่นแค่เหวี่ยงแขนแล้วส่งน้ำหนักไว้ที่ปลายไม้เล็งให้โดนหน้าดั้งแค่นั้นก็ทำให้ไอ้แทนด์สันจมูกหักคดไม่เป็นทรงทั้งเสียหลักหน้าหงายล้มตึงทันที

“เสือ!!ขึ้นไปชั้นห้าตามหาเมษากับไอ้คิม พี่จะพาวสันต์ลงไปข้างล่างก่อน”

“ครับพี่!!”

“เก่งให้มันได้ตลอดดิวะ”

พูดจบทั้งส่ายหัวเอือมสิระเดินเข้ามาแล้วช้อนตัวอุ้มวสันต์ที่นั่งอยู่จนตัวลอย จิตใจรู้หน้าที่ดีจึงรีบโอบต้นคออีกคนไว้แน่น อึ้งอึงกับสถานการณ์จนหน้าแดงก่ำใจเต้นตึกตักลืมไปเลยว่าตัวเองเจ็บขาอยู่ ส่วนรุ่นน้องอย่างเสือได้แต่ยืนมองอ้าปากหวอปล่อยให้รุ่นพี่สายบู๊อย่างวสันต์ถูกอุ้มท่าเจ้าสาวพาลงบันไดไปเสียเฉยๆ

ด้านคิมหันต์

“เห้ เมษา!!ขอร้องเถอะยังไม่โดนมันพาไปใช่มั้ย เมษา… อึก!.... ฮ ……”

อีกด้านที่ไม่รู้ว่าไอ้แทนด์โดนเก็บไปแล้วเรียบร้อย คิมหันต์พาร่างกายช้ำอาบเลือดเดินตามทางบ้างใช้แขนท้าวพิงกำแพงเดินไปเรื่อยๆ เขาส่งเสียงเรียกตะโกนเป็นพักๆหาคนที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหลบซ่อนอยู่ที่ไหนหรือโดนอีกฝ่ายพาไปแล้วกันแน่ ลมหายใจร้อนถูกผ่อนเข้าออกถี่ๆและแผ่วเบาเขานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ฝืนทนเดินตามหาเมษาจนกว่าจะพบเจอ สองเท้าค่อยๆก้าวพาตัวเองเดินอย่างช้าๆไม่ทันใจ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วหน้าผากและแผ่นหลัง คิมหันต์คลายมือที่กอบกุมท้องของตัวเองอยู่ออก เลือดสีแดงสดไหลย้อนออกจากปากแผลไม่หยุดมันรู้สึกชาปนเจ็บจนเดินแทบไม่ไหว

“อึก!! อื้ม!! ม เมษา แฮ่ก… แฮ่ก….”

คิมหันต์ก้มหน้ามองเลือดของตนที่หยดลงพื้น ร่างกายไม่เต็มร้อยทำให้ไม่มีแรงแม้แต่เงื้อมเงยหน้ามองอะไรทั้งนั้น ในคอแห้งผากเป็นผงแค่กลืนน้ำลายก็รู้สึกเสียวแปล๊บขึ้นมาไปจนถึงชายโครง ถึงร่างกายจะสู้ไม่ไหวแต่ในใจมันสู้อยากเดินต่อให้ถึงทางโค้งข้างหน้าที่ที่เขายังไม่เคยผ่านมันเป็นที่สุดท้ายที่คิดว่าเมษาคงจะซ่อนตัวอยู่ที่นั่น

“เมษา…. นายอยู่ไหน….……แฮ่ก……”

“…………………”

ไม่มีการตอบรับ แต่ก็ไม่ได้ลดละความพยายามเขาคิดขอฝืนเดินต่ออีกหน่อย คิมหันต์ใช้มือกดท้องตัวเองไว้แน่นจนเลือดไหลซึมผ่านเรียวนิ้ว เสื้อตัวที่สวมใส่ชื้นแฉะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดมันส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่ว ในหัวชักหนักอึ้งสองขารู้สึกเบาหวิวเหมือนตัวจะลอยหลุดการควบคุมยังไงยังงั้น มองไปข้างหน้าสายตาพร่ามัวโฟกัสอะไรไม่ได้ แต่มันแค่อีกนิดเดียวก็จะถึงโค้งสุดท้ายแล้ว สองมือแตะคลำกำแพงพาตัวเองให้ไปถึงที่หมาย

“เมษา……..……อยู่ตรงนั้นรึเปล่า”

“คิมหันต์!!!”

ก่อนจะล้มลงเมษาที่นั่งหลบมุมอยู่วิ่งออกมาพอดี คนตัวเล็กรีบรับตัวคิมหันต์ ค่อยประคองหิ้วแขนอีกคนพาดคอแล้วพาเดินมามุมหลบซ่อนตัวแล้วจัดการให้นั่งลงกับพื้นสองมือโอบกอดคิมหันต์ที่แทบหมดสติ ทั้งดีใจทั้งเป็นห่วงผสมปนกันไปหมด ร่างสูงส่งยิ้มให้ทั้งใบหน้าซีดเซียวเมื่อเห็นว่าอีกคนปลอดภัยดีตามที่คิดไว้

“อยู่นี่จริงๆด้วย….มันไม่เจอนายใช่มั้ย”

“ฮึก ฮื่อ!!ไม่เจอ ฉันขึ้นมาหลบข้างบนมันเลยหาไม่เจอ”

“ท ทำไมเลือดนายมัน..ไหลเยอะจัง”

“เพราะวิ่งมามั้ง…มันเลยไหลไม่หยุด”

“ฮึก ฮืออ!!...”

นั่งพับเพรียบกอดอีกคนไว้แน่นร้องไห้สะอื้นทันทีที่เห็นอีกคนไม่โอเคนัก จึงค่อยๆเลิกชายเสื้อขึ้นเผยเห็นแผลทั้งข้างหน้าและหลังชายโครง มันเวอะหวะเพราะไอ้ไทด์หมุนบิดข้อมือบดขยี้คมมีดเสียจนปากแผลกว้างอย่างเห็นได้ชัด เมษากลั้นน้ำตาไม่อยู่ปล่อยร้องไห้โฮไม่รู้จะเก็บกลั้นไว้อย่างไร

“ฮือออออ อย่าเป็นอะไรนะเดี๋ยวตำรวจก็มาใช่มั้ย ใช่มั้ยคิมหันต์ พวกเขาจะมาใช่มั้ย”

“ใช่ ….เดี๋ยวก็มา”

ส่งน้ำเสียงอย่างเสียงแผ่วเบาฟังไม่ชัด คิมหันต์นั่งชันเข่าขึ้นข้างนึงแล้วโน้มกดศีรษะเมษาให้ซบลงอิงอกตน เขาใช้จมูกสันโด่งหอมเข้าที่ไรผมอ่อนนุ่มแล้วยิ้มออกมาไม่หยุดที่ตอนนี้ใจชื้นขึ้นเพราะอีกคนปลอดภัย ถึงแม้จะเจ็บแผลมากแค่ไหนตอนนี้มันดีมากพอแล้วที่ได้พบเจอคนที่ตนตามหาอีกครั้ง

“คิมหันต์ แล้วพวกวสันต์ล่ะ.. ฮืออ อยู่ไหน”

“ไม่รู้…แต่มันก็ออกมาตามหานายเหมือนกัน”

“อื้มม ฮืออ ฮือ ยังไม่เจอกันเลย แล้ว แล้ว เจ็บมากมั้ย”

คิมหันต์ไม่ได้ตอบอะไรเขาหลับตาลงแล้วส่ายหัวไปมาเป็นการตอบแทนคำพูด ลมหายใจค่อยๆแผ่วลงเรื่อยๆเพราะตอนนี้แค่ผ่อนลมหายใจเข้าออกมันก็ฝืนร่างกายและเหนื่อยมากแล้ว อยากจะพักหลับตาให้สบายแต่ก็ห่วงอีกคนที่ตอนนี้ปกป้องตัวเองไม่ได้

“ขอโทษ ที่ทำให้นายต้องมาเจ็บตัว ล เลือดนาย… ฮึก ฮือออ อย่าเป็นอะไรนะ ขอร้อง ทนอีกหน่อยเดี๋ยวพวกเขาต้องมาแน่”

“………ไม่เป็นไรไม่ต้องขอโทษ….”

“พวกเขามาแน่ๆใช่มั้ย .. ฮึก ๆ … พวกเขาต้องพานายส่งโรงบาลใช่มั้ย”

“ใช่….”

“ทนไว้ก่อน … ทนหน่อยนะ นะคิมหันต์… อย่าเป็นอะไรไปเลย ขอร้อง..ทนไหวใช่มั้ย”

พูดไปร้องไห้ไปแล้วเงยหน้าขึ้นใช้สองมือจับใบหน้าอีกคนไว้แล้วตบเข้าที่แก้มเบาๆเป็นการเรียกสติเพราะตอนนี้คิมหันต์ชักจะตอบสนองช้าลงเรื่อยๆทั้งน้ำเสียงและลมหายใจที่เมษารู้สึกได้

“ไหว…..”

พูดทั้งที่หลับตาอยู่หน้าอกยุบยวบตามจังหวะหายใจอย่างช้าๆ คิมหันต์เม้มริมฝีปากไว้แน่นดวงตาคู่เฉี่ยวหลับลงสนิทลมหายใจร้อนผ่าวถูกส่งออกเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอดในตอนนี้มันรู้สึกจุกหน้าอกเหมือนอากาศตรงหน้าไม่พอให้หายใจ

“คิมหันต์ !! คิมหันต์ ตื่น !!ลืมตาสิอย่าพึ่งหลับ!!”

“หืมม ฉันแค่ง่วงนิดหน่อยขอหลับซักพัก พวกนั้นมาค่อยปลุก…ได้รึเปล่า”

สวมกอดเมษาไว้แล้วใช้แก้มซบอิงศีรษะอีกคน ใครกันจะยอมให้มาหลับใส่ตอนนี้เมษาดันอีกคนออกสองมือลงน้ำหนักตบซ้ำเข้าที่แก้มทั้งสองข้าง

“ไม่เอา !! ฮือ.. ไม่ให้หลับอยู่เป็นเพื่อนกันก่อน”

“งีบแค่นิดเดียวเองน่า……”

ยังดื้อดึงคิมหันต์พูดทั้งที่หลับตาอยู่เขาโถมทับกอดอีกคนแล้วหลับตาลงสนิทหวังได้พักตามที่ตัวเองต้องการ คนตัวเล็กขวัญเสียกลัวว่าเขาจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเมษาออกแรงตบฉาดเข้าที่ใบหน้าเขาอย่างจังจนคิมหันต์ปรือตาขึ้นอีกครั้ง

“ไม่เอา!!ไม่ให้หลับ! ห้ามหลับ นายรู้มั้ยว่าฉันกลัว!!!ฮึก ฮืออ กลัวว่าถ้านายหลับไปแล้วนายจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก… ฝืนตัวเองหน่อย คิมหันต์….”

“ก็ได้ๆ….”

พูดพร้อมส่งยิ้มให้เขาฝืนตัวเองให้นั่งตัวตรงใช้หลังพิงกำแพงสองมือเกี่ยวดึงกระชับกอดเมษาไว้ในอกพร้อมหอมเข้าที่ไรผมอ่อนนุ่มเป็นครั้งที่สอง คนตัวเล็กเองส่งเสียงสะอื้นซ้ำๆคว้ากอดเอวร่างสูงที่นอนหายใจช้าๆ

“อย่าหลับนะ……อึก ฮืออ….”

“โอเคไม่หลับๆ……”

“สัญญานะว่าจะอยู่เป็นเพื่อน ห้ามหลับนะคิมหันต์”

“หาอะไรคุยกันดีกว่า ได้ไม่ง่วง”

“คุย คุยอะไรดี”

“อยากพูดอะไรก็พูด เพลินๆ ….”

“อื้มมเนอะ เพราะตอนนี้ออกไปก็ไม่รู้จะเจอมันรึเปล่า นั่งรอตรงนี้เผื่อพวกเขาจะมา”

“ดีเหมือนกัน…..”

“คิดถึงน้ำตาล ป่านนี้มันเป็นไงบ้างไม่รู้”

“ใช่…ฉันก็คิดถึงมันเหมือนกัน แต่เดี๋ยวก่อน….”

“อะไรหรอ”

“ขอจูบได้รึเปล่า”

พูดจบผละอีกคนออกสองมือประคองใบหน้าหวานช้ำเปื้อนน้ำตาขึ้นคิมหันต์โน้มหน้าเข้าใกล้ ไม่มีคำบอกกล่าวใดๆมีเพียงพยักหน้าบอกเป็นการตอบ ก่อนที่คิมหันต์จะประกบริมฝีปากปดป้อนรสจูบให้อีกคน มันเริ่มต้นจากประกบทบกันธรรมดาแล้วปรับเปลี่ยนเป็นผลัดกันงับเนิบนาบซ้ำๆเมษาเผยอริมฝีปากให้อีกคนส่งสัมผัสได้ถนัดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ร่างสูงยังคงใช้สองมือประคองใบหน้าคนตัวเล็กไว้เขาฝืนโถมกายเข้าหา บ้างเอียงศีรษะทางซ้ายทีขวาทีเพื่อปรับระดับองศา มันอุ่นไปจนถึงร้อนผ่าวยามที่ริมฝีปากของทั้งสองงับสลับกันดูดกลึงอย่างช้าๆ เมษาร้องไห้สะอื้นออกมาทั้งที่กำลังทำงานส่งรสจูบกลับให้อีกคน คิมหันต์หลับตาลงหยาดน้ำตาสีใสไหลรินเป็นสายเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้มันเป็นไปตามความรู้สึก ลมหายใจร้อนและหอบถี่ผิดปกติถูกส่งผ่านจนเมษาสัมผัสได้จึงค่อยๆผละดันอกคิมหันต์ออก

“ร้องไห้ทำไม มันไม่เหมาะกับนายเลยนะ”

ยิ้มทั้งที่ร้องไห้อยู่เมษาใช้นิ้วโป้งเกี่ยเช็ดน้ำตาให้อีกคนแล้วส่งยิ้มให้ คิมหันต์ยิ้มกลับมาเขาขำในการกระทำของตัวเองที่ตอนนี้ร้องไห้เหมือนเด็กแล้วก็หัวเราะเหมือนเด็กเช่นกัน

“ไม่รู้สิ…..ฮ่ะๆ มันไหลเองมั้ง”

“ไม่เอาๆไม่ร้อง”

“อาห๊ะ ไม่ร้องก็ไม่ร้อง”

เมษากลับมานั่งซบพิงคิมหันต์อีกครั้ง มืออีกข้างทาบวางไปบนอกพร้อมใช้แก้มนุ่มฝืดเฝือไปมา รอบตัวมันเงียบงันไปหมด ก็ดีเหมือนกันที่เหลือกันอยู่สองคนนั่งคุยเพื่อรอเวลา รอเผื่อให้เหตุการณ์วันนี้พ้นผ่านไปด้วยดีด้วยกันสองคนโดยไม่ต้องมีใครเข้ามายุ่งเกี่ยว

“คิมหันต์”

“หื้มมมม”

“คิดถึงบ้านที่ต่างจังหวัดเนอะ”

“ฉันก็เหมือนกัน…..อยากกลับไปที่นั่น”

“คิดถึงทุ่งหญ้ากับลมเย็นๆ”

“ใช่ กลับไปเราไปเดินเล่นกันมั้ยล่ะ ฉันเห็นข้างทางมีดอกไม้สวยๆอยู่บ้าง”

“อื้มมม ดีๆ เก็บมาจัดใส่แจกัญ คงสวยน่าดู”

“นายชอบดอกอะไรล่ะ”

“ดอกผักปอด”

“หน้าตามันเป็นยังไง ฮ่าๆ…..”

“สีขาวๆม่วงๆก็สวยดีสวยในแบบของมัน”

“อ่อ….กลับบ้านไปเด็ดมาให้ฉันหน่อยสิ ไม่เคยเห็น”

“ตรงคลองหน้าบ้านมี กลับบ้านไปจะพาไปดูนะ”

“ได้เลย ไม่เอาหน้าทิ่มตกน้ำจนฉันต้องลงไปช่วยนะ”

“ไม่ตกๆ แล้วนายชอบอะไรล่ะ ขอทายนะนายคงจะชอบดอกไม้ที่ราคาแพงแน่ๆ อย่าง..ทิวลิปหรือไม่ก็กุหลาบดอกใหญ่ๆ”

“ผิด… ฉันชอบดอกบานชื่น มันขึ้นตามทางรถไฟ ไม่แพงไม่มีราคาอะไรหรอก.. แต่ก็อย่างที่นายบอกมันก็สวยในแบบของมัน”

“ดอกบานชื่นหรอ ฉันชอบสีแดง”

“มันเป็นดอกไม้ประจำฤดูร้อน กลางเดือนเมษา…..ดอกของมันจะผลิบานอย่างสวยงามที่สุด”

“เดือนเมษาหรอ”

“ใช่…ฤดูร้อนในเดือนเมษา เหมือนฉันกับนายตอนนี้ไง”

“คิมหันต์กับเมษา”

ส่งยิ้มออกมาแล้วหลับตาใช้ใบหน้าซบอิงอกคิมหันต์อยู่

“ป่านนี้ไอ้น้ำตาลมันจะเป็นไงบ้างนะ”

คิมหันต์พูดแล้วใช้มือยีผมอีกคนเล่น

“มันคงคิดถึงนายแน่ๆ ตั้งแต่นายไปอยู่ด้วยน้ำตาลร่าเริงขึ้นเยอะเลย”

“มันชอบให้ฉันหักกิ่งไม้แล้วโยนให้มันรับ หักจนต้นไม้หน้าบ้านกิ่งโกร๋นหมดแล้ว ฮ่าๆ”

“ก็ชอบเล่นอะไรแรงๆทั้งคู่ ไม่เอาด้วยหรอกนะแค่มันกระโจนใส่ก็จะล้มแล้ว”

“กลับบ้านไป…ไปเล่นกับมันดู สองคนหนึ่งตัว….”

“ดีเลย ช่วยกันอาบน้ำให้มันด้วยป่านนี้ตัวเหม็นหึ่งแล้ว”

“หมาใครก็อาบเองสิ ฮ่าๆ”

“หมานาย เห็นเข้ากันดีนักนี่ ฉันเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กมันยังเข้าหานายมากกว่าเลยย”

“เพื่อนซี้สี่ขาฉันเลยล่ะ ไอ้น้ำตาลตัวแสบนั่นน่ะ”

“อื้มมม กลับบ้านไปไปอาบน้ำให้มันด้วยกันนะ”

“ได้สิ… นี่เมษา”

“อะไรหรอ”

“กลับบ้านไปทำแกงส้มให้กินหน่อย ที่ทอดไข่ใส่หญ้าลงไปในหม้อ น้ำส้มๆซดชื่นใจ”

“แกงส้มชะอมทอดน่ะหรอ”

“อ่าห้ะ ทำให้กินที….”

“จะทำให้กินนะ ต้องกินให้หมดด้วยรู้ป่าว”

“จะกินให้หมดหม้อเลย ฮ่ะๆ….คิดถึงที่นั่นจะแย่แล้ว”

“คิมหันต์…ป่านนี้ป้าแหม่มจะทำอะไรอยู่”

“หลับไปแล้วมั้ง มันดึกมากแล้ว….”

“แล้วพวกวสันต์ล่ะ จะทำอะไรอยู่”

“อาจจะ..กำลังตามหาเราสองคน….”

“พวกมันไปกันหมดแล้วรึยัง”

“ฉันไม่รู้ แต่เสือมันจัดการไปแล้วหนึ่งคน อีกคนที่วิ่งตามนายออกมาไม่รู้มันอยู่ไหน เพราะตำรวจก็ยังไม่มา”

“นายกลัวรึเปล่า..คิมหันต์”

“ไม่กลัว..แต่วันนี้กลัว”

“กลัวอะไรหรอ”

“กลัวว่าพวกมันจะพาตัวนายไป ไปในที่ที่ฉันตามหาไม่ได้”

“ฉันก็กลัว….”

“กลัวอะไร หื้มมมม”

พูดแล้วก้มลงหอมฟอดที่หน้าผากเมษา

“ตอนแรกกลัวพวกมัน กลัวมาก….แต่ตอนนี้กลัวว่านายจะเป็นอะไรมากกว่า”

“ฉันจะเป็นอะไรไปล่ะ แล้วพวกมันทำอะไรบ้าง…”

“ฮึกอื้ออ.. มันตบหน้า ไอ้คนที่ชื่อแมคมันตบหน้า มันเตะ.. บีบคอจนแทบหายใจไม่ออก …แล้วมันก็ ฮือ…… ขยักแขยง!! มันใช้ลิ้นดูดตามตัวแล้วก็หน้าอก มัน มัน…..ฮือ…”

“ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร…”

“เล่า..ถ้านายอยากรู้ก็จะบอก มันจะจูบแต่ขัดขืนไว้ ฮือออ นายมาพอดีมันเลยพอแค่นั้น”

“ไว้ฉันจะตามเรื่องคดีเอง”

“โอเค… เลือด…เลือดนายมันไหลไม่หยุด….เมื่อไรพวกนั้นจะมา..”

“เดี๋ยวก็มา ….”

“จะนานรึเปล่า”

“ไม่นานหรอก….สิระแจ้งตำรวจไปแล้ว”

“อื้มมมม ขอให้พวกเขามาไวๆ ฉันอยากออกไปตามคนให้มาช่วยนาย แต่ไม่รู้ว่าข้างนอกพวกนั้นยังอยู่รึเปล่า”

“ไม่ต้องหรอก ฉันไม่เป็นไร..รออีกนิดเดี๋ยวก็มีคนมาช่วยเราเอง”

“ขอให้นายไม่เป็นอะไรนะ เราจะได้กลับไปเดินเล่นด้วยกัน ฉันจะเด็ดดอกผักปอดมาให้ดูว่ามันหน้าตาเป็นยังไง”

“ฉันก็เหมือนกัน จะกลับไปเด็ดดอกบานชื่นมาให้นาย….”

“กลับไปเล่นกับน้ำตาลด้วย”

“ใช่ๆ หมาใครไม่รู้ไม่ติดเจ้าของ ฮ่าๆ”

“หมาฉันนน แต่มันติดนายมากกว่า ขี้โกง”

“ไม่เคยโกงซักหน่อยแต่บอกแล้วไงผู้ชายที่ชื่อคิมหันต์เกิดมาเพื่อชนะทุกสิ่ง”

“คิมหันต์ โทรศัพท์นายล่ะมีรึเปล่าได้โทรตามให้พวกวสันต์”

“ฉันรีบจนลืมไว้ที่โต๊ะในห้องเจ๊เต๋า พี่ที่รู้จักน่ะ”

“แย่จัง….พี่ที่วสันต์มาทำงานด้วยใช่มั้ย”

“ใช่…..นี่เมษา”

“นายเคยคิดว่าตัวเองโง่เง่าบ้างรึเปล่า”

“เคยสิ วันนี้ฉันก็โง่ตามพวกมันมาจนเกิดเรื่องถ้าไม่ตามมานายคงไม่ต้องมาเจ็บตัว”

“ไม่หรอกน่า นายไม่รู้นี่ว่าผลมันจะเป็นยังไง ถึงได้ตามพวกมันมา แล้ว…..ทำไมถึงได้มากับพวกมันล่ะ”

“ก็… พอฉันรู้ว่านายมาที่นี่ อยากเจอเลยเดินหา จะมาขอโทษเรื่องเมื่อวานซืนที่ออกไปเที่ยวกับสิระ แล้วปล่อยให้นายอยู่บ้านคนเดียว”

“แต่เจอกับพวกมันแทน ?”

“อื้มมม ความจริงเจอนายก่อนแต่เห็นอยู่กับผู้หญิงหน้าตาสวยๆเลยไม่ได้เข้าไปหา ฉันเดินออกมาจนหลงทางแล้วก็เจอกับพวกมัน”

“ผู้หญิงสวยๆ อ่อ หน้าฝน…”

“อื้มมม เธอสวยดีนะ”

“รู้จักรึ”

“ก็เธอมาหาวสันต์แล้วถามว่าเห็นนายบ้างมั้ย”

“ฮ่าๆ ยัยบ๊องนั่นน่ะนะ ร้อยวันพันปีเคยถามหาฉันที่ไหน”

“วสันต์บอกว่าแฟนเก่านาย…”

“ใช่ ก็แค่อดีต ปัจจุบันมันเปลี่ยนไปแล้ว”

“นายรักเธอมากรึเปล่า”

“เห้ ฉันต้องการจะใช้เวลาคุยเรื่องของเราสองคน…ไม่ใช่มานั่งพูดเรื่องคนอื่น”

“อ่ะ.. ขอโทษ…”

“ไม่เป็นไร… แล้วที่ฉันผลักจนล้มวันนั้นหายเจ็บรึยัง”

“นิดหน่อย…แต่ใกล้หายแล้วล่ะ”

“ขอโทษทีแล้วกัน…ที่ทำให้เจ็บตัว”

“ไม่ต้องขอโทษก็ได้ไม่โกรธ ฉันก็ผิดเหมือนกันที่ออกไปกับคนอื่นโดยไม่บอก ทั้งที่คุยกันไว้แล้วว่าจะดูหนังด้วยกัน”

“งั้น…. กลับบ้านไปเราไปดูหนังด้วยกันมั้ยล่ะ ซื้อมาซักสองสามเรื่องแล้วมานอนดู นอนเล่น..กลิ้งๆบนที่นอน”

“ดีเลย อยากดูซอมบี้ แฮ่ๆ กัดใส้ขาดเลย ฮ่าๆ”

“แล้วก็มานอนฝันร้าย ไม่กล้าเข้าห้องน้ำกลัวซอมบี้พังประตูเข้ามา ฮ่าๆ”

“ก็มันชอบนี่นา”

“เมษา ….นายเคยฟังเพลงHow Long Will I Love you ของ Ellie Goulding รึเปล่า”

“ไม่เคย…”

“ความหมายมันดีมากเลยล่ะ ฉันชอบเปิดฟังเวลาขับรถ มันทำให้ใจเย็นลงได้เวลาเจอพวกขับปาดหน้า ฮ่าๆ”

“นายชอบฟังเพลงสากลหรอ”

“ไม่หรอก ชอบที่ความหมายของเพลงมากกว่า จะเพลงไทยหรืออะไรก็ฟังได้ทั้งนั้น”

“ฉันก็เหมือนกัน..”

“จะแปลความหมายให้ฟังเอามั้ย….”

“เอาสิ….”

คิมหันต์กระชับกอดเมษาไว้แน่น เขาใช้ใบหน้าซบอิงไปที่ไรผมอ่อนนุ่มแล้วปรายตามองอีกคนพร้อมส่งยิ้มออกมา ขณะที่เมษาขยับตัวเข้าใกล้แล้วกอดเอวอีกคน รู้ สองกายนั่งซบอิงกันภายในห้องมุมห้องมืดสาดส่องแสงสลัวด้วยดวงไฟจากด้านนอก มันเงียบสงบจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน ความหมายของบทเพลงในตอนนี้คงจะเป็นตัวแทนในการสื่อความหมายของหัวใจให้อีกคนได้รับ

“ฉันจะรักคุณได้นานแค่ไหนกันนะ….

ตราบเท่าที่ดวงดาวยังอยู่บนท้องฟ้า…..

และจะนานเท่าที่ฉันทำได้……..

ฉันจะต้องการคุณไปอีกนานแค่ไหน…..

ตราบที่ฤดูกาล มันยังเปลี่ยนผัน…..

ฉันจะอยู่กับคุณไปอีกนานแค่ไหนกันนะ….

ตราบที่ทะเลยังซัดคลื่นหาดทราย……

ฉันจะยังต้องการคุณไปอีกนานแค่ไหน…..

ตราบเท่าที่คุณยังต้องการฉันอยู่……และอาจยาวนานขึ้นกว่านั้น……

ฉันจะกอดคุณได้นานแค่ไหน…..

ฉันจะมอบทุกอย่างให้คุณได้อีกนานแค่ไหน…..”

คิมหันต์เอ่ยแปลความหมายให้ฟังซ้ำๆมันเป็นตัวแทนของความรู้สึกทั้งหมดที่มีในตอนนี้ ยิ่งเนินนานฝ่ามือและเท้าทั้งสองข้างเริ่มชาดิกหมดความรู้สึกเพราะเสียเลือดมาก ใบหน้าซีดเซียวกว่าเก่าอากาศตรงหน้าแทบไม่พอให้หายใจแต่ก็ยังฝืนพูดซ้ำๆในความหมายเดิมๆให้อีกคนได้รับรู้

“นั่นสิเมษา…..ฉันจะรักนายได้นานแค่ไหนกันนะ ฉันจะกอดนายได้นานแค่ไหน….. เท่าที่นายต้องการรึเปล่า…..”

ฉันจะรักนายได้นานแค่ไหนกันนะ

ฉันจะรักนายได้นานแค่ไหนกันนะ

ฉันจะรักนายได้นานแค่ไหนกันนะ

“ร รักหรอ…..”

“ใช่”

“นายหมายความว่านายรักฉันหรอ…”

“ก็ใช่อีก”

เมื่อได้ยินเมษาเงยหน้าขึ้นเบิกตาออกกว้างกับคำพูดของคิมหันต์ที่กล่าวออกมาไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากอีกคน ตอนนี้เข้าใจแล้วทุกอย่างเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับตน หมดแล้วความรู้สึกที่ยืดเยื้อสับสนที่มีพาให้คิดมากมาตลอด ดีใจจนลืมตัวสวมกอดเจ้าของความรู้สึกไว้แน่นกว่าเดิมจนร่างสูงนิ่วหน้า คิมหันต์ลูบผมคนตัวเล็กเบาๆเขายิ้มให้รู้สึกโล่งใจที่ได้บอกความในใจซักที

“อ อื้มมมม ฉันต้องการมาตลอด ส่วนนายจะรักจะกอดฉันให้นานเท่าที่นายต้องการก็ได้หรือจนกว่านายไม่ต้องก็ยังได้ ฮึกฮืออออ…”

“ร้องไห้ทำไมอีก…….”

“มันดีใจ ที่นายบอกให้ฉันเข้าใจว่านายรักฉัน ฮือออ รักนายที่สุดเลย รักที่สุดเลยย”

“…………………”

“รักนายที่สุด ได้ยินมั้ยว่าฉันรักนาย คิมหันต์ ฮือออ ฉันก็รักนาย”

“…………………”

“ค คิมหันต์…..”

อ้อมแขนที่โอบกอดเมษาไว้คลายออก ดวงตาคู่เฉี่ยวหลับลงสนิทสองแขนอ่อนแรงพัดพาดวางกับพื้น ศีรษะที่เคยซบอิงกันและกันเบี่ยงไปทางอื่นเมื่อตอนนี้ร่างสูงที่นั่งอยู่ล้มลงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง คิมหันต์ไม่อาจฝืนร่างกายให้ทนสู้ไหวอีกต่อไปแล้ว

“คิมหันต์ !!! คิมหันต์!! ฮือออออ!! ฮึก ฮืออ.. คิมหันต์อย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ ฮืออออ บอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้หลับ ตื่นขึ้นมาก่อน คิมหันต์!! ฮึก ฮือออ!!!”

"............................"

“ไหนบอกว่าจะกลับบ้านไปเดินเล่นด้วยกันไง ไหนนายบอกว่าเราจะอาบน้ำให้เจ้าน้ำตาลด้วยกัน แล้วดอกบานชื่นล่ะไม่อยากเอามาให้ฉันแล้วหรอ คิมหันต์… ฮือออ !! ฮือออ ฮึก ฮืออออออ  คิมหันต์ !!! ฮึก ฮืออออออ ได้ยินรึเปล่าคิมหันต์ เราจะต้องกลับบ้านไปด้วยกัน ได้ยินมั้ย คิมหันต์ ฮึก ฮือออ…”

"............................"

“ช่วยด้วยย!!!ฮือออ ใครก็ได้ ช่วยที ฮือออออ อย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ ฮือออ ไหนบอกว่าเราจะกลับบ้านแล้วไปดูหนังด้วยกันไง....คิมหันต์....”

นั่งคุกเข่าสองมือประคองกอดใบหน้าร่างสูงไว้ในอก น้ำตาไหลพรากกลั้นไม่ไหวเพราะไม่สามารถเก็บกลั้นมันไว้ได้ เมษาจับมือร่างสูงไว้แล้วใช้ซบอิงมือของคิมหันต์เย็นเฉียบเมื่อสัมผัส คราบเลือดเปรอะเปื้อนเต็มพื้นไม่รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อยตอนนี้ขอให้ได้กอดประคองอีกคนไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

แต่งไปร้องไห้ไป http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/5.gif

อ่านให้สนุกนะทุกคนนน ไรท์ไม่มีอะไรจะพูด ให้พวกเราพูดกันเองงงงง

สงสารรรร สงสารเมษา สงสารคิมหันต์

อุส่าบอกรักกันแล้วแท้ๆ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

น้ำตาท่วมธัญวลัย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/5.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/5.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/5.gif

2016-03-25

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว