facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Blood 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 589

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ค. 2563 18:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Blood 12
แบบอักษร

เช้าวันถัดมาทั้งเอวาและเจคอปที่มีเรียนเช้าก็รีบตื่น ขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวนี่จะเป็นวันที่สองที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตในฐานะสามีภรรยา ซึ่งมันไม่ได้หวือหวาอะไรมากพวกเขาตื่นมาก็ผลัดกันอาบน้ำแต่งตัว ที่ต่างไปจากเดิมก็คงจะเป็นการที่เอวาเตรียมอาหารเช้าให้เจคอป

 

“เราไม่กินหรอ” เจคอปเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเอวาดื่มแค่นม

 

“ไม่ครับ ผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” เอวาว่า เจคอปก็พยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะรู้ดีว่าถ้าเอวาดื่มเลือดเขาตอนกลางคืน เช้ามาเอวาจะไม่ค่อยหิวเพราะคงยังอิ่มจากการดื่มเลือด

 

“ไปเถอะเดี๋ยวสาย ขอบคุณสำหรับอาหารเช้านะ” เจคอปที่กินอาหารเช้าเสร็จแล้วพูดขึ้นก่อนที่เขาจะเดินเอาจานไปไว้ที่ล้างจานและเดินไปหยิบกระเป๋าและหมวกกันน็อก

 

จากนั้นทั้งสองก็พากันออกมาจากห้องและตรงไปยังลิฟต์เพื่อลงมายังชั้นล่าง พอทั้งสองเดินมาถึงรถของเจคอปพวกเขาก็ขึ้นรถ แล้วเจคอปก็ขับออกมาจากหอพักทั้งสองใช้เวลาไม่นานรถมอเตอร์ไซค์ของเจคอปก็มาจอดที่หน้าคณะของเอวา

 

“วันนี้พี่เลิกเย็น เอวาจะไปหาพี่ที่คณะมั้ย? หรือจะกลับก่อน” เจคอปเอ่ยถามเอวาเมื่อเอวาลงจากรถและถอดหมวกยื่นมาให้

 

“ผมมีรายงานต้องทำส่งอาจารย์ วันนี้คงนั่งทำที่มหาลัยกับแมรี่ เดี๋ยวผมรอที่ตึกก็ได้” เอวาว่า เพราะแมรี่ได้ส่งข้อความมาบอกเอวาแล้วว่าพวกเขามีงานคู่ที่ต้องทำส่งภายในอาทิตย์นี้ ทั้งสองเลยตัดสินใจว่าจะอยู่ทำรายงานหลังเลิกเรียน

 

“โอเค งั้นเดี๋ยวถ้าพี่พักแล้วเดี๋ยวทักมาเผื่อมากินข้าวที่คณะเรา” เจคอปว่า

 

“อืม” เอวาพยักหน้ารับน้อยๆ

 

“พี่ไปละ ใกล้ได้เวลาเรียนแล้ว” เจคอปว่า จากนั้นเขาก็ขับรถออกไป ส่วนเอวาก็เดินเข้าอาคารเรียนไปและตรงไปยังห้องเรียนของตัวเองเพราะแมรี่บอกว่าตนขึ้นมาแล้ว

 

“เอวา~~ คิดถึงจัง~~ ไม่เจอกันตั้งหลายวันแน่ะ” พอเอวาเดินเข้ามานั่งข้างๆ แมรี่ แมรี่ก็รีบหันมาอ้อนเอวาทันทีเพราะความคิดถึงเพื่อน

 

“ขอโทษพอดีเรื่องที่บ้านพึ่งเสร็จ” เอวาว่า ตนบอกเพื่อนตนไปตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่องแล้วว่าตนมีธุระต้องกลับไปทำที่บ้านนิดหน่อย เลยฝากให้เพื่อนช่วยจดงานให้

 

“ไม่เป็นไร ว่าแต่ธุระเรียบร้อยดีนะ” แมรี่ว่า

 

“อืม เรียบร้อยดี” เอวาพยักหน้ารับเล็กน้อย แล้วเอวาก็ถามเรื่องงานอื่นๆ จากแมรี่ทั้งสองนั่งคุยกันสักพักอาจารย์ของพวกเข้าก็เข้าสอน เอวากับแมรี่เลยหันไปสนใจอาจารย์

 

ชั่วโมงแรกที่ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงได้ผ่านพ้นไป ก็ต่อด้วยชั่วโมงที่สองของวันในเวลาที่ห่างกันแค่หนึ่งชั่วโมง แม้เอวาจะหยุดเรียนไปแต่มันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อการเรียนเลยสักนิดเพราะไม่ว่าอาจารย์จะสอนอะไรส่วนใหญ่ก็จะเป็นสิ่งที่เอวาได้อ่านมาหมดแล้ว

 

“กินข้าวๆ หิวจังเลย~~ กว่าอาจารย์จะปล่อย” เมื่อวิชาที่สองจบลง ทันทีที่อาจารย์ผู้สอนเดินออกไปจากห้องแมรี่ก็พูดขึ้นทันที

 

“ปะ” เอวาที่เก็บของเสร็จแล้วหันมาพูดกับแมรี่ แมรี่ก็รีบพยักหน้าและลุกขึ้นเดินตามเอวาออกมาจากห้อง ทั้งสองตรงมายังโรงอาหารทันที พอมาถึงพวกเขาก็หาที่นั่งพอได้ที่เอวาก็ให้แมรี่ไปซื้อของกินก่อนส่วนตนก็นั่งเฝ้าโต๊ะ

 

“เอวา” นั่งได้ไม่นานเจคอปกับริคก็เดินเข้ามา ที่เจคอปมาถูกเพราะก่อนหน้านี้เจคอปได้ทักมาถามเอวาแล้ว เอวาก็บอกว่าตนกำลังจะลงมากินข้าว เจคอปเลยบอกว่าจะมากินด้วยเอวาก็ตอบตกลงไปพอได้ที่เอวาก็ทักไปบอกเจคอป

 

“ไอ้เราก็นึกว่านัดสาวที่ไหน ที่แท้ก็เป็นน้องเอวานี่เอง” ริคที่มาด้วยพูดขึ้นอย่างแซวๆ

 

“พูดมากว่ะ” เจคอปว่า

 

“อ้าวพี่เจ พี่ริค สวัสดีค่ะลมอะไรหอบมาถึงนี่คะ” แมรี่ที่กลับมาจากซื้อข้าวพอเห็นริคกับเจคอปก็รีบเอ่ยทักทันที

 

“สงสัยจะเป็นลมหลงของไอ้เจ ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรหอบมาหาน้องเอวาบ่อยเกิ๊น” ริคยังคงไม่หยุดแซวเพื่อน แมรี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมาเพราะสิ่งที่ริคแซวนั้นมันเป็นเรื่องจริงที่หลังๆ มาเจคอปกับเอวาแทบจะตัวติดกัน หายไปก็ดันหายไปพร้อมกันอีก

 

“พูดมากจริงมึงไปหาข้าวกินไป เอวากินอะไรมั้ยเดี๋ยวพี่ซื้อให้” เจคอปหันไปโวยริคก่อนจะหันมาเอ่ยถามเองาที่นั่งอยู่

 

“สเต๊ก” เอวาว่า จริงๆ เขาไม่ค่อยหิว แต่จะไม่กินก็กลัวเพื่อนกับรุ่นพี่จะถามเลยตอบเจคอปไป เจคอปก็พยักหน้ารับน้อยๆ

 

“พูดกับเพื่อนอีกเสียง พูดกับเอวานี่เสียงนุ่มเชียว สองมาตรฐานว่ะ” ริคที่เห็นถึงความผิดปกติในน้ำเสียงเพื่อนก็พูดขึ้น

 

“เป็นแฟนกูหรือไงต้องพูดกับมึงเสียงนุ่ม” ว่าจบเจคอปก็เดินออกไป แต่เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ไปธรรมดาแต่เขาดันทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้เอวา คำพูดของเจคอปนั้นแม้แต่เด็กประถมก็คงรู้ว่าที่เจ้าตัวพูดนั้นหมายความว่ายังไง

 

“ดะ…เดี๋ยวนะ ฟะ…แฟนงั้นหรอ? เอวา”

 

แมรี่ที่ตั้งสติได้รีบหันมามองเพื่อนของตนทันที แต่เอวาก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจและหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน นั่นทำให้แมรี่รู้ได้ทันทีเลยว่าเพื่อนตนจะไม่ตอบอย่างแน่นอน คนที่จะตอบได้คือคนที่ทิ้งระเบิดลูกเมื่อกี้ ก็จะให้เอวาตอบยังไงขอเป็นแฟนทั้งคู่ก็ยังไม่เคยขอเป็นกันเลย แต่ตอนนี้มันไปไกลถึงขนาดแต่งงานกันไปแล้ว ใครเป็นคนเปิดประเด็นเอวาก็จะให้คนนั้นเป็นคนตอบ

 

“เรื่องนี้ต้องเค้นคอไอ้เจ!!” ริคว่าจบก็เดินออกไปทางที่เจคอปเดินไป ส่วนแมรี่ก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างเพื่อน เธอมองไปที่เอวาก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะเธอคิดว่าเรื่องนี้เธอต้องรอให้เจคอปมาแถลงจริงๆ เพราะไม่ว่าจะจ้องเอวายังไง เอวาก็ไม่หันมาสนใจตนเลยแม้แต่น้อย

 

“มึงตอบกูมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าที่มึงพูดเมื่อกี้หมายความว่าไง” เสียงของริคดังมาก่อนและตามมาด้วยเจคอปที่ถือจานสเต๊กมาสองจาน ส่วนริคก็ถือจานข้าวของตัวเองเดินตามมา

 

“ทำไมมึงมันขี้เสือกจังวะ” เจคอปวางจานสเต๊กไว้ตรงหน้าเอวาจานหนึ่งและวางตรงข้ามเอวาจานนึงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งและหันมาพูดกับริค

 

“โธ่อย่าว่าแต่พี่ริคเลยค่ะ ตอนนี้แมรี่ก็อยากรู้แต่คุณเพื่อนรักของแมรี่นี่สิคะไม่ยอมพูดอะไรเลย” แมรี่พูดขึ้นพลางมองไปทางเอวา ส่วนเจคอปก็มองไปที่เอวาที่ตอนนี้เริ่มกินของในจานแล้ว

 

เจคอปรู้ดีว่าเอวาไม่ใช่คนที่จะมานั่งพูดอะไรแบบนี้ ส่วนตัวเขาก็ไม่ใช่คนที่จะมานั่งป่าวประกาศกว่ากำลังคบอยู่กับใคร แต่กับเอวามันไม่ใช่เขาอยากแสดงความเป็นเจ้าของ อยากจะป่าวประกาศให้คนทั้งมหาลัยโดยเฉพาะผู้ชายได้รับรู้ว่า เอวากับเขากำลังคบกันถึงมันจะข้ามขั้นตอนไปไกลแล้วก็เถอะ

 

“ใครเป็นคนหลุดก็ให้คนนั้นพูดสิ” เอวาไม่ได้กังวลหรืออะไรหากใครจะรู้ว่าเขากับเจคอปกำลังอยู่ในสถานะไหนกัน ง่ายๆ ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้เจคอปบอกแต่จะไม่เป็นคนพูดเอง

 

“พูดแบบนี้แสดงว่าที่ฉันคิดมันคือเรื่องจริง!! ใช่มั้ยพี่เจ” แมรี่พูดกับเอวาก่อนจะหันกลับมาถามเจคอป

 

“ก็…อืมพี่กับเอวาเราคบกันอยู่” เจคอปว่า

 

“โอ้ว~~ ตั้งแต่เมื่อไหร่อะไรยังไงพี่เจ~~” แมรี่รีบถามต่อทันที

 

“เมื่อวานซืน เราพึ่งตกลงคบกัน” เจคอปเลือกวันแต่งงานของพวกเขาเป็นวันตกลงคบกัน

 

“หึๆ ไปทำธุระที่บ้าน จ้า~ ไปๆ มาๆ ไปตกลงคบกับน้องเอวาเฉยร้ายจริงนะมึงเนี่ย!” ริคว่า

 

“ถึงว่าวันนี้เอวาใส่แหวน ก็ว่าจะถามอยู่ว่าใครให้ ที่แท้ก็ของพี่เจใช่มะ~~ แหมนี่ขอคบหรือขอแต่งงานคะเล่นใส่นิ้วนางข้างซ้ายมาซะ” แมรี่เริ่มพูดถึงข้อสงสัยที่ตนอยากจะถามเอวาตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ก็ลืมทุกครั้งจนมีโอกาสได้พูดก็ตอนนี้

 

“จริงด้วย!! ของมึงก็ใส่นี่!! ไวไปมั้ยไอ้ห่าเจ!!!” ริคเองที่ตอนแรกไม่ได้สนใจเรื่องแหวนที่นิ้วนางของเพื่อนพูดขึ้นทันทีเมื่อแมรี่พูดจบ และพอเขามองไปที่มือของทั้งสองก็พบว่าทั้งสองใส่แหวนดีไซน์เดียวกันต่างก็แค่ขนาด

 

“ก็จองไว้เดี๋ยวมีหมามาแย่ง พอๆ กินข้าวกันได้แล้ว” เจคอปว่า แมรี่กับริคเมื่อได้รู้เรื่องของทั้งสองในระดับหนึ่งจนเป็นที่พอใจแล้วก็ยอมลงมือกินข้าวต่อ

 

“อิ่มแล้วหรอ” เมื่อกินกันมาได้สักพักเอวาก็วางซ้อมกับมีดลง เจคอปที่เห็นแบบนั้นก็เอ่ยถามทันที

 

“อืม ไม่ค่อยหิว” เอวาว่า

 

“งั้นเอามาให้พี่มา” เจคอปว่า เอวาลังเลอยู่เล็กน้อยเพราะไม่อยากให้เจคอปกินของเหลือจากตน

 

“แต่…”

 

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ไม่ได้ซีเรื่องพวกนั้น” เจคอปเหมือนรู้ว่าเอวากำลังคิดอะไรอยู่เขาเลยพูดออกไปพลางส่งยิ้มไปให้เอวา

 

“อืม” เอวาพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะยอมตักชิ้นเนื้อสเต๊กที่เหลืออยู่ค่อนข้างเยอะให้เจคอปไป

 

“เจ~~ ริคกินไม่หมดอ่ะช่วยริคกินหน่อยสิ” ริคที่เกิดอาการหมั่นไส้เพื่อนก็หันมาแกล้งพูดเสียงออดอ้อนเจคอป

 

“แดกๆ ไปเดี๋ยวก็หมด” เจคอปมองไปที่ริคก่อนจะดันหน้าของริคให้ออกไปห่างๆ ก่อนจะพูดกับริค

 

“โธ่พูดกับแฟนอีกอย่าง พูดกับเพื่อนล่ะอีกอย่าง” ริคว่าอย่างไม่ได้จริงจังอะไรนัก

 

“คนที่แพ้ก็ต้องดูแล้วตัวเองนะคะพี่ริค ถ้าเป็นแมรี่ แมรี่ก็เลือกแฟนอิๆ” แมรี่หันมาพูดกับริคขำๆ

 

“โธ่~~ น้องแมรี่”

 

“พอๆ เลิกปัญญาอ่อนและรีบแดก เดี๋ยวใกล้จะได้เวลาเรียนแล้ว” เจคอปว่า ริคที่ดูเวลาเมื่อเห็นว่าอีกไม่นานพวกเขาก็ต้องไปเรียนวิชาถัดไปแล้ว เลยรีบกลับไปตั้งใจกิน

 

ทั้งสี่นั่งกินข้าวกันอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งทุกคนอิ่ม ริคกับเจคอปก็ทำหน้าที่เอาจานไปเก็บก่อนทั้งสองจะเดินมาลาแมรี่กับเอวา จากนั้นทั้งสองก็เดินกลับคณะของตัวเอง ส่วนแมรี่กับเอวาก็เลือกที่จะเดินขึ้นห้องเรียนรอเรียนวิชาถัดไป

 

วิชาสุดท้ายของวันสำหรับเอวากับแมรี่ได้หมดลง พออาจารย์ปล่อยทั้งสองก็พากันลงมาชั้นล่างหาที่นั่งใต้ตึกที่มีที่นั่งทำงานและมีที่ชาร์จแบต พอหาที่นั่งได้ทั้งสองก็ช่วยกันหาข้อมูลและทำรายงานที่อาจารย์สั่ง ทั้งสองนั่งทำงานกันอยู่พักใหญ่แต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีคนเดินเข้ามา

 

“เอวา ฟรานซิส เด็กวิทย์ปีหนึ่ง…กล้าดีนี่!” อยู่ๆ ก็มีคนกลุ่มนึงเดินเข้ามาหาเอวากับแมรี่และก็มีผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาใกล้เอวาและพูดกับเอวา เอวาเงยหน้ามองทุกคนด้วยความสงสัยเพราะตนไม่รู้จักกับคนพวกนี้

 

“เธอรู้จักเอวาได้ไง?” แมรี่เอ่ยถาม

 

“เธอหรอ? ฉันเป็นพี่พวกแกด้วยซ้ำ จริงๆ ฉันก็ไม่ได้อยากจะรู้จักหรอกนะเพื่อนของแกน่ะ แต่เพื่อนแกมันดันสะเออะมายุ่งกับสมบัติของพวกเราก่อน ฉันคงทนไม่ได้ที่จะไม่เข้ามายุ่ง” หญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าพูดขึ้น

 

“สมบัติอะไร” เอวาเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่เคยยุ่งกับของ ของใคร

 

“ก็พี่เจคอปไง! สมบัติของพวกเรา แกกล้าดียังไงทำให้พี่เจคอปเขาหลงผิดไปคบกับคนอย่างแกน่ะหะ!!” ผู้หญิงในกลุ่มอีกคนพูดขึ้น

 

“นี่มันจะมากไปแล้วนะ!! รู้จักกันหรือก็เปล่าแต่มาเรียกคนอื่นแกๆ แบบนี้ที่บ้านไม่สอนหรอว่าไม่ควร แล้วที่มาบอกว่าพี่เจคอปเป็นสมบัติของพวกคุณนี่มโนกันเอาเองหรือเปล่า ไม่มีปัญญาทำให้เขารักก็มาระรานคนที่พี่เจคอปคบด้วยแบบนี้น่ะหรอน่าสมเพชสิ้นดี” แมรี่ที่ทนไม่ไหวกับสิ่งที่ผู้หญิงสองคนนั้นพูดถึงเพื่อนของตนก็รีบลุกขึ้นและตอกกลับคนที่ว่าเอวาทันทีเพราะรู้ดีว่าเพื่อนตนไม่มีทางมาพูดอะไรแบบนี้แน่

 

“ปากดีนี่แก! อยากเจ็บตัวหรือไง!!” ชายหนุ่มหนึ่งคนที่อยู่ในกลุ่มของหญิงสาวพูดขึ้น

 

“ก็เอาสิกล้าทำอะไรพวกฉันแบบโจ่งแจ้งก็เอาเลย แต่บอกไว้ก่อนว่ามือตีนฉันก็มีไม่ยอมให้พวกแกทำอยู่ฝ่ายเดียวหรอก” แมรี่ว่า

 

“แมรี่พอ อย่าไปสนเลย” เอวาเอ่ยห้ามแมรี่เขาไม่ได้สนใจกับคำพูดของคนกลุ่มนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะเท่าที่ฟังคนกลุ่มนี้ก็คงจะเป็นแฟนคลับหรือคนที่แอบชอบเจคอป พอเห็นว่าเจคอปมีแฟนเลยอยากจะมาระรานแฟนของเจคอปให้เลิกกับเจคอป

 

“แต่เอวา…”

 

“คำพูดอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยเขาไปเถอะ เดี๋ยวพี่เจจะมาแล้วเราเก็บของเตรียมกลับกันเถอะ” เอวาว่า เพราะก่อนที่คนกลุ่มนี้จะเดินเข้ามาเจคอปส่งข้อความมาบอกเอวาว่าตนกำลังเลิก

 

“อืม” แมรี่ยอมพยักหน้ารับ เพราะน้องตนก็ใกล้จะมาถึงแล้วเหมือนกัน

 

“ฉันขอเตือนให้เลิกกับพี่เจคอปซะ ไม่อย่างนั้นทั้งแกและเพื่อนของแกจะโดนดี” จังหวะที่เอวาจะหันกลับไปเก็บของหญิงสาวที่เป็นเหมือนหัวหน้าก็พูดขึ้น

 

“ไม่ใช่แค่พวกฉันหรอกที่หวังจะทำให้แกกับพี่เจคอปเลิกกัน แต่ผู้หญิงเกือบทั้งมหาลัยก็อยากให้แกเลิก แกคงไม่อยากโดนดีจากพวกเขาหรอกใช่มั้ย” หญิงสาวอีกคนพูดขึ้น

 

“ถ้าเพื่อนผมเป็นอะไร....นรกบนดินถ้าไม่เคยเจอพวกคุณจะได้เจอกับมัน คงไม่อยากตายทั้งเป็นกันหรอกใช่มั้ย?” เอวาลุกขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าหาคนที่เป็นหัวหน้าก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก จนคนฟังรู้สึกหนาวขึ้นมา แต่เธอก็ยังทำใจกล้าพูดกับเอวา

 

“กะ…แกคิดว่าพวกฉันจะกลัวคำขู่ของแกหรอ”

 

“ถ้าไม่กลัวก็อย่าสั่น” เอวาตอบด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง โดยส่วนตัวแล้วเอวาไม่ได้มีความกลัวคนพวกนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะยังไงพวกนี้ก็ทำอะไรเอวาไม่ได้ แต่กับแมรี่ไม่ใช่เขาไม่สามารถดูแลแมรี่ได้ตลอดและเขาก็ไม่รู้ว่าแมรี่จะสามารถสู้กับพวกนี้ได้มั้ย เขาเลยต้องขู่ไม่ให้พวกนี้ยุ่งกับแมรี่

 

“เอวา…มีอะไรกัน” เสียงของเจคอปดังมาจากทางด้านหลังของพวกที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอวา ทุกคนเลยหันไปทางเจคอป

 

“เปล่า ยังเก็บของไม่เสร็จ ช่วยหน่อย” เอวาตอบเจคอปก่อนจะให้เจคอปช่วย เจคอปก็เดินผ่านคนทั้งสามมาหาเอวาและช่วยเอวาเก็บของ พอเก็บเสร็จเอวา แมรี่และเจคอปก็พากันเดินออกมาจากตรงนั้น พอเดินออกมานอกอาคารแมรี่ก็รีบขอตัวกลับเพราะน้องของตนมารอแล้ว

 

“พวกนั้น..”

 

“ค่อยไปคุยกันที่ห้อง” เจคอปกำลังจะถามถึงสามคนนั้น แต่เอวาก็พูดดักเจคอปเลยพยักหน้ารับและหยิบหมวกมาสวมให้เอวา จากนั้นทั้งสองก็พากันขึ้นรถและขับกลับหอทันที

 

 

 

 

 

ความพี่เจโหดกับเพื่อนแต่อ่อนโยนกับเอวานั้น...55555 พี่เจเราไม่ได้ลำเอียงนะ~~~

 

ว่าแต่น้องเอวาเราโหดเหมือนกันแฮะใครมายุ่งกับเพื่อนหรือครอบครัวของตัวเองไม่ได้เลย

 

 

ความคิดเห็น