Bizxual

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 9. >>50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 837

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2563 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9. >>50%
แบบอักษร

"ทำไมถึงได้นานนัก" สิงหาพึมพำ เขาเดินวนเวียนอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำภายในห้องนอนของตนเอง

"..." อินทัชเลิกคิ้วสูงเขาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินวนเวียนอยู่หลังประตู 

"คุณเล็กมีอะไรรึเปล่าครับ" อินทัชเปิดประตูและก้าวออกจากห้องน้ำทั้งที่ช่วงบนยังคงเปลือยเปล่า สิงหาหันใบหน้าหลบไปอีกทาง

"ทำอะไรนานนัก" สิงหาถามขึ้นเสียงเบา

"ขอโทษครับ ผมไม่ทราบว่าคุณเล็กจะใช้ห้องน้ำ" อินทัชเอ่ยขึ้น เขาพาดผ้าขนหนูไว้ที่บ่าแกร่งของตนเอง 

"ไปหาเสื้อผ้าใส่ซะสิ" สิงหาหันมามองคู่สนทนาตรงๆ อินทัชขยับมุมปากเล็กน้อย เขาก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเจ้าของห้อง 

"ผมไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่เลยสักตัว ถ้าคุณเล็กจะกรุณาหาเสื้อเก่าๆ ให้ผมสวมสักตัวจะเป็นไรไหมครับ" อินทัชโน้มใบหน้าเข้าใกล้สิงหามากขึ้น คนถูกถามตีสีหน้าเรียบเฉยและถอนหายใจออกมาแรงๆ 

"ทำไมถึงได้ยุ่งยากขนาดนี้ล่ะ" สิงหาพูดขึ้น เขาไม่ได้มีหน้าที่หาเสื้อผ้าให้ใครสวมใส่ซะหน่อย

"ถ้าคุณเล็กลำบากผมใส่ตัวเก่าก็ได้ครับ" อินทัชยิ้มบางๆ เขาเดินไปหมุนตัวกลับเข้าห้องน้ำ แต่สิงหาดันคว้าแขนแกร่งของเด็กหนุ่มไว้เสียก่อน

"เสื้อของฉัน ถ้าเธอใส่ได้ก็ไปหยิบเอาในตู้" สิงหาพูดขึ้น อินทัชหันมายิ้มกว้าง

"ขอบคุณครับ" อินทัชเอ่ยขอบคุณ

"ผมไม่ใช่พวกถือวิสาสะหยิบโน่นหยิบนี่ได้ตามใจ ถ้าคุณเล็กไม่ว่าอะไร ช่วยเลือกมาสักตัวเถอะครับ" ปากบอกว่าให้ช่วยเลือก แต่กลับคว้ามือและลากเจ้าของไปยังห้องแต่งตัว สิงหาก้มมองมือใหญ่ๆ นั่นเงียบๆ 

"ผมจับแน่นไปทำให้คุณเล็กเจ็บเหรอครับ" อินทัชโน้มใบหน้าเข้าใกล้หูของสิงหาและกระซิบถาม

"ไม่ได้เจ็บ" สิงหาตอบเสียงงึมงำ

"แล้วทำไมถึงมีสีหน้าแบบนั้นล่ะครับ" 

"..." สิงหานิ่งเงียบไม่ยอมตอบเขาเม้มริมฝีปากตัวเองไว้แน่น อยากจะเปิดปากคนปากแข็งเสียงจริง อินทัชได้แต่คิดในใจ

"วันนี้วันหยุดเธอจะกลับไปที่วังของคุณชายกี่โมงล่ะ" สิงหาเปลี่ยนเรื่อง

"หากทานข้าวเสร็จก็จะกลับครับ" เมื่อได้ยินคำตอบสิงหากลับคลายมือของตนเองจากมือหนานั้นด้วยความแนบเนียน แต่อินทัชกลับคว้ามาจับไว้ เขาใช้แขนเพียงข้างเดียวโอบรอบเอวเล็กๆ นั่นไว้และดึงเข้าหาตัว

"อย่านะอิน" สิงหาห้ามปรามแบบไม่เต็มเสียงนัก

"ทำไมถึงยอมตกลงกับคุณชายง่ายๆ แบบนั้นครับ" อินทัชถามเสียงแข็ง สายตาคู่สวยของสิงหาแหงนมองสบตากับคนตรงหน้า

"น้องหญิงเป็นคนจิตใจดีแถมยังสวยและน่ารัก เหมาะสมกับเธอแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร" สิงหาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่แววตากลับหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด

"อย่างน้อยคุณเล็กก็น่าจะถามความเห็นผมสักนิด แล้วอย่างนี้จะปฏิเสธเขาได้อย่างไรครับ" อินทัชถามตามตรง สิงหาไม่คิดจะปฏิเสธอยู่แล้ว 

"ฉันไม่คิดจะปฏิเสธความหวังดีของคนบ้านนั้นอยู่แล้ว และที่สำคัญเธอก็ต้องทำตัวดีๆ เอาใจน้องหญิงให้มาก อย่าทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด" สิงหาผละตัวออกห่างจากอ้อมกอด แต่อินทัชกลับไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ 

"ถ้าผมไม่ขอยอมรับเรื่องงานหมั้น คุณเล็กจะทำอย่างไรครับ" 

"อย่าทำแบบนั้น สิ่งที่ฉันเลือกมันดีที่สุดสำหรับเธอแล้วล่ะ" สิงหาพูดขึ้นเสียงเข้ม

"คุณเอาอะไรมาตัดสินใจว่าคุณหญิงดีที่สุดสำหรับผม" อินทัชถามต่อ

"แล้วน้องหญิงมีอะไรเสียหายหรืออย่างไร เธอถึงคิดจะปฏิเสธ" 

"เพราะผมไม่ได้รักเธอ" อินทัชตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"หรือว่าเธอมีคนรักแล้ว" สิงหารีบถาม

"ก็ไม่เชิงครับ ผมมีคนที่รักอยู่แล้ว" อินทัชยอมคลายอ้อมกอดเพื่อปล่อยให้คนจอมบงการเป็นอิสระ

"เรื่องนั้น..เธอควรไปยุติความสัมพันธ์กับคนของเธอซะ" สิงหาพูดเสียงเฉียบขาด อินทัชส่งเสียงสบถในลำคอ

"ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ"

"นี่เธอกำลังจะขัดคำสั่งของฉันอย่างนั้นรึ หันมาคุยกันดีๆ อย่าหลบหน้าฉัน" สิงหาเริ่มเสียงดังขึ้น อินทัชยอมหันมาเผชิญหน้า

"ผมจะทิ้งให้คุณอยู่คนเดียวได้อย่างไร" 

"ฉันก็อยู่ของฉันคนเดียวมาค่อนชีวิต เธอไม่ต้องห่วง" สิงหาตอบ

"นานเกินไปแล้วครับ"

"อะไรที่ว่านาน" สิงหาขมวดคิ้วสงสัย

"คุณอยู่คนเดียวมานานเกินไป" อินทัชรั้งคนตรงหน้าเข้ามาใกล้จนใบหน้าแทบประชิดกัน 

"จะไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียวอีกแล้วล่ะครับ" สิงหาเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนแน่น ใบหน้าหวานจัดก้มลงเล็กน้อย อินทัชใช้ปลายนิ้วเชยคางของคนตรงหน้าเพื่อให้แหงนมามองหน้ากันตรงๆ ปลายนิ้วหัวแม่มือไล้เกลี่ยริมฝีปากของคนเอาแต่ใจแผ่วเบา สองมือบางของสิงหาทาบลงกับอกเปลือยของอินทัชและผลักออกเบาๆ แต่เจ้าของอกแกร่งไม่ยอมปล่อยให้สิงหาได้ออกจากอ้อมกอดตัวเองง่ายๆ เสียหรอก เขาก้มลงจูบไปที่ริมฝีปากบางนั่น ปลายลิ้นค่อยๆ สอดแทรกเข้ากลางกลีบปาก แต่คนหัวดื้อยังคงเม้มปากปิดสนิทจนเขาต้องออกแรงบีบกรามเบาๆ เพื่อให้เปิดปากรับลิ้นของเขาเข้าไปสำรวจความหวาน

"อึก อื้อ" เสียงครางเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน อินทัชเริ่มสอดปลายลิ้นและใช้มันควานเอาความหวานจากปากของสิงหาอย่างตะกละตะกลาม 

"ยะ อย่า อิน อื้อ" สิงหาร้องห้ามยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกขโมยเสียงไปเสียแล้ว เขายกสิงหาขึ้นอุ้ม สองขาเรียวยาวของสิงหายกขึ้นเกี่ยวสะโพกของเด็กหนุ่มไว้แน่น ริมฝีปากของคนทั้งสองยังคนพัวพันกันไม่ห่าง 

"อื้อ" เสียงจูบสลับเสียงครางอื้ออึงดังขึ้นภายในห้องแต่งตัว

"พะ พอก่อน เดี๋ยวตก" สิงหาดุเสียงเข้ม

"ไม่ยอมให้ตกลงไปง่ายๆ หรอกครับ" อินทัชเอ่ยเสียงแหบพร่า แก่นกายกลางลำตัวค่อยๆ ดุนดันสะโพกส่วนล่างของสิงหาไปมา 

"ปล่อยฉันลง ของนายมันกำลัง..อึก" สิงหาสะดุดคำพูดของตนเองเฮือกใหญ่เมื่อจู่ๆ อินทัชกลับเด้งสะโพกสวนขึ้นเบาๆ

"ของผมทำไมครับ" อินทัชถาม

"หน้าไม่อายเสียจริง" สิงหาซบใบหน้าลงกับไหล่กว้างของอินทัช

"ฮะๆๆ ทำไมถึงได้น่ารักแบบนี้ครับ" อินทัชหัวเราะคนในอ้อมกอดเสียงเบา

"ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอว่าเสียหน่อย"

"ว่าอะไรครับ" อินทัชเลิกคิ้วถาม

"น่ารัก ฉันไม่ได้น่ารัก" สิงหาตอบเสียงแข็ง เพราะประโยคนี้มันทำให้เขาโมโหเป็นฟืนเป็นไฟยังไงล่ะ 

"จะไม่ให้น่ารักได้อย่างไรครับ" อินทัชวางสิงหาลงบนโต๊ะเครื่องสำอางตัวใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง 

"ไม่ก็ไม่สิ หุบปากของนายเสียเดี๋ยวนี้" สิงหาดุ ทำเอาคนถูกดุถึงกับยิ้มกว้าง 

"คุณเล็ก.."

"มีอะไร" สิงหาตอบเสียงห้วน จ้องมองร่างกายคนตรงหน้าเงียบๆ 

"อย่าใจร้ายกับผมนักเลยนะครับ" อินทัชคว้ามือของสิงหาแนบไปกับแก้มของตนเอง 

"ฉันไปใจร้ายกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่" 

"ทุกที่ ทุกเวลา ไม่เคยใจดีสักครั้งเดียว" อินทัชตอบ

"นั่นก็เพราะฉัน.." สิงหาหยุดพูดเพียงเท่านั้น อินทัชได้แต่ถอนหายใจออกมาหนักๆ 

"ถ้าผมกลับไปผมจะไม่ได้กลับมาดูแลคุณเล็กอีก" อินทัชย้ำ

"ที่นี่ยังมีคนคอยดูแลฉันอีกตั้งมากมาย เธอไม่ต้องกังวลขนาดนั้น" สิงหาหลบสายตาของคนหนุ่ม 

"ปล่อยเถอะ เราสองคนไม่สมควรมาทำอะไรตามอำเภอใจอย่างนี้ หากใครทราบ อื้อ" สิงหาพูดเสียงจริงจัง แต่กลับถูกอินทัชฉกกลืนเสียงนั้นไปเสียนี่ ปลายนิ้วยาวของอินทัชล้วงเข้าใต้เสื้อที่ทำจากผ้าลินินเนื้อดีที่สิงหาสวมใส่ในวันนี้ 

"อึก อื้อ" อกบางแอ่นรับปลายนิ้วของเด็กหนุ่มอย่างห้ามไม่อยู่ 

"ยะ อย่า อิน" สิงหาพยายามร้องห้ามแต่กลับถูกรุกหนักขึ้นมากกว่าเดิม สิงหาใช้มือยันอกของอินทัชอย่างแรงจนใจที่สุดอินทัชกลับต้องยอมปล่อยให้สิงหาได้เป็นอิสระ

"หากเธอทำ น้องหญิงจะต้องเจ็บปวดหัวใจมากแค่ไหน.." แหงนมองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหลานบุญธรรมของเขาแท้ๆ ดวงตาแดงก่ำแสดงออกว่าเจ็บปวดเพียงใด

"แล้วผมไม่เจ็บปวดเหรอครับ" อินทัชก้มใบหน้าหลบสายตาของสิงหาและพูดขึ้น สิงหาถอนหายใจ เขาประคองใบหน้าของอินทัชและยิ้มบางๆ 

"จะเจ็บปวดได้อย่างไรกัน เธอกำลังจะหมั้นกับผู้หญิงที่ทั้งสวยและน่ารักอย่างน้องหญิงรจเลข ชายใดได้ยินก็ต้องพากันอิจฉาเธอกันเป็นแถว อย่าได้พูดอะไรแบบนี้ หากน้องหญิงได้ยินเข้าพานจะพาไม่สบายใจเอา" สิงหาลงจากโต๊ะเครื่องสำอาง ใบหน้าร้อนวูบเมื่อสายตาดันสบเข้ากับส่วนกลางกายของเด็กนุ่มที่มันปูดนูนออกมาชัดเจน สิงหารีบหันกลับและแอบลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ นั่นลงคอ

"เธอรีบไปจัดการตัวเองซะเถอะ ฉันจะไปรอที่โต๊ะอาหาร" สิงหารีบออกจากห้องแต่งตัว อย่างไรก็ตกปากรับคำกับพี่ชายไปแล้วว่ายินยอมให้อินทัชหมั้นหมายกับน้องหญิง แล้วจะให้คนอย่างเขาคืนคำได้อย่างไรกัน แต่ยังไม่ทันได้ก่าวพ้นผ่านประตูห้องนอน อินทัชกลับคว้าเอวบางไว้และกอดรัดจากด้านหลัง

 "อย่ายกผมให้ใครอีกเลยนะครับ" อินทัชเอ่ยน้ำเสียงขอร้อง

"ฉัน.." สิงหาก้มลงมองแขนแกร่งของเด็กหนุ่มที่เขาเคยรังเกียจ แต่วันนี้เขากลับไม่รู้สึกแบบนั้น 

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องนอนของสิงหาดังขึ้นทำเอาเจ้าของห้องสะดุ้งเฮือก 

"ปล่อยก่อน สงสัยสนิมขึ้นมาตามแล้วล่ะ"

"คุณเล็กตื่นหรือยังครับ" เสียงของคนเคาะประตูตะโกนถาม สิงหาปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

"ไม่ปล่อยครับ" อินทัชดื้อดึงจนคนในอ้อมกอดต้องถอนหายใจออกมาหนักๆ ปกติเขาเป็นเด็กว่าง่ายแต่ทำไมวันนี้ถึงได้ดื้อรั้นกับเขานักก็ไม่รู้

"คุณเล็ก" 

"ฉันตื่นแล้ว ลงไปบอกให้ยายอุ่นเตรียมสำหรับอาหารเช้าไว้รอได้แล้วล่ะ" สิงหาตอบกลับ

"ครับๆ" คนหลังประตูเดินห่างออกไป สิงหาหมุนตัวกลับมาจ้องเขม็ง

"หากสนิมรู้เข้าจะว่าอย่างไร"

"พี่หนิมรู้ดีว่าผมรู้สึกอย่างไรกับคุณ" อินทัชพูดออกมาหน้าตาเฉย

"นี่เธออย่ามาพูดเองเออเองแบบนี้สิ" สิงหาดุคนตรงหน้าเล็กน้อย สองมือทาบลงบนอกแกร่งและดันออกเบาๆ 

"น้องหญิงคงทราบแล้วว่าเธออยู่ที่นี่ ยังไงฉันอยากให้เธอเตรียมตัวให้พร้อมฉันจะไปคุยกับท่านอาเรื่องงานหมั้นภายในวันนี้เสียให้เสร็จสิ้น" สิงหาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น 

"อย่างไรคุณก็จะไม่มีวันยกเลิกงานหมั้นใช่ไหมครับ" 

"แล้วสักวันเธอจะขอบคุณฉันที่ฉันเลือกคนไม่ผิดให้กับเธอ" สิงหาพูดเพียงแค่นั้น อินทัชจำต้องปล่อยให้สิงหาเดินออกจากห้องนอน นานหลายนาทีกว่าอินทัชจะเดินตามลงมา 

สนิมและยายอุ่นจ้องมองคนหนุ่มเงียบๆ อินทัชเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดิมของเขา 

"นั่นจะกลับแล้วรึครับคุณอิน" สนิมถามขึ้น สิงหาเหลือบมองคนถูกถามเล็กน้อย

"ครับ" อินทัชตอบกลับสั้นๆ 

"ไม่อยู่ทานข้าวก่อนรึคะ" ยายอุ่นถามกลับ อินทัชหันไปมองคนนั่งหัวโต๊ะเงียบๆ

"ไม่ละครับ ขอบคุณป้าอุ่นกับพี่หนิมมากนะครับ ผมขอตัวก่อนครับ" อินทัชเดินออกไปเงียบๆ โดยไม่ได้เอ่ยลาเจ้าบ้านเลยสักคำเดียว สิงหาจับช้อนไว้แน่น สนิมและยายอุ่นได้แต่นิ่งเงียบ รับรู้ถึงบรรยากาศไม่ค่อยปกติของผู้เป็นนายทั้งสอง เมื่อสิ้นเสียงรถเครื่องคันใหญ่ของอินทัชขับออกจากบ้านไป

"สนิมวันนี้ฉันจะไปวังของท่านพี่ ยังไงช่วยขับรถไปให้หน่อยเถอะ" 

"ครับ" สนิมรับคำและเดินออกจากห้องอาหารทันที สิงหาทานข้าวต้มไปเพียงเล็กน้อยเขาจึงเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอนของตนเอง บรรยากาศเมื่อครู่หวนกลับมาในความคิดของเขา สีหน้าของสิงหาไม่สู้ดีนัก ร่างบางย่อนตัวนั่งลงที่ปลายเตียงของตนเองเงียบๆ ผ้าห่มถูกพับเก็บเรียบร้อยเหมือนกับว่าไม่เคยมีผู้ใดขึ้นมานอนบนเตียงแห่งนี้มาก่อน ปลายนิ้วเรียวสวยไล้ไปตามหมอนใบใหญ่ที่เด็กใช้หนุน สิงหาล้มตัวลงนอนและหลับตาลงช้าๆ 

เขายินยอมปล่อยให้เด็กนั่นมามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเขาถึงได้รู้สึกวูบโหวงในหัวใจอย่างนี้ก็มิอาจทราบได้..

 

ตกบ่าย รถของสิงหาก็ขับเข้ามาจอดภายในบ้านหลังใหญ่ของหลวงธรรมนพ คุณชาภูผารีบออกมาต้อนรับด้วยตนเอง คุณชายทักทายสนิมอย่างเป็นกันเอง

"ไม่ต้องเดินมารับน้องก็ได้นี่ครับ" สิงหาพูดขึ้นและส่งยิ้มให้

"ได้อย่างไรกันล่ะ นานทีปีหนน้องเล็กจะมาบ้านพี่ เจ้าบ้านอย่างพี่ก็ต้องออกมาต้อนรับเป็นธรรมดา อย่าพูดกันอยู่เลยท่านพ่อรออยู่แล้วล่ะ เข้าบ้านกันเถอะ" 

"เล็กกราบสวัสดีครับท่านอา" สิงหาก้มลงกราบแนบตักของหลวงธรรมนพ มือเหี่ยวย่นของหลวงธรรมนพลูบไปที่ศีรษะของสิงหาแผ่วเบาอย่างนึกเอ็นดู

"โตเป็นหนุ่มแล้วสินะเล็ก หน้าตาช่างเหมือนแม่ของเรานัก" หลวงธรรมนพพูดขึ้น 

"ท่านอาสบายดีนะครับ" สิงหาถามไถ่ถึงสุขภาพของคนตรงหน้า 

"ก็เจ็บออดๆ แอดๆ มาหลายเวลา ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้เห็นหน้าหลานรึเปล่าก็ไม่รู้" เขาตัดพ้อและเหลือบสายตาไปยังบุตรชายคนโตของตนเองที่นั่งอยู่ไม่ไกล

"ท่านอาพูดอะไรอย่างนั้นครับ" สิงหาพูดขึ้น ใบหน้าหวานจัดแหงนมองเพราะอดห่วงคนตรงหน้าไม่ได้

"แล้วนี่หลานทานอะไรมาหรือยังล่ะ"

"เล็กทานมาเรียบร้อยแล้วครับ" สิงหาคลี่ยิ้มบางๆ ส่งให้ ไม่นาน สาวใช้พากันยกน้ำ ยกขนมออกมาตั้งเสิร์ฟที่โต๊ะกลางห้องรับแขก

"วันนี้เล็กอยากจะมาคุยเรื่องของินกับน้องหญิงครับ" สิงหาเข้าเรื่อง 

"จะรีบร้อนไปไย ทานน้ำ ทานขนมเสียก่อนเถอะ" หลวงธรรมนพพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ในใจของเขากลับดีใจเสียยิ่งกว่าอันใด

"อินเขาดูเกรงใจฝั่งนี้ไม่น้อย อย่างไรหากอินมาพูดด้วยตนเอง หลานกลัวว่าท่านอาจะไม่พอใจครับ" สิงหาพูดขึ้น

"เกรงใจอาเรื่องอันใด คนกันเองทั้งนั้น อินมาอยู่บ้านนี้ก็เหมือนญาติพี่น้อง ดีเสียอีกจะได้แบ่งเบาภาระอาน่ะ น้องหญิงของเราเอาแต่ใจปานใด เล็กก็ทราบดีไม่ใช่หรือ" หลวงธรรมนพพูดขึ้น 

"น้องหญิงเอาแต่ใจก็ปกติของลูกสาวคนเล็กครับ ไม่ได้ทำอะไรให้ท่านอากับพี่ชายไม่สบายใจ" สิงหาแก้ต่างให้หญิงสาวผู้เป็นน้องสาวต่างสายเลือดที่เขาทั้งรักและเอ็นดู

"หากท่านอาไม่ว่าอย่างไร เล็กอยากให้ทั้งสองคบหาดูใจกันก่อนดีไหมครับ" 

"หากเด็กสองคนเขาจะขอคบหาดูใจกันก่อนอาก็ไม่ขัดอะไร แต่เรื่องหมั้นอย่างไรเสียก็อยากให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียม อย่าหาว่าอาเร่งรัดอินเขาเลยนะเล็ก แต่อามองใครเหมาะสมกับลูกสาวของอาไม่มีแล้วจริงๆ อีกอย่างอินเข้ามาอยู่ในรั้ววังของอา ชาวบ้านชาวช่องก็เริ่มพูดกันให้แซ่ดว่ารับคนของวรากรณ์ภักดีมาเป็นเขยแล้วหรืออย่างไร ถึงได้เข้านอกออกในวังของอาไม่เว้นแต่ละวัน

" ประโยคของหลวงธรรมนพเหมือนลิ่มที่ตอกแน่น เพราะถึงจะปฏิเสธอย่างไรก็คงหาพ้นเรื่องจับสองคนนั้นหมั้นกันอยู่ดี 

"เรื่องงานหมั้นหากท่านอาและพี่ชายเห็นว่าสมควร เล็กก็เห็นด้วยทั้งนั้นครับ" สิงหาพูดขึ้น 

"เอาล่ะ วันนี้อาสบายใจเหลือเกิน เล็กอยู่ทานข้าวกับอาสักมื้อจะเป็นไรไหม"

"ได้สิครับ" สิงหายิ้มรับบางๆ..

 

 

#ย่างเข้าเดือนแปด

#พัดเคียงภู

#ทาสรัก

ความคิดเห็น