facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : We belong together

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.5k

ความคิดเห็น : 77

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 16:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
We belong together
แบบอักษร

We belong together

 

"ป๋าเว่อร์ไปหรือเปล่าเนี่ย" เอ่ยถามอย่างไม่อยากเชื่อ ตาหงส์ตวัดมองร่างสูงข้างตัวหนึ่งครั้งด้วยความอ่อนใจไร้คำพูด

ที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ราวกับบ้านพักตากอากาศของพวกเศรษฐีมีเงินเหลือกินเหลือใช้ก็ไม่ปาน ใหญ่โตโอ่โถงเสียจนหากไม่มีป้ายชื่อขนาดใหญ่กำกับบอกก็คงไม่รู้ว่าเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า

อาคารสีขาวสะอาดตาขนาดใหญ่สามชั้น แวดล้อมไว้ด้วยสวนสวยขนาดเล็ก และสนามฟุตบอลขนาดกลาง ลานนั่งเล่นมีทั้งชิงช้าและกระดานลื่น รวมทั้งของเล่นอีกมากมาย แต่เพราะตอนนี้เด็กๆ ยังไม่กลับจากโรงเรียนพื้นที่ตรงนี้จึงยังว่างเปล่า

"ตอนแรกฉันว่าจะสร้างสระว่ายน้ำด้วย แต่แม่ทิพย์ไม่อนุญาต"

โอ๊ย ขอบคุณสวรรค์ที่ยังมีคนอย่างแม่ทิพย์ ไม่อย่างนั้นก็ไม่อยากนึกเลยว่าสภาพจะเป็นอย่างไร ต้องมีเด็กยอมกำพร้ามาขออาศัยอยู่ที่นี่บ้างละ

สถานรับเลี้ยงที่ไหนมีสระว่ายน้ำ! เชื่อเขาเลย

"ที่นี่มีเด็กเล็กตั้งหลายคน เกิดรอดหูรอดตาตกน้ำตายขึ้นมา คุณที่เป็นคนสร้างนั่นแหละต้องรับผิดชอบ"

"อืม แม่ทิพย์ก็บอกแบบนี้แหละ แต่เขาเลือกใช้คำพูดถนอมน้ำใจฉันมากกว่านี้หน่อย"

ตาหงส์ตวัดมองค่อนขอดให้อีกหนึ่งที

เดี๋ยวนี้รู้จักเล่นลิ้นเล่นคำ!

"เธออาจจะไม่ชอบและคิดว่ามันมากเกินไป แต่เธอต้องเห็นว่าวันแรกที่เด็กๆ ย้ายเข้ามาเป็นอย่างไร พวกเขาเห็นมันเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตเขา เด็กๆ อิจฉาคนอื่นมาทั้งชีวิตของพวกเขาแล้ว วันนี้ให้คนอื่นอิจฉาพวกเขาบ้างเถอะ"

ต้นน้ำซึมซับคำพูดของคุณป๋าและกวาดตามองไปรอบๆ อีกครั้ง แม้จะยังคงมองว่ามันมากเกินไปอยู่ดี แต่เอาเถอะ เจ้าพวกตัวซนทั้งหลายคงชอบใจกันน่าดู

ดีแล้วล่ะ....ดีแล้ว

คนตัวเล็กหมุนตัวหาคุณป๋าที่ยืนพิงรถยนต์เฝ้ามองเขาอยู่ก่อน ปากกระจับยกเป็นรอยยิ้มน่ารักส่งให้ ก้าวเข้าหาคุณป๋าอีกก้าวหนึ่ง เขย่งปลายเท้าเพิ่มความสูงให้ตัวเองเพียงชั่วเสี้ยววินาทีก่อนแนบประทับริมฝีปากนุ่ม และผละจากด้วยความรวดเร็ว

ตาหงส์เป็นประกายระยิบระยับยามสบมอง

"ขอบคุณนะครับ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำให้"

ให้ตายสิ เล่นมาทำตัวน่ารักน่าฟัดตรงนี้ คนที่ต้องอดใจข่มกลั้นอย่างหนักก็คือคุณป๋านี่เอง อยากจะกอดรัดเข้าไปฟัดในรถสักยกหนึ่งให้หนำใจ เจ้ากระต่ายน้อยก็เดินหนีไปนู่นแล้ว

ยุบหนอ พองหนอ รอมาได้ตั้งเป็นปี ให้รออีกหน่อยแล้วจะขาดใจตายก็ให้มันรู้ไป

เฮ้อออ

ถอนหายใจให้กับความน่าสงสารของตัวเองหนึ่งที ก่อนจะเดินตามเจ้าตัวแสบเข้าไปด้านใน

ภาพที่เห็นคือสองแม่ลูกยืนกอดกันกลม ต่างฝ่ายต่างน้ำตานองหน้าลูบเนื้อลูบตัวกันยกใหญ่ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเจือเสียงสะอื้น เห็นเด็กน้อยของเขาทั้งยิ้มทั้งร้องไห้และหัวเราะไปพร้อมๆ กันก็ได้แต่ยิ้มตามอย่างเอ็นดู

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมาย ในบทบาทหน้าที่ของท่านประธานมีปัญหาเข้ามาให้แก้ไขไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางไต้หวันที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ในบทบาทหน้าที่ผู้อุปถัมภ์คนใหม่ของสถานรับเลี้ยงก็มีหลายๆ เรื่องให้จัดการ

เพราะสถานที่เอื้ออำนวยมากขึ้นแม่ทิพย์จึงเสนอขอเพิ่มจำนวนรับเด็กๆ เข้ามาดูแล ภูผาจึงเปิดรับสมัครพนักงานเข้ามาเป็นผู้ช่วยให้กับแม่ทิพย์ ตั้งแต่นั้นพนักงานทุกคนที่นี่ได้รับเงินเดือนเป็นค่าตอบแทน จัดทำโครงการปลูกพืชผักสวนครัว ให้เด็กๆ ได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน แบ่งหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ จัดอบรมเป็นศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน

เรียกได้ว่าก้าวหน้าไปจนแทบจำเค้าลางเดิมของที่นี่ไม่ได้แล้ว

"แม่ทิพย์เหนื่อยหรือเปล่า ทำไมต้องทำใหญ่โตขนาดนี้ด้วยล่ะครับ" นี่ก็พนักงานแผนกเป็นห่วงเป็นใย

"ไม่เหนื่อยหรอกจ้ะ คนช่วยเยอะมาก นี่เดี๋ยวทางอำเภอก็จะส่งคนมาช่วยจัดการศูนย์การเรียนรู้ด้วย ต้องขอบคุณคุณภูผาที่เดินเรื่องให้หมดเลย"

จะว่าไปก็ไม่ใช่คุณภูผาเสียทีเดียวหรอก ต้องบอกว่าเงินและเส้นสายของคุณภูผาต่างหากที่ช่วย

"แล้วแม่ก็สนุกมาก ได้ทำนู่นทำนี่หลายอย่าง ไม่เหงาเลยลูก"

"ยังไงก็พักบ้างนะครับ อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ผมเป็นห่วง"

"คนแก่ก็มีหัวใจนะพ่อคุณ คำก็อายุเยอะสองคำก็อายุเยอะ เดี๋ยวก็งอนซะหรอก"

"โธ่....แม่ทิพย์"

สุดท้ายก็ต้องยอมให้กับคนแก่ไฟแรงมากอยู่ดี

ต้นน้ำอยู่รอเจอเด็กๆ กรี๊ดกร๊าดวี้ดว้ายกันใหญ่โต เสียดายที่เดินทางมาแบบฉุกละหุกจึงไม่ได้ซื้อขนมติดมือมาด้วย ตาคมแฝงความอบอุ่นทอดมองเจ้าตัวเล็กถูกลากไปทางโน้นทีทางนี้ที จิตใจว้าวุ่นมาตลอดหนึ่งปีวันนี้สงบลงแล้ว

ดีเหลือเกิน

ทานอาหารเย็นด้วยกันเสร็จตอนหนึ่งทุ่มกว่าๆ คุณภูผาจึงขอตัวพากระต่ายน้อยกลับ

"ไม่อยู่พักที่นี่สักคืนหรือคะ" แม่ทิพย์เอ่ยถามเพราะตอนนี้ก็หัวค่ำมากแล้ว กว่าจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ ก็อีกตั้งสองชั่วโมง

"ไม่ดีกว่าครับ ไว้เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์ผมจะพาต้นน้ำมาหาใหม่ วันนี้ขอลักพาตัวกลับก่อนแล้ว"

หญิงร่างท้วมแย้มยิ้มอย่างรู้ทัน เดินตรงเข้าไปลูบแก้มนิ่มของเจ้าคนตัวเล็กเพื่อบอกลา

"หมดทุกข์หมดโศกสักทีนะลูก ตั้งแต่นี้ต่อไปแม่ขอให้ต้นน้ำมีความสุขมากๆ นะจ๊ะ พวกเราที่นี่ไม่ลำบากอีกแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ใช้ชีวิตอยู่ทางนู้นดูแลตัวเองดีๆ เชื่อฟังคุณภูผาไม่ดื้อไม่ซนนะลูก รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา มีอะไรต้องคุยกันให้มากๆ อย่าใช้อารมณ์เป็นหลัก ให้ใช้เหตุผลและความเข้าใจ"

คนฟังแรกๆ ก็ยิ้มดีอยู่หรอก แต่พอหลังๆ ชักเริ่มจะยิ้มไม่ออก แก้มขาวพลันค่อยๆ แดงเรื่อ

"แม่ทิพย์พูดเหมือนส่งลูกสาวเข้าหองั้นแหละ ผิดงานแล้วมั้งครับ" เจ้าตัวดีหน้างอ แต่ก็รวบสองแขนกอดคุณแม่ที่เคารพรักยิ่ง

"ขอบคุณนะครับ ผมรักแม่ทิพย์ที่สุดเลย"

"จ้ะ แม่ก็รักต้นน้ำ ไปเถอะลูก เดี๋ยวจะถึงดึกดื่น เดินทางดีๆ นะคะคุณภูผา อย่าขับรถเร็ว ไม่ต้องรีบนะคะ" คำแรกบอกเด็กน้อยของเธอ คำหลังหันมากำชับคุณภูผาอย่างรู้ทัน

"รู้แล้วล่ะครับ"

เป็นความห่วงใยเจ้ากี้เจ้าการที่อบอวลไปด้วยความสุขของครอบครัวเล็กๆ ภูผาไม่เคยรำคาญความใส่ใจนี้เลย

สองคนเดินออกมายังรถยนต์คันหรู คุณป๋าเปิดประตูให้กระต่ายน้อยด้วยตัวเอง

"กลับบ้านเรากัน"

บ้าน?

อย่าบอกนะว่าป๋ายังเก็บห้องนั้นไว้อยู่ นึกว่าจะถูกขายออกไปหลายทอดแล้วเสียอีก ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนหาที่พักใหม่ แถมที่นั่นยังเป็นจุดเริ่มต้นความทรงจำของพวกเขาทั้งสองคนด้วย

"ครับ"

แม้จะบอกว่าบ้าน แต่เส้นทางที่คุณป๋ากำลังพาไปกลับไม่ใช่ทางที่ต้นน้ำคุ้นเคย สองตากวาดมองด้านนอกตัวรถด้วยความสงสัยใคร่รู้

"เราจะไปไหนกันครับ ไม่ได้กำลังจะกลับห้องที่คอนโดฯ หรือ"

"ก็บอกแล้วไงว่ากลับบ้าน ....บ้านของเรา"

หืม?

 

ให้ตายสิ

ให้ตาย

รู้อยู่หรอกว่าป๋ารวยมาก แต่คนที่อยู่คนเดียวจำเป็นต้องมีบ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้เชียวหรือ แค่มองก็รู้แล้วว่าไม่ต่ำกว่าสองร้อยตารางวาแน่ๆ

"ป๋า อยู่ที่นี่คนเดียวหรือ"

"ก็มีคนงานอยู่ด้วย สิบคนได้มั้ง"

"ไม่ใช่สิ ไม่ได้หมายถึงคนงาน ผมหมายถึงป๋าน่ะ อยู่ที่นี่คนเดียวใช่ไหม" กระต่ายน้อยหันมองคุณป๋าของเขาด้วยสายตาเปลี่ยนไป บางอย่างในนั้นทำให้คุณป๋ายอมตอบแต่โดยดี

"อืม เมื่อก่อนนี้เคยมีพ่อกับแม่ แต่พวกท่านเสียไปนานแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ฉัน"

"ไม่เหงาหรือครับ"

คิ้วหนาเลิกขึ้นกับคำถามที่ไม่ทันคาดคิด

เหงาหรือ?

ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยแฮะ อาจเพราะทำงานทุกวัน กลับมาก็ดึกดื่น บางวันไปขลุกอยู่กับกระต่ายน้อยที่ห้องทั้งคืน ภูผาโตเป็นผู้ใหญ่เกินกว่าจะมานั่งเหงาเพราะอยู่คนเดียวอีกเลย

....ทว่า

"เหงาสิ เหงามาก ถึงได้ชวนเธอมาอยู่ด้วยกันไง" ท่านประธานเรียนรู้การใช้มารยาแล้ว จึงถูกเจ้าตัวเล็กที่รู้ทันค้อนขวับ

"ชวนผมตอนไหนไม่ทราบครับ เห็นแต่บังคับพามา"

"บังคับที่ไหน เธอตามมาโดยสมัครใจเห็นๆ "

เจ้าตัวดีค้อนใส่วงใหญ่ ก่อนจะเดินนำตรงดิ่งเข้าสู่....บ้านของเรา

มีแม่บ้านเดินเข้ามาต้อนรับแต่ภูผาโบกมือปฏิเสธไปก่อน ให้คนจัดการยกกระเป๋าเดินทางของต้นน้ำเข้ามาไว้ด้านใน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาแนะนำตัว คุณป๋าไม่เสียเวลาพานายคนใหม่ของบ้านเดินดูรอบบริเวณด้วยซ้ำ จูงมือเล็กตรงดิ่งขึ้นชั้นสอง นำสู่ห้องนอนที่กำลังจะกลายเป็นห้องหอในคืนนี้

ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

กระต่ายน้อยไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่คุณป๋าพาเขามาบ้านของตัวเอง และกำลังจะได้เห็นห้องนอนที่เขาเฝ้าฝันถึงมานาน จะเป็นแบบไหนกันนะ ต้นน้ำทั้งดีใจและตื่นเต้นไปหมด

กระทั่งบานประตูถูกเปิดออก คุณป๋าผายมือให้ต้นน้ำก้าวนำเข้าไปก่อนคนแรก ตาหงส์กวาดมองห้องนอนแสนธรรมดาตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เฟอร์นิเจอร์ไม่มาก เน้นสบายตาด้วยสีเอิร์ธโทน เตียงนอนหลังใหญ่สีน้ำตาลเข้ม

....เอ๊ะ!

บางอย่างสะดุดตาให้ต้นน้ำรีบเดินเข้าไปมองดูใกล้ๆ อีกครั้ง แล้วก็เห็นว่ามันวางอยู่ตรงนั้น

เจ้าความรัก

ตุ๊กตากระต่ายวางพิงอยู่ข้างหมอนหนุนบนหัวนอน และเมื่อตั้งใจจะหมุนตัวกลับมาถามคุณป๋า กลับพบว่าผนังด้านหนึ่งของห้องเต็มไปด้วยภาพถ่ายเรียงรายเป็นระเบียบ เมื่อลองเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ความคุ้นตาในภาพถ่ายแต่ละใบทำให้รู้ว่ามันคือโปสต์การ์ดที่เขาส่งให้คุณป๋าทุกเดือน ทุกภาพทุกสถานที่เรียงกันตามลำดับอย่างถูกต้องกินพื้นแทบทั้งหมดของผนัง

ปลายนิ้วเล็กเลื่อนไล้ไปตามรูปภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรอยยิ้มและน้ำตาตลอดการเดินทางเขายังจำมันได้ดี

ตลอดหนึ่งปีเขาได้พบเห็นความยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ ได้พบเจอผู้คนมากมาย ไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเลย

แล้วคนทางนี้ล่ะ ยืนมองภาพถ่ายเหล่านี้ทุกวันด้วยความรู้สึกอย่างไรนะ

ไม่เพียงโปสต์การ์ดและเจ้าความรัก หากต้นน้ำลองสังเกตดูดีๆ อีกครั้งจะพบว่าทุกอย่างที่เคยวางอยู่ในห้องเก่าของต้นน้ำ ล้วนย้ายมาอยู่ที่นี่ทั้งนั้น แม้กระทั่งต้นกระบองเพชรเล็กๆ ที่ถูกวางเรียงไว้ยังขอบหน้าต่าง ทุกอย่างที่มีต้นน้ำอยู่ในความทรงจำของคุณป๋าล้วนอยู่ที่นี่

สัมผัสอุ่นโอบรัดเอวบางจากทางด้านหลัง เกยคางลงบนหัวทุย

"ภาพพวกนี้ฉันอัดเพิ่มมาจากโปสต์การ์ดของเธอ ส่วนฉบับจริงฉันเก็บไว้ในกล่องอย่างดี กลัวว่ากาวหรืออากาศจะทำลายมือเธอเสียหาย"

ตาหงส์เคลือบน้ำใสบางๆ ขณะกวาดมองสิ่งที่คุณป๋าทำ เห็นกระบองเพชรเล็กๆ ตรงนั้นแล้ว ไม่อยากเชื่อว่าพวกมันยังไม่ตาย ตรงนั้นมีเทียนหอมที่เขาเคยจุดผ่อนคลายให้คุณป๋าตอนแช่น้ำ ข้างเตียงมีกรอบรูปพวกเขาสองคนตอนไปเที่ยวไต้หวันด้วยกัน แม้กระทั่งโช้คเกอร์ที่เขาชอบใส่ติดตัวก็วางอยู่ใกล้ๆ

ที่นี่มีแต่ความทรงจำที่ต้นน้ำทิ้งไว้

คุณป๋าหมุนตัวพาต้นน้ำหันไปทางเตียงนอน

"ตอนแรกตุ๊กตากระต่ายตัวนั้นยังมีกลิ่นของเธอ ฉันไม่กล้ากอดเพราะกลัวกลิ่นฉันกลบมันจนหมด ได้แต่วางไว้ข้างหมอนเพื่อดูก่อนนอน ตอนหลับจะได้รู้สึกเหมือนมีเธออยู่ด้วย อย่างน้อยในฝันฉันอาจโชคดีได้เห็นเธอบ้าง"

จากนั้นค่อยๆ หันไปทางโต๊ะข้างเตียง

"พอกลิ่นที่ตุ๊กตาหมด ฉันถึงได้เริ่มจุดเทียน ไม่กล้าจุดนานหรอกกลัวว่ามันจะหมด หลังๆ ถึงต้องหักห้ามใจจุดเฉพาะวันที่คิดถึงเธอจนทนไม่ไหว ตอนนั้นฉันยังไม่ได้รับโปสต์การ์ดของเธอ เพราะฉะนั้นถึงรู้สึกขอบคุณมากที่เธอไม่ได้เอาพวกมันไปด้วย ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่เหลืออะไรเลย"

น้ำใสหยดหนึ่งไหลกลิ้งจากดวงตากลม เขายังไม่ทันยกมือขึ้นเช็ดคุณป๋าก็คลายอ้อมกอดออก เพื่อหมุนตัวกระต่ายน้อยให้หันมาเผชิญหน้ากัน ปลายนิ้วเกลี่ยความชื้นบนแก้มขาวออกให้เบามือ

"ขอบคุณนะที่กลับมา"

น้ำตาหยดเดียวกลายเป็นสองหยด สามหยดตามมาเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณป๋าไม่พยายามเช็ดมันออกให้แล้ว เพราะเขารู้ว่าครั้งนี้สาเหตุไม่ได้มาจากความเสียใจ

"ขอบคุณที่ให้อภัยคนโง่เขลาที่เคยทำร้ายเธอ"

กระต่ายน้อยเบะปากคว่ำน้ำหูน้ำตาไหลพราก คุณป๋ากลับเป็นคนใจบาปที่มองว่าทั้งน่ารักน่าเอ็นดู ตะปบเอากระต่ายน้อยมากอดแน่นเสียจมอก อุ้มจนตัวลอยขึ้นมานั่งบนตักบนเตียงกว้าง

ปล่อยให้เด็กน้อยสะอึกสะอื้นอยู่กับอกของเขา ทั้งลูบหลังปลอบ กระซิบคำหวานข้างใบหู กระทั่งแรงสะอื้นเริ่มคลายลง ปากหยักจึงกดจูบริมฝีปากนุ่มบวมเห่อจากการร้องไห้ด้วยอดทนไม่ไหวแล้ว ไล่ชิมลิ้มรสสัมผัสหวาน กวาดต้อนเรียวลิ้นร้อนเกี่ยวพันรัดรึง สองแขนตระกองกอดด้วยความรักใคร่และเอ็นดู

จนแผ่นหลังเล็กนอนราบลงกับเตียงนอนนั่นละ กระต่ายน้อยที่เคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบหวานล้ำถึงได้รู้สึกตัว

"ป๋าหื่น คนร้องไห้ก็ยังไม่เว้น" เสียงงุ้งงิ้งแผ่วเบางอแงชิดริมฝีปาก เรียกเสียงขำร่วนในลำคอคนด้านบน

"ใครให้เธอร้องไห้ได้น่ารังแกนักเล่า ฉันจะอดใจได้ยังไง"

กระต่ายน้อยส่งสายตาค่อนขอด แต่สุดท้ายก็หลุดยิ้มออกมาอยู่ดี ฝ่ามือเล็กยกขึ้นลูบแก้มสาก ตอหนวดเขียวรำไรครูดผิวน้อยๆ ยิ่งส่งเสริมให้คุณป๋าหล่อคมเข้มกว่าเคย

"ที่ผ่านมาอดทนมามากใช่ไหมครับ"

"อืม"

"คิดถึงผมมากไหม"

"มาก"

คนถามเองยิ้มเสียจนแก้มแทบปริเอง ส่วนคนตอบยังคงตีหน้านิ่ง มีเพียงแววตาเท่านั้นที่วาววับพร้อมขย้ำเขาเต็มแก่แล้ว

สองมือเล็กตะปบแก้มสากด้วยความมันเขี้ยว

"ต่อไปนี้ไม่ต้องอดทนแล้วนะครับ ผมกลับมาแล้ว"

สิ้นคำเหมือนกับเสียงระฆังดังมาจากสรวงสวรรค์ คุณป๋าผู้หมดความอดทนตั้งแต่ที่ห้องทำงานได้เวลารับรางวัลของการรอคอยเสียที

อาภรณ์ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า ต้นน้ำนึกว่าคุณป๋าจะฉีกกระชากอย่างคนหิวกระหายเสียอีก ทว่าทุกอย่างกลับดำเนินไปด้วยความนิ่มนวล ทุกสัมผัสที่คุณป๋ามอบให้ละมุมละไมชวนเคลิบเคลิ้ม ต้นน้ำที่ห่างหายไปจากความสัมพันธ์ทางกายมายาวนาน ลิ้มรสความหวานเจียนขาดใจ

ผิวเนื้ออ่อนนุ่มถูกล่วงล้ำอย่างทะนุถนอม คนตัวเล็กไม่เจ็บเลยสักนิดเพราะความใส่ใจของคุณป๋า กระทั่งโน้มนำร่างสูงใหญ่ เป็นฝ่ายเรียกร้องต้องการมากกว่า เสียงหวานครวญเคล้าไปกับเสียงคำรามแหบต่ำ อุณหภูมิผิวกายพุ่งขึ้นสูงจนเหงื่อชื้น เสียงผิวเนื้อกระทบกายดังก้องภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้าง แม้ต้นน้ำไม่เคยเหยียบย่างกายเข้ามาหา คุณป๋ากลับทำให้เหมือนมีเขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในทุกวัน

คุณป๋า

คุณป๋าของต้นน้ำ

ของต้นน้ำคนเดียว

 

แสงสว่างส่องแยงตาให้คนบนเตียงค่อยๆ หรี่เปลือกตาขึ้น เพราะม่านทึบไม่ได้ถูกปิดตั้งแต่เมื่อคืน เวลานี้ในห้องจึงสว่างไสว ตาหงส์เปิดปรือมองภาพตรงหน้าไม่ชัดนัก ก่อนปรับสภาพจนเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่แสนรักปรากฏชัดเจน

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นี่คือภาพที่ต้นน้ำจะได้เห็นในทุกๆ เช้าและทุกคืนก่อนนอน สวยงามยิ่งกว่าภาพฝันทำให้อยากตื่นลืมตาขึ้นมาเร็วๆ

คุณป๋าตอนหลับ น่ารักน่าเอ็นดู

สองคนนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าหากันในระยะประชิด ต้นน้ำจึงมีเวลาพินิจพิจารณาได้ทุกอณู ในตอนที่ลากปลายนิ้วไล้ริมฝีปากหยัก ตาหงส์พลันสะดุดเข้ากับบางอย่างบนนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง

แหวนเรียบสีเงินเงาวับ ประดับเพชรเม็ดเล็กหนึ่งเม็ดตรงกลางวง ลองกระดิกนิ้วเล่นด้วยความแปลกใจเพชรเม็ดจิ๋วนั้นกลับเล่นแสงแดดวิบวับ ดูถูกเรื่องขนาดไม่ได้เชียว

คนตื่นก่อนบีบแก้มสากด้วยความมันเขี้ยว ปลุกคนหลับให้รีบลืมตาตื่นขึ้นมา

ตาคมดุขยับยุกยิกก่อนปรือขึ้น หรี่เพ่งมองคนตรงหน้าอยู่หลายวินาทีเหมือนยังไม่ตื่นจากความฝัน

"มองขนาดนี้ถ้าเป็นปลากัดจะท้องแล้วนะ"

คุณป๋าหลุดขำให้กับความทะเล้นของกระต่ายน้อย "ถ้าท้องได้ก็คงท้องตั้งแต่เมื่อคืน ไม่สิ ป่านนี้คงมีลูกตั้งทีมตะกร้อได้แล้วมั้ง"

"หึ" เดี๋ยวนี้ยอกย้อนเก่งจริงๆ "แอบเอาห่วงอะไรมาคล้องผมไว้เนี่ย" ถามพลางยกนิ้วขึ้นชู

คุณป๋ากลับยกมือข้างซ้ายของตัวเองจับมือข้างนั้นของต้นน้ำมาจูบลงบนแหวนนิ้วนางเบาๆ

คนตาดีเห็นแล้วว่านิ้วนางข้างซ้ายของคุณป๋าไม่ว่างแล้วเช่นกัน

"ห่วงทองคำขาวพร้อมล็อกสิบชั้น ให้ตายอย่างไรเธอก็ไปจากฉันไม่ได้แล้ว"

คนฟังเบะปากคว่ำอย่างน่าหยิก "แอบใส่ตอนผมไม่มีสติได้หรือครับ"

"ใครบอกไม่มี ฉันเห็นว่ามีอยู่นะ แต่น้อยหน่อย ความสนใจเธออยู่กับส่วนอื่นของร่างกายมากกว่านิ้ว" ตามองต่ำของคุณป๋าบ่งบอกแล้วว่าตอนนั้นเขาให้ความสนใจกับอะไร

ป๋าทะลึ่ง!

ต้นน้ำตะปบมือข้างซ้ายของคุณป๋า ถอดแหวนสีเงินเกลี้ยงเกลาออกมาจากนิ้วเรียวยาว คุณป๋าขมวดคิ้วฉับ กำมือไม่ยินยอม

"ทำอะไร"

"ป๋าขี้โกงนี่ ผมเองก็อยากใส่ให้ป๋าบ้างเหมือนกัน"

คุณป๋าถึงได้ยอมคลายมือออก แล้วถอดแหวนด้วยตัวเองก่อนจะวางลงบนฝ่ามือเล็ก เจ้ากระต่ายน้อยถึงได้ยิ้มออก

จับมือใหญ่มาประคองไว้แล้วค่อยๆ ใส่แหวนให้ด้วยตัวเอง ก่อนมองผลงานด้วยความชอบใจ

"เป็นของผมแล้ว ต่อไปนี้ต้องทำตัวดีๆ นะครับ ห้ามดุห้ามว่า ตามใจผมให้มากๆ แล้วก็ห้ามไปหาอีหนูที่ไหนด้วย"

คุณป๋าผู้มีเจ้าของแล้วหัวเราะดังหึ

"หนูที่ไหนไม่ชอบ ชอบแต่กระต่าย"

"แค่ชอบ? "

คนมันเขี้ยวบีบจมูกเล็กๆ ของกระต่ายดื้อ ยื่นหน้าเข้าไปกัดปากเจื้อยแจ้วเบาๆ หนึ่งทีในความช่างพูดช่างเจรจา

"รัก รักมาก รักที่สุด"

งืออออ กระต่ายขาวพลันตัวแดงเถือก อยากขุดดินหายไปเดี๋ยวนี้เลย แต่เสียดายที่ตรงนี้เป็นเตียงนุ่มไม่มีดินให้ขุดหนี ถึงทำได้เพียงแสร้งไม่เขินทั้งที่หน้าแดง

"จะไม่บอกกันให้ชื่นใจบ้างหรือไงกระต่ายของฉัน"

"ผมบอกมาตั้งหลายปี ป๋าไม่เห็นเคยรับรู้"

"ขอโทษครับคนดี บอกให้ฉันฟังอีกสักครั้งได้ไหม"

กระต่ายน้อยเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวเร็วยิ่งกว่ากิจกรรมเข้าจังหวะเมื่อคืนเสียอีก ทั้งที่เคยพูดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนตอนอ้อนคุณป๋าเมื่อก่อน วันนี้ทำไมถึงประหม่าจริงนะ

ต้องเป็นเพราะดวงตาคู่คมร้อนแรงที่กำลังมองกันอยู่แน่ๆ!

แต่ต้นน้ำไม่ใช่คนใจเสาะนะ เรื่องแค่นี้ไม่กลัวหรอก ก็แค่บอกความรู้สึกกับคนที่รัก ง่าย....จะตาย

"ผม...."

"หืม? " คุณป๋าก็ช่างแกล้งจริงเชียว

"ผมรักป๋านะ ต้นน้ำรักคุณภูผาที่สุด"

เสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ แต่เชื่อเถอะว่าสำหรับคุณภูผามันดังก้องสะท้อนไปทั้งหัวใจ ต่อให้ใช้เวลาอีกทั้งชีวิตก็ไม่มีทางลบเลือนเสียงนี้ลงได้

"อยู่เป็นภูเขาต้นกำเนิดของสายน้ำแบบนี้ตลอดไปนะครับ"

....ตลอดไป

 

 

 

 

THE END

___

จบแล้วนะที่รักกกก

จบจริงๆ แล้วค่า งือออ

ในที่สุดทั้งสองคนก็เดินทางมาจนถึงปลายทางเสียที โล่งใจที่สุดเลยค่ะ

เรื่องนี้นิลตั้งใจมากก โดยส่วนตัวนิลชอบอ่านนิยายพระเอกขึ้นอย่างหงส์ลงอย่าหม.... แค่ก! เอ่ออ แหะๆ นั่นแหละค่ะ

ก็เลยอยากลองแต่งดูบ้าง ตอนแรกตั้งใจว่าจะให้ออกแนวแซ่บๆ มีดราม่านิดหน่อย

แต่ออกมาจริงๆ ก็ไม่ค่อยหน่อยเนอะ OTL

แต่เป็นผลงานอีกหนึ่งชิ้นที่ภูมิใจมากๆ ค่ะ

ดีใจที่หลายๆ คนเอ็นดูกระต่ายน้อยและอยู่ด่าคุณป๋าด้วยกันมาจนถึงตอนจบ

เห็นคนย้ายเรือแล้วก็หอบเสือกลับมาที่เดิมแล้วสุขใจ

มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเม้นของทุกคนเลย

ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ

ถ้าไม่ได้รับกำลังใจเรื่องนี้อาจไม่ได้มาถึงจุดนี้ รักทุกคนมากๆ เลย

นิลตอบคอมเม้นแล้วอย่าลืมกลับมาอ่านกันบ้างน้า อยากขอบคุณจริงๆ ค่ะ <3

รออ่านภาคพิเศษแซ่บๆ กันด้วยยย

กำลังคิดอยู่ว่าชื่อ #ตากล้องจะแซ่บกว่านายแบบไม่ได้นะ ดีไหม ><>

ติดตามข่าวสารของนิลได้ที่เพจ ninyamanee ในเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์นะคะ

ใครว่างๆ ก็ฝากรีวิวนิยายให้นิลบ้างน้า

ไปแล้วววค่า Talk ยาวเกิน

เจอกันใหม่ที่ภาคพิเศษนะคะ

OXOX

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว