ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2563 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่6
แบบอักษร

"ถ้าพี่ว่างั้น หนูไม่เถียงแล้วก็ได้"เกตทำหน้าบึ้งเล็กน้อย "ส่วนห้องทำงานพี่หนูเตรียมไว้ให้แหละ อยู่ชั้นล่างนี้ เป็นของพี่ทั้งชั้นเลย แล้วก็ลิฟท์ส่วนตัว หนูทำไว้ให้ด้านหลังตึกตามที่ป๊าสั่ง เพราะป๊าบอกพี่คงไม่อยากเป็นจุดเด่นของคนอื่นมาก" 

 

พ่อช่างรู้ใจผมซะจริงๆ ผมไม่ค่อยอยากเป็นเป้าสายตามองของคนอื่นนัก ในตึกนี้ก็มีอัลฟ่าอยู่ไม่น้อย ถึงจะเป็นอัลฟ่าธรรมดาๆก็เถอะ และผมไม่อยากพวกศัตรูรู้การเข้าออกของผมมากเท่าไหร่ ถ้าเป็นทางลับค่อยตรวจสอบยากขึ้นหน่อย

 

"คุณหนูครับ แขกที่คุณหนูนัดมาแล้วครับ" ลูกน้องของเกตเคาะประตูก่อนจะเดินมาบอก

 

"โอเค พี่ช่วยรับแขกคนนี้กับหนูหน่อยสิ เป็นคนที่สำคัญมากๆเลยล่ะ" อีกฝ่ายพูดก่อนจะจับมือผมไว้ "อ่าๆ ก็ได้ๆ พี่จะอยู่เป็นเพื่อนก็ได้ โอเคนะ" น้องผมดีใจมาก ผมรู้สึกได้ว่าจริงๆน้องผมไม่ได้ดีใจที่ผมช่วยหรอก แค่อยากอยู่กับผมมากกว่า

 

ลูกน้องอีกฝ่ายพาแขกเข้ามา ผมถึงกับตาค้างเพราะไอ้คนตรงหน้าผมคือคนที่มาแสดงความเป็นเจ้าของบนตัวผมเมื่อคืน ไอ้ธานิน!

 

"สวัสดีครับคุณเกวลิน ผมชื่อธานิน คุณน่าจะรู้จักผมแล้วแหละ แต่ก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ" เจ้าหมอนั้นยิ้มก่อนเข้ามาจับมือน้องสาวผม ปล่อยมือน้องสาวแสนน่ารักของฉันนะเฟ้ย!!

 

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ" น้องสาวผมจับมือกลับ ผมอยากจะบอกว่าน้องสาวว่าปล่อยมือไอ้หื่นเร็วๆ แต่ผมทำได้แต่เงียบไม่อยากให้น้องสาวรู้ว่าผมรู้จักมัน 

 

"ส่วนทางนี้คือ....." "พี่กวินใช่มั้ยครับ แหม่บังเอิญจังเลย มาเจอกันที่แบบนี้" ขณะที่น้องสาวผมกำลังจะแนะนำผมให้อีกฝ่ายรู้จัก มันก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนแล้ว น้องสาวผมพอได้ยินแบบนั้นก็หันหน้ามาหาผมทันที ผมเลยหันหน้าหนี 

 

"เมื่อคืนเป็นไงบ้างครับ อยู่ๆคุณก็หะ.." ก่อนมันจะพูดต่อผมรีบเอามือไปปิดปากมันซะก่อน น้องสาวผมพอได้ยินแบบนั้นก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องได้ทันที 

 

"แหม่~ พี่กวิน ไหนๆพี่ก็รู้จักสนิทสนมกับคุณธานินอยู่แล้ว หนูว่าให้พี่ช่วยคุยเรื่องที่บริษัทเราจะจัดเคมเปญร่วมกันเลยดีกว่านะคะ พี่น่าจะคุยสะดวกกว่า" น้องพูดด้วยน้ำเสียงที่กำลังแซวผมอยู่ จนผมอยากจะดีดหน้าผากสักทีสองทีเลย

 

"ปรก ช่วยพาพี่กวินกับคุณธานินไปที่ห้องทำงานที่ฉันเตรียมไว้ให้หน่อยนะ" น้องผมสั่งลูกน้องตัวเอง ลูกน้องก็นำทางผมไปห้องทำงาน ผมหันไปมองน้องสาวที่ตอนแรกบอกอย่างอยู่กับผม ตอนนี้กลับแอบกลั้นขำอยู่ หน็อยเจ้าน้องตัวแสบ

 

--------------------------------------------

 

ผมและธานินที่มาถึงห้องก็เดินเข้า พร้อมลูกน้องผมที่เข้าไปด้วย เพราะคิดว่าธานินอาจจะทำอะไรมิดีมิร้ายกับผมได้

 

"จ้องผมขนาดนี้ ผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเลย"อีกฝ่ายกล่าวเพราะลูกน้องผมจ้องอีกฝ่ายจนตาจะถลนออกมา เลยตัดสินใจสั่งให้ลูกน้องไปรอข้างนอก แต่ถ้าผมส่งเสียงข้อความช่วยเหลือเมื่อไหร่ก็ให้รีบเข้ามา ผมนั่งที่เก้าอี้โต๊ะทำงานโดยอีกคนนั่งตรงข้าม

 

"นายคิดจะหลอกอะไรน้องสาวฉัน?" ผมไม่มีความไว้ใจในตัวอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย 

 

"ผมป่าวจะหลอกสักหน่อย เพราะเห็นว่ายังไงพี่ก็เป็นหุ้นส่วนผมแล้ว แถมบริษัทน้องพี่ก็ทำสายการบิน คงคุยได้ง่ายขึ้น" อีกฝ่ายยิ้มอย่างเป็นมิตร

 

"ก็ได้ แต่ถ้านายคิดทำอะไรน้องสาวฉัน นายจะไม่รอดแน่" ผมส่งสายตาพิฆาตใส่ทั้งๆที่ผมรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่โดนฆ่าง่ายๆหรอก

 

"คร้าบ~ ผมไม่ทำอะไรน้องสาวพี่หรอก เพราะผมสนใจพี่มากกว่า" ขณะที่พูดเจ้าหมอนั้นก็ลุกขึ้นมาแล้วขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆผมจนผมต้องหลบทันที อีกฝ่ายยิ้มเยาะ

 

"ทำไมกลิ่นน้ำหอมแรงจัง"อีกฝ่ายถามพร้อมกับเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆผม

 

"ก็มีหมาที่ไหนไม่รู้มาฉี่แสดงความเป็นเจ้าของฉันเฉยเลย ฉันเลยต้องกลบกลิ่น" ผมตอบกลับ อีกฝ่ายพอได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆผมที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้แล้วใช้มือยันเก้าอี้จนผมเกือบหงายหลัง

 

"หรืออาจจะเป็นแมวที่ไหนที่ไม่รู้ที่มาถูไถกลิ่นเอง" ขณะที่พูดเจ้านั้นก็ก้มหน้าเข้ามาใกล้และผมก็นึกออกว่าผมเผลอเข้าไปถูไถอีกฝ่ายเพราะกลิ่นบางอย่าง ทำเอาผมหน้าแดงขึ้นทันทีที่นึกถึงเหตุการณ์นั้น

 

"หึ... ถ้าไม่ติดเรื่องคุยงานผมคงเล่นกับพี่ต่อแล้ว" เจ้านั้นปล่อยมือก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม 

 

"แล้วเคมเปญที่น้องสาวฉันหมายถึงคืออะไร" ผมดึงสติกลับมา ด้วยความเป็นมืออาชีพเราต้องแยกงานจากเรื่องส่วนตัว

 

"อ๋อ ผมกับคุณเกวลินคุยกันว่าเราจะจัดเคมเปญซื้อตั๋วเครื่องบินพร้อมโรงแรมในราคาพิเศษน่ะครับ" อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังดูเป็นผู้ใหญ่ ต่างจากปกติที่มักชอบคุยแบบเด็กเล่น ผมเริ่มเข้าใจแหละว่าทำไมหมอนั้นถึงได้รับการไว้วางใจ

 

เราทั้งคู่คุยตกลงกันจนได้ประมาณนึง ก็จบเรื่องนี้เพราะมีเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างต้องไปศึกษามาเพิ่มเพื่อตกลงกันอีกที

 

"ไหนๆพี่ก็เป็นหุ้นส่วนผมแล้ว ช่วยอะไรหน่อยสิ" จู่ๆเด็กหนุ่มตรงหน้าผมก็กล่าวขึ้น

 

"เรื่องอะไร?" ผมสงสัยเพราะน้ำเสียงอีกคนดูจริงจังขึ้นมากกว่าเดิม

 

"ผมจะขนส่งอาวุธที่ท่าเรือ แต่ได้ข่าวว่ามันมีผู้ก่อการร้ายที่จะมาปล้นของๆผมไป พี่ช่วยจัดการให้หน่อยสิ" อีกฝ่ายกล่าว

 

"แล้วลูกน้องนายทำเองไม่ได้รึไง" ผมถามด้วยความสงสัยเพราะอีกฝ่ายเป็นถึงคนค้าอาวุธเรื่องนี้คงจัดการดูแลเองได้

 

"ถ้าเป็นผู้ก่อการร้ายกลุ่มเดียวก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้พวกมันร่วมมือกันปล้น ผมเลยอยากให้พี่ช่วยหน่อย" เด็กหนุ่มตรงหน้าผมประสานมือเข้าหากันบนโต๊ะด้วยท่าทางที่สุขุม

 

"หึ... ก็ได้ แต่ลืมส่วนแบ่งของฉันล่ะ" ผมยิ้มตอบ 

 

"แน่นอนอยู่แล้ว ยังไงพี่ก็เป็นหุ้นส่วนผมนิ" อีกฝ่ายก็ยิ้มกลับมาให้ผม

 

"คืนพรุ่งนี้ เวลาตี1ครึ่ง ที่ท่าเรือXXX อย่าลืมนะครับ" อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนแล้วจู่ๆก็มาหอมแก้มผมโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว ผมถึงกับหน้าแดงทันทีเรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้ดี

 

"ผมจะรอนะ" เด็กนั้นยิ้มมาให้ผมก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้ผมหน้าแดงอย่างนั้น

 

---------------------------------------------

 

เมื่อถึงคืนนั้น ผมและลูกน้องก็แอบซ่อนอยู่ที่ท่าเรือด้วยอาวุธครบมือ ถึงผมจะไม่ได้ออกสู้นานแล้ว แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ผมชอบมาก ผมชอบกลิ่นคาวเลือด และยังชอบใส่เสื้อสูทขาวเพื่อเวลาเลอะเลือดศัตรูมันจะได้ถูกย้อมเป็นสีแดง ฟังดูโรคจิตมั้ย มันก็โรคจิตแหละแต่สำหรับมันเหมือนเป็นการระบายอารมณ์อย่างหนึ่ง ในชีวิตผมคงไม่ไปฆ่าใครมั่วๆซั่วๆหรอก

 

เมื่อถึงเวลาที่กำลังขนย้ายอาวุธ ผู้ก่อการร้ายก็เปิดฉากยิงก่อน พวกผมไม่รอช้าเข้าสมทบพวกของธานิน โชคดีที่แถวนั้นห่างไกลผู้คน เพราะเสียงปืนมันดังสนั่นหวั่นไหวมาก และด้วยเส้นสายที่ผมมี ก็เอาเงินปิดปากหมดแล้ว 

 

พวกผมและพวกก่อการร้ายยิงสวนกันไปมา จนผมดันไปเจอธานินที่ยังดูงงๆกับการยิงอยู่ เลยรีบเข้าไปหา

 

"นายทำอะไรเนี่ย!? ทำไมไม่ยิงพวกมัน" ผมถามเพราะผมยังไม่เห็นเด็กนี้จะยิงใครสักคนเลย

 

"ผมไม่เคยยิงคนนี่หน่า! เคยยิงแต่เป้าฝึกยิง!" เจ้าเด็กตอบด้วยความกลัวทันที เพราะเด็กอายุ23 ลูกนักธุรกิจ ถึงแม้จะทำเกี่ยวกับอาวุธแต่บางทีก็ไม่จำเป็นจะต้องฝึกฆ่าคน เทียบกับผมที่ฝึกฆ่าคนตั้งแต่อายุ20 เพราะผมตัดสินใจที่จะขอเป็นมาเฟียตามพ่อเอง

 

"แล้วจะมาทำไมเนี่ย!! จะมาเป็นภาระรึไง" ผมถามอย่างหงุดหงิด พร้อมกับยิงศัตรู

 

"ก็ผมเป็นห่วงพี่นิ!!!!"เด็กนั้นตอบมาทันทีที่ผมถาม ผมที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับตกใจเล็กน้อยที่ได้ยิน แต่ไม่มีเวลาให้ตกใจนานก็มีศัตรูโผล่มาด้านหลังอีกฝ่าย ผมเลยทำการยิงเจาะหัวมันทันที

 

"ก่อนที่เป็นห่วงฉัน ช่วยห่วงตัวเองก่อนได้มั้ย! ถ้านายเป็นอะไรขึ้นมา ฉันก็คงไม่ให้อภัยตัวเองแน่!" ผมพูดออกไปอย่างไม่คิด ทำเอาอีกฝ่ายตกใจเหมือนผมก่อนหน้านั้น 

 

ผมไล่เด็กนี้ให้ไปอยู่หลังตู้คอนเทนเนอร์ จนกว่าเรื่องจะจบ ไม่นานเสียงปืนก็สงบลง โชคดีที่ฝั่งเราไม่มีใครถึงกับเสียชีวิตแต่ก็มีอาการสาหัส ผมโทรหาไอ้ตั้มที่ตัวเตรียมอยู่แล้วให้พาคนเจ็บไปรักษาและกำจัดศพพวกศัตรู

 

ระหว่างรอพวกไอ้ตั้มจัดการ ผมก็เดินไปหาเด็กที่ผมสั่งให้มันไปหลบ "เรื่องจบแล้วออกมาได้"

 

เด็กหนุ่มที่ตัวโตกว่าผมเดินออกมาด้วยท่าทางตกใจที่เห็นทั้งตัวผมโชกไปด้วยเลือด

 

"นายต้องทำตัวให้ชินกับเรื่องแบบนี้ได้แล้ว วงการนี้ นี่ถือเป็นเรื่องปกติ" ผมพูดสอนอีกฝ่าย เจ้าเด็กนั้นก็ฟังแต่โดยดี

 

"พี่กวิน ที่พี่บอกว่าถ้าผมเป็นอะไรขึ้นมา พี่จะไม่ให้อภัยตัวเอง หมายความว่ายังไง" อีกฝ่ายถาม ผมถึงกับตอบไม่ถูก เพราะผมพูดไปแบบไม่คิด ทำไมผมถึงห่วงมันขนาดนั้น 

 

"กะ ก็ถ้านายเป็นอะไรขึ้นมา ฉันอาจจะอดได้ส่วนแบ่งจากนายนะสิ!!" ผมพูดแถๆ และอีกฝ่ายก็รู้ว่าผมแถ เลยเข้าไปกอดผมทั้งๆที่ตัวก็เปรอะเลือดอยู่

 

"ปะ ปล่อยฉัน! เดี๋ยวนายก็เปรอะเลือดหรอก อึก!" ผมสะดุ้งด้วยความเจ็บก่อนจะพึ่งรู้สึกว่าตัวเองโดนยิงที่ไหล่ขวา นี่เป็นข้อเสียของผมเลย เวลาถ้าผมกำลังได้ฆ่าใครผมจะไม่รู้สึกเจ็บถึงแม้จะโดนยิงเพราะผมรู้สึกสนุกกับสิ่งตรงหน้ามากกว่า

 

"พะ พี่โดนยิงหรอ!?" เด็กหนุ่มตรงหน้าผมตกใจที่เห็นเลือดไหลออกมาจากไหล่ผม พร้อมกับทำท่าลุกลี้ลุกลน

 

"ฉันไม่เป็นไรมากหรอก แผลแค่นี้จิบๆ" ผมโทรหาไอ้ตั้มให้เตรียมรักษาผม เพราะผมไม่ไหวใจคนในโรงพยาบาล พ่อผมเคยรักษาในโรงพยาบาลแล้วโดนปองร้าย ทำให้พ่อผมไม่เลือกที่จะรักษาโรงพยาบาลแต่ไปรักษากับพ่อของตั้มโดยตรง ผมเลยติดนิสัยมา

 

-----------------------------------------

"เสร็จแล้ว" ตั้มที่ทำแผลผมเสร็จก็ทำการเก็บอุปกรณ์และนำกระสุนที่เอาออกมาไปทิ้ง 

 

"กูไม่ได้ทำแผลให้มึงมานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย ช่วงหลังๆมึงไม่ค่อยออกไปจัดการใครเท่าไหร่เลย" ตั้มพูด

 

"เออกูก็รู้สึกเหมือนกันว่ากูไม่ได้ออกภาคสนามมานานมาก กูเลยโดนยิงแบบนี้" ไอตั้มใส่ที่ประคองแขนให้ผม

 

"ก็จริง ช่วงนี้มึงก็ระวังเรื่องการขยับแขนหน่อยแล้วกัน จะได้หายไวๆ" พอตั้มพูดจบก็หันหน้าไปมองเด็กที่ดมยาอยู่มุมห้องเพราะไม่เคยเห็นเลือดเยอะขนาดนี้

 

"เนี่ยนะเด็กที่จับมึงปล้ำอะ โคตรป๊อดเลย"มันก้มกระซิบข้างหูผม

 

"เออกูก็งงเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าจะกล้า สุดท้ายตัวสั่นเหมือนลูกหมาโดนทิ้งอะ" ผมกระซิบตอบ 

 

ในขณะที่ผมกระซิบกระซาบกับไอ้ตั้ม ผมรู้สึกถึงออโร่บางอย่างที่ทำเอาผมนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนผมเห็นว่าเด็กที่ผมกำลังนินทาอยู่เดินมาด้วยท่าทางที่หึงหวง

 

"คุณหมอรักษาเสร็จรึยังครับ?" เจ้าเด็กพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเฉย แต่กลับซ่อนไปด้วยอารมณ์ที่หึงหวงจนผมรู้สึกกลัวมันเล็กน้อย

 

 

 

---------------จบ ตอนที่6--------------

 

คุยหลังจบตอน

 

ตอนนี้ขอแสดงความโหดความเมพของกวินหน่อย ไม่ใช่เป็นมาเฟียสายยั่วอย่างเดียว แต่พี่แกเล่นบทโหดก็ได้เหมือนกัน 5555

 

เช่นเคยขอบคุณที่อ่านกันนะคะ

 

ถ้าอยากติชมตรงไหนก็เม้นแสดงความคิดเห็นได้เลย เรารออ่านอยู่ เวลาเห็นคนมาเม้นก็รู้สึกมีกำลังใจ ><

ความคิดเห็น