Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คนที่กลับมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 76

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2563 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนที่กลับมา
แบบอักษร

รถสีดำจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าตึกใหญ่ กระจกรถที่ใสแจ๋วทำให้มองเห็นคนที่นั่งอยู่บนรถยนต์คันนั้นได้ชัดเจน ม่านหมอกกระพริบตาปริบๆ มองคนสองคนบนรถ สองคน? พี่ทิวาพาใครมา ผู้ชายตัวเล็กๆ ผิวขาว หน้าตาน่ารัก คนที่นั่งอยู่บนที่นั่งข้างคนขับ

 

ประตูรถถูกเปิดออก พี่ทิวาลงจากรถก่อนจะเดินไปเปิดให้คนตัวเล็กนั่น ยอมรับเลยว่าเจ้ากำลังเริ่มที่จะไม่พอใจ คนมีความผิดติดตัวมาถึงก็ทำให้เจ้าหงุดหงิดเลยหรือ

 

"สวัสดีครับ เจ้าม่านหมอก ลุงคำอินทร์" ทิวากรเอ่ยทักทาย และแน่นอนว่าเจ้าม่านขมวดคิ้วจนคิ้วจะชนกันอยู่รอมร่อ เจ้าม่านหมอก? ทิวากรเรียกกันห่างเหินอย่างนี้มันหมายความว่าอะไร

 

"เจ้าม่านหมอก นี่น้อยจันทร์กระหม่อม"

 

"สวัสดีครับ เจ้าม่านหมอก" คนตัวเล็กยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม เจ้าม่านรับไหว้ แต่สายตาของเจ้ายังคงจับจ้องไปที่ทิวากร ในหัวกำลังคิดว่าทิวากรกำลังแนะนำคนคนนี้ให้เจ้ารู้จักในฐานะอะไรกันแน่

 

"เอ่อ... กระหม่อมพาเจ้าสายลมไปที่คอกก่อนนะกระหม่อม"

 

เงียบ ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมา ทิวากรกับเจ้ามองหน้ากันเงียบๆ จนคนรอบข้างเริ่มรู้สึกได้ถึงความกดดันบางอย่าง คำอินทร์เห็นท่าไม่ดีก็รีบจูงเจ้าสายลมเดินไปที่คอก ไม่อยากอยู่กลางสมรภูมิ เรื่องของนายคนใช้ไม่เกี่ยว

 

" เอ่อ... " น้อยจันทร์หันมองทิวากรที มองเจ้าม่านหมอกที สองคนเหมือนมีเรื่องอยากจะคุยกัน เขาก็ไม่อยากอยู่ขัดหรอกนะ แต่ไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหนดี บ้านตัวเองก็ไม่ใช่ จะเดินไปไหนก็กลัวจะหาว่าเสียมารยาท

 

"เจ้าม่านหมอก กระหม่อมจะพาน้อยจันทร์มาอยู่ที่เรือนไม้สักกับกระหม่อมด้วย อยู่ในฐานะ... คนรัก เจ้าคงไม่ว่าอะไรกระหม่อมใช่ไหมกระหม่อม"

 

ทิวากรเอ่ยอย่างจริงจัง เจ้าม่านตกอยู่ในอาการนิ่งงันอยู่เช่นนั้น เจ้าไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าทิวากรกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ คนรัก? ทิวากรบอกว่าจะพาคนรักมาอยู่ด้วย ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คนรักของทิวากรนั้นไม่ใช่เจ้า ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ทิวากรเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น

 

ทิวากรรักษาสัญญาที่ว่าจะกลับมา แต่กำลังผิดสัญญาที่ว่าจะไม่ไปรักใครอื่น เจ้าไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาตกยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ สถานการณ์ที่ทิวากรพาคนรักมาแนะนำถึงที่ มาขอให้เจ้าอนุญาตให้คนรักมาอยู่กินกับทิวากรที่เรือน ทิวากรคิดได้อย่างไร ทำไมถึงใจร้ายได้ขนาดนี้ ทำไมถึงใจร้ายกับคนที่รอทิวากรมานานได้ลงคอ

 

" ชื่อน้อยจันทร์หรือ ชื่อเพราะสมตัวดีจริง ตามสบายเถอะ เดี๋ยวจะให้บัวตองมาช่วยขนของไปที่เรือนไม้สักนะ ขาดเหลืออะไรก็บอกนะ" เจ้ายิ้มบางๆ ให้คนตัวเล็กที่ยิ้มซื่อๆ ตอบกลับมา ร่างบางหันหลังเดินเข้าตึกไปเงียบๆ อย่างคนไม่รู้จะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหนดี เจ้ากำลังทำตัวไม่ถูก คิดตามไม่ทันว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น ในหัวตอนนี้มันตื้อไปหมด เอ่ยสั่งบัวตองให้ไปช่วยขนของเสร็จก็กลับขึ้นห้องไป

 

มือบางปิดประตูห้องนอนของตัวเองให้สนิท เจ้าทรุดตัวนั่งลงบนพื้นอย่างคนหมดแรง เจ้าต้องทำความเข้าใจเรื่องไหนก่อน มีหลายเรื่องที่เจ้าไม่เข้าใจ

 

อยากจะไปถามหาเหตุผลกับทิวากร แต่ก็กลัว กลัวว่าจะไปแล้วเห็นภาพที่มันบาดตาบาดใจ กลัวว่าจะไปทำให้คนที่ทิวากรรักและคนที่รักทิวากรต้องทะเลาะกัน เขาคงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ถ้ารู้ว่าคนที่อยู่ในห้องนี้เคยเป็นคนรักของทิวากรมาก่อน

 

"ฮึก ทำไมถึงผิดสัญญา ทำไมพี่ทิวาทำแบบนี้" หยาดตาอุ่นใสรินไหลออกมาจากดวงตาที่ร้อนผ่าว นี่สินะอาการของคนที่อกหัก คนที่ให้รักแต่ไม่ได้ความรักกลับคืนมา

 

"ดวงอาทิตย์ดวงนี้มันไม่ใช่ของม่านอีกแล้วใช่ไหมพี่ทิวา ดวงอาทิตย์ ฮึก ทิ้งม่านไปอยู่กับดวงจันทร์ดวงน้อยนั่นแล้ว ฮืออๆ ไม่มีทิวากรของม่านหมอกแล้ว" ร่างเล็กงอเข่าเข้าหาตัว โอบกอดตัวเองเอาไว้ นี่สินะ... เหตุผลที่เขาไม่ตอบจดหมาย นี่สินะ... เหตุผลที่ไม่ยอมกลับมาที่นี่ตลอดสามปี

 

ไม่คิดเลยว่าเขาจะกลับมาพร้อมกับใครอื่น ไม่คิดว่าทิวากรจะกลับมาเพื่อยื่นความเจ็บปวดให้ ไม่คิดว่าทิวากรจะเป็นคนใจร้าย ไม่คิดว่าสุดท้ายผลของการรอคอยจะเป็นความทรมาน...

 

เวลาต่อมา

 

ก็อกๆ

 

"เจ้าม่าน" เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง เจ้าสายฟ้าเพิ่งกลับมาจากทำงาน พอรู้เรื่องทิวากรพาคนรักกลับมาก็เป็นห่วงน้องชายขึ้นมาทันที ยิ่งคุณสายบอกว่าเจ้าม่านเก็บตัวอยู่บนตึกไม่ยอมลงมากินข้าวกินปลาก็ยิ่งเป็นห่วง

 

ก็อกๆ

 

เจ้ายังเคาะต่อไปอีกสองครั้ง เมื่อเห็นว่าเงียบจนผิดปกติจึงตัดสินใจเปิดเข้าไปด้านใน ยังดีที่เจ้าม่านหมอกไม่ลงกลอนประตู เจ้าสายฟ้ารีบเข้าไปดูในห้อง น้องชายของเขานอนนิ่งอยู่บนเตียง ห่มผ้านวมผืนหนาเอาไว้ทั้งตัว โผล่ออกมาแค่ใบหน้าและแขนเรียวเล็กเท่านั้น

 

มือหนาวางทาบลงไว้บนหน้าผากของคนที่ใบหน้าแดงก่ำ น้องชายของเขาคงจะถูกพิษรักเล่นงานเข้าเสียแล้ว นี่คงจะร้องไห้หนัก คราบน้ำตายังมีให้เห็น ดวงตาก็บวมแดง ปลายจมูกนั่นก็ด้วย ตัวร้อนขนาดนี้แต่ไม่ยอมบอกใครมันน่าจับตีเสียจริง

 

"อือออ... ใคร เจ้าพี่หรือคะ" คนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น พยายามจะลืมตาขึ้นมองแต่เปลือกตาหนักอึ้งจนทำให้ลืมตาลำบาก น้ำเสียงก็แหบแห้งจากการร้องไห้เป็นเวลานาน เจ้าสายฟ้ามองน้องชายก่อนจะถอนหายใจ นี่แค่วันเดียว แค่วันเดียวที่ทิวากรกลับมา แค่วันเดียวเจ้าม่านก็เป็นได้ถึงขนาดนี้แล้ว แล้วต่อไปจะเป็นหนักขนาดไหน

 

ทั้งที่สัญญาดิบดีว่าจะดูแลน้องชายที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขาให้ดีที่สุด จะไปทำตัวให้เหมาะสมแล้วกลับ​มาหา แต่อีกฝ่ายกับทำผิดสัญญา ทำให้น้องชายของเขาต้องเจ็บปวด

 

"เจ้าพี่ ม่านปวดหัวมากเลยค่ะ ปวดตาด้วย เจ้าพี่ให้คนตามลุงหมอให้ม่านหน่อยนะคะ" มือเรียวเล็กคว้ามือพี่ชายมากุมเอาไว้ ไอความร้อนแผ่ออกมาจนเจ้าสายฟ้ารู้สึกได้

 

"พี่จะให้คนไปตามหมอให้ รอเดี๋ยวนะ จะตามคุณสายมาช่วยกันเช็ดตัวด้วยเลย" เจ้าสายฟ้าเอ่ยบอก คนบนเตียงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งเมื่อพี่ชายเปิดประตูออกจากห้องไป นอนรออีกไม่นานนักคุณสายก็ถือกะละมังพร้อมผ้าสำหรับเช็ดตัวเข้ามา

 

ร่างบางถูกจับพลิกซ้ายตะแคงขวาเช็ดตัวจนร่างกายที่เคยร้อนฉ่าเริ่มอุ่นและเย็นลง คุณสายออกจากห้องไปอีกครั้งเพื่อเตรียมอาหารให้เจ้าม่านกินก่อนกินยา

 

"เดี๋ยวหมอคงมาแล้ว ม่านรอหน่อยนะ" มือหนายื่นไปลูบศีรษะเล็กเบาๆ ด้วยความสงสาร เจ้าม่านไม่ใช่คนที่ป่วยง่าย แต่พอป่วยทีก็เป็นหนัก เป็นหลายวัน และที่สำคัญคือเวลาป่วยเจ้าก็มักจะขี้อ้อนเป็นพิเศษ เหมือนตอนนี้ที่ม่านหมอกหลับตาพริ้ม คลอเคลียฝ่ามือของพี่ชายเหมือนลูกแมว

 

ก็อกๆ แอดดด

 

"กระหม่อมมาตรวจเจ้าม่านกระหม่อม" ผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นเรียกสายตาของทั้งสองให้หันมามองที่หน้าประตู เป็นหมอทิวากร ทิวากรตัวต้นเหตุที่ทำให้เจ้าล้มป่วย ตอนนี้จะมารักษาให้เจ้าหายป่วยอย่างนั้นหรือ? คิดว่าตัวเองกำลังเล่นอะไรอยู่

 

"จะไปตามหมอที่โรงพยาบาลคงอีกนาน กระหม่อมเป็นหมอ ตรวจรักษาได้เหมือนกัน ให้กระหม่อมตรวจเจ้าม่านนะกระหม่อม" ร่างสูงเอ่ยอธิบาย เจ้าสายฟ้ามองหน้าน้องชายของตนเอง เจ้าม่านเิงก็จ้องหน้าพี่ชายนิ่งก่อนจะหยักหน้ายอมให้อีกคนตรวจ

 

ทิวากรเข้ามาตรวจวัดไข้ให้เจ้าม่าน เจ้าหลับตาปล่อยให้คนเป็นหมอตรวจรักษา ไม่อยากลืมตามองคนใจร้ายให้ปวดใจอีก ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าใคร เดี๋ยวจะหาว่าบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจ มันคงไม่น่ามองหรอกเพราะเขาก็รักคนใหม่ไปแล้ว

 

"แค่ไข้หวัดธรรมดา กระหม่อมจะจัดยาให้"

 

"ขอบใจ เสร็จแล้วก็กลับไปพักเถอะ เดินทางมาเหนื่อยๆ ... ขาดเหลืออะไรก็บอกบัวตองนะ บอกคุณสายก็ได้ เราสั่งเอาไว้แล้ว" คนไข้ที่เสียงแหบแห้งฝืนพูดออกมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่ แขนเรียวเล็กคว้าเข้าที่เอวของพี่ชาย โอบกอดไว้อย่างนั้นจนหลับไป ถ้าเป็นเมื่อก่อน... ที่ตรงนั้นคงเป็นของทิวากร แต่มาตอนนี้มันคงไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว

 

"หมอทิวาไปพักเถอะ น้องชายฉัน ฉันดูแลได้ คงไม่รบกวนหมอแล้ว" เจ้าสายฟ้าเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ไม่ได้ยิ้มแย้มแต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เจ้าหวังว่าทิวากรจะเข้าใจความหมายของประโยคนี้ ต่อไปนี้ขอทวงม่านหมอกคืน ในเมื่อยกให้แล้วดูแลรักษาไว้ไม่ได้ก็คงไม่จำเป็นต้องมาข้องเกี่ยวอีก น้องชายคนเดียวเจ้าดูแลได้

 

"กระหม่อมขอตัว... ขอให้เจ้าม่านหายในเร็ววัน"

 

ร่างสูงหันหลังเดินออกจากห้องไป ในใจของทิวากรมันเจ็บหน่วงเมื่อรู้สึกเหมือนสูญเสียเจ้าม่านหมอกไปอีกครั้ง แต่มันจะมีคำว่าอีกครั้งได้อย่างไร ก็เขาเสียเจ้าไปตั้งนานแล้ว เสียไป... และไม่เคยได้กลับคืน

 

 

ความคิดเห็น