Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คำขอร้องของหม่อมป้า

ชื่อตอน : คำขอร้องของหม่อมป้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 59

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2563 21:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คำขอร้องของหม่อมป้า
แบบอักษร

"หม่อมจะขออะไร? " เจ้าสายฟ้าขยับตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย หม่อมลดาวัลย์ก้มหน้าลงต่ำราวกับกำลังคิดหนักว่าจะเอ่ยออกไปดีหรือไม่ และสุดท้ายก็ได้เอ่ยขึ้น

 

"ในช่วงที่หญิงบัวอาการยังไม่ดีขึ้นหม่อมฉันอยากขอพักที่ม่อนผาคำไปก่อน หากจะเดินทางกลับต้องใช้เวลาถึงสิบกว่าวัน ต้องนั่งเรือ หญิงบัวอาการอย่างนี้คงเดินทางไม่ได้เพคะ"

 

"หลานเองก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไร หญิงบัวก็เป็นลูกพี่ลูกน้อง สายเลือดเดียวกัน เรื่องจะอยู่ม่อนผาคำต่อนั้นไม่มีปัญหา " เจ้าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ดูแข็งกร้าวจนน่ากลัว แต่ก็ไม่ได้อ่อนน้อมเหมือนตอนก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง อย่างไรอีกฝ่ายก็สร้างความเดือดร้อนให้ และเป็นความเดือนร้อนครั้งใหญ่เพราะคนที่บาดเจ็บหนักคือเจ้าม่านหมอกน้องชายคนเดียวของเจ้า

 

หม่อมลดาวัลย์ประนมมือไหว้ทั้งน้ำตาซึม ยังไม่รู้จะทำเช่นไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะรอจดหมายจากสามีก็กินเวลาไม่ต่ำกว่าสองเดือนครึ่ง ส่งไปก็สิบกว่าวันแล้ว ส่งกลับนั้นลำบากกว่าเพราะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือน ตอนนี้เธอมืดแปดด้านไปหมด ครั้นจะให้พาลูกกลับตอนนี้อาการของลูกสาวก็ยังไม่หายดี บุษยาจำความอะไรไม่ได้ จำไม่ได้แม้แต่ตนเอง...

 

" แต่คงต้องแยกไปอยู่เรือนด้านหลังใกล้เรือนไม้สัก เพราม่านหมอกคงไม่ไว้ใจให้หญิงบัวอยู่ร่วมชายคา หม่อมป้าเข้าใจหลานหรือไม่"

 

"เรื่องจะให้อยู่เรือนไหนทางนี้ไม่เกี่ยงเพคะ หมอ​บอกว่าอาการของหญิงบัวสามารถหายได้ในสองสามเดือน ถ้าโชคดีก็อาจจะเร็วกว่านั้น ถึงตอนนั้นเราคงไม่อยู่รบกวนท่านชายอีก"

 

เจ้าไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพียงแต่หันไปมองหน้าคุณสายเท่านั้น คงได้แต่หวังในใจว่าความเห็นแก่ญาติในครั้งนี้คงจะไม่เป็นดาบสองคมที่กลับมาทำร้ายเจ้าและน้องชายอีก

 

" อึก เจ้าพี่ พะ พี่ทิวา " ร่างบางบนเตียงผู้ป่วยรู้สึกตัวตื่นขึ้น เจ้าม่านหมอกเรียกหาพี่ชายเป็นคนแรกก่อนจะเรียกทิวากรเป็นคนที่สอง ในช่วงเวลาที่หลับไปนั้นเจ้าฝันว่าพี่ทิวาของเจ้ามาคอยดูแลอยู่ตลอด ทิวากรมาเฝ้าไข้เจ้าที่นี่

 

"เจ้าม่าน! น้องเป็นอย่างไรบ้าง" ร่างสูงรีบเข้าไปยืนอยู่ชิดขอบเตียง ไม่กล้าประคองให้คนตรงหน้าลุกขึ้นนั่งเพราะเกรงจะกระเทือนบาดแผล เจ้าม่านหมอกกระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อแสงในห้องนั้นสว่างจ้าเกินไป กลิ่นยาและกลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลโชยมาแตะจมูก กลิ่นที่เจ้าไม่ชอบและรู้ตัวในทันทีว่าตนเองคงอยู่ที่โรงพยาบาล

 

"เจ้าพี่"

 

"ว่าอย่างไร เจ็บปวดตรงไหนรึไม่ คุณสายไปตามหมอมาดูเจ้าม่านเร็ว" เจ้าสายฟ้าหันกลับไปสั่งก่อนจะหันมาสำรวจใบหน้าของน้องชายอีกครั้ง เจ้าม่านยิ้มบางๆ ตอบกลับมาบ่งบอกว่าไม่เป็นอะไรมากแล้ว

 

"เจ้าพี่... พี่ทิวา" เจ้าม่านหมอกเอ่ยถามหาคนที่ตนฝันถึง กวาดสายตามองจนทั่วห้องก่อนจะนึกขึ้นได้ ทิวากรจะมาอยู่ที่นีาได้อย่างไร อย่างเร็วก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือนเดินทางมา กว่าพี่ทิวาของเจ้าจะรู้แล้วมาเยี่ยมก็คงเป็นตอนที่แผลหายสนิทแล้ว

 

ร่างเล็กยิ้มออกมาน้อยๆ แล้วส่ายหน้าให้พี่ชายที่ดูอึกอักไม่ตอบอะไรกลับมา เจ้าพี่คงไม่อยากให้เศร้าจึงคิดไม่ตกว่าจะตอบออกมาเช่นไร แต่ตอนนี้คำตอบคงไม่จำเป็นแล้ว เพราะเจ้าม่านหมอกรู้และเข้าใจทุกอย่างดี

 

หลักจากวันที่เจ้าฟื้นเวลาก็ผ่านไปนานหลายเดือน เจ้ายังคงใช้ชีวิตไปตามปกติวิสัย ส่วนหม่อมกับลูกสาวก็ต่างคนต่างอยู่ หม่อมเจ้าหญิงบุษยานั้นก็เพิ่งจะหายดี แต่เธอก็ไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายในเรือนใหญ่ อย่างมากก็เพียงแค่มานั่งเล่นในสวนหรือแอบมองเจ้าม่านหมอกอยู่ไกลๆ เท่านั้น

 

วันนี้ก็เช่นกัน เจ้านั่งอยู่ที่ศาลาในสวน หอบงานของเจ้าสายฟ้าลงมาทำบางส่วน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิทำให้รู้สึกสบาย เจ้าไม่ได้สนใจสายตาของบุษยานักเพราะก้มหน้าก้มตาทำงาน เธอมาด้อมๆ มองๆ อยู่พักใหญ่ เหมือนจะเข้ามาคุยอะไรแต่ก็ไม่กล้า

 

"เจ้าม่าน" เสียงของเจ้าสายฟ้าดังขึ้น ร่างบางของหญิงสาวหันไปมองตาม ร่างสูงที่เห็นเช่นนั้นก็เริ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ด้วยใบหน้าดุดันทำให้เธอคิดว่าถูกโกรธจึงวิ่งหนีไปเพราะความกลัว

 

"เจ้าพี่ จดหมายในมือ..." เจ้าม่านถามด้วยแววตาเปล่งประกาย นานแล้วที่ทิวากรเงียบหายไม่ส่งจดหมายมาเลยสักฉบับ ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง ส่วนคนทางนี้ยังเฝ้าคิดถึงเสมอ ยังฝากจดหมายและดอกไม้ไปให้ทุกเดือนไม่มีขาด

 

"พี่เกรงว่าน้องคงต้องผิดหวัง เพราะจดหมายฉบับนี้ไม่ใช่ของทิวา ทั้งยังนำข่าวร้ายมาให้เราอีกด้วย" น้ำเสียงของเจ้าสายฟ้านั้นเต็มไปด้วยความกังวล สีหน้าก็เช่นกัน ม่านหมอกมองใบหน้าเป็นทุกข์ของพี่ชายก็รู้สึกวูบไหวข้างในแปลกๆ

 

ร่างเล็กลูกขึ้นจากที่นั่งเพื่อมาประคองผู้เป็นพี่ชายให้เข้าไปนั่งด้วยกันด้านในศาลา คงหนักหนาจริงๆ พี่ชายของเจ้าถึงได้ดูเป็นกังวลนัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาที่ดูหมองลงทำให้เจ้าเริ่มเป็นห่วง มือบางเอื้อมไปหยิบจดหมายในมือพี่ชายมาเปิดอ่าน

 

"ท่านลุง? " เจ้าม่านหมอกเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายที่พยักหน้าตอบกลับมาก่อนจะเขาจะก้มลงอ่านต่อ

 

พรึ่บ!

 

"จะ เจ้าพี่ นี่มัน..." จดหมายในมือร่วงลงสู่พื้น ร่างบางตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่อยากจะเชื่อเนื้อความในจดหมาย แต่หลักฐานก็เห็นอยู่ตำตา ท่านลุงเขียนจดหมายมาเพื่อบีบบังคับให้เจ้าม่านต้องแต่งงานกับบัว บุษยา เพื่อรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น หนังสือพิมพ์ในพระนครลงข่าวไปทั่วว่าหม่อมเจ้าหญิงบุษยาอยู่กินกับเจ้าม่านหมอกอยู่ที่ม่อนผาคำในฐานะสามีภรรยาแล้ว!

 

มีจดหมายรักของหญิงบัวเป็นตัวยืนยัน ท่านลุงเขียนข่มขู่มาในตอนท้ายว่าหากไม่ยอมแต่งทุกคนจะต้องเดือดร้อนไปตามๆ กัน

 

"ตอนนี้อำนาจเราก็ไม่ได้มากเหมือนเมื่อก่อน ตั้งแต่ถูกรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับสยามเมื่อครั้งอดีต ตอนนี้ก็เริ่มถูกคนจากพระนครเข้ามาแทรกแซงแล้ว พี่เกรงว่าอำนาจของพี่จะไม่อาจปกป้องพวกเราทั้งหมดได้..."

 

"โดยเฉพาะพี่ทิวาใช่ไหมคะ เจ้าพี่ ข่าวนี่ตีลงหนังสือพิมพ์ ฮึก พี่ทิวา พี่ทิวาอาจจะเข้าใจเราผิด" หยาดน้ำอุ่นใสเริ่มไหลออกมาจากดวงตาของเจ้าม่านหมอก มือไม้ของเจ้าสั่นไปหมด ขาของเจ้าหมดแรงที่จะยืนสุดท้ายจึงได้แต่ทรุดตัวนั่งลงอยู่บนพื้น

 

เจ้าสายฟ้าที่เห็นดังนั้นก็รีบประคองน้องชายให้ลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้ แต่ดูเหมือนตัวผู้เป็นน้องจะไม่รู้สึกตัวเสียแล้ว เจ้าม่านหมอกร่ำไห้ออกมาไม่สนใจสิ่งใด มือเรียวถูกยกขึ้นปาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าจนพวงแก้มแดงก่ำ

 

"พอแล้วเจ้าม่าน พี่จะหาทางช่วย พี่จะลองคุยกับท่านลุง คุยกับหม่อมป้าด้วย หม่อมป้าคงช่วยได้" สองมือหนายื้อมือของน้องชายมากุมไว้ ดวงตาคมแดงก่ำไม่ต่างกันเมื่อเห็นน้องชายทุกข์ใจ

 

"เจ้าพี่ก็รู้ว่าเราทำอะไรไม่ได้ ท่านลุงมีตำแหน่งใหญ่โต เราเป็นแค่เจ้าเมืองเหนือลำดับชั้นก็ไม่ได้มีอำนาจมากมาย เป็นแค่ลูกของเจ้าหลวงองค์ก่อน ฮึก เจ้าพี่ก็รู้ว่าทำอะไรไม่ได้ ถึงได้ดูเป็นกังวลตั้งแต่แรก"

 

"พี่ขอโทษ ม่านหมอก พี่ผิดเอง เพราะพี่ไม่ดีเอง อึก ถ้าพี่แข็งแกร่งมากกว่านี้... "

 

" ม่านเกลียด เกลียดนังหญิงผู้นั้น เจ้าพี่ไม่ผิด คนที่ผิด ก็คือมัน! " ร่างเล็กกระชากมือสองข้างกลับมาก่อนจะผุดลุกขึ้น เจ้าก้มเก็บจดหมายขึ้นมา ขาเรียวก้าวฉับๆ ตรงไปยังเรือนของสองแม่ลูก บุษยาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ นางตัวต้นเรื่องนั่น! เจ้าจะให้มันรับผิดชอบ!!

 

เวลาต่อมา

 

เรือนปั้นหยา

 

" เจ้าม่าน หยุดก่อน!! ม่านหมอก!!! " เสียงของเจ้าสายฟ้าตะโกนออกคำสั่งมาตลอดทางเมื่อผู้เป็นน้องชายโกรธเคืองชนิดที่ไม่ลืมหูลืมตา เจ้าม่านหมอกไม่ได้สนใจน้ำเสียงของพี่ชายว่าจะดุดันแค่ไหน เจ้าทำเพียงแค่เดินตรงไปยังด้านในเรือนเพื่อหาคนมารับผิดชอบเรื่องที่เกิด

 

"บุษยา! ออกมาหาเราเดี๋ยวนี้ มุดหัวอยู่ที่ไหน รีบออกมา!!! " มือสองข้างของเจ้ากำแน่นอยู่ข้างลำตัว สายตากวาดมองหาตัวคนที่ต้องการพบ ด้วยเสียงของเจ้าที่ดังไปทั่วบริเวณทำให้หม่อมลดาวัลย์รีบวิ่งออกมาดูเป็นคนแรก

 

"มีอะไรกันหรือเพคะท่านชาย"

 

"มีเรื่องอะไร? เรามากกว่าที่ต้องเป็นฝ่ายถาม ว่าจดหมายนี่มันคืออะไร! " เจ้ายื่นส่งจดหมายไปให้อีกฝ่ายได้อ่าน หม่อมลดาวัลย์ค่อยๆ รับไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ มือที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามอายุค่อยๆ คลี่กระดาษที่ยังยับย่นจากแรงขยำของเจ้า เธอไล่อ่านทุกคำทุกตัวอักษรก่อนจะชะงักนิ่งไป มิน่าท่านชายจึงได้เกรี้ยวโกรธนัก เกรงว่าหากเธอไม่ใช่ญาตผู้ใหญ่ หากตรงนี้ไม่มีท่านชายใหญ่อยู่ด้วย เธออาจจะไม่ได้ปลอดภัยเหมือนอย่างตอนนี้

 

"ทะ ท่านชายเล็ก คะ คือเรื่องนี้...."

 

"ทั้งหมดเป็นฝีมือบัวเองค่ะ บะ บัวผิดเอง บัวสร้างเรื่องทุกอย่างขึ้นมาเองค่ะ" ร่างบอบบางเดินออกมาจากมุมหนึ่งของเรือน เจ้าม่านหมอกตวัดสายตามองอย่างดุดันราวกับจะฆ่าแกงกันให้ตายตกไปเสียเดี๋ยวนี้ แววตาของบุษยาหมองเศร้าราวกับสำนึกในความผิดทั้งหมด แต่สำหรับเจ้าแล้ว เจ้าไม่อาจหลงเชื่อผู้หญิงคนนี้ได้อีก

 

เจ้าจ้องอีกฝ่ายนิ่ง สืบเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ทันเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายก็ล้มลงกันพื้น มือเรียวยกขึ้นพนมกราบอยู่แทบเท้าของเจ้า แน่นอนว่าเจ้าถอยหลังออกมา ไม่ยอมให้หล่อนได้กราบ

 

"บัวจะกลับไปบอกท่านพ่อเอง พี่ชายเล็ก ฮึก อย่าเกลียดบัวไปมากกว่านี้ได้ไหมคะ" หญิงสาวเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ม่านหมอกหันหน้าหนีไปอีกทาง เจ้าหลับตาลงเพื่อคิดตัดสินใจ ความโกรธความโมโหยังคงมี แต่คงไม่ทำตัวขาดสติลงมือทำร้ายอีกฝ่ายอีก เข้าโรงพยาบาลครั้งนั้นก็เกินพอแล้ว คนสายเลือดเดียวกัน จะฆ่ากันให้ตายก็คงทำไม่ได้ ถึงเคยคิดจะทำมาแล้วก็เถิด

 

" หญิงบัว" หม่อมเอ่ยเรียกลูกสาวคนเดียวของตนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สงสารจับใจแต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ลูกสาวของเธอทำความผิดที่ก่อเรื่องทั้งหมดขึ้นมา ความจริงต่อให้แต่งงานกันไปก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น เพราะท่านชายดูท่าจะรักมั่นคงต่อคนรักของท่านเหลือเกิน แต่งกันไปลูกสาวของเธอคงไม่มีวันได้พบกับความสุข

 

ขนาดในตอนนี้ท่านยังสั่งแยกเรือน ไม่ยอมอยู่ร่วมชายคา แต่งกันไปก็คงไม่ต่าง แล้วจะมีประโยชน์อะไร ดีเสียอีกที่ลูกสาวของเธอคิดได้ แต่เรื่องนี้อย่างไรก็คงทำให้ชื่อเสียต้องมัวหมอง เพราะข่าวต่างๆ ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ไปทั่วแล้ว

 

" เช่นนั้นพี่ก็หวังว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูด แล้วพี่จะรอดู หญิงบุษยา" เจ้าม่านหมอกหันหลังเดินกลับไปทันทีโดยไม่รอฟังอะไรอีก เจ้ายังโกรธ แม้จะไม่มากเท่าตอนแรก แต่ก็ยังโกรธ ไม่อยากจะมองหน้า ไม่อยากจะอยู่ใกล้ เพราะลึกๆ ข้างในเจ้าก็กำลังผิดหวัง ผิดหวังในตัวคนที่เจ้ารักเหมือนน้องสาวแท้ๆ

 

บุษยาร้องห่มร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม สำนึกได้ว่าตัวเองทำผิดไปมากมาย หลังจากออกโรงพยาบาลมาเธอคิดว่าคงถูกไล่กลับพระนคร แต่พี่ชายทั้งสองกลับอนุญาตให้เธอพักรักษาตัวที่ม่อนผาคำต่อ ไม่ได้ขับไล่ไสส่งเธอ

 

พี่ทั้งสองยังคงดีกับเธอเสมอแม้ว่าพี่ชายเล็กจะตีตัวออกห่างไม่ยอมพบหน้า ไม่ยอมพูดจาด้วย เธอคิดว่าอีกฝ่ายคงโกรธ ไม่นับเธอเป็นน้องอีกต่อไปแล้ว แต่เปล่าเลย พี่ชายเล็กยังแทนตัวเองว่าพี่ นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายยังเห็นเธอเป็นน้อง ถึงจะยังโกรธแต่ไม่ถึงกับจะตัดญาติขาดมิตรกัน

 

ที่ผ่านมาเธอทำผิดต่อพี่ชายของเธอมากจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าเขารักใคร เห็นอยู่ตำตาว่าทั้งสองรักกันมากขนาดไหนก็ยังคิดจะทำลายความรักนั้น เธอมันเห็นแก่ตัวจริงๆ ถึงเวลาที่ต้องไถ่โทษเสียที...

 

 

ความคิดเห็น