facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาตราที่ 20 ความผิดว่าด้วย รัก...ขโมย

ชื่อตอน : มาตราที่ 20 ความผิดว่าด้วย รัก...ขโมย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 650

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาตราที่ 20 ความผิดว่าด้วย รัก...ขโมย
แบบอักษร

มาตราที่ 20 ความผิดว่าด้วย รัก...ขโมย

 

ด้วยความช่วยเหลือจากเหล่าเพื่อนร่วมทีมที่ได้รับการลักลอบส่งข่าวจากสารวัตรนิธิเรื่องที่ส่งเขามาช่วยงานในครั้งทำให้ทีมของวิษุวัตได้มีโอกาสเข้ามายังบ้านของเทิดรักษ์เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ แต่ก่อนจะได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุก็เป็นอันว่าเขาต้องได้เป็นกรรมการระหว่างสารวัตรนิธิกับผู้กำกับองคตเสียก่อน ด้วยเพราะเมื่อทางผู้กำกับรู้เรื่องที่สารวัตรส่งเขามาทำงานอันตรายคนเดียวรู้ถึงหูองคตทางโน้นก็ถึงกับออกงิ้วแทบจะกินหัวสารวัตรนิธิ เป็นเหตุผลว่าทำไมจ่าทศกับจ่าธงมาช่วยงานเขาได้ทั้งๆที่ต้องปิดเป็นความลับ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ไม่เคยปล่อยให้เพื่อนตกอยู่ในความลำบาก เพราะถึงแม้ไอ้เตกับไอ้เจมันจะกำลังหัวหมุนอยู่กับคดีฆาตรกรรมที่เป็นสาเหตุให้พวกมันต้องผละออกจากอกเมื่อไปสิงอยู่ที่สน. พอๆกับหมอชินที่แทบไม่มีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวันเพราะขลุกอยู่ในห้องชันสูตรลากยาวมาจะเจ็ดสิบสองชั่วโมงแล้ว เรียกได้ว่าย้ายไปกินนอนในห้องนั้นกันเลยที่เดียว

แต่ถึงแม้จะยุ่งและปวดประสาทกันมากเพียงใด ไอ้เตยังอุตสาห์หาทางติดต่อผู้กองธาวินให้ดำเนินการแทนทีมของพวกเขาอย่างลับๆเพื่อให้ไม่เป็นที่สังเกตของคนร้าย และใครก็ตามภายในกรมที่มีหูตาเป็นสับปะรดหากพวกเขาเผลอเดินไม่ดูทิศทางลมอาจจะสะดุดหนามไม่รู้ตัว

“สวัสดีครับคุณบงกช” เขาเอ่ยทักทายเจ้าของบ้านฝ่ายหญิงซึ่งก็คือภรรยาของนายพลเทิดรักษ์

“สวัสดีหมวด ขอบคุณที่มา” ผู้สูงวัยกว่าทักทายกลับ สีหน้าของเธอมีริ้วรอยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ต้องขอโทษด้วยครับที่มารบกวนในเวลาอย่างนี้” เวลาอย่างนี้ที่ว่าคือ สามทุ่ม เพราะการมาในเวลาปกติอาจจะเป็นที่สังเกต ทำให้พวกเขาเลือกที่จะมาเอาตอนดึก

“ไม่เป็นไรเลยจ๊ะ ตั้งแต่ที่สารวัตรบอกเอาไว้ฉันก็รออยู่ที่ว่าจะมีใครเข้ามาตรวจสอบ ตัวฉันเองก็อยากรู้ว่าใครกันเป็นคนที่ทำร้ายท่านเทิดเขา” ภรรยาของนายเทิดรักบอกเสียงเศร้า สีหน้าแสดงความทุกข์ใจไม่จาง

“พวกผมจะพยายามให้เต็มที่ครับ” ปากของวิษุวัตบอกไปแบบนั้น แต่ในใจกลับกำลังคิดไปอีกทาง

ด้วยว่า ถ้าเรื่องราวการตายของสองนายพลไม่ได้มีผลต่อพวงมาจากเรื่องที่พวกเขาทำ หรือการหาว่าใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของทั้งสองคนจะช่วยให้เราสามารถปิดคดี และกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ได้ล่ะก็ ณ ตอนนี้วิษุวัตคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ให้เสียเวลาหรอก สู้เอาเวลาไปอ้อนเมียยังมีประโยชน์กว่า

วิตวัตไม่ใช่ตำรวจสายอาชญากรรมแนวฆาตกรรม เรื่องความชำนาญในการหาหลักฐานจากที่เกิดเหตุจึงไม่ได้ดีเท่าเจธนิน หรือเตธวัช ที่ออกภาคสนามกับหมอชินบ่อยๆ งานของเขามักเน้นไปในทิศทางการสืบในทางลับมากกว่าและเป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านยาเสพติดเป็นหลัก นานๆครั้งถึงจะได้ลงไปช่วยงานพวกนั้นสักครั้ง

“ได้อะไรเพิ่มเติมมั้ยพี่เมฆ” หลังจากยืนเฝ้าเมฆพรรษกับฟาร์ติมาทำงานอยู่นาน คนคุมก็ถามขึ้น

“ได้อะไรไม่มากนัก ถึงแม้ว่าห้องนี้จะยังไม่ได้ทำความสะอาด เพราะภรรยาผู้ตายจะเก็บเอาไว้ให้เราตรวจสอบซ้ำตามที่สารวัตรนิธิขอ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ก็โดนทำลายสภาพการณ์โดยรวมจนแทบไม่เหลืออะไรเอาไว้ให้แล้ว” เมฆพรรษตอบก่อนจะก้มหน้าก้มตาหาอะไรต่อไป

วิษวัตที่เบื่อๆก็เริ่มเดินดูนู้นนี้ไปเรื่อย หนักเข้าก็เริ่มสอดรู้สอดเห็นเปิดนั้นรื้อนี้ไปเรื่อย

“พี่เมฆ ปืนที่ใช้สังหารท่านเทิดในหนึ่งแม็กใส่กระสุนได้กี่ลูกนะ”

“ห่ะ อะไรนะ” คนที่กำลังงวนอยู่กับการวิเคราะที่เกิดเหตุถึงกับงงเมื่อได้ยินคำถามที่หนุ่มรุ่นน้องถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ถามทำไม” เมฆพรรษถามกลับเพราะวิษุวัตเหมือนกำลังให้ความสนใจอะไรบ้างอย่างในลิ้นชัก

“ถ้าผมจำไม่ผิด จากรายงานการทำคดีที่ถูกส่งต่อมาให้เราในวันที่พี่ให้ผมไปพบวันแรกที่ห้องชันสูตร ภาพถ่ายปืนในที่เกิดเหตุตัวปืนไม่มีลูกกระสุนแล้ว” ประโยคต่อมาของผู้หมวดเหมือนจะเรียกความสนใจให้กับอีกสองคนในห้อง

“นั้นแสดงว่า กระสุนนัดที่ใช้ยิงท่านเทิดเป็นนัดสุดท้ายของปืนกระบอกนั้น”

“ใช่” คนวิเคราะห์ปืนตอบ

“พี่เอากระสุนที่ไหนมาใช้ยิงเปรียบเทียบรอยกระสุน”

“ก็กระสุนจากต้นสังกัดพวกนายนั้นแหละ จะให้ไปเอามาจากไหน”

“งั้นก็แปลก”

“แปลกยังไง”

“พี่เป็นคนตรวจสอบปืนแน่นอนว่าพี่ต้องเห็นแล้วว่ากระสุนที่เราได้จากที่เกิดเหตุกับกระสุนที่เราได้จากการทดสอบมันเป็นกระสุนคนละยี่ห้อ”

“ก็ใช่ แต่จะแปลกอะไร กรมสั่งของพวกนี้จากหลายเจ้าจะตาย” เมฆพรรษว่า

“แปลกตรงที่ กระสุนของนายพลเทิดที่มีอยู่ในห้องนี้เป็นของที่มาจากผู้ผลิตบริษัทเดียวกันหมด แต่ประเด็นคือ มันเป็นคนละยี่ห้อกับนัดที่ใช้ยิงตัวเองตาย”

“ยังไงนะ” ฟาร์ติมาถามในหัวตอนนี้เริ่มคิดตามคำพูดของนายตำรวจหนุ่ม

“กระสุนสำรองที่นายพลเทิดมีเป็นรุ่นเดียวกับที่พี่เมฆเอามาใช้ทดสอบร่องกระสุน”

“นั้นหมายความว่ากระสุนนัดที่ใช้ยิงท่านเทิดไม่ใช่กระสุนของเขาเอง” เมฆพรรษที่เข้าใจในสิ่งที่ตำรวจรุ่นน้องผู้นี้ชี้นำกล่าวขึ้น

“ใช่”

“ถ้าเราตามจากรุ่นกระสุนพอจะได้ที่มาของมันมั้ย” ฟาร์ติมาที่ความเรื่องอาวุธติดลบถามขึ้น

“ยากอยู่ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้” เมฆพรรษที่ชำนาญเรื่องอาวุธมากสุดเป็นฝ่ายตอบ

“แล้วนอกเหนือจากนี้มีอะไรผิดปกติอีกมั้งมั้ยครับ” วิษุวัตถามอีกครั้ง

“ไม่มี แต่ยืนยันแล้วว่าเป็นไปตามที่เราคาดการณ์กันไว้ตั้งแต่ต้น เรื่องลักษณะการลงมือ”

“งั้นพวกเรากลับกันเถอะ อยู่นานๆไม่ใช่เรื่องดีเลย”

แกร๊ก!!!

ขณะที่กำลังจะเคลื่อนขบวนออกจากห้องก็ปรากฏว่ามีเสียงบางอย่างดังมาจากอีกฝั่งของห้อง ทำให้ทั้งเมฆพรรษและวิษุวัตหันไปมอง

“แฮ่...” ฟาร์ติมายิ้มแหยๆส่งมา

“ซนจนได้เรื่อง” เมฆพรรษว่าให้เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นที่มาของเสียง ผนังห้องที่เป็นชั้นวางของแบบบิวว์อินตรงรอยต่อมีรอยแง้มออกเหมือนเป็นช่องประตู

เห็นแบบนั้นวิษุวัตจึงขยับไปที่ประตูห้องเปิดแง้มๆออกไปดูว่าด้านนอกมีใครอยู่หรือไม่ เมื่อไม่พบใครจึงประตูห้องเอาไว้อย่างเดิมพร้อมทั้งลงกลอน ขณะที่ฟาร์ติมาขยับชั้นวางของออกมากกว่าเดิมจนเห็นว่าด้านหลังมีอีกห้องที่ซ้อนอยู่

“ว้าว...คิดว่าอยู่ในหนังสายลับมั้ง” ฟาร์ติมาหันว่ายิ้มๆ

“ห้องอะไร”

“เดินเข้าไปมันจะมีกลไกอะไรแบบในหนังป่ะวะ” เมฆพรรษรับคำหญิงสาว สองคนนี้เหมือนจะเข้าขากันดีเกินระดับแค่คนรู้จัก

“หมวด” แล้วทั้งสองคนก็พร้อมใจกันหันมาทางเขา

“อัญเชิญเลยจ้า” ฟาร์ติมาว่าพร้อมผายมือทำท่าเชื้อเชิญ

“เล่นไปเรื่อยนะ”

“ก็ไม่กล้าก้าวขาเข้าไปอ่ะ”

“แล้วเปิดทำไม”

“บังเอิญเถอะ...เร็วๆหมวดอย่าลีลา เวลามีน้อย” วิษุวัตส่ยหน้าให้กับคำพูดและท่าทางของหญิงสาว แต่ก็ยอมก้าวเข้าไปในห้องลับหลังชั้นวางของ

ภายในห้องสว่างขึ้นมาเองเมื่อมีการเคลื่อนไหว ห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่นักกะประมาณด้วยสายตาคงราวๆสี่เมตรคูณสี่เมตร ในห้องมีเพียงโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ตู้เซพ และตู้เอกสาร เมื่อลองเปิดคอมดูก็พบว่ามันต้องใช่รหัสเมฆพรรษจึงตัดปัญหาด้วยการถอดเอาฮาร์ดของเครื่องออกมาทั้งอย่างนั้น ขณะที่ฟาร์ติมาไม่รู้ว่าใช้วิธีที่ไหนจึงสามารถเปิดตู้เซพออกมาได้ ไอเอสอาร์สอนเรื่องงัดแงะด้วยเหรอวะ

ภายในตู้เซพมีเงินสดจำนวนหนึ่งที่มองดูคร่าวๆก็หน้าจะร่วมล้านหรืออาจจะเยอะกว่านั้น นอกจากเงินสดดูเหมือนมีเอกสารบ้างอย่างอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวได้เอาออกมาแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ ในตู้เอกสารก็ไม่มีอะไรมาก ดูเหมือนจะเป็นเอกสารทางบัญชีเป็นส่วนใหญ่วิษุวัตจึงได้เปิดดูคร่าวๆเพราะถ้าให้ถ่ายรูปไว้ก็คงไม่หมด แอบเอาออกไปก็คงไม่ได้ ดังนั้นเลยทำได้เพียงเปิดดูรายการในบัญชีซึ้งจากที่ดูรวมๆเหมือนจะเป็นรายการรับจ่ายทางการเงินอะไรสักอย่าง

 

“ตรวจเสร็จแล้วหรือคะ” เสียงหวานแหบพร่าที่ถามมาทางด้านหลังเล่นเอาทีมงานทั้งสามถึงกับสะดุ้ง

“อุ้ย” ท่าทางของคนทั้งสามพาให้บงกชสะดุ้งตาม

“เอ่อ...เสร็จแล้วครับ” วิษุวัตตอบ

“ได้อะไรเพิ่มเติมมั้ยคะ” เจ้าของบ้านถามขึ้น

“เอ่อ...ได้มาบ้างอยู่นิดหน่อยค่ะ” นิดหน่อยเองฮาร์ดดิสมาเป็นลูกๆแค่นี้เอง

“ขอให้พวกคุณหาตัวคนร้ายได้เร็วๆนะคะ”

“พวกเราจะพยายามครับ”

“ผมขอถามอะไรคุณบงกชสักนิดได้มั้ยครับ” วิษุวัตพูดขึ้นเมื่อหายตกใจจากอาการระแวงเมื่อครู่

“ได้ค่ะ”

“ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องกับท่านเทิดรักษ์ เคยมีใครแปลกหน้ามาหน้า หรือมีเรื่องแปลกอะไรเกิดขึ้นบ้างมั้ยครับ”

“อืม” ภรรยาผู้ตายทำหน้าคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะเอ่ยออกมาเหมือนนึกอะไรได้

“ช่วงก่อนจะเสียท่นเทิดมักจะเก็บตัวอยู่ในห้องทำงานไม่ให้ใครรบกวน บางวันก็จะได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ดังรอดออกมาเหมือนกำลังทะเลาะอยู่กับใครสักคน”

“แล้วท่านเคบเล่าอะไรให้คุณบงกชฟังบ้างมั้ยคะ”

“ถ้าเป็นเรื่องงานเขาไม่เคยเล่าอะไรให้ฉันฟังเลยค่ะ”

“ถ้างั้น เคยมีคนแปลกหน้าที่คุณไม่รู้จักมาหาท่านที่บ้านบ้างมั้ยครับ”

“ถ้าเป็นเมื่อเมื่อก่อนเคยมีสองสามครั้ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นมาอีกค่ะ”

“แล้วพอจะรู้มั้ยครับว่าคนพวกนั้นมาหารท่านเทิดด้วยเรื่องอะไร”

“ไม่ค่ะ ทุกครั้งที่เป็นแขกของเขาเอง เขาจะพาไปที่ห้องทำงานแล้วปิดประตูเงียบห้ามให้รบกวน”

“แล้วคนจากกรมล่ะครับ เคยมีใครมาหาท่านบ้างมั้ย ช่วงก่อนที่ท่านจะเสีย”

“ไม่มีเลยค่ะ” ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะระวังตัวอย่างมากเลยทีเดียว

“ถ้างั้น พวกเราคงต้องขอตัวกันก่อนนะครับ มีหลายอย่างที่ต้องตรวจสอบ”

“ค่ะ เอ่อ...” บงกชทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไร ตอนที่ทั้งสามกำลังจะก้าวเท้าออกจากตรงนั้น

“ครับ”

“ที่จริงสารวัตรนิธิก็แจ้งทางเรามาประมาณหนึ่งแล้ว แต่ว่า...ฉันขอถามอะไรสักหน่อยได้มั้ยคะ”

“ครับ ถามผมตอบได้”

“สารวัตรบอกว่า ตำรวจสงสัยว่าการตายของท่านเทิดไม่ใช่การฆ่าตัวตายจริงมั้ยคะ”

“จากรูปการณ์ตอนนี้ เกรงว่าผมคงต้องตอบว่า ใช่ ครับ” คำตอบของวิษวัตทำให้หญิงกลางคนเซไปนิด

“แล้วพอจะบอกได้มั้ยคะว่าเป็นใคร”

“เรื่องพวกเรากำลังช่วยกันหาคำตอบอยู่ครับ”

“...”

 

หลังจากกลับออกมาจากบ้านนายพลเทิดรักษ์ วิษุวัตก็ดิ่งกลับบ้านทันทีเพราะตอนมาเขาทิ้งให้พีรกานต์อยู่ตามลำพัง แม้ว่าจะมีมิ่งกัลยาเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนก็ตาม แต่อีกคนก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากนักแค่พอเอาตัวรอดได้

แต่พอมาถึงที่บ้าน โอเค...รู้เรื่อง ถือว่าหายห่วงไปอีกวันเพราะมิ่งกัลยาไม่ได้มาตามลำพัง แถมยังพกเอาคนข้างกายมาด้วย แน่นอนว่าพอไอ้หมอนั้นมาคนของมันก็มา วันนี้เมียเขาจึงมีคนคอยคุ้มกันมากเป็นพิเศษ

“มาซักที อยากกลับบ้านจะแย่” อีธานพูดกับเขาทันทีที่เห็นหน้า

“รู้นะทำไมรีบกลับ” มันไม่ว่าแต่ยักไหล่แทนคำตอบ

“ถึงไอ้มิ่งจะเรียนจบแล้ว แต่เบาได้ก็เบาไอ้ห่า”

“แล้วไง เมียกู” โชคดีที่มิ่งกัลยาพ้นรั่วมหาลัยแล้ว

“อ้าว...กลับมาแล้วหรอ หายหัวไปทั้งวันเลยนะ” เสียงหวานที่เข้ากับหน้าตา แต่วาจากวนส้นตีน มีไม่กี่หรอกรอบๆตัวเขาอ่ะ

“ขอบใจที่มาอยู่เป็นเพือนพี” เขาพูดกับสาวรุ่นน้องพยายามมองข้ามความห้าวของมันไปก่อน

“ได้ข่าวว่าพี่พีเป็นรุ่นพี่หมวดไม่ใช่เหรอ เรียกเป็นเพื่อนเล่นเลยนะ”

“เพื่อนที่ไหน นั้น เมีย”

“หยาบคาย”

“แฟนแกก็ไม่ต่างกันหรอก มันก็เรียกแกว่าเมียเหมือนกัน” พอโดยว่ามาแบบนั้น เขาก็สบโอกาสแกล้งไอ้ฝรั่งหลงทางเข้าให้ พอจบคำพูดเขาใบหน้าสวยหวานของมิ่งกัลยาก็ตวัดสายตาฉับไปที่ร่างสูงของอีกคนที่ยืนอยู่เยื้องด้านหลังเขาไป

“มีอะไรฮันนี่” อีธานที่เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวหันกลับมาถามคนรักสีหน้างุนงง เพราะที่เขาพูดเมื่อกี้มันไม่ได้ยิน

“ไว้กลับไปเคลียร์ที่บ้าน” แต่ไอ้คนตัวเล็กก็เลือกที่จะไม่จัดการคนของตัวเองตอนนี้

“กลับกันเลยมั้ย” อีธานถามต่อ ท่าทางมันอยากกลับใจจะขาด เอ้...หรือเขาจะหาเรื่องแกล้งมันต่อดี

“อยู่กินอะไรด้วยกันก่อนมั้ยมิ่ง” ขณะที่เขากำลังคิด เหมือนว่าจะได้ผู้ร่วมขบวนการมาโดยไม่ตั้งใจ เพราะเสียงใสๆจากคนของผมถามดังมาจากฝั่งที่เป็นครัว ก่อนที่คุณทนายของผมจะเดินมาถึงจุดที่พวกเรายืนอยู่ พอได้ยินคำชวนนั้นของเมียจ๋าผมก็หันกลับไปหาไอ้หนุ่มต่างชาติหนึ่งเดียวในที่นี่

“นั่นดิ อยู่กินอะไรด้วยกันก่อน” ผมชวน ก่อนจะได้รับสายตาเขียวปั๊ดของอีกคนตอบกลับมา

“จะกินอะไรตอนดึกๆดืนๆ” มันว่า

“เอาไว้วันหลังเถอะพี่พี วันนี้ดึกแล้วพี่ทำให้หมวดกินคนเดียวก็พอ เดี๋ยวมิ่งกลับบ้านไปนอนดีกว่า” เป็นไอ้ตัวแสบที่ปฏิเสธ จะว่าไปนี้ก็ดึกแล้วจริงๆนั้นแหละ

“เอางั้นหรอ”

“อืม อีกอย่างเราเพิ่งกินข้าวเย็นไปนะพี่พี”

“ก็กินเป็นเพื่อนหมวด”

“ให้มันกินไปคนเดียวเถอะครับ ใครใช้ให้มันปล่อยตัวเองหิวจนดึกดื่นไม่รับผิดชอบท้องไส้ตัวเอง” เป็นอีธานที่ว่ามา

“กูแค่รอกลับมากินข้าวฝีมือเมีย”

“เฮอะ พีเขารับว่าเป็นเมียมึงแล้วหรอ”

“แล้วไอ้มิ่งมันเรียกว่าผัวมั้ยละ”

“อย่างน้อยกูกับมิ่งก็ได้สถานะแฟน ไม่เหมือนมึงที่เป็นแค่ คนดูแล” มันเน้นคำหลัง

“ได้ข่าวว่าไออาร์เตรียมตัดหัวมึงไม่ใช่เหรอที่แอบแดกมิ่งมันลับหลังเขา เออจริงดิ ว่าแต่...ไออาร์รู้ยังว่ามึงอยู่ไทย ได้ข่าวล่าสุดเพิ่งกลับมาเห็นว่าจะมาจัดงานแต่งที่ไทย แต่นะ...ไม่ต้องถึงมือไออาร์ อาศัยแค่เมธัสคนเดียว ก็เสียวใช่เล่นนะเพื่อน” เขาสวนมันกลับก่อนจะขยับเขาไปใกล้มันอีกนิดแล้วพูดกับมันเบาๆพอได้ยินกันแค่สองคน

“หรือมึงจะให้กูบอกมิ่งดีล่ะว่า อันที่จริงมึงวางแผนจับมันแดกตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ แต่โดนพวกกูขัดแข้งขัดขาเสียก่อน เอาไงดีวะเพื่อน จากเดิมที่มิ่งแม่งไม่อ่อนโยนอยู่แล้ว ถ้ารู้เรืองความระยำของมึงกูว่า มึงน่าจะอดแดกไปอีกนานเลยนะ”

“ไอ้เหี้ยวัต”

“ก็อยู่บึงเดียวกันกับมึงแหละ”

“มิ่งไม่น่าช่วยให้มึงได้แดกทนายพีเลย” อีธานมันว่า

“ช่วยเรื่องไรวะ” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ

“คนโง่อย่างมึง ดักดานต่อไปเถอะ” เอ้า ไอ้เวรนี้

 

“คุยไรกัน” ก่อนที่ผมกับไอ้หัวแดงนี้จะโต้วาทีกันต่อเสียงใสๆอันคุ้นเคยดีก็ถามขึ้นมา

“เปล่าจ๋ะ” ผมเลือกที่จะหันไปยิ้มหวานตอบคนถาม

“มาทานข้าวเถอะหมวด พวกมิ่งเองก็จะได้กลับแล้ว”

“จ้า”

“งั้นมิ่งกลับนะพี่พี”

“อื้อ ไว้นัดเจอกันวันหลัง” บรรดาเมียๆร่ำลากัน ขณะที่ระหว่างเขากับไอ้ฝรั่งยังฟาดกันทางสายตาอยู่

 

“ดูอะไรอยู่น่ะ” รชนนท์ที่เดินออกจากห้องน้ำมาเจอว่าเก้าทัพกำลังจ้องอะไรสักอย่างในจอโน๊ตบุ๊ค สีหน้าเครียดขึงจึงถามขึ้น

“ผมกำลังดูสำนวนคดีหาจุดเชื่อมโยงทุกอย่างอยู่ คุณมานี้สินนท์” เก้าทัพหันไปเรียกคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำมา

“นายทรงพลเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ความเป็นมาแปลกมาก”

“ยังไง”

“ตอนผมแฝงตัวไปเป็นแสงฉานในกลุ่มพวกมัน ได้ยินเรื่องการวางรากฐานเครือข่ายเพื่อแทรกอยู่ในองค์กรของรัฐที่จะเอื้อประโยชน์ให้มัน ปกติพวกนักการเมืองแบบนี้มักจะมีรากฐานการเป็นนักธุรกิจหรือเติบโตมาจากการเมืองท้องถิ่นเล็กๆ แต่นายทรงพลกลับเป็นคนธรรมดาที่อยู่ๆก็กลายมาเป็นสส.ท้องที่แบบงงๆ”

“ก็คงเป็นหนึ่งในหุ่นเชิดของพวกมัน หาคนที่ซื้อได้ด้วยเงินเอามาทำเป็นหุ่นกระบอก วันไหนหมดประโยชน์ก็ทำลายทิ้ง”

“ถ้าให้เรียงความสัมพันธ์ ระหว่างนายทรงพลกับนายเทเวศ แถมไม่มีอะไรอยู่ในสายเดียวกัน”

“บ่งบอกถึงขั้วอำนาจที่อยู่ในเครือข่ายไอ้เทเวศว่ามีสองขั้วจริงอย่างที่คุณสืบมา” รชนนท์ออกความคิดเห็น

“ก็จริง”

“พอจะรู้มั้ยว่าอีกขั้วเป็นใคร”

“ไม่อยากระบุ แต่คิดว่าพอจะเดาได้”

“...”

 

หลังจากทานข้าวอาบน้ำเสร็จเรียกได้ว่าปาเข้าไปเกือบตีสอง แต่คุณทนายตัวเล็กก็ยังไม่นอน สายตาที่มองมาที่วิษุวัตบอกให้รู้ว่าอีกคนอยากรู้เรื่องที่เขาไปทำมาวันนี้จึงไม่ยอมหลับยอมนอน

“ไม่ง่วงหรือพี” เขาถามขึ้นเมื่อเดินมาใกล้เตียง จึงได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าไปมาของคนที่นั่งรออยู่บนเตียง ช่วงนี้พีรกานต์ดูเหมือนจะยอมอ่อนลงให้เขาเยอะแล้ว ทั้งยอมให้จับให้กอดให้หอม เลยเถิดหน่อยก็เข้าขั้นจูบ อยางวันนี้ก็ยอมมานอนที่ห้องด้วยกันอย่างว่าง่าย

“เป็นอะไร”

“ไปบ้านท่านเทิดมาได้ว่าไงมั้ง” ผิดไปจากที่คิดที่ไหน

“ถ้าพูดถึงที่เกิดเหตุ ก็ไม่ด้อะไรมากนักเพราะก่อนหน้านี้ถูกตรวจไปรอบหนึ่งแล้วโดยเจ้าหน้าที่พฐ.”

“พูดงี้แสดงว่ามีมากกว่านั้นดิ” ดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นเต้นสนใจทำให้เขานึกเอ็นดูกับท่าทางแบบนั้น น่ารัก คนอะไรน่ารักไปทุกอิริยาบถ ขยันทำให้หลง

“ก็มี” มันเป็นเรื่องที่พีรกานตืต้องรู้อยู่แล้ว ปิดไปก็เท่านั้นบอกๆไปจะได้จบ

“เหรอ อะไรอ่ะ” ผิดมั้ยถ้ามองว่าเมียน่าฟัดตอนทำท่าอยากรู้อยากเห็นแบบนี้

“เรื่องมันยาว ดึกแล้วนอนเถอะ”

“เล่ามาก่อน”

“ผมง่วงอ่ะพี นอนเถอะผมเหนื่อย”

“ไม่เอา อยากรู้ด้วย” กิริยาออดอ้อนที่แสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัวของอีกคน ทำให้เขานึกอยากฟัด ว่าไปแล้ว...

“ไว้เดี๋ยวค่อยเล่า” วิษวัตขยับตัวทำท่าว่าจะนอน

“เดี๋ยวดิหมวด”

“ไม่ง่วงหรือไงพี” เขาถามทั้งที่หลับตา

“ไม่ง่วง”

“ถ้ายังไม่นอนผมจะทำอย่างอื่นแล้วนะ” เขาลืมตาขึ้นขู่ด้วยคำพูด คิดว่าพีรกานต์น่าจะถอยบ้าง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะได้เสนอแนวทางขอเขา

“ทำไร” คนตัวเล็กถามใบหน้าสวยเริ่มงอด้วยความขัดใจ

“ทำให้คุณง่วง”

“...”

“ว่าไง จะนอนไม่นอน” เขาขู่ซ้ำ

“ก็ได้” เสียงใสพึมพำตอบ เขาคิดว่าอีกคนจะเลิกสนใจไปจึงหลับตาลงคล้ายจะจบบทสนทนา หากแต่ประโยคต่อมาของพีรกานต์นี้สิ

“แต่ว่า...เสร็จแล้วต้องเล่ามาให้หมดนะ” คนหน้าสวยต่อลองเรียกร้อง สุดยอดไปเลยเมียเขา อยากรู้อยากเห็นจนยอมเอาตัวเข้าแลก ซึ่งมัน...เข้าทางไอ้วัต

“เดี๋ยวคุณก็ได้รู้นะพี ใจร้อนทำไม”

“อยากรู้เดี๋ยวนี้” มันขนาดนั้นเลยหรอเมียจ๋า

“ผมไม่เล่าฟรีนะบอกก่อน”

“อื้อ” พีรกานต์พยักหน้าตอบ ตอนนี้ใบหน้าขาวแดงระเรื่อชัดเจนท่ามกลางแสงไฟสว่างกลางห้อง

“แล้วคุณคิดจะจ่ายผมเยอะแค่ไหนค่าเล่า”

“จะเอาอะไรล่ะ” เหมือนอีกคนก็รู้อยู่แก่ใจเพราะสายตาผมน่าจะบอกไปหมดแล้ว

“เอาคุณ ตัวคุณทั้งหมดเลย ได้มั้ยล่ะ” เขาโยนไพ่ใบสุดท้ายของคืนนี้ทันที

“...” ไม่มีคำตอบจากคุณทนายนอกจากการพยักหน้ารับของพีรกานต์

 

เสร็จโจร

 

 

ไรท์ /// ไม่มีคำว่า ปกติ ในพจนานุกรมของเค้าหรอ อย่าพยายามหา แต่เค้าก็อยู่ว่า คนที่อยู่กันมาตั้งแต่เรื่องแรกน่าจะชิน ฮ่าาาาาา

เอ้ามา มาวัดแฟนพันธ์แท้กันหน่อย รู้ใช่มั้ยว่าตอนหน้าต้องเจอกับอะไร

ตอบบบบบ

ฮ่าาาาาาา // ปล่อยมันไปมันบ้า

อีกไม่นานทุกอย่างจะคลี่คล้าย สัญญาาาาาา

รักคนเสมอ แม้ว่าเราไม่ได้พบกัน

 

แจกันตอนหน้า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว