email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอน 6 สหายธรรมทั้งห้า

ชื่อตอน : ตอน 6 สหายธรรมทั้งห้า

คำค้น : รัก โรแมนติก จีนโบราณ ย้อนยุค ฮาเร็ม

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 177

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2563 18:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 6 สหายธรรมทั้งห้า
แบบอักษร

[เจ้าคิดจะทำอะไรหรือสาวน้อย] เสียงเย็นเยียบข่มขู่ดังอยู่ใกล้ตัว หมิงเหม่ยซิงตกใจจนตัวสั่น ปีศาจสาวต้องเข้าใจว่านางตั้งใจจะเปิดโปงเป็นแน่  

“ข้าแค่อยากลองปลุกเขา” นางแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ลมกระแทกหน้าเมื่อครู่ยังรู้สึกชาหนึบเหมือนโดนเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงพร้อมๆ กัน นางยกมือลูบแก้มป้อยๆ 

[ขอเพียงเจ้าทำตัวดีๆ เขาจะยังมีพรุ่งนี้เช้า] ลี่จื่อเหยาวางอำนาจ จากนั้นก็เริ่มเดินไปมาพลางพูด [ข้าจะออกไปเสาะแสวงหาวิธีสลับคืนวิญญาณ ระหว่างที่ข้าไม่อยู่อย่าเผลอให้ใครรู้เรื่องของเราเป็นอันขาด ข้าไม่ต้องการเสียเกียรติในสายตาพวกเขาเข้าใจหรือไม่ ถ้าพวกเขารู้ว่าข้าพ่ายแพ้ให้แก่เด็กสาวหลังเขาทันทีที่โดนฝ่ามือของนางซัด ข้ายังจะมีหน้าเป็นเจ้าสำนักปกครองบุรุษของข้าได้อย่างไร]  

เป็นอย่างที่นางคิดจริงเสียด้วย ปีศาจสาวตนนี้กลัวเสียหน้าเป็นที่สุด! 

“เจ้าค่ะ” นางตอบเพราะคร้านจะพูดอะไรแล้ว วันนี้เหนือยเหลือเกินพอได้กลับมาอยู่ใกล้ศิษย์พี่นางก็ง่วงขึ้นมาทันที  

[ข้าไปละ] ลี่จื่อเหยาเห็นเด็กสาวไม่สนใจ ก็เชิดหน้าหนี สะบัดมือหนึ่งครั้งวิญญาณของนางก็หายวับไป 

หมิงเหม่ยซิงในร่างปีศาจผู้งดงามเย้ายวนถึงกับถอนหายใจออกมายาวๆ เอ่ยเสียงเบาอย่างเหนื่อยล้า “ศิษย์พี่เหลือแค่เราแล้ว...พรุ่งนี้ท่านต้องตื่นมาอยู่เป็นเพื่อนข้านะ” นางเอื้อมมือเล็กๆ ไปกอบกุมมือของเขาไว้ ก่อนจะซบหน้าลงกับเตียงและผล็อยหลับไปทันที  

 

หมิงเหม่ยซิงรู้สึกตัวในยามเฉิน[1] เมื่อฝ่ามือหนาที่กอบกุมไว้ทั้งคืนมีความเคลื่อนไหว นางเงยหน้ายืดตัวขึ้นด้วยความดีใจ บีบมือเขาแรงๆ ร้องเสียงดัง “ท่านรู้สึกตัวแล้วหรือ” 

เปลือกตาของต้าหลงที่ยังปิดสนิทเริ่มมีการเคลื่อนไหวมองเห็นคล้ายลูกตาด้านในกำลังกลอกกลิ้งไปมาอย่างแรง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแน่น เหงื่อเม็ดเล็กพลันผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย หมิงเหม่ยซิงยกแขนเสื้อขึ้นซับใบหน้าซีดเซียวของเขาเบาๆ ต้าหลงเริ่มกระสับกระ ส่ายก่อนยันตัวพรวดขึ้นมาตะโกนลั่น “ซิงเอ๋อร์!” 

หมิงเหม่ยซิงแม้จะตกใจแต่ก็แอบดีใจที่ศิษย์พี่ร้องหานาง นางอดที่จะเผลอยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ “ท่านฟื้นแล้ว”  

ต้าหลงที่เพิ่งฟื้นคืนสติกำลังนั่งหอบหายใจแรง หันขวับมองไปทางต้นเสียง ก่อนจ้องปีศาจสาวตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกโตคับแค้นและไม่พอใจ  

“ศิษย์น้องของข้าอยู่ที่ใด!” เขาคำรามถามนางในทันที 

“ตายแล้ว” หมิงเหม่ยซิงกลืนน้ำลายลงคอก่อนตอบเบาๆ  

“เจ้าฆ่านางหรือ!” ต้าหลงคว้าสาบเสื้อของนางกระชากเข้ามาถามอย่างเกรี้ยวกราด หมิงเหม่ยซิงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าศิษย์พี่ที่เงียบขรึมขี้อายของนางนั้นจะมีอารมณ์รุนแรงถึงเพียงนี้ นางหน้าซีดตัวสั่น  

“ข้าถามว่าเจ้าฆ่านางหรือ ตอบ!” เขาตะคอกใส่หน้านางอย่างหยาบคายอีกครั้ง หญิงสาวในอาภรณ์แดงไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร จึงได้แต่พยักหน้าช้าๆ  

พริบตานั้นร่างของนางก็ถูกผลักจนกระเด็นไปไกล คอเสื้อนางแบะออกเผยให้เห็นเอี๊ยมชั้นในที่ทำจากผ้าบางสีขาว แทบจะมองทะลุไปถึงไหนต่อไหน ภาพของนางยามนี้สามารถทำให้บุรุษในใต้หล้าหยุดหายใจอย่างไม่ยากเย็น นางคือปีศาจสาวพราวเสน่ห์ผู้มีใบหน้าและเรือนร่างเย้ายวนโดยแท้ 

ต้าหลงก้าวยาวๆ เข้ามาประชิดตัวนาง เขาคงเป็นคนซื่อบื้อคนหนึ่ง แทนที่จะชื่นชมถนอมความงดงามตรงหน้า ต้าหลงกลับกระชากปิดสาบเสื้อของนางจนมิดชิด ก่อนจะเลื่อนมือหนาไปบีบคอนางอย่างไม่ผ่อนแรง 

“ลักพาตัวข้าก็แล้วไปเถิด เหตุใดต้องฆ่านางด้วยเล่า! นางออกจะบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้น! นางกำลังจะบวชเป็นแม่ชีน้อยเจ้ารู้หรือไม่!” ต้าหลงทั้งเขย่าทั้งบีบคอ เขาไม่มีสติแล้ว  

‘ผัวะ’ ร่างของต้าหลงถูกฝ่าเท้าข้างหนึ่งถีบจนกระเด็นกลิ้งไป ในที่สุดคอของหมิงเหม่ยซิงก็ได้รับอิสระ  

“ทำร้ายท่านเจ้าสำนักของเราหรือ!” เสียงกร้าวของบุรุษผู้หนึ่งปราดเข้ามายืนตระหง่านอยู่เหนือร่างของต้าหลง  

ภาพเบื้องหน้าของหมิงเหม่ยซิงคือ แผ่นหลังสูงใหญ่ให้ความรู้สึกมั่นคง ช่วงไหล่หนาเอวสอบ ผมยาวประมาณกลางหลังสีดำสนิท ครึ่งหนึ่งถูกมัดรวบไว้ด้วยผ้าสีดำเส้นยาวอย่างไม่พิถีพิถันนัก แม้จะสวมอาภรณ์เนื้อหยาบหนาสีดำไม่ประณีตเช่นคนอื่นๆ ทว่าแผ่นหลังทรงเสน่ห์นี้กลับแผ่กลิ่นอายของบุรุษดิบเถื่อนออกมา 

เขายกเท้าเหยียบลงบนอกของต้าหลงแรงๆ อีกหนึ่งครั้ง ขู่กระโชกโฮกฮาก “อย่าได้คิดร้ายต่อท่านเจ้าสำนักอีก!”  

ขณะที่นางเงยหน้ามองภาพตรงหน้าอย่างตะลึงงัน ร่างนุ่มนิ่มของนางก็ถูกอ้อมแขนหนึ่งพยุงไว้ จมูกพลันได้กลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้โชยมาจากกายเขา แม้แต่กลิ่นก็ยังหรูหรายิ่ง 

“ท่านเจ้าสำนักคงหิวแล้วกระมัง” หมิงเหมยซิงเอียงหน้ามองบุรุษผู้มาใหม่คนนี้ ร่างกายของเขามีรัศมีของผู้ทรงอำนาจแผ่กำจายออกมา เขาสวมใส่อาภรณ์สีม่วงหรูหราแบบผู้สูงศักดิ์ ใบหน้าหล่อเหลาคมชัดทุกสัดส่วน ทว่าดวงตาคู่คมหางหงส์กลับหลุบต่ำอยู่ตลอดเวลา ยากแก่การอ่านความคิดจากดวงตาคู่นั้น ไม่มีรอยยิ้มระบายบนใบหน้าและไม่เผยความรู้สึกใดๆ 

เขาพยุงนางตรงไปเรือนรับรองกลางของสำนักเพื่อกินอาหารเช้า ตลอดทางบุรุษผู้นี้ไม่ยอมเอ่ยวาจาใดๆ จนบรรยากาศชวนให้อึดอัดยิ่ง ในที่สุดนางก็ตัดสินใจทำลายความเงียบ  

“ทิ้งบุรุษผู้นั้นไว้กับต้าหลงจะไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ” 

“ท่านเจ้าสำนักจำได้ว่าบุรุษผู้มาใหม่ชื่อต้าหลง แต่กลับเรียกสหายธรรมคนเก่าว่า ‘บุรุษผู้นั้น’ ท่านคิดว่าเรื่องนี้เหมาะสมหรือไม่” เขาเอ่ยเสียงเรียบใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มจนนางไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังถูกตำหนิอยู่หรือเปล่า  

“สือโถวเพิ่งเข้าสำนักมาได้สามเดือน ท่านเจ้าสำนักจำเขาไม่ได้ก็คงไม่น่าเสียใจเท่าใด ตัวข้าอ๋องผู้นี้ติดตามท่านเจ้าสำนักมาสิบห้าปีแล้ว...ได้แต่หวังว่าท่านจะยังจำข้าได้”  

นางร้องว่าแย่แล้ว ปีศาจสาวทิ้งนางไปเฉยๆ โดยไม่บอกเลยว่าสหายธรรมที่เหลือมีใครบ้าง! นางได้แต่เม้มปากแน่น   

“หลันเยวี่ย! รอข้าด้วย” เสียงตะโกนเรียกมาจากด้านหลัง บุรุษรูปงามเจ้าของกลิ่นกายดอกกล้วยไม้ชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมองสือโถวที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา หมิงเหม่ยซิงระบายรอยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจยกมือลูบอก อย่างน้อยนางก็รู้แล้วว่าบุรุษที่เรียกตนเองว่า ตัวข้าอ๋องผู้นี้ มีนามว่า หลันเยวี่ย! 

“ท่านจะพาเจ้าสำนักไปกินข้าวหรือ ข้าไปด้วย” สือโถวพูดไปพลางหอบไปพลาง ก่อนจะลอบมองหน้านางแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาเสียเฉยๆ เขายกมือขึ้นปิดปากกระแอมไอ  

หมิงเหม่ยซิงเพิ่งเห็นใบหน้าของสือโถวผู้นี้ใกล้ๆ นับได้ว่าเขาคือบุรุษวัยฉกรรจ์รูปงามผู้หนึ่ง อายุน่าจะเกินยี่สิบปีแล้ว ดวงหน้าสดใส ริมฝีปากหนาระบายรอยยิ้มอย่างใสซื่อ คิ้วคมเข้ม จมูกโด่งรับกับโครงหน้าที่คมชัดโดยเฉพาะสันกราม รูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เมื่อยืนใกล้ๆ กัน ส่วนสูงของเขาก็ไล่เลี่ยกับหลันเยวี่ย นั่นคือสูงกว่านางเกินช่วงหัว เสื้อนอกเนื้อหยาบสีดำของเขาหลุดลุ่ยมองเห็นแผงอกแข็งแรงด้านใน ผิวของเขาสีสวยแบบชาวบ้านตีนเขาที่โดนแดดอยู่เป็นนิจ...หรือเขาจะเป็นบุตรชายของแม่เฒ่าที่ขึ้นมาร้องเรียนว่าถูกปีศาจสาวลักพาตัวไป 

แต่บุรุษตรงหน้ามองอย่างไรก็ไม่เหมือนคนถูกลักพาตัวสักนิด  

ขณะที่หมิงเหม่ยซิงพิจารณาใบหน้าของสือโถวอยู่นั้น เสียงของหลันเยวี่ยก็ดังขึ้น “มองหน้าอกสหายธรรมผู้หนึ่งต่อหน้าสหายธรรมอีกผู้หนึ่ง เหมาะสมหรือไม่ท่านเจ้าสำนัก” ตอนนี้กลายเป็นว่าใบหน้าของหมิงเหม่ยซิงแดงก่ำตามสือโถวไปแล้ว ท่านอ๋องผู้นี้นับเป็นอะไร ทำไมถึงพูดจาไม่ไว้หน้านางเลย 

 

[1] ยามเฉิน 07.00 น. - 08.59 น.

 

เปิดตัวหนุ่มๆ ในฮาเร็มอีก 2 คนน้าาาา หลันเยวี่ย กับ สือโถว ><

 

เรื่องนี้เป็นนิยายสั้นลงไม่จบนะคะ จะลงแค่ 50-60% สนใจก็อุดหนุนได้ที่ meb เลยค่าาา

ปีศาจสาวเจ้าของฮาเร็มเล่ม 1 

ตอนนี้จัดโปรอยู่นะคะ 59 บาทเท่านั้น เหลืออีกสิบวันค่ะ (สิ้นเดือนออกเล่ม 2 จ้า)

ขอบพระคุณที่สนับสนุนน้าาาา

ความคิดเห็น