email-icon

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ

เริ่มต้นแผนการ

ชื่อตอน : เริ่มต้นแผนการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 23:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เริ่มต้นแผนการ
แบบอักษร

ตอนที่23:เริ่มต้นแผนการ 

กลางคืนที่ดึกสงัดในห้องบรรทมตำหนักหลันซื่อนั้นได้มีเงาดำมืดค่อยๆคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ แต่เจ้าเงาดำมืดนั้นต้องหยุดชะงักลงทันทีที่มันก้าวเข้ามาในห้องบรรทมชั้นใน เพราะมันรู้สึกถึงรังสีอำมหิตจากทางด้านหลังของมัน พร้อมทั้งความเย็นจากคมกระบี่ที่กำลังจ่อคอน้อยๆของมันอยู่แล้วเสียงที่เยือกเย็นเสียงหนึ่งได้ดังขึ้นเหนือศรีษะของมัน

"เจ้าไปไหนมา?"

มันกางม่านพลังแล้วค่อยๆหันไปอย่างช้าๆแล้วก็ได้สบเข้ากับแววตาที่เยือกเย็นนั้น

"ข้าเพียงแต่ออกไปสำรวจภายนอกตำหนักและเมืองหลวงมา ตั้งแต่ข้ามาถึงที่นี่ยังไม่ได้ออกไปดูลู่ทางด้านนอกเลย"

"ทั้งๆที่เจ้านายของเจ้าเป็นเช่นนี้อย่างนั้นหรือ?"

หลิวอี้ถามขึ้น

"ข้ารู้ว่าท่านไม่เป็นอันใดมากอีกอย่างยังมีท่านอ๋องดูแลท่านอยู่ ข้าอยู่ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมิสู้เอาเวลาไปสำรวจดูด้านนอกเพื่อช่วยเหลือท่านมิดีกว่าหรือ"

เสี่ยวถังไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรว่าแท้จริงแล้วมันจงใจหนีไป เพราะว่ามันไม่รู้ว่าความทรงจำส่วนไหนของนายหญิงที่ตื่นขึ้นถ้าเกิดว่านายหญิงรู้ว่ามันใช้พลังเพื่อกระตุ้นความทรงจำของนายหญิงมันต้องตายแน่ๆ ที่มันกลับมาตอนนี้เพราะคิดว่านายหญิงหลับไปแล้ว พอพรุ่งนี้เช้าโทสะของนายหญิงนั้นคงจะสงบลงแล้ว แต่มันคิดผิดไป..ดูได้จากกระบี่มุกมรกตที่จ่ออยู่ที่คอน้อยๆของมัน

"ช่างหาข้อแก้ตัวได้ดีเสียจริง ไม่ติดที่ว่าข้ายังต้องใช้งานเจ้าไม่งั้นข้าคงจะตัดหัวของเจ้าไปให้สุนัขแทะเล่นเสียแล้ว"

หลิวอี้ยังกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น จนเสี่ยวถังค่อยๆกล่าวกับนางอย่างระวังเพราะไม่รู้ว่านางนั้นรู้หรือไม่ว่ามันใช้พลังกับนาง

"นายหญิงข้าทำทุกอย่างก็เพื่อท่าน ข้าว่าเรามาพูดคุยกันดีๆดีหรือไม่ ท่านเอากระบี่ออกจากคอของข้าก่อน ถ้ามีใครมาเห็นเข้าจะทำเช่นไรเรื่องกระบี่นี้จะให้ผู้ใดรู้ไม่ได้เป็นอันขาด"

หลิวอี้ได้ยินดังนั้นก็ชักกระบี่ออกจากคอน้อยๆของเสี่ยวถังพร้อมทั้งพูดขึ้น

"ทีอย่างนี้มาเรียกข้าว่านายหญิงเมื่อก่อนยังปากเก่งกับข้าอยู่เลย มันเป็นของข้าเหตุใดต้องหลบซ่อนหากผู้ใดกล้ามาแย่งมันไปจากข้า ข้าจะเอาเลือดของมันผู้นั้นมาล้างกระบี่ของข้าเสีย"

แล้วหลิวอี้ก็เก็บกระบี่เข้าฝักไป เสี่ยวถังที่ได้ฟังดังนั้นถึงกับขนลุกทั้งตัว แล้วจึงแสร้งถามขึ้น

"นายหญิงท่านเป็นอันใดไป?"

"ข้าจดจำได้แล้วว่าข้าเกือบดับสูญได้อย่างไร สิ่งที่ข้าจดจำได้นั้นในความทรงจำของเจ้าก็หาได้มีไม่ เพราะฉะนั้นข้าจะมัวเสียเวลาเมตตาสัตว์โลกอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดข้าจะต้องกลับขึ้นไปสะสางหนี้แค้นนี้ให้ได้"

หลิวอี้บอกแก่เสี่ยวถังพร้อมทั้งจับกระบี่ของนางแน่นขึ้นไปอีก

"นายหญิงเหตุใดความทรงจำของท่านถึงกลับมา?"

เสี่ยวถังทำเป็นไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น

"ข้าก็ไม่รู้อาจเป็นเพราะข้าดูเรื่องราวต่างๆผ่านความทรงจำของเจ้ามากเกินไปจึงทำให้ข้าจดจำมันขึ้นมาได้ แต่ว่าข้าจดจำได้เพียงเหตุการณ์ก่อนที่ข้าจะถูกจื่อหยางแทงกระบี่ลงที่อกข้าเท่านั้น"

นางกล่าวพร้อมทั้งนั่งลงบนเตียง

"อืมอาจเป็นเช่นนั้น"

เสี่ยวถังตอบนาง

"มันช่างเป็นความทรงจำที่เจ็บปวดเหลือเกิน ข้ายังจดจำถึงความรู้สึกของตนเองในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี เหมือนมันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้"

หลังจากที่หลิวอี้พูดจบน้ำตาของนางได้ไหลออกมา แต่สีหน้าและแววตาของนางกลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แล้วนางก็ยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาแห่งความแค้นนี้พร้อมกับหันหน้าไปพูดกับเสี่ยวถัง

"เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ข้าจะไม่เกี่ยงวิธีการ ไม่ว่าอย่างไรจุดมุ่งหมายของข้าก็มีเพียงหนึ่ง"

"นายหญิงท่านคิดได้เช่นนี้ช่างดียิ่งก่อนอื่นท่านต้องได้ใจท่านอ๋องให้ได้"

"ข้าทำไปแล้วส่วนจะได้ใจเขาหรือไม่ข้าไม่อาจรู้ได้ แต่ข้าได้ตัวเขาแล้วการได้ใจเขาคงไม่ยากเย็นนัก"

"นายหญิงท่านหมายความว่าท่านกับเขานั้น.....กันแล้วอย่างนั้นหรือ?"

"ก็คงจะอย่างนั้นข้าจำไม่ได้ตอนนั้นข้าเมามาก ตื่นขึ้นมามันก็เหมือนกับว่าข้ากับเขาเป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์แล้ว"

"หาา!! ท่านจำสิ่งใดไม่ได้เลยเช่นนั้นหรือ? แล้วหลังจากนั้นเขาก็มิเคยแตะต้องท่านอีกเลยหรือ?"

"ก็ไม่เชิงมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ข้าแต่งเข้ามา ตอนเจ้าไม่อยู่พวกเราก็แตะเนื้อต้องตัวกันนิดหน่อย"

"อย่างไร?"

เสี่ยวถังถามต่อหลิวอี้จึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เสี่ยวถังฟังพอมันฟังจบก็ตกใจ

"นายหญิงท่านได้ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อแล้ว"

"ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกันเล่า คืนพรุ่งนี้เขาก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนข้าอีก"

"อย่างนี้ต้องให้ข้าสอนที่ท่านทำไปทั้งหมดยิ่งทำให้เขาระแวงท่านมากกว่า ท่านเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเช่นนั้นมันเร็วเกินไปท่านต้องค่อยเป็นค่อยไป"

"อย่างนั้นหรือ?"

"พรุ่งนีี้ข้าจะสอนท่านเองวันนี้ดึกมากแล้วท่านควรพักผ่อนก่อน"

"ไม่ได้ข้าพักมามากพอแล้วอีกอย่างวรยุทธ์ของข้าก็ไม่ก้าวหน้าไปไหน กำลังภายในก็แทบจะไม่มีข้ามีแต่ความว่องไวกับวิธีใช้กระบี่ที่มาจากสัญญาเก่าเท่านั้น เจ้าต้องสอนข้าข้ารอให้วันคืนผ่านไปเรื่อยๆไม่ได้อีกแล้ว"

"แต่ว่าข้า.."

พอเสี่ยวถังจะพูดต่อหลิวอี้ก็พูดขัดขึ้น

"ไม่มีแต่ข้าเป็นเจ้านายของเจ้า เจ้าต้องทำตามที่ข้าสั่ง"

มันเลยต้องจำใจสอนเจ้านายของมัน

"งั้นช่วยลองฝึกเดินลมปราณที่ท่านฝึกก่อนหน้านี้ให้ข้าดูหน่อย"

"ได้"

หลิวอี้ได้โคจรลมปราณตามแบบที่นางอ่านมาจากตำราที่นางหาเจอที่จวนตระกูลกวงให้เสี่ยวถังดู จากนั้นไม่นานนางก็กระอักเลือดออกมาเช่นเคยเสี่ยวถังเห็นดังนั้นจึงกล่าวกับนาง

"ท่านใจร้อนเกินไป พลังที่แข็งแกร่งของมนุษย์นั้นเกิดจากลมปราณที่แข็งแกร่ง โดยกำหนดลมหายใจท่านที่ไม่เคยมีลมหายใจจะไปทำอย่างนั้นได้เช่นไร แค่ท่านหายใจยังไม่ถูกต้องเลยยังคิดจะโคจรลมปราณอีก ถ้าฝึกแบบนี้สิบปีก็ยังไม่ก้าวหน้า"

"แล้วข้าต้องทำเช่นไร?"

นางกล่าวพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาเช็ดเลือดที่มุมปาก

"ก่อนอื่นท่านต้องกำหนดลมหายใจให้ถูกต้องเสียก่อน สัมผัสถึงลมหายใจของตนแล้วหายใจให้เป็นจังหวะเดียวกันอย่างต่อเนื่อง"

หลังจากนั้นนางก็ได้ทำตามที่เสี่ยวถังบอกอยู่ครู่ใหญ่ จนเสี่ยวถังบอกให้นางกำหนดลมหายใจสัมผัสลมปราณจากจุดตันเถียนขึ้นมาแล้วค่อยๆโคจรไปทั่วร่าง ความรู้สึกของมันเหมือนกับประตูพลังของแต่ละจุดได้เปิดออกและนางก็สัมผัสถึงมันได้ จนเหงื่อเย็นผุดขึ้นทั่วร่างของนางนางจึงหยุดลง

"ข้าทำได้แล้ว"

นางกล่าวอย่างดีใจ

"อย่าเพิ่งดีใจไปนี่เป็นเพียงขั้นต้นเท่านั้น ท่านต้องโคจรพลังปราณให้แข็งแกร่งจนถึงขั้นดึงมันออกมาใช้ภายนอกได้ ต่อให้ไม่มีกระบี่วิเศษท่านก็จะแข็งแกร่งอย่างแน่นอน ข้าจะสอนเคล็ดวิธีให้ท่านอีกด้วยหากท่านสำเร็จวิชานี้ ต่อให้ท่านไปแคว้นหานก็มีน้อยคนในแคว้นหานที่เป็นคู่ต่อสู้ของท่านได้ ท่านจะถือว่าเป็นยอดคนของที่นั่นเลยล่ะ"

หลิวอี้ได้ฟังดังนั้นก็เกิดความสงสัยว่าทำไมเสี่ยวถังถึงพูดถึงแคว้นหาน

"แคว้นหานคือที่ใด? เหตุใดเจ้าถึงกล่าวถึงแคว้นหาน"

"แคว้นหานก็คือแคว้นที่อยู่ติดกับทางตอนเหนือของแคว้นเป่ยน่ะสิ เห็นหรือยังว่าการที่ข้าออกไปสำรวจเมืองหลวงมันเป็นประโยชน์แก่ท่านแค่ไหน"

"แล้วเหตุใดข้าต้องไปที่แคว้นหาน หรือว่าเทพเฮยหลงจะอยู่ที่นั้น?"

"เรื่องนี้ข้ายังไม่อาจรู้ได้ ถ้าข้าไม่อาจหาเขาพบในแคว้นเป่ยได้ที่หมายต่อไปก็คือแคว้นหาน ซึ่งที่นั้นแตกต่างจากแคว้นเป่ยเป็นอย่างมาก ที่นั้นผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอดไม่เหมือนกับแคว้นเป่ยที่ผู้มีความรู้อยู่เหนือผู้มีพลังยุทธ์ แต่ก็คงอีกนานกว่าที่พวกเราจะเดินทางไปทั่วแคว้นเป่ย ท่านไม่ต้องกังวลไปท่านยังมีเวลาฝึกฝนอีกนาน"

"ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าข้าต้องเดินทางออกนอกแคว้นเป่ยแห่งนี้ เพราะแม้แต่ข้างนอกกำแพงของวังแห่งนี้ข้าก็ยังไม่รู้เลยว่ามันเป็นเช่นไร สิ่งที่ข้าทำลงไปทำให้ข้าต้องมาชดใช้กรรมในโลกมนุษย์นี้ก็สาสมแล้ว ข้าทรยศเทพเฮยหลงจื่อหยางก็ทรยศข้าเช่นเดียวกับที่ข้าทำกับเทพเฮยหลง"

เสี่ยวถังได้ยินดังนั้นมันจึงถามขึ้นด้วยความตกใจ

"ท่านหมายความว่าเขาไม่เพียงหลอกใช้ความรักของท่าน เขานั้นยังมีใจให้หญิงอื่นอีกด้วยอย่างนั้นหรือ?"

"ใช่ เขาไม่เพียงหลอกใช้ข้าเขายังบอกกับข้าว่าเขาไม่เคยรักข้า หัวใจของเขาอยู่ที่นาง…นางคือคนที่เขารัก ข้าอยากจะรู้นักว่าเทพหญิงนางนั้นเป็นใคร"

"เรื่องนี้ช่างซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด"

มันต้องรายงานเรื่องที่มันรู้ให้เทพหลี่เหอรู้เสียแล้ว

"ด้วยเหตุนี้ข้าจึงอยากจะรีบขึ้นไปเจ้าเข้าใจหรือไม่?"

"ท่านไม่ต้องห่วงพอท่านขึ้นไปบนสวรรค์โลกมนุษย์จะเทียบอะไรได้มันก็เหมือนกับฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น"

"จริงของเจ้าข้าควรจะค่อยเป็นค่อยไปเพราะว่าเวลาบนโลกมนุษย์เมื่อเทียบกับบนสวรรค์ก็เหมือนฝันตื่นหนึ่ง"

"เพราะฉะนั้นท่านในตอนนี้อยู่ใต้ปีกของหลงอ๋องย่อมดีที่สุด เรายังต้องพึี่งพาเขาอีกมากท่านต้องเอาหัวใจของเขามาให้ได้คือเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ส่วนเรื่องแคว้นหานเป็นเรื่องไกลตัว"

"นั่นสินะ"

"เช่นนั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ข้าจะสอนท่านยั่วยวนเขาเอง"

"อืม เจ้าก็เช่นกันพักผ่อนเสียพรุ่งนี้ข้าจะหาของอร่อยให้เจ้ากิน"

หลิวอี้กล่าวจบก็ล้มตัวลงนอนทั้งอย่างนั้นด้วยความเหนื่อยอ่อน

นายหญิงท่านต้องรักเขาให้มากจนเหมือนเป็นความฝันที่ท่านไม่อยากตื่นขึ้น ข้าจะช่วยต่อวาสนาของพวกท่านทั้งสองให้ได้ข้าขอโทษที่ต้องหลอกลวงท่านเช่นนี้ 

เสี่ยวถังได้เพียงแต่คิดในใจ

. 

. 

. 

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ ขอบคุณที่ทุกคนยังไม่ทิ้งกันแล้วยังรอติดตามตอนต่อไปอยู่ ตอนหน้ามาดูว่านางเอกจะยั่วยวนพระเอกยังไง แล้วมาหาคำตอบกันว่าใครเป็นคนทำร้ายนางเอก 

ความคิดเห็น