ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : NUMBER 3 Downfall part 2

คำค้น : สมุทร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2563 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
NUMBER 3 Downfall part 2
แบบอักษร

NUMBER 3 Downfall part 2

               “ฮึก...อึ่ก...ฮือออ...”

               ขณะที่ผมกำลังนั่งขดอยู่กับที่ ผมสะอื้นสุดเสียงเพราะความรู้สึกที่มันอัดอั้นอยู่ในอก ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองน่าขยะแขยงขนาดนี้มาก่อนเลย สัมผัสตอนที่มันลูบคลำ ตอนที่ถูกสอดใส่

               กึ้ด

               ผมขบกลีบปากตัวเองจนรู้สึกแสบ รสปร่าของแผลเล็กๆจากฟันคมที่ขบกับกระพุ้งแก้มกระจายไปทั่วปากของผม แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้สงบสติอารมณ์ มือหนาของใครบางคนก็กระชากแขนให้ผมเงยหน้าซบกับอกของเขา กลิ่นเหงื่อโชยเข้าจมูกในทันที

               “ร้องไห้ทำไมละครับ? เดี๋ยวพี่ซับน้ำตาให้นะครับ”

               เสียงทุ้มของคนหนุ่มวัยทำงานที่ผมไม่เคยเห็นหน้า มืออีกข้างของเขาลูบเข้าที่ข้างแก้มและบาดน้ำตาของผมออกจากแก้ม ผมชักสีหน้าฉงนและผงะถอยหลัง ผมยังช๊อกกับเรื่องเมื่อกี้ไม่หาย ตอนนี้ผมต้องเบิกตากว้างเพราะความตกใจ แน่นอนว่ามันเกิดคำถามมากมายในหัว

               “คนเมื่อกี้มันรุนแรงมากไปเหรอ? เดี๋ยวพี่จะทำเบาๆนะ”

               “ทำอะไร ปล่อยกู...”

               ผมทั้งผลักทั้งดัน ภาพที่เบลอๆเพราะน้ำตามันเริ่มชัดขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นความกลัวที่กัดกินความรู้สึกของผมให้ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง แม้ผมจะอยู่ในสภาพที่ไม่น่ามีแรง ขาสั่นๆที่อ้ากว้างจากความเจ็บที่หลงเหลือทำให้ผมไม่อาจก้าวขยับได้ง่ายๆ ยิ่งสะดีดสะดิ้งก็ยิ่งสะเทือนแผลเก่า

               “แหมๆ แบบนี้หรือเปล่า ไอ้คนเมื่อกี้มันเลยรุนแรงด้วย”

               ฟลุบ

               ร่างของผมถูกดันให้เอนกายล้มลงไปนอนราบกับโต๊ะ ชายแปลกหน้าในชุดทำงานออฟฟิตแสดงสีหน้าหื่นกามใส่ชัดเจน มือหนาเริ่มกระชับมือที่จับแขนของผม กดเอาไว้กับโต๊ะอ่านหนังสือที่ควรจะเอาไว้ใช้อ่านหนังสือ ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร เขาก็แทรกกายเข้ามาระหว่างขา ใช้มือแกะเข็มขัดและควักเอาส่วนแข็งขืนออกมาโชว์หรา

               ม่านตาของผมเบิกกว้างพร้อมกับดีดขาถีบเข้าที่ยอดอกของเขา ด้วยสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ของผมหลังจากถูกกระทำชำเราอย่างหนัก แรงที่ใช้ขัดขืนมันจึงน้อยนิดจนกลายเป็นเหมือนผมสมยอม การถีบของผมนั้นไม่สามารถทำอะไรคนที่คลั่งกามตรงหน้าได้เลย

               สวบ

               “อ๊าห์...ซี้ดดด แน่นสัด หืมมมม สมราคาคุยจริงๆ หืมมมม”

               ผมกัดฟัน สองมือดันหน้าเขาไม่ให้เอาใบหน้าหื่นกามนั้นเข้าใกล้ผม แม้ตอนนี้ภาพที่ผมเห็นจะเบลอเพราะหยาดน้ำตาที่บดบังภาพตรงหน้า สัมผัสน่ารังเกียจบุกรุกเข้ามาในตัวผมอีกครั้ง ผมรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดเมื่อแก่นกายของเขาครูดกับร่องสวาทของผม

               แม้ผมจะรู้ตัวว่าเมื่อถูกกระทำจากช่องทางด้านหลังก็ทำให้ผมเสียวได้เมื่อเร็วๆนี้ แต่ก็ใช่ว่าผมจะมีอารมณ์ร่วมกับใครก็ได้ น้ำตาของผมนองหน้ายามเรี่ยวแรงหายไปหมด

               ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ

               ผิดกับคนตรงหน้าที่แยกขาของผมออกและโถมกายกระแทกกระทั้นเข้ามาในกายผมจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ความเสียวซ่านไม่มีเหลือ ทุกครั้งที่เขาขยับกายเข้าออกมันมีแต่ความเจ็บปวด ความขยะแขยง นี้มันฝันร้ายของผม ผมอยากจะให้มันเป็นแค่ความฝันเหมือนกัน

               “อ๊าห์ สูดดด ขอพี่หอมหน่อยสิครับ เร็วเข้า จะแตกแล้ว”

               คำพูดลามกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระเส่าตามกามารมณ์ที่เขามี ร่างกายของผมไม่ได้สร้างมาเพื่อรองรับความรุนแรงพวกนี้

               “ฮึก ฮือออ ปล่อยกู”

               ยิ่งผมขัดขืน ผมก็ยิ่งถูกเขารุกเข้ามา ซุกซบที่ซอกคอด้วยใบหน้าหื่นกามที่ผมหลบยังไงก็ไม่พ้น ยิ่งเขาได้กลิ่นตัวของผม เขาก็ยิ่งกดแขนผมเอาไว้กับโต๊ะแรงขึ้น ถึงสีผิวของผมจะไม่ได้ขาวขนาดที่บีบนิดบีบหน่อยก็จะฟกช้ำดำเขียว แต่นี้มันแรงควายบวกกับแรงที่ผมใช้ขัดขืน ผมก็เลยตัวเขียวเป็นจ้ำไปหมด

               เสียงสะอื้นของผมดังคลอสลับกับเสียงครางภายในลำคอด้วยความเจ็บปวด มันคงจะทำให้เขาเกิดอารมณ์มากขึ้น ถึงได้เอาแต่ก้มหน้าก้มตากระหน่ำสะโพกสอยใส่ไม่ยั้ง เขาคงถูกใจร่างกายของผมมากถึงได้ลูบคลำไปทั่ว บีบขยำหน้าอกของผมจนรู้สึกเจ็บ ยิ่งทำให้ผมเกลียดที่จะถูกสัมผัสมากเข้าไปอีก

               “อ๊าห์ ซี้ดดด อาห์”

               พรวด

               ไอ้ความร้อนอุ่นที่ฉีดพ่นเข้ามาในร่างทำเอาผมกัดปากตัวเองจนได้เลือด รู้สึกชาที่กลีบปากก่อนที่จะได้ลิ้มรสชาติปร่าของเลือด เขาถอดถอนแก่นกายออกจากร่างของผม ปล่อยมือจากผมให้เป็นอิสระ ผมแทบยืนอยู่ไม่ได้ไหลลงไปกองอยู่กับพื้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

               “ฮึก...ฮืออออ...”

               ผมหยุดสะอื้นไม่ได้เมื่อศักดิ์ศรีของผมถูกย่ำยีจากคนที่ผมไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขานั่งยองๆลงตรงหน้าผมพร้อมส่งมือมาลูบที่หัวไหล่ของผมหนักๆ

               “อะ นี้ทิป”

               แบงค์สีเทาสองใบถูกเหน็บเอาไว้ใส่กระเป๋าเสื้อนักเรียนที่ไม่ได้ถูกถอดออกไปทั้งหมด เพราะสภาพแบบนั้นแหละถึงได้กระตุ้นอารมณ์ไอ้ตัวผู้หื่นกามได้ดีนัก ผมควักเงินในกระเป๋าแล้วกำเอาไว้แน่น มองทะลุม่านตาที่ทำให้ภาพเบลอเห็นแผ่นหลังของไอ้เลวนั้นเดินออกจากห้องสมุดไป

               ประตูห้องสมุดเปิดค้างเอาไว้แบบนั้น ก่อนที่เงาเลือนลางจะปรากฏอีกครั้ง ผมถึงกับผงะถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก จากเงาดำที่ยืนค้ำหัวและภาพเบลอๆจากคนสายตาสั้นอย่างผมรู้ได้ว่าคนตรงหน้าร่างหนาเกินกว่าจะเป็นผู้หญิง

               “ฮึก...ฮึก...”

               ผมหายใจไม่ทันจนกลายเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้นไห้จนตัวโยน เขาย่อและโน้มหน้าเข้ามาหาผม ใบหน้าที่คุ้นตาและสีหน้าที่แฝงไปด้วยความอนาถ มือหนาลูบเข้าที่แก้มบาดน้ำตาขณะที่ผมผงะถอยหลังและหวาดระแวง เมื่อความกลัวเข้ามาแทนที่ น้ำตาก็แห้งเหือดก่อนที่ภาพตรงหน้าจะชัดขึ้น

               “ครู...”

               ผมไม่มีความโล่งใจใดๆทั้งสิ้นเมื่อเห็นหน้าอาจารย์ที่สอนวิชาพละ เขาคือคนหนึ่งที่เคยกระทำชำเราร่างกายนี้มาก่อน ความโล่งใจในตอนแรกก็เข้ามาแทนที่ด้วยความหวังอันริบหรี่

               เฮือก

               ผมสะดุ้งโหยงเมื่อรู้สึกได้ถึงผ้าที่คลุมไหล่ ความหวังอันริบหรี่ของผมให้ส่องแสงขึ้นมา ผมไม่รู้สภาพของผมตอนนี้มันน่าสมเพชแค่ไหนฟีโรโมนของผมมันถึงไม่ได้ทำให้อาจารย์หน้ามืดตามัวอีก สีหน้าของเขาที่กำลังข่มอารมณ์นั้นทำให้ผมระแวง แต่เพราะคำพูดของเขา ทำให้ผมยกภูเขาออกจากอก

               “เราไปแจ้งความกันเถอะ”

               “ฮึก....ฮือออออ”

               เขารู้ว่าผมถูกกระทำและตอนนี้เขากำลังยื่นมือเข้ามาช่วย มันทำให้ผมร้องไห้โหและกำเสื้อที่เขาใช้คลุมตัวผมเอาไว้มั่น มือหนาที่โอบหัวไหล่ประคองให้ผมลุกขึ้นและเดินตรงไปยังทางออกนั้นช่วยทำให้ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นมา แต่ละย่างก้าวมันทำให้ผมเจ็บ แต่ก็ยังพอทนได้

               “เดี๋ยวก่อนสิอาจารย์...จะพาคนของผมไปไหน?”

               เสียงคุ้นหูนั้นทำให้ผมเงยหน้ามองก่อนที่จะก้าวออกจากห้องสมุด เจ้าของชื่อนทีเพื่อนสนิทของผมกำลังยืนพิงกำแพงพร้อมกอดอก ผมขมวดคิ้วรู้สึกเหมือนลมหายใจติดขัดอยู่ในอก

               “ครูจะพาสมุทรไปหาตำรวจ”

               “จุ๊ๆ...ครูทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ...เพราะครูก็เป็นหนึ่งในคนพวกนั้นด้วย”

               ไอ้นทีผู้มีร่างกายแข็งแกร่งและสูงโปร่งเกือบแทบเท่ากับอาจารย์ยืนประจันหน้ากัน ไอ้นทีมันทำหน้าเชิดใส่ซ้ำยังกวนปราสาทคนจนผมยังรู้สึกคันไม้คันมืออยากถีบ แล้วไหนจะการยกมือขึ้นมาแตะปาก เชิดหน้าพร้อมมองด้วยดวงตาเย้ยหยัน

               หมับ

               นทีกระชากแขนของผมดึงให้ผมเซเข้าไปหามัน ดวงตาที่มันใช้มองอาจารย์ราวกับเป็นของเล่นของตลกนั้นทำให้ผมขมวดคิ้ว แม้ช่วงล่างจะระบมแต่ความสงสัยมันทำให้ผมลืมเรื่องนั้น ไอ้นทีมันรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์เกล้าเคยทำอะไรผม...ผมไม่เคยปริปากพูดกับใคร ว่าแต่ละครั้งที่ผมโดดข่มขืนเป็นใครที่ลงมือ

               “เอาคืนมา มึงเข้าไปไอ้สมุทร”

               ผมเซถอยหลังเมื่อไอ้นทีมันผลักผมให้กลับเข้าไปในห้องสมุด ประตูปิดใส่หน้าผมเป็นจังหวะเดียวกับที่เสื้อคลุมมันร่วงลงกระทบพื้น เห็นแค่เงาผ่านกระจกทึบและไร้ซึ่งเสียงพูดคุย ผมไม่รู้ว่าพวกนั้นคุยอะไรกัน แต่ผมกลายเป็นไอ้โง่ที่ทำได้แค่กระชากประตูด้วยแรงอันน้อยนิด

               “เปิด! ไอ้นที!”

               ผมเขย่าประตูอยู่อย่างนั้น ไม่อาจรู้ได้เลยว่าอาจารย์กับไอ้นทีกำลังคุยอะไรกันแต่ที่แน่ๆ สัญชาตญาณของผมมันบอกว่ากำลังจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น

           ไอ้นทีมันมายืนอยู่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่? ถ้ามันพึ่งมาผมจะโล่งใจและโล่งอก แต่ถ้าหากว่ามันมาตั้งนานแล้วล่ะ?  

ผมกลืนน้ำลายไม่ลงคอเมื่อคิดถึงความน่าจะเป็นที่ทำให้ผมรู้สึกวาบหวิวที่หน้าอก ราวกับมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้องพร้อมกับความคิดที่มันลอยวนในหัว ทุกอย่างที่ว่อนเข้ามาในหัวมีแต่เรื่องเลวร้าย เพราะทุกครั้งที่ผมถูกข่มขืน ไอ้นทีจะเป็นคนเข้ามาช่วยพาผมกลับบ้านตลอด นั้นทำให้ผมลืมไปว่า ไอ้นทีนี้แหละที่เป็นคนเริ่มวางยาและข่มขืนผมก่อนใคร

กระนั้นมันก็ยังไม่หมดความเลวเพียงแค่นั้น มันทั้งปล่อยข่าวลือ ทั้งชวนเพื่อน แล้วก็ทำกับผมเหมือนเป็นที่ระบายตลอดปีกว่าที่ผ่านมา ยิ่งผู้ชายพวกนั้นพูดถึงเรื่องเงิน เรื่องทิปอะไรนั้น มันยิ่งทำให้ผมประติดประต่อเรื่องเข้าหากันได้ง่ายกว่าเดิม

ไอ้นทีคือคนที่นัดให้ผมมาที่นี้หลังเลิกเรียน แล้วก็มีผู้ชายสองคนเดินมาที่ห้องสมุดแล้วลงมือข่มขืนผม

               ครืนนนน

               เมื่อประตูเปิดออกพร้อมด้วยไอ้แขนใหญ่กล้ามโตเจ้าของชื่อนที การกระตุกยิ้มมุมปากที่ผมเกลียดปรากฏอยู่บนหน้ามัน มันย่างสามขุมเข้ามาหา ผมผงะถอยหลังเพราะสัมผัสได้ถึงความอันตรายจากสีหน้าและท่าทาง นทีไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ถอยห่าง

               มันคว้าเข้าที่ข้อมือและประคองแผ่นหลังของผมเอาไว้ให้ร่างกายแนบชิดกัน แววตาทะเล้นและรอยยิ้มที่ดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสภาพของผมนั้นทำให้ความคิดของผมค่อนไปทางเลวร้ายมากกว่าเดิม

               “มึง...มึงทำอะไร...ปล่อยกู! แล้วอาจารย์ล่ะ?”

               ผมหันซ้ายหันขวา มองผ่านหัวไหล่ของไอ้นทีก่อนจะพบกับใบหน้าสลดของอาจารย์เกล้า เมื่อกี้เขายังจะพาผมไปแจ้งความอยู่เลย แล้วตอนนี้ เขากลับปิดประตูห้องสมุดแล้วยืนมองผมถูกไอ้นทีอุ้มมานั่งบนโต๊ะเขียนหนังสือ ม่านตาผมเบิกกว้าง สมองกำลังสับสนไปหมดแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

               “กูไม่ปล่อยให้มึงไปแจ้งความหรอกนะ ไม่งั้นลูกค้ากูก็จะเดือดร้อน

               “มึง...พูดเรื่องเหี้ยอะไร?”

               นทีมันกดแขนของผมลงกับโต๊ะพร้อมกับคลานขึ้นมาคร่อมตัวผมเอาไว้ มือข้างหนึ่งของผมปลดกระดุมเสื้อตัวเองออก นั้นไม่ใช่สาระสำคัญที่ทำให้ผมตาค้าง สิ่งที่ผมสนใจมากกว่าการถอดเสื้อผ้าของมันคือการที่มันพูดในสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ เรื่องลูกค้าอะไร? เรื่องเงินอะไร?

               เมื่อกี้ไอ้นั้นมันพูดว่ามันจ่ายตังค์แล้ว จะทำอะไรกับผมก็ได้ ถ้าผมขายจริงๆแล้วทำไมผมไม่ได้รับเงินและไม่รู้เรื่องเหี้ยอะไรเลย ตอนนี้ทุกอย่างมันเห็นเค้าลางๆแล้วว่าไอ้นทีมันกำลังทำอะไร

               “มึงจะทำธุรกิจกูเจ๊งไม่ได้...อย่าลืมสิ ว่าพ่อมึงเพิ่งได้ตำแหน่ง ถ้าหากว่าลูกชายไปแจ้งความเรื่องโดนข่มขืน เรื่องนี้จะกลายเป็นข่าวไปทั่ว อนาคตมึงจบแห่แน่”

               กึก

               “ไอ้นที...”

               ผมชะงักค้าง ม่านตาเบิกกว้าง ร่างกายแข็งเกร็งเมื่อเจอความจริงตีแสกหน้า หัวใจผมเต้นตูมตามเพราะความกลัวที่เข้าเกาะกินหัวใจ ก่อนที่เลือดจะสูบฉีดแล้วแทนที่ด้วยความโกรธ

               “ฝีมือมึงเหรอ? ทั้งหมดนี้...เรื่องเหี้ยๆทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับกู...”

               ผมกัดฟันเค้นเสียงออกมาจากลำคอทั้งๆที่ตอนนี้ความโกรธมันกำลังปะทุอยู่ในอกดุจลาวาที่กำลังเดือดปุดๆ ผมไม่แม้แต่จะขยับเอาแต่จ้องตากับไอ้สารเลวที่เผยธาตุแท้ต่อหน้าผม ด้วยคำพูดและรอยยิ้มล้อเล่นของมัน ผมไม่เคยแยกออกว่ามันพูดเล่นหรือพูดจริง

               แต่ตอนนี้ผมเชื่อรอยยิ้มนี้ไม่ได้ ผมไม่คิดว่ามันจะยิ้มแบบนี้แล้วคิดกับผมในทางที่ดี โดยเฉพาะตอนที่มันกำลังแหวกขาผมให้ตั้งฉากแล้วเอาขาผมไปพาดคอมันไว้

               “ก็ไม่ทั้งหมด...ฟีโรโมนของมึงต่างหากที่เป็นต้นเหตุ ที่กูข่มขืนมึง ที่เพื่อนพากันรุมมึง หรือตอนที่ครูเขาเอามึง นั้นเพราะตัวมึงเอง...กูสงสารมึงนะ เห็นสภาพมึงแต่ละครั้งหลังโดนข่มขืน กูเลยอยากจะช่วย...”

               สวบ

               “อึ่ก...กูเจ็บ!”

               ขณะที่มันพ่นเรื่องน่าเกลียดออกจากปากของมัน ไอ้นทีก็สอดปลายนิ้วเข้าไปคว้านเอาหยาดน้ำขาวขุ่นจากไอ้สวะสองตัวนั้นออกมา ถึงมันจะไม่ได้รุนแรงแต่เพราะว่าช่องทางของผมมันฉีก ต่อให้อ่อนโยนยังไงมันก็ยังเจ็บอยู่ดี ผมแทบจะถีบมันกระเด็น แต่มันก็ล๊อกขาของผมเอาไว้แล้วเริ่มพูดต่อ

               “...กูกำลังช่วยมึงนะ ช่วยเอาคืนในสิ่งที่มึงเสียไปไง มึงเสียตัวฟรีๆน่าเสียดายจะตายไป สู้เอาตัวมึงไปแลกกับเงินยังดีซะกว่า

               กึก

               ผมกัดปากตัวเองจนรู้สึกเจ็บเมื่อไอ้นทีมันเพิ่งยอมรับการกระทำชั่วร้าย แม้มันจะเอาอะไรมาอ้างแต่การที่ผมถูกคนแปลกหน้าข่มขืนนี้เพราะว่ามัน! มันเอาผมไปขาย!

           “ไอ้สารเลว!!” 

               เรี่ยวแรงที่หายไปของผมกลับเข้าร่างทำให้ผมถีบมันกระเด็นจนหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้าขณะที่ผมลุกขึ้นนั่งบนโต๊ะอ่านหนังสือ ไม่รู้ว่าผมควรรู้สึกยังไงดีในตอนนี้ เพื่อนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยผมอยู่เรื่อยๆกลายเป็นไอ้สารเลวที่ขายผมแล้วหาเงินเข้ากระเป๋า

           หนักกว่าความเสียใจตอนที่ถูกข่มขืน คือการที่ถูกคนที่ใกล้ตัวใช้เป็นเครื่องมือหาเงิน 

           “มึงทำแบบนี้กับกูทำไม!? ไอ้สารเลว! ไอ้ชั่ว!!” 

               ความอัดอั้นในอกมันกลั้นมาเป็นน้ำตาอีกครั้งก่อนมันจะไหลอาบแก้มเพราะความไว้ใจที่พังทลายลงมา ผมง้างหมัดขึ้นและต่อยเข้าที่ซีกหน้าของมันจนหน้าหัน ผมคว้าเข้าที่คอเสื้อและเขย่าคอมัน ถามหาเหตุผลว่ามึงทำแบบนี้กับกูทำไมซ้ำๆทั้งน้ำตา

               หมับ       

               ไอ้นทีกำแขนของผมเอาไว้ รั้งให้ร่างของผมแนบชิดกับมันพร้อมล๊อกแขนกอดผมเอาไว้ให้อยู่ในท่านั่งคร่อมตักของมัน ถึงอย่างนั้นมือผมก็ไม่ยอมหยุดตีไหล่ ตบหน้า และข่วนมันเท่าที่ผมจะทำได้

               “ไอ้สมุทร มึงมันน่าเอาจนใครๆก็ยอมจ่ายเพื่อให้ได้เอามึงสักครั้ง มึงเป็นช่องทางหาเงินของกู จะสะดีดสะดิ้งทำไม ยังไงชีวิตมึงก็ต้องโดนข่มขืนจากใครหน้าไหนก็ไม่รู้อยู่แล้ว หรือมึงอยากจะเสียตัวฟรีๆ?”

           “ฮึก...กูไม่ได้อยากขายตัว กูไม่ได้อยากได้เงิน กูไม่ได้อยากทำ!!” 

               “ชวู่วๆๆ ใจเย็นๆ รอมึงเห็นเงินก่อน...มึงจะอยากทำเอง นี้ไง”

               มันหยิบมือถือขึ้นมาและโชว์หน้าจอธนาคารที่โอนเข้าบัญชีของผมเป็นตัวเลขหกหลักสวยๆ ผมถึงกับตาค้างมองมันสลับกับใบหน้าของไอ้สารเลวที่ยังคงโน้มน้าวให้ผมทำเรื่องเหี้ยๆต่อ มันทำหน้าระรื่นเหมือนจะภูมิใจมากตอนที่เห็นผมนิ่งไปแล้ว

               ที่ผมนิ่งไม่ใช่ว่าผมยอมรับ แต่เพราะผมช็อกกับความคิดเลวๆของเพื่อนวัยเดียวกัน มันอายุเท่ากับผม แต่เพราะความทะเยอทะยานกลับทำให้มันขายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้วเอาเงินมาล่อ ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นคนแบบนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องเลวร้ายทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะผมมีเพื่อนเหี้ยๆ

               หมับ

               “เห็นไหม มึงหลับตาทำไปเถอะ เดี๋ยวกูจะทำให้มึงรู้สึกดีเอง โอเคไหม?”

               มือหนาของมันลูบต่ำไปขยำเข้าที่แก้มก้นของผม นอกจากความสะอิดสะเอียนแล้วผมไม่ได้มีความรู้สึกอื่นให้มันเลย ผมดิ้นหนีออกห่างจากมัน แต่มันก็ยังคงจับแขนของผมเอาไว้แล้วกดผมเอาไว้กับโต๊ะเขียนหนังสือ

               “ไม่! ไม่เอา! จารย์! ช่วยผมด้วย! ช่วยด้วย”

               “...ครูขอโทษสมุทร”

               กึก

               ม่านตาผมเบิกกว้างเมื่อการขอความช่วยเหลือของผมถูกปฏิเสธ อาจารย์ยืนนิ่งและกำหมัดเอาไว้แน่นตอนที่ยืนมองไอ้นทีสอดมือเข้าไปเล่นกับช่วงล่างของผม

               สวบ

               “ฮึ่มมมม ขนาดนี้แล้วยังแน่นอยู่เลยนะสมุทร ร่างกายมึงนี้มันสุดยอด”

               เมื่อแก่นกายของมันแทรกเข้ามาพร้อมกับความเจ็บแปล๊บที่กระจายไปทั่วร่าง เมื่อหน้าขาของมันกระแทกกับแก้มก้นจนเกิดเป็นเสียงเนื้อกระทบเนื้อมันทำให้ผมกัดฟันกรอด น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวพร้อมๆกับริมฝีปากที่โวยวายออกมาไม่เป็นภาษา

               “อั๊ก ฮืออออ ไอ้เลว! ปล่อยกู!”

               สวบ สวบ สวบ

               แม้มันจะไม่ได้ทำรุนแรง แต่พอมันเคลื่อนสะโพกจงใจกระแทกเข้าจุดเสียวภายในให้ผมดิ้นพล่าน แม้มันจะรู้จุดอ่อนทั้งภายในและภายนอกร่างกายของผมยังไง พอผมไม่มีอารมณ์ร่วมแล้ว ทุกอย่างมันก็น่ารังเกียจ น่าขยะแขยงไปหมด

               “ฮึ่มมม ครางออกมาสมุทร มึงชอบแบบนี้”

               หมับ

               มันคว้าเข้าหน้าขาของผม รั้งให้ผมอยู่ในท่าคลานเข่าอยู่บนโต๊ะโดยที่ลดสะโพกให้อยู่ในระดับเดียวกับสะโพกของมัน มือที่ชักรูดแก่นกายของผมทำให้แก่นกายขยายใหญ่ขึ้นเต็มมือตามกลไกร่างกาย แม้ว่าผมจะไม่มีอารมณ์ร่วมยังไง แต่พอมันแตะต้องตามจุดเสียว ร่างกายของผมมันก็ตอบสนองไปเองทั้งๆที่ไม่อยาก

               นั้นเป็นผลมากจากฟีโรโมนที่มีมากเกินไปของผม ไอ้ฟีโรโมนที่ทำให้ผมต้องมาเจอเรื่องเหี้ยๆแบบนี้!

               ฟึ่บๆๆๆ

               เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วกล่อมประสาทให้ผมจมดิ่งไปกับความผิดหวังและอารมณ์ที่แตกสลายของผม วันนี้ทั้งวันผมเจอเรื่องเลวร้ายมามากพอแล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีผมก็ยิ่งเจ็บปวด อารมณ์มันปะทุออกมากลั่นออกมาเป็นน้ำตาหยดโต

               “ฮึก...ฮืออออ อาห์..อยะ อย่า..อาห์”

               ถึงผมจะไม่ได้อยากคราง แต่เมื่ออ้าปากเสียงมันก็ออกมาเองจนผมได้แค่ขบกลีบปากตัวเองจนขาวซีด ความเจ็บเสียดในทุกครั้งที่มันสอดใส่นั้นทำให้ผมสิ้นหวังไปเรื่อยๆ ภาพที่ผมเห็นมืดดำแต่ก็เสียววูบวาบสลับกัน ความเสียวสีดำนี้มันน่ากลัวและน่าขยะแขยง

               “ถ้าครูทนไม่ไหวล่ะก็...ไอ้สมุทรมันยังมีรูว่างอยู่นะ”

               กึก

               ผมยังยอมรับความรู้สึกนี้ไม่ได้เลย มือของไอ้นทีก็คว้าเข้าที่คางและบังคับให้ผมหันไปมองอาจารย์เกล้าที่แปรพักตร์ไปอยู่ฝ่ายไอ้นทีเพราะความผิดที่ติดหลัง ผมเข้าใจที่อาจารย์เปลี่ยนใจเรื่องพาผมไปแจ้งความ อาจารย์ก็เป็นหนึ่งในคนที่ข่มขืนผมเหมือนกัน เขาก็เลยไม่กล้าที่จะพาผมไป เพราะกลัวว่าจะโดนหางเลขไปด้วย

               กลางกายของอาจารย์ที่มันดุนดันผ่านกางเกงจนเห็นเป็นท่อนลำนั้นทำให้ผมเบิกตากว้าง นิ่งงันเมื่ออาจารย์เขาอดทนอดกลั้นกับความอยากมานาน สองขาก็ย่างเข้ามาหาผมพร้อมกับควักเอาแกนกายต่อหน้าผม

               “สมุทร ครูขอโทษ”

               “อย่านะครู อย่า...อึ่ก”

               ตัวตนที่ถูกดันเข้ามาในโพรงปากทำให้ผมหายใจไม่ออก แต่นั้นเป็นเพียงการเริ่มต้นทรมานเมื่อครูบังคับให้ผมอมไอ้จ้อนของเขาเข้าไปจนมิดความยาว น้ำตาของผมเอ่อนอง หายใจทางปากก็ไม่ได้ ทางจมูกก็มีแต่น้ำมูกตันทางเข้าออกหมดแล้ว ผมหายใจไม่ออกเหมือนกำลังจมน้ำ

               “ฮึ่มม หน้ามึงตอนนี้สวยมากสมุทร”

               ฟึ่บๆๆ

               ร่างกายโยกเยกไปตามแรงกระแทกจากด้านหลัง นี้มันเป็นเรื่องเหี้ยที่ผมยอมรับไม่ได้ ผมถูกเพื่อนสนิทและอาจารย์รุมข่มขืนหลังจากที่มันเอาเงินหลักแสนมาปิดปากผม

               แก่นกายที่ครูดกับช่องทางด้านหลังสร้างความเจ็บปวดให้ผม กลิ่นแปลกๆจากท่อนเอ็นที่อยู่ในปากก็ทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนไม่แพ้กัน ร่างกายของผมถูกไอ้เลวพวกนี้กระทำย่ำยีจนไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆ

               “อ๊อกๆ..แค่กๆ..”

               “ฮึ่มมม กูไม่ไหวแล้วสมุทร”

               พรวด

               เมื่อรู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่ฉีดพ่นเข้ามาภายในช่องท้อง ก็ยิ่งทำให้ผมเกลียดมันมากขึ้น เรื่องเลวร้ายทั้งหมดอาจจะไม่เกิดขึ้น ถ้าหากว่าผมไม่ได้คบเพื่อนเหี้ยๆอย่างไอ้นที ถ้าหากผมไม่เชื่อใจมัน ผมก็คงไม่ถูกหลอกให้กลายเป็นเครื่องมือหาเงินของมัน

               แหมะ

               น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อเรื่องราวทั้งหมดมันทำร้ายจิตใจของผมจนยืนไม่อยู่ ขามันสั่นระริกหมดเรี่ยวแรงจะขัดขืนและจะพูดอะไร กระนั้นใบหน้าของผมก็ยังทำให้พวกนั้นเกิดอารมณ์และเร่งสะโพกตักตวงความสุขจากร่างกายของผมจนพอใจ

               ทุกอย่างจบอีกครั้งโดยที่ร่างของผมนอนสะท้านอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือ ผมกอดตัวเองเอาไว้พร้อมหัวใจที่แตกสลาย น้ำตามันเจิงนองบนหน้าไม่ขาดสาย ดวงตาผมมองอาจารย์ที่ทำหน้าตกใจกับการกระทำของตัวเองเป็นครั้งที่สอง นทีพูดอะไรกับอาจารย์เกล้าอีกอย่างก่อนจะพากันเดินหายไปทางประตู

               เหลือเอาไว้แค่ตัวผมที่กัดฟันก้าวลงจากโต๊ะอ่านหนังสือ มือคว้าเอามือถือขึ้นมา...ผมทนไม่ไหวแล้ว ทนสภาพแบบนี้ไม่ไหว ผมแจ้งความไม่ได้ เพราะไอ้นทีมันพูดถูก พ่อกับแม่ของผมรับเรื่องนี้ไม่ได้แน่ โดยเฉพาะพ่อผมที่ทั้งดุทั้งน่ากลัว แค่ความสัมพันธ์ภายในบ้านผมก็ไม่ได้คุยกับพ่อโดยตรงอยู่แล้ว ถ้าเรื่องนี้ถึงหูพ่อ ผมไม่รู้เลยว่าอนาคตผมจะเป็นยังไง

               เอี๊ยด

               ผมหันมองประตูที่เปิดออก กลุ่มคนที่ผมไม่คุ้นหน้า ทั้งแก่ ทั้งวัยรุ่นกำลังเดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าหื่นกระหาย ม่านตาของผมเบิกกว้างพร้อมสั่นเทาเพราะความกลัว เท้าถอยห่างจนแผ่นหลังติดกับชั้นหนังสือ กำมือถือในมือเอาไว้แน่นพร้อมกับเกร็งไปหมดทั้งตัว

               นี้มันนรกชัดๆ บอกผมทีว่านี้มันไม่ใช่ความจริง

               “มาสนุกกันเถอะ”

To be continued  

นที ไอ้เลว ฉันเกลียดแก 

            

ความคิดเห็น