facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Blood 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 658

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2563 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Blood 11
แบบอักษร

ค่ำคืนที่สุขสมและเร่าร้อนได้ผ่านไป และเช้าวันแห่งความทรมานก็กำลังมาเยือนคนทั้งสอง จะบอกว่าทรมานมันก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนักเพราะทางเจคอปก็แค่แสบที่หลังเล็กน้อย ที่เหลือก็ไม่ได้อะไร ส่วนเอวาตอนแรกเจ้าตัวแทบขยับไม่ได้เพราะรู้สึกเจ็บที่ช่องทางด้านหลังและปวดเอวไปหมดจนแทบจะร้องไห้แต่ก็โชคดีที่มีแอลมาช่วยเอาไว้

 

“แม่เข้าใจว่าเมื่อคืนคงหนัก อีคอนก็เหลือเกินก็รู้ว่ากลัวน้องจะไม่กล้าทำเรื่องแบบนั้นแต่ยาปลุกสัญชาตญาณมันก็แรงเกินไป เฮ้อ~~” มีแอลมองไปที่ลูกคนเล็กของตนที่ตอนนี้ใส่เสื้อผ้าแล้วเรียบร้อยโดยมีสามีหมาดๆ คอยดูแลอยู่ข้างๆ มีแอลเห็นแบบนี้เขาก็รู้สึกโล่งใจเพราะดูเหมือนว่าเจคอปจะพึ่งพาได้

 

“แม่ขอโทษนะเจคอปที่เจ้าลูกชายตัวดีของแม่ ทำเรื่องแบบนั้น” มีแอลว่า

 

เมื่อคืนมีแอลเห็นลูกชายคนโตพูดกับปู่กับย่าของตัวเองเสียยกใหญ่ว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเอวากับเจคอป ตนเลยนึกสงสัยว่าลูกตนเอาความมั่นใจมาจากไหน เจ้าลูกชายก็บอกมาจนหมดว่าไวน์ที่ให้เจคอปไปเป็นไวน์ผสมยาปลุกสัญชาตญาณ ตนจะรีบมาเตือนทั้งสองแต่ก็ไม่ทันเพราะเสียงเตียงที่มันกำลังกระทบกับผนังมันเป็นสิ่งที่บอกได้อย่างดีว่าทั้งสองได้ดื่มมันไปแล้ว เช้ามามีแอลเลยต้องรีบเอายาฟื้นฟูมาให้เอวากิน

 

“ผมไม่เป็นไรหรอกครับ ห่วงแค่น้องกลัวเมื่อคืนมันจะหนักไป” เจคอปพูดออกไปตามตรง

 

“เอาเถอะ แม่ให้กินยาฟื้นฟูไปแล้วเดี๋ยวก็ดีขึ้นปล่อยให้เอวาพักผ่อนไปเถอะ ส่วนเจคอปอย่าลืมกินข้าวต้มที่แม่เอามาให้ล่ะ ส่วนนั่นยาเป็นยากินถ้ากินแล้วแผลที่หลังจะดีขึ้นอย่าลืมกินด้วยล่ะ แม่ไม่กวนละพักผ่อนกันไปนะ” มีแอลว่าจากนั้นก็เดินออกไปจากห้อง

 

ทางเจคอปพอมีแอลเดินออกไปแล้ว เขาก็กินข้าวต้มที่มีแอลเอามาให้กินพร้อมกับเอวา แต่เขาเลือกที่จะให้เอวากินข้าวกินยาก่อน แล้วตนรอกินที่หลังเจคอปกินข้าวเสร็จก็กินยา พอกินเสร็จเจคอปก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เอวา แต่นั่งได้ไม่นานเขาก็ต้องเอนตัวลงนอนและหลับอยู่ข้างๆ เอวาเพราะความง่วงที่เกิดจากยา

 

ด้วยฤทธิ์ของยาทำให้ทั้งคู่หลับยาว จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนบ่าย มีแอลก็มาดูทั้งสองคนพอเห็นว่าทั้งสองยังคงนอนอยู่ เขาก็ปลุกทั้งคู่เพื่อให้ลุกขึ้นมากินข้าว คนที่ตื่นก่อนเป็นเจคอป เจคอปเลยบอกมีแอลว่าเดี๋ยวตนจะดูแลเอวาเอง มีแอลก็พยักหน้ารับก่อนจะลงไปหลังจากวางถาดใส่จานอาหารให้ทั้งสองไว้ใกล้ๆ เจคอป

 

“เอวา เอวาตื่นเร็ว” เจคอปลุกไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินกลับมาปลุกเอวาที่กำลังนอนอยู่บนที่นอน

 

“อื้อ~~” เจคอปปลุกเอวาอยู่พักนึง เอวาก็ตื่น

 

“บ่ายโมงกว่าแล้ว กินข้าวกัน” เจคอปว่า

 

“อืม ผมขอล้างหน้าก่อนได้มั้ย” เอวาขยับลุกขึ้นนั่งก่อนจะพูดกับเจคอป รอบนี้เอวาขยับตัวได้ง่ายขึ้น และรู้สึกว่าไม่เจ็บที่ก้นเหมือนเมื่อเช้าแล้ว ที่พอตนรู้สึกตัวจะขยับนิดหน่อยก็เจ็บจนน้ำตาแทบไหล

 

“ดีขึ้นแล้วหรือยัง ถ้ายังเดี๋ยวพี่ไปเอาผ้าเช็ดหน้ากับน้ำอุ่นมาให้ล้างหน้าที่นี่” เจคอปเอ่ยถาม ที่เขาแทนตัวเองว่าพี่เพราะมีแอลให้แทนตัวเองแบบนั้น เพราะยังไงเจคอปก็เป็นพี่ของเอวา

 

“ดีแล้ว ผมไปล้างที่ห้องน้ำเองได้” เอวาว่า เจคอปที่เห็นว่าเอวาดีขึ้นอย่างที่พูดจริงๆ เลยยอมพยักหน้ารับและปล่อยให้เอวาเดินไปล้างหน้าที่ห้องน้ำเองตามความต้องการของเจ้าตัว

 

ตอนนี้สภาพร่างกายของทั้งคู่เริ่มกลับมาดีร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ทางเจคอปตอนที่เจ้าตัวไปเข้าห้องน้ำก็พบว่ารอยเล็บที่หลังได้หายไปหมดแล้ว จะเหลือก็แค่รอยดูดที่ยังมีอยู่เต็มคอและแผงอก ส่วนเอวาเองก็เดินได้ปกติไม่ได้เสียดที่ช่องทางหรืออะไร ที่หลงเหลืออยู่ก็มีแค่รอยแดงเป็นจ้ำๆ เหมือนเจคอป ส่วนร่างกายของเอวาก็สะอาดเรียบร้อยดี เพราะก่อนที่มีแอลจะเข้ามาในห้องรอบแรกเจคอปได้จัดการเช็ดตัวทำความสะอาดให้เอวาแล้ว รวมถึงเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่และเก็บซากเสื้อผ้าจนเรียบร้อย

 

“มีข้าวต้มจะกินเลยมั้ย หรืออยากจะกินอย่างอื่นพี่จะได้ไปบอกแม่บ้านให้” พอเอวาเดินออกมาจากห้องน้ำเจคอปก็พูดบอกเอวาว่ามีอะไรกิน

 

“ไม่ค่อยหิว จริงๆ มันยังอิ่มอยู่…ตั้งแต่เมื่อคืน” เอวาตอบเจคอปไปตามตรงแต่ก็ไม่วายที่จะรู้สึกหน้าแดงจัดเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน

 

ความทรงจำเมื่อคืนอยู่ๆ มันก็ไหลเข้ามาในหัว จนทำให้เอวารู้ว่าเมื่อคืนตนทำอะไรลงไปบ้างซึ่งนั่นมันทำให้เขาอายมากๆ อายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นอกจากนั้นเขายังรู้สึกหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึงมัน

 

“อ่า~ เมื่อคืนเราดื่มเลือดพี่ไปเยอะนี่เนอะ” เจคอปคิดตามสิ่งที่เอวาบอกก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนหลังจากแลกเลือดกัน ขณะที่ทำกิจกรรมอยู่ก็มีบางช่วงที่เอวาขอดื่มเลือดของตนอีก

 

“ขอโทษ” เอวาเริ่มรู้สึกผิดที่เอาแต่ใจในเมื่อคืนเลยเอ่ยขอโทษเจคอปไป

 

“ไม่เป็นไร ตอนนี้พี่เป็นสามีเอวาแล้วนี่ เรื่องอาหารการกินก็ต้องเป็นหน้าที่พี่นี่เนอะ อย่าคิดมากสิ” เจคอปว่าพลางส่งยิ้มไปให้เอวา เจคอปไม่ได้รู้สึกไม่พอใจเอวาเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขาดันดีใจที่เอวาเริ่มเผยมุมที่เขาไม่เคยเห็นมาให้เขาได้เห็นทีละนิด

 

“ขอบคุณนะ” เอวาว่า

 

“หึๆ งั้นเดี๋ยวพี่ขอกินข้าวหน่อยแล้วกัน เอวาจะอาบน้ำเลยมั้ยเสร็จแล้วจะได้ลงไปข้างล่างกัน” เจคอปว่า

 

“อืม งั้นผมไปอาบน้ำก่อน พะ...พี่เจกินข้าวก่อนเลย” เอวาพยักหน้าตอบเจคอปไป และพูดบอกเจคอป เอวารู้สึกแปลกๆ เล็กน้อยที่ต้องเรียกเจคอปว่าพี่ แต่เพราะมีแอลขอให้เอวาเรียกเจคอปว่าพี่เพราะเจคอปอายุมากกว่า เอวาเลยต้องปรับเปลี่ยนการพูดใหม่และเรียกเจคอปว่าพี่

 

“หึๆ ฝึกๆ เรียกไว้เดี๋ยวก็ชิน” เจคอปพูดอย่างแซวๆ เอวาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่รีบเดินหนีเจคอปเข้าไปอาบน้ำทันที ทางเจคอปเมื่อเห็นอาการเขินของเอวาก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปสนใจข้าวที่มีแอลเอามาให้

 

เจคอปกินข้าวเสร็จได้สักพักเอวาก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทางที่สดชื่นกว่าเดิน แล้วทั้งสองก็พากันลงมาข้างล่าง พอลงมาทั้งสองก็ตรงไปยังห้องนั่งเล่นที่คิดว่ามีแอลกับแอลน่าจะนั่งกันอยู่ที่นั่นและก็จริง

 

“เอวาเป็นยังไงบ้างลูก” มีแอลที่หันมาเห็นเอวากับเจคอปก็เอ่ยทักทันที

 

“ข้าดีขึ้นมากแล้วท่านแม่ ว่าแต่ท่านพี่อยู่ไหนครับ” เอวาตอบมีแอลไปก่อนจะเอ่ยถามถึงพี่ชายตัวดีของตน

 

“หนีเจ้าไปโลกนู้นตั้งแต่เช้าแล้ว” แอลพ่อของเอวาเป็นคนตอบ

 

“ดูเอาเถอะท่านแม่ ท่านพี่แกล้งข้ากับพี่เจแล้วก็หนีไป” เอวาได้ทีก็เอ่ยฟ้องแม่ของตน พร้อมกับเดินไปกอดมีแอลที่นั่งอยู่ข้างๆ แอล ส่วนเจคอปก็เดินตามไปนั่งที่โซฟาใกล้ๆ และมองไปที่เอวาที่ตอนนี้กำลังเผลออ้อนมีแอล

 

“หึๆ ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวแม่จะให้เลนนี่จัดการให้” มีแอลพูดอย่างเอาใจลูกชายคนเล็ก

 

“ข้ากลัวว่าจะเป็นพี่เลนนี่เองมากกว่าที่ถูกท่านพี่จัดการ รายนั้นยิ่งชอบโดนท่านพี่แกล้งอยู่”

 

“ฮ่าๆ ก็จริง แล้วนี่ทั้งสองได้กินข้าวที่แม่เอาขึ้นไปให้หรือยัง” มีแอลเอ่ยถามเอวาและเจคอป

 

“ผมกินแล้วครับ ส่วนน้อง น้องยังอิ่มอยู่เลยไม่ได้กิน” เจคอปเป็นคนตอบ

 

“อ้าว ทำไมถึงอิ่มล่ะ เมื่อเช้าก็กินไปนิดเดียวพอให้กินยา” มีแอลเอ่ยถามอย่างสงสัย

 

“คือ…”

 

“หึ! เมื่อคืนคงดื่มเลือดสามีเจ้าไปเยอะน่ะสิใช่มั้ยเอวา” แอลที่นั่งฟังอยู่พูดขึ้น

 

“ค...ครับ” เอวาพยักหน้ารับน้อยๆ

 

“แม่ก็ลืมไป เจคอปเอาของกินพวกบำรุงเลือดมั้ยแม่มีนะ” มีแอลว่า

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมโอเคดี” เจคอปว่า

 

“ไม่ได้หรอก เรายังไม่ได้เป็นแวมไพร์ น้องดื่มเลือดทีไม่ใช่น้อยๆ จะทำให้เลือดจางเอาได้ ยังไงต้องหาของบำรุงเลือดติดเอาไว้” มีแอลว่า

 

“ครับ”

 

“พูดถึงเรื่องเป็นแวมไพร์ เจคอปจะให้พวกเราเปลี่ยนเจคอปเมื่อไหร่” มีแอลเอ่ยถาม

 

“ผมคุยกับน้องแล้ว เห็นน้องว่ามันมีผลกระทบหลายอย่าง และมันไม่จำเป็นต้องเร่งรีบมากนักผมเลยคุยกันว่าผมคงต้องขอหลังจากเรียนจบ เพราะผมต้องคุมไม่ให้ตัวเองกระหายเลือดเวลาผ่าตัดให้คนไข้” เจคอปว่า

 

“ดีแล้ว ทางนี้ไม่ได้ติดอะไร เดิมทีมันเป็นการตัดสินใจของพวกเจ้า หากพวกเจ้าคิดว่าดีก็ทำไป ในช่วงแรกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นแวมไพร์มันจะกระหายมากกว่าคนที่เป็นแวมไพร์ตั้งแต่เกิด ดังนั้นเลยต้องใช้เวลาในการควบคุม” แอลพูดขึ้น

 

แอลรู้สึกนับถือใจของเจคอปอยู่หลายอย่าง และเขาก็ถูกใจลูกเขยคนนี้ไม่ใช่น้อย เพราะเจคอปรับได้ที่พวกเขาเป็นแวมไพร์ ยอมที่จะเก็บความทรงจำเกี่ยวกับเอวาเอาไว้ เลือกที่จะปกป้องเอวาแม้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะเป็นแวมไพร์ และที่สำคัญเจคอปเลือกที่จะให้เอวาอยู่กับครอบครัวโดยการที่ตัวเองยอมกลายเป็นแวมไพร์….ถ้าหากเจคอปไม่ได้รักเอวาเจคอปคงไม่ทำถึงขนาดนี้

 

“งั้นเรื่องนั้นก็เอาไว้ก่อนแล้วกัน ว่าแต่ทั้งสองจะกลับไปเรียนเลยมั้ยหรือจะอยู่พักที่นี่กันก่อน” มีแอลเป็นคนเอ่ยถามทั้งสองคน

 

“ผมคงแล้วแต่น้องครับ” เจคอปว่า เพราะถ้าหากเอวายังไม่ไหวเขาก็จะอยู่กับเอวาก่อน เรื่องเรียนเขาให้ริคเพื่อนของเขาช่วยจัดการให้แล้วอีกทั้งยังมีโอเว่นที่ช่วยจัดการให้ทั้งเอวาและเจคอป

 

“กลับไปเรียนพรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ ข้าไม่อยากหยุดนานนักถึงจะหยุดไปแค่สองวันเองก็เถอะ” ดีที่ช่วงเอวากับเจคอปหยุดติดพฤหัส ศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ทั้งสองเลยหยุดเรียนแค่พฤหัสกับศุกร์

 

“แม่แล้วแต่เจ้าเอวา”

 

“ว่าแต่ตอนแรกท่านพี่บอกว่าท่านแม่กับท่านพ่อจะไปเที่ยวต่างประเทศกัน พวกท่านยังจะไปกันหรือไม่” เอวาเป็นคนถามพ่อกับแม่ของตนบ้าง

 

“ไปแต่พ่อเจ้าเลื่อนเป็นอาทิตย์หน้า ส่วนพี่เจ้าช่วงนี้คงต้องไปดูแลจัดการที่โลกนู้น” มีแอลว่า เอวาก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

“พวกเจ้าเถอะ เรื่องที่อยู่ล่ะว่ายังไงเจ้าจะยังอยู่กับข้าหรือจะไปอยู่บ้านสามีเจ้า” แอลพูดขึ้น

 

“เอ่อ…ข้าอยากอยู่กับพวกท่าน แต่…ข้าก็คงแล้วแต่พะ…พี่เจ” เอวาว่า ใจจริงเขาอยากที่จะอยู่กับครอบครัว แต่เรื่องนี้เจคอปก็ต้องมีส่วนในการตัดสินใจเพราะตอนนี้เขาไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้ว

 

“จริงๆ ผมยังไงก็ได้ แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้บ้านของผมมันร้าง หากไม่ติดอะไรผมก็อยากให้เอวาได้ไปนอนที่บ้านของผมบ้าง จริงๆ บ้านที่พ่อผมซื้อให้ก็อยู่ใกล้ๆ กับที่นี่…”

 

“ข้าเข้าใจ บ้านนี้เองคนก็อยู่เยอะ ข้าไม่ได้ไล่เจ้าเอวาแต่ไปอยู่บ้านสามีนั่นแหละดีแล้ว ว่างๆ ก็พากันมานอนนี้ ส่วนตอนนี้พวกเจ้าเรียนอยู่ก็คงยังต้องอยู่หอกันเจ้าก็ต้องย้ายไปอยู่ห้องเขาเพื่อความสะดวกในหลายๆ อย่าง” แอลพูดขึ้น เขาเข้าใจเจคอปเพราะยังไงเจคอปก็ผู้ชายคงอยากให้ภรรยาอยู่บ้านตนมากกว่าที่ตนจะมาอยู่บ้านพ่อแม่ภรรยา แต่แอลก็เข้าใจลูกเลยคิดว่าการพูดไปแบบนั้นจะเป็นทางออกที่ดี

 

“จริงด้วยเรื่องหอของเอวากับเจคอป แม่ว่ามันจะเล็กไปหรือเปล่าหากทั้งคู่ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน เอวาเจ้าต้องเข้าใจว่าเจ้าต้องดื่มเลือดเกือบทุกวัน การที่ย้ายไปอยู่ด้วยกันนั้นเป็นทางเลือกที่ดีนะเพราะยังไงตอนนี้เจ้าทั้งสองก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว” มีแอลพูดเสริมแอล

 

“ข้าเข้าใจในจุดนี้ ข้ายอมรับในการตัดสินใจของท่านพ่อและท่านแม่ ส่วนเรื่องหอข้าคิดว่ามันไม่ได้เล็กเกินไปยังไงห้องมันก็ออกแบบมาให้อยู่ได้สองคน” เอวาว่า เขาเข้าใจดีในสิ่งที่แม่และพ่อของเขาพูด และเขาต้องยอมรับว่าสถานะของเขากับเจคอปในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

“จริงอย่างที่เอวาบอกครับ เดิมทีห้องมันออกแบบมาสำหรับให้อยู่ได้สองคนอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่คิดว่ามันจะเล็กหรืออึดอัดอะไร” เจคอปพูดเสริมเอวา

 

“ตามใจพวกเจ้าเถอะตัดสินใจกันเอา ถ้าอย่างนั้นจะให้ใครย้ายไปห้องใครล่ะ” แอลเอ่ยถาม

 

“ผมย้ายไปห้องเอวาก็ได้ครับ ยังไงของผมก็ไม่น่าจะเยอะมาก” เจคอปว่า ในเมื่อเอวายอมที่จะอยู่บ้านเขาแล้ว เขาเองก็ต้องย้ายบ้างเพื่อความเสมอกัน

 

“ได้ ถ้างั้นวันนี้ข้าจะให้คนไปจัดการเรื่องย้ายของให้ เจ้าก็ไปจัดการเคลียร์กับเจ้าของหอเอา ส่วนเรื่องของเอวาที่จะย้ายไปบ้านเจ้า เอาไว้เมื่อพวกเจ้าพร้อมก็มาบอกข้า ข้าจะได้ให้คนไปจัดการให้” แอลว่า

 

เมื่อตกลงกันได้ทั้งสี่ก็พากันมาที่หอของเจคอปและเอวา เจคอปจัดการแจ้งเจ้าของหอว่าจะย้ายไปอยู่กับเอวา ทางเจ้าของหอก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรและยอมให้ย้ายแต่พวกเขาจะต้องจ่ายค่าเช่าเพิ่มตามกฎของหอ ซึ่งเรื่องนั้นทั้งเจคอปและเอวาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรแอลเลยให้คนของตัวเองมาจัดการเรื่องย้ายของเข้าห้องของเอวา ดีที่เจคอปไม่ได้เป็นคนบ้าตกแต่งของอะไรเลยใช้เวลาในการย้ายไม่นาน ส่วนพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าเจคอปก็ขายต่อให้เจ้าของหอไปบางส่วน

 

“เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พี่ว่าเราอาบน้ำนอนกันเถอะ”

 

หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น มีแอลกับแอลก็พากันกลับบ้าน ตอนนี้เลยเหลือแค่เอวากับเจคอป ดีที่ตลอดที่เจคอปอยู่ที่บ้านเอวาเจคอปนอนกับเอวา ตอนนี้พวกเขาเลยไม่ได้มีความเกร็งที่ต้องนอนด้วยกัน อาจจะมีบ้างเล็กน้อยเพราะสถานะของทั้งสอง แต่ก็ไม่ได้มากจนน่าอึดอัด

 

“พะ…พี่เจ…คือ…” เอวามองไปที่เจคอปที่ตอนนี้ออกมาจากห้องน้ำแล้ว หลังจากที่เจคอปเข้าไปอาบน้ำต่อจากเอวา

 

“หืม? ...อยากดื่มเลือดหรอ” เจคอปมองไปที่เอวาอย่างสงสัย ก่อนจะระบายยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเอวาเอาแต่มองมาที่คอของเขาแต่ไม่ยอมพูดออกมา เจคอปเลยเอ่ยถามไปตามตรง เอวาก็พยักหน้ารับน้อยๆ

 

“มาสิ” เจคอปเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เอวาก่อนจะพูดบอกเอวา

 

ทางเอวาเมื่อได้รับการอนุญาตเขาก็ไม่รอช้า รีบขยับเข้าหาเจคอปก่อนจะเผยคมเขี้ยวและฝังมันลงที่คอของเจคอป ความหอมหวานของเลือดเจคอปเป็นเหมือนยาเสพติดของเอวาที่ไม่ว่าจะดื่มเท่าไหร่เอวาก็ไม่เคยรู้จักพอ เอวาดูดดื่มเลือดของเจคอปอยู่พักนึงเอวาก็เลียที่คอเจคอปก่อนจะผละออก เจคอปที่เห็นเลือดที่ไหลมาตรงมุมปากของเอวาก็จัดการเช็ดให้

 

“อิ่มแล้วก็นอนเถอะพรุ่งนี้เรามีเรียนเช้านี่ ฝันดีนะเอวา” เจคอปว่าพลางส่งยิ้มมาให้เอวา เอวาพยักหน้ารับเล็กน้อย จากนั้นทั้งสองก็ล้มตัวลงนอนไม่นานทั้งสองก็หลับไปในที่สุด

 

 

ความคิดเห็น