facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 กาลเวลาทำให้เรายอมรับ และเมื่อยอมรับก็จะเริ่มเยียวยา 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 กาลเวลาทำให้เรายอมรับ และเมื่อยอมรับก็จะเริ่มเยียวยา 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.4k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2563 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 กาลเวลาทำให้เรายอมรับ และเมื่อยอมรับก็จะเริ่มเยียวยา 100%
แบบอักษร

19  

กาลเวลาทำให้เรายอมรับ และเมื่อยอมรับก็จะเริ่มเยียวยา  

 

ไม่รู้เป็นอย่างไร ทั้งที่พายุพัดผ่านไปแล้ว เช้าวันนี้ท้องฟ้ากลับมาสดใสเช่นเมื่อวาน แต่ร่างสูงใหญ่กลับตื่นขึ้นมาด้วยจิตใจสับสนวุ่นวายอย่างไรชอบกล อาจเพราะความฝันสับสนยุ่งเหยิงเรียกเหงื่อเปียกชุ่มทว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมากลับจับใจความไม่ได้แล้ว ทิ้งไว้เพียงอารมณ์ตกค้างรบกวนจิตใจ 

รู้สึกไม่ดีเลย 

วันนี้เขาต้องกลับเข้ากรุงเทพเพราะมีประชุมสำคัญ แต่ท่านประธานกลับไม่อยากห่างจากใครคนนั้นสักวินาที 

คำพูดและแววตาของต้นน้ำเมื่อวานนี้ทำให้ภูผานึกกลัว กลัวว่าหากเขาคลาดสายตาเพียงชั่วครู่ เมื่อหันกลับมาอีกครั้งต้นน้ำจะไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว 

ร่างสูงรีบอาบน้ำแต่งตัว ก่อนออกเดินทางเขาอยากเห็นหน้าคนตัวเล็ก แม้ไม่ยอมพูดคุยด้วย แต่ให้เขาได้บอกลาสักคำก็ยังดี 

ครรชิตเตรียมรถรอเจ้านายอยู่ก่อนแล้ว เขาพักอยู่ที่ตู้คอนเทนเนอร์เดียวกับหัวหน้าคนงาน 

"ฉันจะไปดูต้นน้ำสักหน่อย นายวนรถไปรอที่หน้าสถานรับเลี้ยง" 

"ครับ" 

ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงกว่า รถโรงเรียนยังไม่มารับเด็กๆ ที่ลานด้านหน้าจึงเต็มไปด้วยทั้งเด็กเล็กและเด็กโตนั่งเล่นรอรถโรงเรียน ตาคมกวาดมองโดยรอบเมื่อรู้สึกได้ว่าอะไรบางอย่างหายไป 

ไม่มีเจ้าขันเงินของต้นน้ำ 

"คุณอา สวัสดีค่ะ/ครับ" เด็กๆ ยกมือไหว้สวัสดีคุณอาสุดหล่อเพราะเห็นหน้ากันจนเคยชินเสียแล้ว แถมจากเหตุการณ์ของเสือน้อยทำให้เขาเรียกคะแนนจากเด็กๆ ได้มากโข 

ภูผาพยักหน้ารับ เลือกมองเอาสักคนหนึ่งที่เขาพอจำหน้าได้อยู่บ้าง เป็นเด็กโตที่เก็บกวาดลานอยู่ในวันที่เสือน้อยหายตัวไป 

"พี่ต้นน้ำล่ะ ไม่เห็นรถจอดอยู่" 

ทว่าคนตอบกลับไม่ใช่เด็กหญิงคนนั้น เป็นเสียงโอบอ้อมอารีตามแบบฉบับเฉพาะตัวของแม่ทิพย์ "ไม่อยู่หรอกค่ะคุณ" 

ขายาวรีบก้าวตรงเข้าไปหา เพราะคำว่าไม่อยู่ทำให้เขาไม่สบายใจ 

"แม่ทิพย์ สวัสดีครับ" 

"ตื่นเช้าเชียวนะคะ แต่งตัวรูปหล่อเชียว" 

"จะเข้าบริษัทน่ะครับ เลยแวะมาหา.... แต่แม่ทิพย์บอกว่าเขาไม่อยู่ ไปซื้อของหรือครับ" ภูผาปลอบใจตัวเองด้วยการมองในแง่ดี 

หญิงมีอายุยิ้มรับ ทอดมองด้วยสายตาอ่อนโยน ในอกเต็มไปด้วยความเห็นใจ เธอเห็นด้วยกับต้นน้ำในการออกเดินทางครั้งนี้ ในเมื่ออยู่ก็ไม่ต่างจากทรมานตัวเองด้วยกันทั้งคู่ โอบกอดร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลมีแต่จะทำร้ายไม่ใช่ช่วยรักษา ภูผาเองก็คงไม่ยินดี ทางออกนี้ดีที่สุดสำหรับคนทั้งคู่แล้ว 

"ไม่ใช่หรอกค่ะ" 

คำตอบเพียงสั้นๆ ทว่ากลับทำให้หัวใจของภูผาทำงานหนัก เมฆครึ้มกำลังคืบคลานทั้งที่ท้องฟ้ายังคงสดใส ในดวงตาคมทุกอย่างพลันขมุกขมัว สีสันจืดชืดลงถนัดตา 

"เขา....ไปแล้วหรือครับ? " 

"ค่ะ ไปแล้ว" 

ไปแล้ว.... 

คำภาวนาของภูผาไม่บังเกิดผล 

สุดท้ายกระต่ายน้อยของเขาก็กระโดดหนีไปอยู่ดี 

ผิวกายชาดิกคืบคลานไปทุกส่วน ความรู้สึกเหมือนกับโลกนี้จะไม่มีแสงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาอีกแล้ว มีเพียงความมืดมนหนาวเหน็บทรมาน ภูผาหินกำลังทลาย กลับถูกฝ่ามืออบอุ่นข้างหนึ่งโอบอุ้มไว้ สัมผัสแผ่วเบาทว่าหนักแน่นวางทาบลงบนหน้าอกข้างซ้ายไร้ความรู้สึกของเขา ดึงเอาสติกลับคืนมา 

"แต่เขาจะกลับมาในวันที่เขาหายดี เราแค่ให้เวลาอย่างที่เขาต้องการเถอะค่ะ ไม่ต้องพยายามตามหาเพราะเขาไม่ได้ไปไหน ความรักของเขาอยู่ที่นี่ ยังไงเขาก็ต้องกลับมา" 

คนฟังขอบตาร้อนผ่าว ในชีวิตเขามีเรื่องให้เสียน้ำตาแค่ไม่กี่ครั้ง นับนิ้วด้วยมือข้างเดียวยังไม่หมดด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องนับการเสียน้ำตาต่อหน้าคนอื่นเลย ทว่าแม่ทิพย์กลับต่างออกไป หากแม่ของภูผายังอยู่ก็คงมองเขาด้วยสายตาแบบเดียวกันนี้กระมัง สายตาที่บอกว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี 

"คุณภูผารอได้ไหม" 

"ได้สิครับ นานเท่าไหร่ก็จะรอ" 

รอ... คำเดียวสั้นๆ คำนี้สร้างความทรมานให้คนที่ยังอยู่ได้เสมอ ยิ่งเป็นการรอคอยที่เราไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ละวันคืนที่ผ่านพ้นไปยาวนานเหมือนหนึ่งปี วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง โผล่พ้นขึ้นมาในวันใหม่ไม่รู้อีกกี่หน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน ฤดูกาลเปลี่ยน ....แต่คนไม่เปลี่ยน 

ยังคงเฝ้ารอ 

 

....หนึ่งปีต่อมา 

หลังจากเริ่มออกเดินทาง ต้นน้ำเพิ่งค้นพบความสามารถที่ตัวเองชื่นชอบและสนุกไปกับมันขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง 

การท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ มากมาย จริงอยู่ที่เราใช้สายตาและสมองในการจดจำภาพความประทับใจเหล่านั้น แต่เมื่อเวลาผันผ่านเราก็คงลืมเลือนมันไปในสักวัน ต้นน้ำจึงเลือกจดจำภาพความสวยงามเหล่านั้นผ่านเลนส์กล้องและแผ่นฟิล์ม 

มุมมองความประทับใจถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบภาพถ่ายและโปสต์การ์ด 

หลังจากผ่านไปสามเดือน ทุกหนึ่งถึงสองสัปดาห์จะมีโปสต์การ์ดส่งมายังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าสองถึงสามใบ แต่ละครั้งภาพถ่ายจะเปลี่ยนสถานที่ไปเสมอ บ้างเป็นวิวทิวทัศน์ บ้างเป็นผู้คน ทุกภาพแฝงไว้ด้วยอารมณ์ของผู้ถ่าย แม่ทิพย์ได้ยินกระทั่งเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากในนั้น พร้อมคำอธิบายความรู้สึกสั้นๆ และทิ้งท้ายเหมือนเดิมทุกครั้งว่า 'ผมสบายดี' 

ดีแล้วล่ะที่เขาเลือกออกเดินทาง การรักษาบาดแผลของต้นน้ำอาจเป็นการกล้าก้าวออกจากเขตปลอดภัยในโลกใบเล็กๆ ของตัวเอง 

ทว่าโลกใบเก่าของคนรอกลับต่างกัน มันยังคงหมุนวนอยู่กับภาพความทรงจำเดิมซ้ำๆ วันเวลาผ่านไปเชื่องช้ายาวนาน 

แม่ทิพย์เข้าใจดี เธอถ่ายรูปโปสต์การ์ดเหล่านั้นส่งต่อให้คุณภูผาดูเพื่อบรรเทาความคิดถึง อย่างน้อยการได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังสนุกอยู่ในอีกซีกโลกหนึ่งและสบายดีก็ช่วยให้การเฝ้ารอไม่ทรมานจนเกินไป กลายเป็นว่ามีคนรอการมาถึงของบุรุษไปรษณีย์เพิ่มขึ้นอีกคน ใกล้ถึงวันเมื่อไหร่พอไม่ได้รับภาพถ่ายจากแม่ทิพย์ก็เป็นคุณภูผาเองที่โทรไปทวงถาม ตอนนี้ชายหนุ่มคือแขกขาประจำของสถานรับเลี้ยง แม้ต้นน้ำจะไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วก็ตาม เด็กๆ คุ้นเคยกับคุณอาสุดหล่อที่ผันตัวมาเป็นผู้อุปถัมภ์ของพวกเขาเต็มตัว เงินห้าล้านที่ต้นน้ำทิ้งไว้ให้ แม่ทิพย์ไม่ได้ใช้สักบาทสักสตางค์เดียว 

แค่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของคนที่รักด้วยภาพถ่ายก็ดีมากแล้ว 

ปลายนิ้วลากผ่านลายมือที่แสนคิดถึงจับใจ 

แม่ทิพย์เพียงนำออกมาให้ดูเวลาที่เขามาเยี่ยม แต่ไม่ยอมให้กลับไป สักใบก็ไม่ยอม ภูผาจึงทำได้เพียงลูบๆ คลำๆ เท่าที่พอทำได้ 

ใครจะรู้ เมื่อเวลาผ่านร่วงเลยไปถึงครึ่งปี มีอีกหนึ่งคนที่ได้รับโปสต์การ์ดจากบุคคลไร้ชื่อเช่นกัน มีเพียงคำอธิบายด้วยตัวอักษรคุ้นเคยเล็กๆ ว่าเป็นที่ไหน บางที่แม้กระทั่งชื่อภูผายังไม่เคยได้ยิน 

เขายังจำความรู้สึกยามกลับจากประชุมและเห็นการ์ดใบนั้นวางรออยู่บนโต๊ะทำงานได้ ท่านประธานใหญ่แทบเก็บอาการไม่อยู่ อยากโห่ร้องให้กู่ก้องสมความยินดีมากล้น เร่งรีบกดโทรศัพท์ไปอวดแม่ทิพย์เป็นการใหญ่ หลังจากนั้นคุณภูผาก็มีภาพถ่ายไว้อวดแม่ทิพย์คืนบ้างแล้ว โปสต์การ์ดทุกใบถูกเก็บรักษาอย่างดี ฝุ่นไรไม่มีวาสนาได้เกาะสักเม็ด 

กำลังใจในการเฝ้ารอของคุณภูผา คือการมาถึงของโปสต์การ์ดราคาไม่กี่บาทแต่มีค่าทางความรู้สึกนับอนันต์ 

 

ต้นน้ำท่องเที่ยวไปตามประเทศต่างๆ ซึมซับวัฒนธรรมหลากหลายเชื้อชาติ ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองในแบบที่เขาไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต นั่งรถไฟสายยาวข้ามทวีปครั้งแรก สร้างมิตรภาพกับเพื่อนร่วมทางแปลกหน้า แม้พูดกันคนละภาษา กลับสามารถเรียกได้แม้กระทั่งน้ำตาในวันที่ต้องแยกจากกัน เหลือไว้เป็นภาพความทรงจำดีๆ ให้นึกถึง 

ต้นน้ำได้รู้จักเว็บไซต์แชร์ภาพถ่ายจากเพื่อนร่วมทางชาวจีนคนหนึ่ง แรกเริ่มเพียงแค่อยากแชร์ผลงานของตัวเองเท่านั้น กลับกลายเป็นสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ การถ่ายภาพจึงยิ่งสนุกสนานและท้าทายมากกว่าเดิม ภาพถ่ายมากมายถูกขายออกไป กระทั่งช่างภาพอิสระปริศนาที่ท่องเที่ยวไปทั่วโลกกลายเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง 

....The little hare 

ใครกันนะคือกระต่ายป่าตัวนี้ 

 

ใจกลางเมืองหลวง กรุงเทพมหานครแห่งความวุ่นวาย ช่างแตกต่างจากโลกอีกใบของคนตัวเล็ก พนักงานก้มหน้างุดอยู่กับเอกสารและหน้าจอคอมพิวเตอร์ กว่าจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็ถึงเวลาเลิกงานแล้ว ภายในห้องของท่านประธานใหญ่กำลังเคร่งเครียดไม่ต่างกัน 

ทว่าสาเหตุนั้น.... 

"ไม่มีแน่นะ ลงไปถามประชาสัมพันธ์อีกรอบหรือยัง" 

"ไม่มีจริงๆ ครับนาย ผมลงไปถามตอนบ่ายสอง รปภ.หน้าตึกก็บอกว่าหมดรอบของไปรษณีย์แล้วครับ ที่เซ็นรับวันนี้ไม่มีโปสต์การ์ดเลยสักใบ รปภ.ถามย้ำบุรุษไปรษณีย์ตามที่นายกำชับแล้วด้วยครับ" 

"แต่นี่มันสามอาทิตย์แล้วนะ ของหายระหว่างทางหรือเปล่า ฉันจะโทรไปถามแม่ทิพย์ว่าได้รับหรือยัง" 

ครรชิตมองท่าทางกระวนกระวายเหมือนไม่ใช่เจ้านายในเวลาปกติ เรื่องเกี่ยวกับคุณต้นน้ำทีไรเป็นแบบนี้ทุกที นี่แค่โปสต์การ์ดส่งมาล่าช้าก็ไม่เป็นอันทำงานมาสองสามวันแล้ว 

"ครั้งที่แล้วโปสต์การ์ดส่งมาจากอิสราเอล ระยะเวลาการส่งแบบธรรมดาใช้เวลาเป็นเดือนๆ ตอนนี้คุณต้นน้ำอาจจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถหาไปรษณีย์ได้ก็ได้นะครับ" 

แม้รู้ว่ากว่าโปสต์การ์ดจะเดินทางมาถึงมือก็ดีเลย์จากสถานที่จริงที่ต้นน้ำอยู่ไปไกลโขแล้ว คุณภูผากลับเหมือนฟังเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา ต่อสายหาแม่ทิพย์อยู่ดี 

สุดท้ายแล้วได้ความว่าทางฝั่งนั้นก็ยังไม่ได้รับเหมือนกัน 

"ช่วงที่ไปแอฟริกาใต้ก็หายไปเป็นเดือนเหมือนกันนี่ครับ" 

"นายจะมารู้อะไร หมดธุระแล้วก็ออกไป รำคาญ" 

นั่น ใครจะน่าสงสารไปกว่าครรชิตอีกไม่มี 

แต่ก่อนที่จะได้ออกไปให้พ้นหูพ้นตาอย่างที่ว่า กลับถูกเจ้านายเรียกรั้งเอาไว้ก่อน 

"ไฟลท์บินไปไต้หวันเลื่อนออกไปก่อนสักสองสามวันได้ไหม ฉันกลัวมามันถึงตอนที่ฉันไม่อยู่" 

ครรชิตอยากกลอกตาให้ตาดำหายกลับไปด้านในกะโหลกแล้วไม่ต้องออกมาอีกเลย ทว่าในความเป็นจริงทำได้เพียงตอบด้วยน้ำเสียงเคารพนบนอบ 

"เลื่อนไม่ได้แล้วครับ เพราะนายเลื่อนมาสองรอบแล้ว ไฟลท์นี้บินไปถึงสองทุ่ม เช้าวันถัดมาก็ต้องเข้าประชุมแล้วครับ" 

เป็นภูผาเองที่มัวแต่สนใจรูปถ่ายไม่กี่ใบจนลืม 

"ให้ตายสิ ไปไหนก็ไป" 

ครรชิตน้ำตาตกในเดินออกจากห้องไป 

ไม่ใช่ต้นน้ำก็ลำบากหน่อยนะ 

 

ช่วงนี้งานที่ไต้หวันมีปัญหานิดหน่อย บางเรื่องอยู่นอกเหนือการตัดสินใจของเกล้าภูผาจึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเอง การมาถึงครั้งนี้สร้างความประหลาดใจตรงที่เขาได้เจอกับกรณ์ 

พอทราบอยู่บ้างว่าโรงแรมที่เขาพักประจำเป็นโรงแรมในเครือของหมอนั่น พีระถึงได้แนะนำกรณ์ให้ร่วมหุ้มเพื่อผลประโยชน์ในเรื่องที่พักอาศัยและการอำนวยสะดวกในหลายๆ อย่าง แต่ภูผาบอกปัดเพราะไม่ชอบหน้า ยิ่งได้รู้ว่าอีกฝ่ายมองต้นน้ำอย่างไรยิ่งเห็นเหมือนเป็นศัตรู หากไม่ติดว่าที่นี่สะดวกสบายที่สุดเขาคงไม่มาเหยียบ 

แต่เมื่อนึกได้ว่าเจ้านี่เป็นอีกหนึ่งคนที่ช็อกเมื่อรู้ว่าต้นน้ำไปแล้วค่อยบรรเทาความหมั่นไส้ในใจลง มันเองก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับรู้เหมือนกัน 

คงไม่ได้โปสต์การ์ดอย่างเขาล่ะสิ 

เหอะ! 

"คุณภูผา ไม่ได้เจอกันนานนะครับ" 

"คุณกรณ์" 

ในเมื่อถูกทักอย่างสุภาพ ในฐานะนักธุรกิจด้วยกันไม่มีเหตุผลให้เขาเสียมารยาทตอบ 

"มาทำงานหรือครับ" 

"ครับ" 

"บังเอิญจริง ปกติผมมาตรวจงานที่นี่ไม่เคยตรงกับคุณเลย วันนี้ถือเป็นโอกาสดี ดื่มด้วยกันสักหน่อยไหมครับ" 

ตาคมเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือตามมารยาท ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว 

"ไม่ดีกว่าครับ พรุ่งนี้ผมมีประชุม" 

คนเอ่ยชวนด้วยไมตรียิ้มรับ เรื่องราวผ่านมาเป็นปี เขาเองไม่มีเหตุผลอะไรให้ผูกใจเจ็บ เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะได้รับผลกรรมที่ทำแล้ว เขาเป็นเพียงคนนอกไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ใดๆ 

"ถ้าอย่างนั้นก็ไว้โอกาสหน้าครับ" 

ภูผาพยักหน้ารับ เบี่ยงตัวเดินตรงไปยังลิฟต์ แต่กลับถูกกรณ์ร้องถามขึ้นมาเสียก่อน 

"คุณได้ข่าวต้นน้ำบ้างไหม ผมเห็นครั้งสุดท้ายตอนไปแอฟริกา แล้วอยู่ๆ เขาก็หายไปเลย" 

ภูผาหมุนตัวขวับกลับมาสีหน้าทะมึน 

อย่าบอกนะว่ากระต่ายน้อยของเขาส่งโปสต์การ์ดหาไอ้บ้านี่เหมือนกัน?! 

"คุณเห็นที่ไหน" 

"ในอินสตาร์แกรมเขาไงครับ" 

เมฆหมอกขุ่นมัวหายไปเมื่อได้รับคำตอบ ครรชิตที่ยืนอยู่ไม่ห่างเจ้านายก็ลอบถอนหายใจหนักๆ ด้วยเช่นกัน ขืนคุณกรณ์ได้รับโปสต์การ์ดด้วยล่ะก็ หลังจากนี้คนที่ต้องรองรับอารมณ์พายุหมุนของภูผาก็คือเขานี่เอง 

"แต่อยู่ๆ เขาก็หยุดอัปเดตไป ไม่รู้ทำไมนะ" 

"คงมีปัญหาเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตมั้งครับ" คำตอบส่งๆ ทำให้กรณ์แปลกใจ ไม่มีทางที่ภูผาจะไม่สนใจเรื่องของต้นน้ำ แต่ถึงอยากซักถามอะไรต่อร่างสูงใหญ่ก็ไม่รอให้เขาได้ถามแล้ว 

คล้อยหลังมานั้น มุมปากที่เหยียดตรงมาตลอดทั้งวันก็ปรากฏรอยยิ้ม แถมยังเล็กน้อยเสียจนหากไม่สังเกตดีๆ คงไม่เห็น เว้นแต่ครรชิตที่อยู่ตามติดเป็นเงา 

แค่เห็นว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าคู่แข่งเรื่องโปสต์การ์ดก็ลืมเรื่องขุ่นมัวที่ยังไม่ได้รับเสียสนิท ภูผาหินสั่นสะเทือนได้ด้วยต้นน้ำสายเดียวจริงๆ 

เห็นอย่างนี้ คุณภูผาคงยังไม่รู้ว่าหัวใจของคุณกรณ์ไม่ได้อยู่ที่คุณต้นน้ำนานแล้ว 

 

 

 

TBC. 

>>>> 

แอ๊ หัวใจคุณกรณ์ไม่ได้อยู่ที่ต้นน้ำแล้ว ถ้าอย่างนั้นอยู่ที่ใครน้า 

เรื่องหนักๆ ผ่านพ้นไปแล้วนะคะ หายใจโล่งปากโล่งคอกันได้แล้ว  

ทีนี้ก็เหลือแต่น้องจะกลับมาหาตอนไหนเท่านั้นเอง 

เที่ยวเพลินจนไม่อยากกลับแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ >< 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว