facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 26 : ทำไมไม่เป็นฉัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 : ทำไมไม่เป็นฉัน

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.4k

ความคิดเห็น : 155

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2561 16:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 : ทำไมไม่เป็นฉัน
แบบอักษร

สิระ : วันนี้สองทุ่มที่เดิมมุมซ้าย มีเรื่องจะคุยด้วย (16.40)

สิระ : อ่านแล้วคือรับรู้ (18.48)

ข้อความที่ได้รับหลังจากเปิดอ่านมันทำให้คิมหันต์จิ๊ปากเบือนหน้าหนี เขาเหวี่ยงสมาร์ทโฟนเครื่องหรูลงเตียงนอนก่อนที่จะจัดแจงอาบน้ำแต่งตัวตามที่เพื่อนนัดไว้ มันเป็นเวลาเดียวกันที่วสันต์กำลังตอบปฏิเสธกับคำไหว้วานของพี่ที่ที่ทำงาน ทั้งที่วันนี้ไม่มีเรื่องต้องทำแท้ๆ

วสันต์ : เจ๊ ไหนบอกวันนี้ไม่มีงานไง โหยยยยยจะนอนอยู่บ้าน

เจ๊เต๋า : เอออออมาช่วยงานเจ๊หน่อย ซักประมาณสองทุ่ม ไม่เจอนังสิระหรอกแค่มาช่วยส่วนของเจ๊เฉยๆ

วสันต์ : วุ๊!!

เจ๊เต๋า : นะ นะ วสันต์นะเดี๋ยวหาสาวขาวๆตู้มๆมาให้

วสันต์ : ก็ได้เจ๊ แต่วันนี้เอาเพื่อนไปด้วยนะปล่อยอยู่บ้านคนเดียวเดี๋ยวเหงา

เจ๊เต๋า หึ***…..เข้าแผนที่อิเจ๊วางไว้***

วสันต์ : เงียบไมจะไม่ให้พาเพื่อนไปหรอ งั้นไม่ไปนะ บาย

เจ๊เต๋า : เออออจ้า มาๆๆเอามาเลยค่ะวสันต์สุดหล่อของเจ๊ จะเอาเพื่อนมากี่คนก็ได้ค้า!!

วสันต์ : คนเดียวเท่านั้นแหละ เดี๋ยวสองทุ่มถึง

ตู๊ด!!!

สิ้นสุดบทสนทนาวสันต์ถอดถอนหายใจเฮือกใหญ่เขาขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงซึ่งตอนนี้ได้แต่เดินทอดน่องไปหาเมษาเพื่อบอกให้เตรียมตัวอาบน้ำอาบท่าซะ มันเหนื่อยหน่ายเต็มทีหลังจากชีวิตผ่านเรื่องหลายเรื่องมาโดยที่หัวใจยังไม่ทันได้พักวันนี้ยังต้องไปช่วยงานพี่อีก

21.15

ไนท์คลับ

ความไม่คุ้นชินทำให้เมษาจับมือวสันต์แน่นแล้วให้อีกคนพาเดินฝ่าผู้คนมากมายทั้งชายหญิงที่ล้วนกำลังร่อนกายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลง แสงไฟสปอตไรท์สาดส่องวิบวับเปิดปิดสลับกันทั่วห้องโถงทางยาว แทบไม่มีคนนั่งติดอยู่กับที่เพราะตอนนี้ใครๆก็ต่างออกมายืนออกันที่บู๊ทดีซึ่งมิกซ์จับจังหวะเพลงจนเสียงเบสดังกึกก้องทุ้มอยู่ในอก

“แม่งเอ้ยย!!! ใครมันล๊อคทางเข้าข้างหลังวะคนจะแน่นห่าอะไรแต่หัววัน”

วสันต์สบถออกมาเมื่อรู้สึกรำคาญและอึดอัดที่ต้องเดินเบียดเสียดกับผู้คน แค่นั้นไม่พอที่ห่วงมากกว่าตัวเองในตอนนี้คงจะเป็นเมษาที่ได้แต่เดินโงนเงนตามต้อยๆบ้างสะดุดตรงนู้นตรงนี้จนเขาต้องสลับตำแหน่งพามาเดินข้างหน้าแทน สองแขนค่อยๆแหวกดันคนออกเป็นการเปิดทางให้เมษาเดินได้ถนัด

“ว วสันต์ เดินไม่ได้คนมันแน่น”

พูดจบก็เอี้ยวหน้ามาหาในตอนนี้เขายืนแทบไม่ติดพื้นเพราะถูกกระแทกจากคนข้างๆ เสียงดนตรีจากบู๊ทดีเจดังจนสองคนต้องตะโกนคุยกัน วสันต์ใช้แรงทั้งหมดดันเมษาให้เดินหน้าไปเรื่อยๆทั้งที่ตัวเองโดนเบียดจนแทบตั้งตัวไม่ไหว สองขาก้าวเดินอย่างตะกุกตะกักชักช้าจากที่อารมณ์ดีหวังมาช่วยงานเพราะสาวอกตู้มที่เจ๊ล่อไว้แต่ถ้าให้แลกกับต้องมาเดินเบียดคนในที่แบบนี้กลับใจไปเลือกใหม่ได้คงไม่มาซะยังดีกว่า

“อีกนิดเดียวจะถึงโต๊ะแล้ว ไหวป่าว”

“อื้มมมม ไหว”

กว่าจะเดินมาถึงโต๊ะก็พาเอาเหนื่อย ทั้งเพลง ทั้งคน ที่ปะปนตีกันจนประสาทจะแตกถ้ามาคนเดียวคงสู้ไม่ถอยขอแจมเต้นด้วยคนแต่วันนี้ดันมีอีกคนที่ตัวเองต้องคอยดูแลมาด้วยอย่างเมษา ไม่ได้รู้สึกไม่ดีที่พามาแล้วหมดสนุก แต่มันเป็นความรู้สึกห่วงมากกว่าในเมื่อสถานที่ในวันนี้มันไม่เหมาะกันกับเมษาเอาเสียเลย ทั้งสองทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มวสันต์ยังไม่ทันได้พักหายใจพนักงานประจำไนท์คลับก็เดินเข้ามาหาทันที

“อ้าว ไหนเฮียสิบอกเฮียจะไม่มาซักพัก”

“อยากมาตายนัก เจ๊เต๋าดันโทรตามข้าให้มาช่วยงานอ่ะดิ แล้วไอ้ประตูหลังใครมันล๊อควะกว่าขจะเดินมาถึงโต๊ะได้ขาสั่นยังกับกะรี้กินเลยเนี่ย”

พนักงานสังเกตเห็นบุคคลไม่คุ้นหน้าจึงชี้ไปทางเมษา ตอนนี้กำลังนั่งหลบมุมใช้หัวเอนพิงโซฟาหัวในรู้สึกมึนงงไปหมดเมื่อไม่ชินกับสถานที่แบบนี้ ไฟที่สาดส่องไปมาตามทางทอดยาวถ้าเป็นสายเที่ยวคงตื่นตาตื่นใจแต่ไม่ใช่สำหรับเมษา

“ฮ่าๆ ว่าแต่นี่ใครอ่ะดูท่าน้องเขาไม่น่าจะชอบที่แบบนี้นะ”

“เพื่อน พามาด้วยอยู่บ้านคนเดียวกลัวจะเหงา”

“อ่อ…คนเดียวกับที่เฮียสิชอบมาอวดให้ฟังไว้ป่ะ ที่ชื่อเมษาๆตัวขาวๆมาจากต่างจังหวัด”

พูดไม่พอยังทิ้งตัวลงนั่งข้างๆวสันต์ แล้วชโงกหน้าไปหาอีกคนที่ตอนนี้นั่งถัดไปอีกที เมษาใช้มือปิดใบหน้าตัวเองไว้ไม่อยากจะลืมตาลับแสงด้วยซ้ำ แต่มือทั้งสองข้างก็ต้องถูกลดเลื่อนลงเมื่อเด็กพนักงานค่อยๆดึงมือของคนตัวเล็กออกแล้วส่งยิ้มให้

“น่ารักดีนี่เฮีย ว่ามั้ย”

คำพูดคำจาที่แสดงออกถึงความคิดที่มีต่ออีกฝ่ายทำให้วสันต์ปลายตามองควับ ซึ่งเขานั่งไขว่ห้างอยู่เห็นอย่างนั้นจึงใช้หัวเข่ากระทุ้งเข้าท้องเด็กพนักงานที่รู้จักเบาๆเป็นการเตือนว่าระยะกำลังจะเข้าถึงมันใกล้มากไปแล้ว

“ให้มันน้อยๆหน่อย”

“โถ่เฮียยยย แค่ชมว่าน่ารักเอง เนอะ….รับเครื่องดื่มอะไรหน่อยมั้ยเผื่อจะสดชื่น”

แทนที่จะรู้ตัวว่าตนกำลังโดนเตือนกลับยิ่งส่งยิ้มกุ้มกิ่มให้ไม่หยุด เมษาทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยิ้มตอบตามไปให้เป็นมารยาทแล้วเอ่ยทักทาย

“อ เอ่อไม่ดีกว่า….ส สวัสดี”

“สวัสดีครับ น่ารักแบบ……อุ๊กกก!!!!เฮีย!!กระทุ้งมาได้ไข่แตกกันพอดี!!!!”

ไม่ทันพูดจบเด็กพนักงานก็ต้องหดห่องอตัวสองมือคว้าหมับกอบกุมเป้ากางเกงไว้เมื่อวสันต์ชันเข่าขึ้นแล้วออกแรงกระแทกเข้าน้องชายของเขาเต็มๆ แรงที่ถูกส่งออกไปทำเอาฝ่ายตรงข้ามหน้าถอดสีจนต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งไปนั่งที่เดิมที่ควรจะอยู่

“อ๊าหกกกก!!!จุก!!!ทำน้องได้ลงคอ”

“ทำอะไร เข่ามันกระตุกเบาๆแค่นั้นเอง ฮ่าๆ”

“จะฟ้องเฮียสิให้หักเงิน!!!!”

“อ้อหรอเดี๋ยวนี้หัดมีลูกพี่งั้นหรอ แบบนี้จับหักคอแม่ง มา!!!! จับมันหักกี่ท่อนดีล่ะเมษา”

“อ้าหกกกก เฮียอย่า!!!ผมล้อเล่นนนเมษาห้ามที้!!!”

ร้องเสียงหลงเพราะตอนนี้ร่างของเขาถูกล๊อคด้วยน้ำมือของวสันต์ที่ทำท่าจับเข้าที่ช่วงคอก่อนจะแกล้งหักเอนไปทางซ้ายทีขวาทีมันเป็นเพียงการหยอกล้อกันระหว่างพี่น้องในสถานทำงานบันเทิงแต่แล้ววสันต์ก็ต้องหยุดกระทำนั้นลงเมื่อเด็กพนักงานถามอะไรบางอย่างออกมา

“เออ เฮียสิกับเฮียคิมเขาต่อยกันอีกแล้วจริงดิ เห็นหน้ายับทั้งคู่เลย”

“ห๊ะ ทำไมเอ็งคิดงั้นวะ”

วสันต์คลายมือยอมปล่อยน้องออกเขาเลิกคิ้วฉงนสงสัยในคำพูด ว่าแล้วเด็กพนักงานก็ปัดเนื้อปัดตัวจับจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่พรางชี้ไปทางเก้าอี้มุมนั่งดื่มและแล้วความสงสัยก็ถูกคลายปม

“อ้าวเฮียไม่รู้หรอ ก็วันนี้เฮียคิมมาที่นี่ แกไปนั่งอยู่ตรงนู้น โหทั้งใส่หมวกแก๊ปทั้งคาดแมสจนจำแทบไม่ได้ แต่เพราะรอยสักนี่แหละผมเลยจำได้ ขนาดปิดหน้าขนาดนั้นนะ…อือหือออผมนี่ไม่กล้าสบตาเลยกลัวจะโดนถามว่ามองอะไร ท่าทางซัดกันหนักจริงว่ะ รุนแรงๆๆพวกเฮียแม่งรุนแรง”

“ไอ้คิมน่ะนะมาที่นี่!!เห้ยมาไมวะ แทนที่แม่งจะนอนอยู่บ้าน”

“เอ้า!!ถามจริงใช่เพื่อนกันจริงป่ะเนี่ย เฮียรู้ไรบ้างเนี่ยย สภาพนี่เละพอกันทั้งเฮียสิทั้งเฮียคิม วันนี้ผมกับเจ๊เต๋าก็ช่วยทำแผลให้ ร้องโอดโอยถามไปทำไรมาก็ไม่ตอบ เออเฮียผมว่านะสงสัยต่อยกันเรื่องผู้หญิงชัว คู่นี้ประเด็นชู้ไม่ซ้ำปี ฮ่าๆๆๆเฮียว่ามะ”

พูดจบก็ตบเข้าที่ไหล่ของวสันต์สองสามทีเขาขำออกมากับเรื่องที่ตัวพูด ก็แน่นอนในเมื่อที่ผ่านมาคิมหันต์กับสิระมีปัญหาบาดใจกันมาตลอดมีทะเลาะกันบ้างแต่ไม่ถึงเลือดตกยางออกจนแก้มบวมกันไปข้างและแน่นอนว่าในครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ต่อยตีกันเองแต่เป็นฝีมือของวสันต์เองต่างหาก

“เออ สงสัยจะอย่างนั้น”

“ก็คงใช่แหละ โอ้ยยไม่อยากนึก ทำไมพี่แกเล่นแรงกันจังวะเฮีย ละเฮียสิแกก็บ่นเจ็บปากกินข้าวไม่ได้ๆ วันนี้ผมวิ่งไปซื้อข้าวต้มมาให้เนี่ย คนป้อนก็นู่น!!!เจ๊เต๋าผมไม่เด้วยหรอกป้อนไปร้องไป”

“ฮ่าๆๆฝากบอกมัน วสันต์สมน้ำหน้า”

“ไม่เอาหรอก เฮียก็ไปสมเองดิ”

“ขี้เกียจเจอหน้าแม่ง”

“เอ้าแล้วก็มาฝากคนอื่นบอก!!...แต่เฮียคิมไปต่างจังหวัดไม่น่าจะมีสาวมาติดแล้วเฮียสิไปแย่งอะไรวะหรือว่าไปแย่งสาวบ้านนอกบ้านนาต่างจังหวัดกันเอง โอ้ยงง”

“เออแล้วหน้าไอ้คิมเป็นไงบ้าง”

“แก้มช้ำว่ะเฮีย บวมตุ่ยเลย ฮ่าๆๆแต่ก็น่ารักดีเหมือนอมลูกอมไว้”

“แล้วมันมาที่นี่ทำไมวะ………..”

วสันต์สงสัยในใจว่าทำไมคิมหันต์ถึงได้มาที่นี่ทั้งที่พวกเขาสามคนพึงจะมีเรื่องบาดหมางกันมาแท้ๆ โดยเฉพาะสิระที่เป็นเจ้าของไนท์คลับแห่งนี้ถ้าอยากจะเที่ยวทำไมไม่ไปที่อื่น ไหนจะเรื่องที่เจ๊เต๋านัดให้มาช่วยงาน ตัวเจ๊เต๋าเองไม่ใช่ไม่รู้ว่าวสันต์พึงซัดหน้าสิระมาแท้ๆแล้วยังจะเรียกตัวมาที่นี่อีกงั้นรึ

“เฮียแกก็อยากเที่ยวบ้างไรบ้างเอ้อออถามแปลกๆ”

“เที่ยวที่นี่น่ะนะ เอ็งบอกข้าเองไม่ใช่แงะว่ามันพึงต่อยกับไอ้สิระมาแล้วจะมาเที่ยวที่นี่ทำไมวะ ก็ไอ้สิระมันเป็นเจ้าของอยู่ ต่อยกันแหมบๆอยากเจอหน้ากันขึ้นมาว่างั้น”

“เออว่ะ………..แล้วเจ๊เต๋าก็นัดเฮียให้มาทำงานอีก”

“เค้าเรียกว่าวันรวมแห่งความฉิบหาย ฮ่าๆๆ ถ้าเจอหน้ากันมีหวังกัดกันตาย”

“เฮียจะไปกัดด้วยหรอ ฮ่าๆๆ ให้เฮียเขาฟัดกันเองเถอะเฮียคอยห้ามพอ”

วสันต์ Said.

ทำไมมันบังเอิญจังวะ บังเอิญจนน่าสงสัยที่เรากับไอ้คิมไอ้สิระต้องมาอยู่ในที่แบบนี้พร้อมกัน เมษาเองก็ด้วย

วสันต์นิ่งเงียบไปกับความคิดตัวเองจนเด็กพนักงานสะกิดเขารัวๆ

“เฮีย!!!เฮียบอกผมก่อนว่าเขาแย่งสาวบ้านนาที่ไหน”

“ไม่รู้โว้ยย โอ้ยยรำคาญ”

“เฮียยยยบอกหน่อย”

“………..แย่งข้ามั้ง แบบวันนึงพวกมันเปลี่ยนใจอยากกินพวกเดียวกัน อาห์ ฮ่าๆๆๆๆ”

“อี๊!!!!!!อุบาทว่ะ ไป๊!!!ไม่ยงไม่อยู่แม่งแล้ว ยึ้ยยยย”

“ทำหวงเนื้อหวงตัว ไอ้ฟาย อยากอ่อยฉิบหายแหละฮ่าๆๆๆ”

“เฮียแม่งอุบาท!!!!!”

วสันต์แกล้งพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งสองมือลูบไล้ไปมาบนอกตัวเองแล้วหรี่ตามองน้องผู้ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆเขาทำและแสดงท่าทางชวนขนหัวลุกออกมาเพื่อเป็นการป่วนกวนประสาทเล่นๆแต่ใครจะยินดียินเห็นด้วยนอกจากจะโดนตะโกนตอกหน้ากลับมา

“น้องที่รู้จักหรอ”

เมษาถาม

“ใช่ ไอ้นี่มันขยันขันแข็งดูแลลูกค้าดี เลยอยู่ได้นานหน่อย ทำไมรึ”

“อ่อ..เปล่า..คงจะชอบเนอะถึงได้ทำได้นาน”

พูดแล้วมองไปรอบๆก่อนจะหันกลับมายิ้มให้วสันต์

“ไม่โอเคกับที่นี่รึ”

“ไม่เชิงไม่โอเค แต่คนมันเยอะเลยหายใจไม่สะดวก”

“แล้วชอบแบบไหนล่ะ ทุ่งหญ้า ทะเลแบบนี้รึเปล่า ฮ่าๆๆ”

“อืมมมม บอกไม่ถูกแค่ที่ที่ทำให้เรารู้สึกดีก็โอเคแล้วล่ะ งงมั้ย ฮ่าๆ แล้วคิมหันต์มาที่นี่บ่อยมั้ย”

“ไม่งงๆ ฮ่าๆ บ่อยดิมันอ่ะตัวเที่ยวเลย ชวนเที่ยวกันแทบทุกคืนจนเงินจะหมด ฮ่าๆ เดือนนึงก็เจ็ดแปดครั้งไม่รู้มันเอาเวลาไหนไปหลับนอน กลับบ้านทีตีสามตีสี่บางวันสลบพร้อมกันสามตัว”

“ไปอยู่กับเมษาคงเบื่อน่าดูเลยเนอะ ที่นั่นไม่มีอะไรเลยมีแต่นากับคลองหน้าบ้าน”

“มันอาจจะชอบก็ได้”

“ใช่ๆๆ คิมหันต์เคยบอกว่าชอบที่นั่น”

“จริง? ฮ่าๆ เอ้อออไอ้นี่แปลกคนเว้ยวันแรกบ่นแทบตายทีตอนนี้มาชอบ มันอาจจะไม่ได้ชอบที่นั่นแต่ชอบคนที่นั่นมากกว่ามั้งง”

วสันต์แกล้งหรี่ตามองเมษาแล้วยักคิ้วหลิ่วตาเพราะคนคนนั้นที่ว่าคิมหันต์ชอบนักหนาไม่ใช่ใครที่ไหนไกลแต่เป็นคนข้างเขานี่เอง ถึงอย่างนั้นเมษากลับไม่เข้าใจในสิ่งที่วสันต์ต้องการจะสื่อกับการเย้าแหย่หวังจะได้แซวเล่นพอสนุกปาก

“เอ๋ คนที่นั่น ใครหรอ”

“……………….”

เมื่อเห็นวสันต์นั่งกอดอกทำหน้าเอือมระอาคล้ายจะเซ็งๆ เมษาจึงเขยิบตัวเข้าใกล้ซักถามเซ้าซี้แล้วใช้มือเขย่าผู้เป็นเพื่อนซี้ต่างบุคลิกซ้ำๆ

“ใครหรอ ใครที่คิมหันต์ชอบ วสันต์ ใครๆ”

“……………….”

“ใคร ใครที่คิมหันต์ชอบคนที่นั่นคือคนไหนน เขาเคยบอกหรออบอกหน่อยยย”

“ป้าข้างบ้านมั้ง สงสัยไอ้คิมเคยเห็นป้าแกนุ่งผ้าถุงอาบน้ำเลยชอบ” -_-

“ป้าข้างบ้าน…………..ป้าหรอ”

“ใช่ ป้าข้างบ้าน ไอ้คิมต้องชอบป้าข้างบ้านมากแน่ๆ มากแน่ๆ มากแน่!!!!”

ความไม่รู้ไม่เรื่องของเมษาทำเอาวสันต์ตบฉาดเข้าหน้าตักตัวเองแล้วแค่นเสียงหนักตะโกนลั่น มันไม่ได้ช่วยสร้างความเข้าใจให้อีกคนได้เลยในเมื่อเมษานั่งก้มหน้าทำท่าครุ่นคิดด้วยการใช้นิ้วชี้จิ้มบนขมับตัวเอง

“ป้าข้างบ้าน….ป้าหรอ…แต่กับป้าข้างบ้านคิมหันต์ไม่เคยคุยด้วยเลยนะ ป้าเคยเอาไข่ไก่มาให้ครั้งเดียวก็ไม่กล้ามาให้อีกเลยบอกว่ากลัว สักเยอะ แถมบอกเมษาไว้ด้วยถ้าโดนทำไม่ดีให้ร้องดังๆป้าจะมาช่วย”

“กลัว!!ฮ่าๆๆๆๆ โอ้ยยยยยยป้ากลัวไอ้คิม!ฮ่าๆๆๆสงสัยตอนรับไข่ไก่มันคงแยกเขี้ยวใส่ป้าแหงๆ”

วสันต์ขำลั่นเขาตบหน้าขาตัวเองซ้ำๆกับสิ่งที่ตนได้ยิน

“ก็แหงแหละ สงสัยไปทำหน้าดุใส่ป้า ฮ่าๆป้าเลยกลัว”

“แล้วเมษากลัวมันรึเปล่า”

“กลัวมั้ย ปกติก็กลัวนิดหน่อยบางทีก็ไม่กลัวแต่เมื่อวานนี้กลัวมาก แต่เมษาเข้าใจเลยไม่กลัวแล้วตามที่เราสัญญากันไว้ไง”

พูดแล้วชูนิ้วก้อยข้างขวาขึ้นให้อีกคนได้ดู

“สัญญาของเราสองคนโอเคมั้ย ห้ามบอกใคร”

“อื้ม  แต่..ทำไมห้ามบอกใครล่ะ”

“เอาน่า ห้ามบอก”

“ไม่บอกๆๆ”

“ดีมาก ห เห้ยย!!!”

ระหว่างคุยกันทันใดนั้นวสันต์ก็ต้องเสียหลักเมื่อถูกใครบางคนโถมทับจากด้านหลัง กลิ่นน้ำหอยลอยฟุ้งเตะจมูก ผิวขาวเนียนเด่นกว่าผู้หญิงคนอื่นทั่วไปทำให้เมษาไม่อาจละสายตาออกจากเจ้าหล่อนได้เลย  ปากนิดจมูกหน่อยดวงตากลมโตผมสีน้ำตาลทองยาวสลวยริมฝีปากแดงระเรื่อแก้มอมชมพูขนตายาวเป็นแพรยามพรือกระพริบนัยน์ตาคู่สวย เนื้อตัวขาวสะอาดขัดกับทองที่สวมใส่ในข้อมือเสื้อผ้าสีครีมอมชมพูตัวที่สวมใส่อยู่คงราคาแพงไม่น้อยมันเป็นชุดสายเดี่ยวเปิดอกเผยเห็นเนินอกตูมกระชากใจชาย พร้อมส่งเสียงหัวเราะคิกคักขณะที่ใช้มือทั้งสองข้างปิดตาวสันต์ไว้

“พี่ชายยยทายสิ้ใครเอ่ยย”

“ไอ้ฝน!!!!”

“ฮ่าๆๆๆ อารายยย ไอ้ว้าาาาสันนนน”

“ปล่อยยยย”

“ไม่ปล่อยได้มั้ยพี่ชายยยย”

“ใครพี่แก!!!แล้วช่วยเอามือออกไปที มองไม่เห็น”

เธอเอียงหน้าไปทางซ้ายทีขวาทีทั้งที่ยังใช้มือปิดตาวสันต์อยู่ ดูแล้วคงสนิทกันมากถึงได้หยอกล้อเล่นกันได้ถึงขนาดนี้ เมษาได้แต่นั่งมองทั้งสองตอนนี้ที่วสันต์โวยวายไม่หยุดส่วนเองก็ยังยียวนป่วนแกล้งวสันต์ไม่เลิกไม่ลา

“พี่วสันต์บอกน้องหน้าฝนก่อนว่าคิมคนหล่ออยู่ไหน”

“ไม่บอกเพราะไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน”

“โถ๊ะ!!!ช่วยไรไม่เคยได้ซักอย่าง”

ป้าบ!!!

คำขอไม่เป็นผลจึงยอมคลายมือทั้งสองข้างออกฝ่ามือของเธอฟาดลงบนหลังของวสันต์ก่อนจะเดินอ้อมมาข้างหน้าแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“อยู่ไหนนะ เดินมาจนทั่วไม่เจอซักที่ ร้อนก็ร้อน!!!”

“นัดกันไว้รึไง”

“เปล่าไม่ได้นัด เมื่อกี้ไปหาเจ๊มาเจ๊บอกว่าตาบ้านั่นมันมาที่นี่ ว่าจะแวะมาหาซักหน่อยเห็นบอกว่าโดนพ่อส่งไปอยู่ต่างจังหวัด ไปโซนชั้นลอยก็ไม่เจอเลยลงมา”

“ไม่เจอเหมือนกันแต่เมื่อกี้เด็กพนักงานก็บอกว่าเจอมันเหมือนกัน”

“อ้าวไม่ได้มาด้วยกันหรอ”

“เปล่า แยกกันมาวันนี้มากับ”

พูดไม่ทันจบหน้าฝนหญิงสาวผิวขาวตาโตหันมาเห็นเมษาพอดี ตามมารยาทจึงถามและกล่าวทักทายหล่อนชี้มาทางเมษาแล้วหันมาถามวสันต์ว่าเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักที่กำลังนั่งจ้องเธอตาไม่กระพริบคนนี้คือใคร

“อ้าว ใครอ่ะ ไหงไม่แนะนำให้รู้จัก”

“ก็กำลังแนะนำนี่งายยยยยยยย”

“อ่อๆๆ”

“เมษา เด็กที่ไอ้คิมไปอยู่ด้วย”

“…น่ารักกว่าที่คิดนี่ อายุเท่าไรล่ะ”

ว่าแล้วหล่อนปรับเปลี่ยนท่าทางทันทีด้วยการชันขาขึ้นนั่งไขว่ห้างท้าวคางปลายตามองมาทางเมษา

“ย ยี่สิบห้าครับ”

“อ่อ ฉัน ยี่สิบหกน่ะนะ เป็นพี่นายปีนึงนะหนุ่มน้อย”

“ค ครับ…”

เห็นท่าไม่ดีวสันต์จึงรีบพูดแทรกขึ้น

“ไอ้ฝน ไม่ต้องเต๊ะท่าแกล้งชาวบ้านเชียว”

“ไปดีกว่า อากาศตรงนี้มันไม่ดี ถ้าเจอคิมอย่าลืมไลน์มาบอกล่ะจะรออยู่ที่เดิม บาย”

กระเป๋าถือใบหรูถูกหยิบยกขึ้นแนบอก หล่อนลุกขึ้นปลายตามองเมษาด้วยหางตาแล้วใช้มือข้างนึงเสยผมยาวสยายก่อนจะเดินปลีกตัวออกไป เธอเดินกระแทกทิ้งน้ำหนักจนส้นรองเท้ากระทบพื้นจนเกิดเสียง แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่การแสดงออกถึงความพึงพอใจ

“จริงๆเลยยัยพวกนี้”

“สวยจังเลยเนอะ วสันต์ว่ามั้ย เพื่อนคิมหันต์หรอ”

“หน้าฝนแฟนเก่าไอ้คิมมัน”

“อื้มมม เหมาะสมกันดี”

จำเป็นต้องฝืนพูดในสิ่งที่ย้อนแย้งกับความรู้สึก เมษานั่งก้มหน้าหลบซ่อนความรู้สึกทั้งหมดที่มีไว้ในใจไม่ให้วสันต์ได้รับรู้ แต่ก็ไม่อาจหลบซ่อนมันเอาไว้ได้เห็นอย่างนั้นวสันต์คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ถ้าเมษายังอยู่ต่อ เขาจึงเอื้อมไปแตะหลังมือแล้วสัมผัสอย่างเบาๆ

“กลับบ้านมั้ย จะไปส่ง”

“ไม่เป็นไร….วสันต์มีงานนี่เดี๋ยวพี่จะว่าเอา”

“ที่นี่ทำกันแบบสบายๆ ยังไม่เจอเจ๊เลยเนี่ย ป่ะ!!จะพากลับบ้าน”

“อื้ออ!!ไม่กลับ ย อยากกินน้ำผลไม้ สั่งให้หน่อย”

เมษารีบฉุดดึงมือวสันต์ไว้จนอีกคนต้องหันมองขณะที่วสันต์ลุกขึ้นยืนหวังจะพาอีกคนกลับบ้าน ในใจคิดแปลกใจจากที่ไม่เคยขออะไรมาก่อนทำไมวันนี้อยากดื่มเครื่องดื่มขึ้นมาซะอย่างนั้นแถมยังให้เขาเป็นคนสั่งให้อีก

“หื้มมมม เอาน้ำอะไรดีล่ะ”

“อ อะไรก็ได้”

พูดแล้วเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้

“โอเคๆ รอตรงนี้นะอย่าลุกไปไหน เข้าใจรึเปล่า”

“อื้มมมไม่ลุกๆๆ”

ความเชื่อฟังว่าง่ายเป็นเพียงสิ่งที่เมษาแสดงออกหวังให้อีกคนเชื่อเพื่อให้ตนได้อยู่คนเดียวจนสามารถปลีกตัวไปที่อื่น ทันทีที่วสันต์ลับหายสุดสายตาเมษาไม่ได้อยากรู้ว่าในที่นี้มีอะไรน่าสนใจ แท้จริงแล้วในใจอยากรู้ว่าคนที่เขาต้องการพบหน้านั้นอยู่ไหน จากคำพูดของเด็กพนักงานเมื่อครู่ว่า วันนี้เฮียคิมมาที่นี่ และหน้าฝนที่ตอนนี้ต้องการพบคิมหันต์เช่นกัน มันทำให้เมษานั่งแทบไม่ติดจนเขาต้องลุกขึ้นยืนเดินไปตามทางที่ที่ไม่รู้จัก

สายตาพยายามโฟกัสหาร่างสูงคุ้นตาที่ฟังจากคำพูดว่าวันนี้เขาสวมหมวกคาดแมส บ้างหันซ้ายทีขวาทีจนเดินชนคนนู้นคนนี้แล้วกล่าว ขอโทษ ซ้ำๆ เมษาหยุดยืนอยู่กับที่เขามองไปชั้นลอยชั้นสองมันเป็นสถานที่ซึ่งยังไม่ได้ขึ้นไปดูในใจตอนนี้คิดว่าบางทีคิมหันต์อาจจะอยู่ที่นั่น

ไม่รอช้าสองเท้าก้าวเดินขึ้นบันไดขั้นใส มันถูกทำด้วยอคลีริคสามารถมองเห็นถลุผ่านชั้นล่าง เมษาเดินอย่างช้าๆสองมือจับราวบันไดไว้แน่นแปลกที่คนอื่นต่างออกลีลาไปกับจังหวะเพลงแต่เขากับทดทอดสายตาไปทั่วเพียงเพื่อตามหาใครบางคน

“อ๊ะ!!ขอโทษครับ”

ความเงอะงะเดินไม่ดูทางทำให้ไหล่ไปกระทบเข้ากับคนอื่น มันคงไม่ใช่ที่ที่เหมาะสมกับเขาจริงๆ ตอนนี้เมษาได้แต่ยืนมองตรวจสายตาไปทั่ว เพลงกึกก้องประกอบจังหวะสนุกสนานมากแค่ไหนแต่ทำไมในจิตใจมันถึงรู้สึกเหงียบงันว่างเปล่าไปหมด ไม่มีหนทางไหนจะให้ตามหาได้อีกแล้ว ผู้คนมากหน้าหลายตาจนเมษานั่งลงบนเก้าอี้เขาถอดหายใจออกมาพรางคิดถึงอีกคน คิดถึงรอยยิ้ม คิดถึงสัมผัส คิดถึงทุกอย่าง ทุกการกระทำของคิมหันต์ เมื่อความคิดผุดขึ้นเรื่อยๆมันก็ยิ่งหยุดคิดไม่ได้ ยิ่งคิดหัวใจมันยิ่งเฉาเมื่อมันสงสัยในใจว่าอีกคนจะคิดถึงและตามหา ทำอย่างตนทำให้รึเปล่า นั่นสิ…คิมหันต์จะทำแบบที่เมษาทำอยู่ตอนนี้หรือไม่

เมษาใช้หลังเอนพิงเก้าอี้สองมือประสานกันไว้แล้วนั่งก้มหน้า จริงอยู่ที่หูทั้งสองข้างได้ยินเสียงเพลงเอ็ดดังแต่อย่างที่บอกภายในใจมันกลับเงียบงันต่างจากทุกวัน ไม่รู้ว่าห้องโถงเปิดเพลงแห่งนี้เขาไว้ใช้ทำอะไรกัน บางคนมาสังสรรค์ บางคนมานัดเจอคนที่รู้ใจ แต่ทำไมตนต้องมานั่งรอคนที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ไหน

ภาพของร่างสูงเป็นสิ่งที่เมษาจดจำได้ดี ขอแค่เพียงเห็นข้างหลังคงดีไม่น้อย ขอเพียงแค่นั้นคงทำให้เมษารู้ว่าคือคิมหันต์ที่เขากำลังตามหาอยู่ แต่ตอนนี้มันผิดกับความคิดเพราะไม่มีวี่แววที่จะได้พบเจอ เมษาตัดสินใจอีกครั้ง เขาลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินให้ไวกว่าเก่าคราวนี้แหละต้องเจอและพูดกันให้รู้เรื่องไม่เอาอีกแล้วความรู้สึกที่ค้างคา ยืดเยื้อ บิดเบือนไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน

ไม่เคยคิดจะลดละความพยายามเมษาเดินกระหืดกระหอบสองมือใช้แหวกขอทางถึงมันจะลำบากแต่เพื่อคนที่อยากเจอมากที่สุดจะให้ทำอะไรก็ทำได้ จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์เมษามองเห็นร่างสูงคุ้นตานั่งหันหลังอยู่ เขาสวมหมวกคาดแมสตามที่เด็กพนักงานบอก ใช่เลยใช่คนที่เขากำลังตามหาจริงๆด้วย ถึงเห็นแค่ข้างหลังก็จำได้ด้วยท่าทางการกระทำหลายอย่างที่จำได้อย่างฝังใจ

ถึงผู้คนเดินผ่านหน้าไปมาในสายตาตอนนี้ของเมษามีเพียงคิมหันต์เท่านั้น มันเป็นเหมือนจุดหมายแห่งเส้นชัยที่ต้องไปถึงให้ได้ สองเท้าก้าวเดินสลับหลบเลี่ยงผู้คนถึงสองแขนจะปัดป่ายให้คนรอบข้างหลบไปแต่ใบหน้าและสายตายังคงโฟกัสไปที่คนตรงหน้าเขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งห่วงทั้งคิดถึง ตอนนี้ไม่สนใจแล้วว่าอีกคนจะเป็นแบบที่ตัวเองเป็นรึเปล่า

แต่ขณะนั้นทุกอย่างต้องหยุดลงทันที สองขาหยุดการทำงานอย่างอัตโนมัติ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง หัวใจในอกเต้นแทบระเบิด มือทั้งสองข้างสั่นเครือทำอะไรแทบไม่ถูกเมื่อหญิงสาวคนเมื่อครู่อย่างหน้าฝน หล่อนเดินมาจากไหนไม่รู้แล้วรีบเข้าสวมกอดโอบคอคิมหันต์ไว้แล้วโยกตัวไปมา

ความคิดทั้งหมดหยุดลง หมดแล้วความตั้งใจ ความกล้าที่ตั้งหวังไว้กว่าจะรวบรวมมาได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่กลับต้องมาพังเพราะความใจฟ่อกับผู้หญิงเพียงคนเดียว คนที่เพียบพร้อมเหมาะสมไปเสียทุกอย่าง คนที่คนอย่างเขาไม่อาจเทียบชั้นได้เลย ความใกล้ชิดในเวลาปกติเมื่อเทียบกับตัวเมษาเองนั้นเขาก็อยากจะทำแบบนี้กับอีกคนบ้าง หน้าฝนใช้แก้มซบอิงไปที่ไหล่ของคิมหันต์ที่นั่งอยู่ส่วนเธอตอนนี้ใช้สองแขนโบกอดร่างสูงจากด้านหลัง

“ตัวโตตตตต มาอยู่นี่เองหาตั้งนาน”

“อ้าว!!มายังไง”

“ตอนแรกจะมาหาเจ๊เต๋าเฉยๆ แต่พอรู้ว่าตัวโตอยู่นี่เลยรีบมาหา คิดแล้วว่าต้องอยูตรงนี้ คิดถึงงง”

“นั่งก่อนๆ มานั่งๆ”

ทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้ หน้าฝนรีบโผลกอดคิมหันต์ไว้แล้วใช้แก้มฝืดเฝือซบอิงไปมาที่อกร่างสูง การกระทำของเธอช่างน่ารักอย่างปฎิเสธไม่ได้แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เมษาเต็มใจจะยอมรับ ไม่มากนักที่จะได้เห็นคิมหันต์ยิ้มออกมาได้เต็มที่ขนาดนี้ เขาเงื้อมมือขึ้นลูบไปบนผมยาวสลวยของเจ้าหล่อนอีกข้างใช้ประคองกอดเอวคอดบางไว้

“ไม่ได้เจอนาน ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ”

“ตัวโตก็หล่อเหมือนเดิมเลยยยยยย ตัวโตของหน้าฝน”

เงื้อมเงยหน้าขึ้นแล้วใช้จมูกปัดไปมาบนอกของคิมหันต์ ร่างสูงไม่ได้ดุหรือปฎิเสธอะไร คิมหันต์ส่งยิ้มให้กับการกระทำอันสุดแสนน่ารัก เขาบีบเบาๆที่ปลายจมูกของเธอพรางส่งยิ้มให้ด้วยสายตาที่ทดทอดให้อย่างอ่อนโยนโดยเมษาเห็นไม่บ่อยนัก ภาพตรงหน้ามันบาดใจคนตัวเล็กได้ไม่น้อยแทนที่จะเลือกเดินหนีออกไปให้ไกลแปลกที่ในใจตอนนี้ดึงดันขอยืนอยู่กับที่ไม่ไปไหน

“ฮ่าๆเจอยัยเจ๊ด้วยหรอ”

“เจอเจ๊แกบอกตัวโตมาที่นี่ แต่เดี๋ยวๆๆหน้าไปโดนอะไรมา”

หน้าฝนดึงแมสที่คิมหันต์ใช้ปกปิดรอยช้ำไว้ออกเธอใช้นิ้วโป้งวนลูบไปมาบนรอยช้ำห้อเลือดซ้ำๆ ร่างสูงจับมือของเธอไว้แล้วส่งยิ้มให้อีกครั้ง

“นิดหน่อย ฮ่าๆ”

“ไอ้นิดหน่อยที่ว่าน่ะมันอะไร ใครทำมาเนี่ย เจ็บมั้ยยยๆๆ”

“ไม่เท่าไรหรอกน่า ช่างมันเถอะ”

คิมหันต์กอบกุมมือของเธอไว้แล้วลดเลื่อนลง ต่อมาดวงตาคู่เฉี่ยวเล็งเห็นเนินอกคู่อวบอิ่มใต้เสื้อสายเดี่ยวตัวเล็กที่ปกปิดเนื้อนุ่มขาวเนียนแทบไม่มิด เขาส่ายหัวสองสามครั้งจัดการถอดเสื้อแจ๊กเก็ตตัวดำที่ตนสวมอยู่ออกมาสะบัดๆ แล้วคลุมพาดไหล่ให้คนตรงหน้า เขาพยักหน้าแล้วสอดแขนของเธอเข้าแขนเสื้อทั้งสองข้าง มือที่เคยสำผัสตอนนี้เปลี่ยนเป็นจับแตะต้องตัวคนอื่นแทนเสียแล้ว

ความรู้สึกหน่วงปะปนกับจุกในลำคอคล้ายจะร้องไห้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เมษายังดึงดันที่จะดูว่าทั้งสองนั้นทำอะไรต่อไป เมื่อแจ๊กเก็ตตัวดำถูกสวมทับให้หน้าฝน เขาจัดกระชับคอเสื้อให้เบาๆมันถูกพับเรียบเป็นระเบียบ  คิมหันต์พับแขนเสื้อขึ้นถกให้ มันทำให้หญิงสาวพอใจไม่น้อยจนก้มหน้าหนีด้วยความเขิลอาย

“แต่งตัวแบบนี้อีกแล้ว เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่ามันอันตราย”

“ชอบนี่นา มันสบาย ตัวโตไม่ชอบให้หน้าฝนแต่งแบบนี้หรอ ไม่น่ารักหรอ”

“ชอบสิ ไม่ใช่ไม่ชอบแต่มันอันตราย เห็นมั้ยผู้ชายมองกันทั้งนั้นเวลาไปไหนมาไหน”

ชอบสิ ไม่ใช่ไม่ชอบ

ชอบสิ ไม่ใช่ไม่ชอบ

ชอบสิ ไม่ใช่ไม่ชอบ

สองขาเหมือนทรุดหมดแรงจนแทบยืนไม่ไหว เมษาค่อยๆเดินถอยหลังก้าวออกห่างจากทั้งสองเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกจากปากของคิมหันต์ที่พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รวมถึงหลายๆอย่างที่เต็มใจทำให้อีกคน ร่างสูงตบลงบนบ่าของหญิงสาวเขายังคงจับจัดเสื้อผ้าให้ซ้ำๆหลังจากบรรจงติดกระดุมเสื้อให้

“มองก็มองไป ทำไรไม่ได้หรอก เชอะ!!”

“ฮ่าๆ ถ้ามีใครมาทำอะไรตัวเล็ก ฉันไม่ยอมแน่”

“ใช่ม๊า ตัวโตไม่ยอมแน่ๆตัวเล็กถึงได้กล้าแต่งไงเล่า บู๊วๆ”

“ก็ใช่ เพราะงั้นใส่ไว้ห้ามถอด”

“ก็ได้ ไม่ถอด แต่มันอึดอัดหน้าอกปลดกระดุมออกได้มั้ยอ่า”

“อึดอัดสิ ฮ่าๆๆๆๆ”

พูดแล้วชายตามองอกตูมทะเล้นทะลัก มันคงอึดอัดน่าดูเพราะขนาดเสื้อแจ๊กเก็ตไซส์ผู้ชายยังแทบปริ ไม่พอยังยักคิ้วหลิ่วตาทำสีหน้าทะลึ่งทะเล้น เห็นอย่างนั้นหน้าฝนรีบยกมือขึ้นปกปิดอกตัวเองไว้ถึงไม่มิดก็เถอะ คิมหันต์หัวเราะลั่นเขากุมท้องตัวเองแล้วฟุบศีรษะลงโต๊ะ ฝ่ามือถูกฟาดลงซ้ำบนแผ่นหลังกว้างที่เมษาเคยสัมผัสลูบไล้ยามที่ร่วมรักกันบนเตียงถึงมันจะยังไม่ถูกเรียกว่าความรักตามที่คิดไว้

“ลามก!!!!!”

เพี้ยะๆๆ!!!

“นี่แหนะๆๆ ตีให้ตายไปเลย”

“ไม่เอาน่ะ ตัวเล็ก………มันเจ็บ”

“เจ็บสิดี!!!!”

เพี้ยะๆๆๆ!!!

“ว้ายย!!!”

หมั่บ!!!!!

“ระวังหน่อย”

เสียหลักเพราะมัวแต่ฟาดฝ่ามือลงกลางหลังคิมหันต์หลายครั้งซ้ำๆ พื้นเก้าอี้ลื่นพอๆกับพื้นแผ่นใสอคลีริคทำให้มันเลื่อนเสียหลักจนเกือบล้ม หญิงสาวผวารีบคว้ากอดร่างสูงไว้ทันที คิมหันต์เองก็เช่นกันเขารีบคว้าเอวและสะโพกเจ้าหล่อนไว้พร้อมกระชับกอดเข้ามาใกล้ก่อนที่เก้าอี้ตัวที่หน้าฝนนั่งจะหงายท้องล้มลงกับพื้น ทุกคนต่างมองเป็นตาเดียวกันไม่ใช่แค่เมษาที่เฝ้ามองเหตุการณ์ในครั้งนี้ คิมหันต์ยังคงกอดประคองเธอไว้เขาก้มลงหยิบเก้าอี้ที่หงายหลังจับให้มันตั้งพร้อมนั่งเสียใหม่

“นั่งซะสิแล้วถ้าหงายท้องอีกรอบไม่ช่วยแล้วนะ”

“ตัวโตขี้แกล้ง”

“แล้วจะโวยวายให้มันได้อะไรขึ้นมา ตัวเล็ก”

ตัวโต ตัวเล็ก

ถ้ามีใครมาทำอะไรตัวเล็ก ฉันไม่ยอมแน่

ชอบสิ ไม่ใช่ไม่ชอบ

ไม่ได้เจอนาน ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ

เมษา Said.

ทำไม***………….ทำไมไม่เป็นเราบ้าง***

มันเป็นคำเรียกชื่อแทนกันระหว่างเขาทั้งสองคำพูดคำจาแสดงออกถึงความห่วงใยมากมายจากคิมหันต์ที่มีต่อหน้าฝน พอแล้วมันเจ็บจนทนไม่ไหวเมษารีบวิ่งลงจากชั้นลอยของไนท์คลับ สายตาพร่ามัวเพราะน้ำตามันกำลังไหลออกมาถึงพยายามกลั้นเอาไว้ขืนปล่อยออกมาคงได้แต่อายคนอื่นเขา ในใจคิดขอแค่ให้หนีออกมาให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ไม่รู้ไม่จำว่าตัวเองวิ่งมาถึงตรงไหนแล้ว

ผลั่ก!!!!!

“อ่ะ!! ขอโทษครับ!”

แรงกระแทกทำให้เหล้าในแก้วของคนที่เมษาวิ่งชนกระเด็นหกรดเสื้อผ้าเขาเอง เมษาเสียหลักแทบล้มแต่โดนอ้อมแขนใครบางคนรับไว้ทันพอดี เมื่อเห็นเสื้อผ้าของผู้ชายตรงหน้าเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเพราะตัวเองจึงรีบใช้สองมือปัดให้

“ไม่เป็นไรๆ เจ็บตรงไหนรึเปล่า”

ชายร่างกายกำยำผิวคล้ำสองแขนแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายพูดพร้อมส่งยิ้มให้ทั้งที่ประคองรับน้ำหนักไว้ ว่าแล้วจึงฝากแก้วเหล้าไว้ให้เพื่อนตนถือไว้เสียแล้วหันมาทางเมษาเพื่อจะได้สนทนากันให้เป็นเรื่องเป็นราว เมษามองการแต่งตัวของเขาด้วยเสื้อกล้ามตัวเดียวและกางเกงยีนส์ขายาวรองเท้าผ้าใบ เมื่อได้สติจึงรีบผละตัวออกสองมือปัดเช็ดคราบน้ำตาที่เอ่อคลอ

“หรือว่าหนีใครมาดูรีบร้อนเชียว”

“ไม่ ไม่ได้หนีใครมาครับ”

“แล้วน้องชายร้องไห้ทำไม เราโอเครึเปล่า”

เมษาหันมองรอบตัวพบว่ามันเป็นที่ที่ไม่เคยมา มองไปทางไหนมันต่างเหมือนกันไปหมด วิ่งจนลืมว่าตัวเองมาถึงโซนไหนแล้วสงสัยจะหลงทางเข้าจริงๆ

“สงสัย..จะหลงกับเพื่อนครับ”

“ไม่ต้องร้องๆ เดี๋ยวพี่พาไปส่งเพื่อนอยู่ไหน”

“ไม่รู้ครับ จำไม่ได้”

“อ้าว”

“ผมไม่เคยมาที่นี่ วันนี้เพื่อนพามาครั้งแรกเลยหลง”

“แย่เลย มาที่นี่ครั้งแรกสินะ”

“ครับ ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดเลยพึงมาครั้งแรก”

“ฮ่าๆพี่รู้แล้วว่ามาครั้งแรก แบบนี่ก็ไม่คุ้นทางในกรุงเทพงั้นสิ”

“ครับ ไม่คุ้นเลยแถมหลงกับเพื่อนอีก”

“ไม่ต้องห่วงเพื่อนพี่รู้จักคนเยอะ ลองถามลองคุยกับมันก่อน”

“ค ครับ…”

โต๊ะหมู่เมษาถูกพาไปที่นั่น คนตัวเล็กถูกเชิญให้นั่งท่ามกลางชายร่างกายกำยำประมาณซักสี่ห้าคน พวกเขายิ้มล่าเมื่อได้เห็นความน่ารักของเมษาที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตนถูกมองด้วยสายตาซึ่งแฝงไปด้วยเลศนัยและตัณหามากแค่ไหน

“น้องเขาหลงทางกับเพื่อน ช่วยกันตามหาหน่อย”

“เพื่อนน้องคนไหน เผื่อพี่จะรู้จัก”

“มาจากไหนครับ”

“น่ารักจัง”

“เที่ยวกับพี่ก่อนก็ได้ค่อยไปหาเพื่อน”

“เห้ยๆๆอย่าแย่งกันพูดอย่าแย่งกันถามน้องเค้ากลัวหมดแล้ว บอกพี่มาเดี๋ยวจะคุยกับพวกมันให้เอง”

“เห้ยไอ้ไทด์ ข้าก็อยากจะรู้จักน้องเค้าบ้าง”

“เดี๋ยวได้รู้จักทั่วกันแน่”

ไอ้ไทด์ตอบกลับพวกมันส่งสายตาให้กันเอาเป็นว่ารู้กันเฉพาะกลุ่ม บางคนซุบซิบกระซิบคุยแล้วมองมาทางเมษาพรางพยักหน้าให้กันเอง ก่อนจะเข้าเรื่องหันมาทางเมษาแล้วพูดคุยถามไถ่

“เพื่อนเราชื่ออะไรล่ะ”

“ชื่อวสันต์ครับ ผมหลงกับเขา”

“อื่มมม พอจะมีอะไรบอกพี่ได้มากกว่านี้มั้ยเผื่อจะรู้บ้าง”

“เขาสักที่แขนครับใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขาประมาณเข่า แล้วก็สักที่ขาด้วย พี่ๆพอจะเห็นรึเปล่า”

“พวกเอ็งพอจะเห็นบ้างมั้ยวะ ฮ่าๆไอ้แมคเคยเห็นมั้ยเอ็งน่ะ”

“ผู้ชายมีรอยสักรึ อื่มมมพี่ว่าพี่เห็นนะตัวขาวๆรึเปล่า”

ไอ้แมคหันมาทางเมษาแล้วยิ้มให้ เมื่อคำถามที่มันเดาเอาเองมั่วๆดันตรงกับวสันต์ทั้งที่พวกมันไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้เมษาดีอกดีใจในความเสแสร้งแกล้งทำของพวกมัน

“ใช่ครับตัวขาวๆ วันนี้วสันต์มาทำงานเลยพาผมมาด้วยแต่ดันหลงกันซะก่อน”

“แล้วเราชื่ออะไร พี่จะได้เรียกถูก”

“เมษาครับ”

“เมษาสินะ เดี๋ยวพี่กับไอ้ไทด์จะช่วยหาเป็นเพื่อน เนี่ย….ช่วยตามหากันทั้งกลุ่มเลยเพื่อนพี่เยอะจะตาย”

“ครับขอบคุณมากครับพี่แมค!!”

น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของเมษาแสดงให้เห็นว่าตอนนี้ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย

1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

เป็นไงบ้างงงงงงงงงง หื่ออๆๆๆ สงสารเมษา

ทำไมคิมหันต์ดีกับแฟนเก่าสาวสวยไซส์คิงขนาดนี้

สงสาร สงสารหลายอย่างเลย

ทำไมไม่มาทำกับเมษาบ้าง http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/5.gif

2016-03-19

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว