facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาตราที่ 17 ความผิดว่าด้วย การกระทำที่จำเป็น

ชื่อตอน : มาตราที่ 17 ความผิดว่าด้วย การกระทำที่จำเป็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 676

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2563 21:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาตราที่ 17 ความผิดว่าด้วย การกระทำที่จำเป็น
แบบอักษร

มาตราที่ 17 ความผิดว่าด้วย การกระทำที่จำเป็น

 

พีรกานต์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา (อีกครั้ง) คงกะว่าราวๆเที่ยงของวันใหม่ เจ้าของบ้านไม่อยู่ในห้องแล้ว มีเพียงเขาที่นอนอยู่ตามลำพัง วูบหนึ่ง พีรกานต์ก็รู้สึกแปลกๆไม่น้อยเมื่อตื่นขึ้นมาไม่เจออีกคน หลังจากที่พวกเขาทำเรื่อง ‘แบบนั้น’ ร่วมกันไป

ความรู้สึกเสียดที่ช่องทางด้านหลังทำให้เขาต้องคิ้วขมวด ถึงจะไม่ชอบความรู้สึกหลังจากที่ตื่นขึ้นมาอย่างตอนนี้ แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า ตัวเขามีความสุขที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของอีกคน

ทั้งนี้ ลึกลงไปแล้วพีรกานต์ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีใครที่สามารถสร้างความรู้สึกแบบนี้ให้กับเขาได้เหมือนอย่างที่วิษุวัตทำ

 

“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงคุ้นหูที่ดังมาจากทางด้านประตูเรียกให้คนที่เพิ่งจะลุกขึ้นมานั่งบนเตียงได้หันไปมอง

“อืม”

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” วิษุวัตถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของคนที่เพิ่งตื่น

“เจ็บหรอ” น้ำเสียงอ่อนโยนถามขึ้นขณะที่สาวเท้าเข้ามาใกล้เตียง

“...” คำถามของวิษุวัตไร้คำตอบ แต่ริ้วบนแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นมาของคนตัวเล็กก็มากพอที่วิษุวัตจะไม่ต้องถามต่อ รอยยิ้มจางจางๆผุดขึ้นมาที่มุมปาก

ฟอดดดด

จมูกโด่งจรดลงที่ข้างแก้มของอีกคน จนเจ้าของมันหันมามองคนทำตาโต

“เจ็บมากไหม” ยังมีหน้ามาถาม คุณทนายนึกว่าในใจ

“ขอผมดูหน่อย” เมื่อเห็นคนตัวเล็กบนเตียงยังเนี่ยวิษุวัตจึงเอ่ยปากขึ้นมา แต่นั้นยิ่งทำให้อีกคนตาโตยิ่งขึ้น แก้มที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงจัดเข้าไปอีก ทว่า...สีหน้าท่าทางแบบนั้นกลับทำให้คนมองรู้สึกหลงใหลมากไปกว่าเดิมเสียอีก

ฟอดดดดด

“อื้ออออ พอแล้ว” เจ้าของแก้มที่ถูกช่วงชิงความหอม แทบจะร้องประท้วงแต่เสียงที่หลุดปากอิ่มออกมา กลับเป็นเพียงเสียงกระซิบเบาๆ

“หึๆๆๆ” ขณะที่คนทำก็ได้แต่หัวเราะด้วยนึกเอ็นดู พีรกานต์เป็นรุ่นพี่เขาหลายปี แต่ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกันคุณทนายไม่ต่างกันอะไรกับน้องน้อยที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู

“น่ารัก” คนตัวโตชมซึ่งๆหน้า

“น่ารักบ้าอะไร” ถึงปากจะว่าไปแบบนั้นแต่แก้มขาวกลับไม่ลดสีลงเลย

เมียใครวะน่าแดกแม้กระทั่งเวลาด่า!

“ก็น่ารักจริงๆยิ่งเมื่อเช้ายิ่งน่าาาา...” วิษุวัตแกล้งลากเสียงต้องท้ายประโยคยาวๆ ไม่พูดต่อแต่สายตาสื่อความหมายชัดเจน

“หยุดเลยนะ...ห้ามพูด” ใบหน้าแดงระเรื่อ เปลี่ยนเป็นงอง้ำ แถมยังทำหน้าราวกลับจากค้อนเหมือนผู้หญิง ถึงดูแปลกตาไปหน่อย แต่วิษุวัตก็ยังคิดว่ามันน่ารักมากๆน่ามองไปทุกอิริยาบถ คิดไปแล้วเค้าก็นึกอยากจับคนตัวเล็กนี่ปั้นเป็นก้อนกลืนลงท้องให้มันจบไป

ฟอดดดด ฟอดดดด

คิดได้แบบนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มใส่ทั้งสองฟังอย่างนึกมันเขี้ยว

“โอ้ยยยย หมวดแก้มช้ำหมดแล้ว” เจ้าของแก้มอิ่มโวยวายขึ้นมาอีกรอบ

“ไหนขอผมดูหน่อยเจ็บตรงไหน” เมื่อแกล้งจนพอใจแล้ว ก็ถามถึงอาการเจ็บปวดของอีกคนด้วยความเป็นห่วง

เขารู้ตัวดีว่า ตัวเองหนักมือกับอีกคนมากแค่ไหน ช่วยไม่ได้ ระหว่างเขากับพีรกานต์ครั้งสุดท้ายก็ตั้งแต่ก่อนจะไปกระบี่ แถมตอนอยู่ด้วยกันมากสุดก็แค่นอนกอด พอกลับมากรุงเทพแทนที่จะได้นอนกอดเมียอย่างมีความสุขกลับต้องวิ่งเต้นทำโน่นนี่หัวไม่ได้วางหางไม่ได้เว้น พอสบโอกาสเค้าจึงตักตวงความหอมหวานจากอีกฝ่ายอย่างเต็มเหนี่ยว จนอีกคนช้ำอย่างที่เห็น

อ่าาาา รู้สึกผิดนะ...แต่ไม่สำนึก

“มะ...ไม่ต้อง”

“จะทายาให้”

“ไม่เอา”

“อย่าดื้อ...ขอดูหน่อย”

“อื้อออออ ไม่เอาหมวดดด ปล่อย” ยื้อยุดกันอยู่สักพัก สุดท้ายก็เป็นฝ่ายคนตัวเล็กที่แพ้แรงอีกคนจนต้องยอมนอนนิ่งๆ เพื่อให้ตัวต้นเหตุตรวจสอบความเรียบร้อยและรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง ในขณะที่คนหน้าสวยยิ่งรู้สึกหายร้อนไปทั้งตัวด้วยความเขินอาย ท่าทางของอีกคนทำให้วิษุวัตมองด้วยความเอ็นดู

เห็นมาจนหมดแล้วไม่รู้เมียเขาเป็นอะไร...จะอายทำไมเขายังไม่เห็นอายเลย (มึงหน้าด้านไงวัต)

 

“สรุปว่า...ที่หายไปเพราะไปสืบเรื่องคดีฆาตกรรมสองนายพลงั้นหรอ” พีรกานต์ถามขึ้น หลังจากที่ได้รับการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและผ้า และพาลงมาทานข้าวที่ชั้นล่างของบ้าน

“จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่เชิง” ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงคิดว่าไอ้หมวดมันกวนตีน แต่นี่...สีหน้าและริ้วรอยความกังวลของอีกคนทำให้คนเป็นทนายรู้สึกถึงความผิดปกติ

“มีอะไรหรือเปล่า” แม้จะงัดข้อกันมาตลอด แต่สำหรับคนที่ร่วมงานกันมาบ่อยๆ ทำไมจะมองไม่ออกว่าไอ้ตำรวจนี่มันกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ

“คดีที่คุณทำ...มันอันตรายมากนะ” คำตอบที่ได้รับคนถามเองต้องเงียบไป

“รู้ใช่ไหมว่าคนทำคนเดียวไม่ได้”

“อืม” พีรกานต์ทำเสียงตอบรับในคอพร้อมพยักหน้า

“งั้นก็น่าจะรู้ว่า...ทำไมคุณถึงต้องมาอยู่ที่นี่” พีรกานต์เงยหน้ามองฝ่ายตรงข้าม

ก่อนหน้าที่จะตื่นมาเจอกันสารวัตรนิธิแจ้งเข้ามาแล้วว่า จะให้ลูกน้องซึ่งก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้ยักษ์ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา มาช่วยอารักขาในระหว่างที่เค้าทำคดีเรื่องลักลอบตัดไม้ทางภาคเหนือ

แต่จากที่เห็น พีรกานต์เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าวิษุวัตมันจะมาช่วยคุ้มกันหรืออะไรกันแน่ ที่แน่ๆเลยนะร่องรอยสีกุหลาบบนตัวเขาฝีมือมันล้วนๆ

“และผมดีใจนะที่สารวัตรเลือกผมให้เป็นคนดูแลคุณ”

“ทำไม”

“ผมไม่ไว้ใจให้ใครมาดูแลเมียตัวเอง นอกจากตัวผมเองหรอก” คำตอบที่ได้ฟังกำลังเป็นสาเหตุของอาการสั่นไหวรุนแรงภายในอกของพีรกานต์ตอนนี้

“...” เพราะมัวแต่เสมองไปทางอื่น คุณทนายหน้าสวยจึงไม่ได้มีโอกาสเห็นสีหน้าพึงพอใจของคนเป็นตำรวจ

ครั้งนี้เค้าเรียกอีกฝ่ายว่า เมีย แล้วไม่ได้รับการคัดค้าน มันสร้างความพึงพอใจให้กับคนที่จ้องจะครอบครองเขาอยู่ตลอดเวลา

เมียบ้าอะไรล่ะ ขณะที่อีกคนได้แต่โต้แย้งภายในใจ ไม่กล้าเสี่ยงเอ่ยปากออกมาประสบการณ์ที่แล้วแล้วมาบอกให้เขารู้ว่า พีรกานต์ควรฟังอย่างสงบๆ

ไม่ได้โต้แย้งก็ไม่ได้แปลว่ายอมรับซะหน่อย

 

“คุยเรื่องคดีเถอะ”

“เปลี่ยนเรื่องเก่ง” อีกคนแซวยิ้มๆ

“จากที่คุณสืบได้อะไรมาบ้าง” แต่ก็ยอมเปลี่ยนเรื่องให้

“นักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นผู้มีอิทธิพลแทบจะนั้นดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวพันกันเรื่องตัดไม้” วิษุวัตฟังและพยักหน้าตาม

“เท่าที่ให้คนสอดแนมดู เหมือนว่าผู้มีอิทธิพลคนนี้นอกจากการค้าไม้เถื่อนเหมือนจะมีเรื่องยาเสพติดเข้ามาร่วม”

“ตามนั้น”

“คุณจำได้ไหมว่า ก่อนคุณจะไปหาขวัญลดาคุณเคยถามผมเกี่ยวกับคนคนหนึ่ง”

“ผู้กองเก้าทัพ” ใช่ เขาจำได้ดี

“อืม คนนั้นแหละ” พีรกานต์ยกน้ำขึ้นดื่มก่อนจะพูดต่อ

“เดิมทีผมเข้าใจว่าเขาเป็นพวกลักลอบตัดไม้ แต่ตอนหลังมาถึงรู้ว่าจริงๆแล้วเขาเป็นคนของกลาโหม”

“พูดให้ถูก...ต้องบอกว่าเป็นคนของหน่วยพิเศษ” ตำรวจหนุ่มช่วยแก้

“ยังไงนะ” พีรกานต์ไม่เข้าใจนัก

“ถ้าให้เข้าใจง่ายๆผู้กองเก้าทัพก็เป็นคนของทางการนั่นแหละ แถม...ยังถูกส่งไปสืบเรื่องนี้ก่อนหน้าที่คุณจะได้รับคดีมาทำเสียอีก”

“เรื่องนี้ผมก็สงสัยอยู่ เพียงแต่...ไม่ว่าพยายามสืบแค่ไหนก็ตาม ผมไม่เคยเข้าถึงตัวเขาเลยสักครั้ง”

“ก็ไม่แปลกอะไร”

“คุณพูดเหมือนรู้เรื่องพวกนี้ละเอียด” วิษุวัตส่ายหน้าเมื่อได้ฟังอีกคนว่ามา

“ก็ไม่ใช่ว่าอย่างนั้น แค่รู้มากกว่าคุณนิดหน่อย”

“ผมสงสัยอยู่อย่าง” พีรการต์มองเจ้าของบ้านอยู่อึดใจก่อนจะพูดขึ้นมา

“อะไร”

“ข่าวดีไม้กับคดีลอบสังหารมีส่วนเกี่ยวข้องกันใช่มั้ย”

“ทำไมคิดแบบนั้น”

“สารวัตรนิธิให้คุณไปตามสื่อเกี่ยวกับมือปืนที่ลอบยิงท่านพร้อมกับท่านเทิด แต่ผ่านไปไม่กี่วันสารวัตรกลับมาบอกว่าจะให้คนมาคุ้มกันผมที่กำลังทำคดีลักลอบตัดไม้ในป่าที่สงวน ถ้าเป็นคนนอกคงมองแค่ว่าตำรวจพยายามป้องกันไม่ให้ผมได้รับอันตรายจากเรื่องที่ทำ แต่สำหรับผมที่รู้อยู่แล้วคุณหายไปไหน จู่ๆกลับมาด้วยเหตุผลนี้มองยังไงก็ชัดเจนว่าทั้งสองเรื่องมีส่วนที่เกี่ยวข้องกัน”

“ฉลาดสมเป็นเมียตำรวจ”

“มันใช่เวลาเล่นเหรอหมวด”

“สรุปจริงไม่จริง”

“ก็อย่างที่คุณเข้าใจ ผมไปสืบเรื่องมือปืนพร้อมพร้อมกับไปตามหานักเทคนิคที่จะเข้ามาช่วยในการพิสูจน์หลักฐาน แต่ดันไปเจอเรื่องน่าสนใจเข้า”

“ให้ผมเดามั้ย” คำถามที่มาพร้อมสายตาเป็นเชิงรู้ทัน ทำให้วิษุวัตรู้สึกอยากท้าทาย

“ซักหน่อยก็ได้”

“นายทรงพลมีแบคหนุนหลังเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในกรม...ใช่ไม่ใช่”

“หึ...” รอยยิ้มบนใบหน้าของคนเป็นตำรวจบ่งบอกว่าเขาเดามาถูกทาง

“เพราะอย่างนี้...พวกคุณเลยใช้คนในไม่ได้สินะ”

“อือ”

“แล้วเกี่ยวอะไรกับผู้กองเก้าทัพ” คำถามของคนหน้าสวยทำให้วิษุวัตมองอีกคนด้วยสายตาสงสัย

“สารวัตรนิธิบอกมาอีกทีแต่ไม่ได้บอกรายละเอียด บอกแค่ว่าคุณกลับมาเดี๋ยวผมก็รู้ตัวเอง” อย่าว่าแต่พีรการต์งง ไอ้วัตก็งงครับผม

เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่เข้าใจจึงไร้ซึ่งคำตอบเพื่อให้ความกระจ่างกับทั้งสองคน

 

กริ้งงงงงงงง

เสียงมือถือของวิษุวัตที่วางอยู่ใกล้ใกล้ดังขึ้นแทรกผ่านความเงียบที่ต่างคนต่างกำลังใช้ความคิด เรียกให้เจ้าของเอื้อมมือไปหยิบมาเพื่อกดรับ

 

-คุณฟาร์-

 

เป็นเบอร์ของฟาร์ติมาที่โทรเข้ามา เมื่อวานก่อนแยกตามเขาได้ทิ้งเบอร์โทรไว้ให้อีกคนสำหรับแจ้งเบาะแสได้หลักฐานอะไรเพิ่มเติมจากการตรวจสอบรถของผู้ตาย

“ทิ้งฉันไว้กับคนบ้าแล้วก็หายหน้าไปเลยนหมวด” สรรพนามบุคคลที่สามที่ปลายสายใช้ทำเอาคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน

“ห่ะ” ขออนุญาตสงสัยฟาร์ติมาหมายถึงใคร

“ก็เมฆพรรษนั่นแหละ” ว่าจบก็ตามด้วยเสียงพ่นลมหายใจอย่างคนหัวเสีย

“เขาทำไม คุณก็รู้จักเขาไม่ใช่หรือยังไง”

“รู้จักแต่ไม่สนิทเคยได้ยินป่ะล่ะ”

“เอ้า เป็นงั้นไป”

“เมื่อไหร่เก้าทัพกับรชนนท์จะตามมา”

“ห่ะ!” เมื่อกี้ยังงงไม่เสร็จก็มีคนถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นคนที่สอง เห็นทีเค้าคงต้องโทรหาสารวัตรแล้วล่ะ

“ไม่ยักรู้ว่าสองคนนั้นจะมานี้”

“รู้เมื่อกี้เหมือนกัน”

“อ้าว แล้วมาถามผมทำไม”

“รู้แค่ว่าจะมาแต่ไม่รู้ว่าจะมาวันไหน”

“ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะมา”

“วู้ รุงรัง”

“สรุปโทรมาจะถามแค่นี้”

“เดี๋ยวๆ มีอีกนิดหน่อย 2-3 อย่าง”

“อะไร”

“ข้อแรก ดูเหมือนเมฆจะได้บอกแสเรื่องอาวุธปืนแล้ว”

“ยังไง”

“ไว้มาดูเองขี้เกียจเล่าเดี๋ยวยาว”

“อ่า เค...เค้ ต่อๆ”

“สอง ฉันเจอบางอย่างภายในรถของผู้ตายอยากให้คุณมาดูเพราะมีเรื่องจะให้คุณทำ”

“ทำอะไร”

“ก็บอกว่า...ให้มาดูก่อนไง!!” เสียงหวานตวาดแว๊ดมาตามสาย

“จ๋ะๆ ขอโทษครับพี่” ผู้หญิงรอบตัวเขาดุทุกคนจริงๆ

“สาม หาอะไรเข้ามากินด้วยหิวชิบหาย เมฆพรรษแดกศพไปแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้!!” ใจเย็นครับลูกพี่

“ครับ ครับ ไปแล้วครับ” ว่าจบวิษุวัตก็ชิ่งกดตัดสายกันไม่ให้ฝ่ายนั้นแว๊ดกลับมาอีก เอิ่ม ใกล้ท่าทางสุขุมเมื่อวานที่เขาเจอ กลับเสียงตามสายเมื่อกี้ คนเดียวกันจริงเหรอวะ

“ใครหรอ” พีรกานต์ถามขึ้นมาเห็นเขาวางสายไปแล้ว

“นักเทคนิคที่ขอให้มาช่วยตรวจสอบหลักฐาน”

“อ๋อ”

“ผมต้องออกไปดูงานคุณอยู่ที่บ้านคนเดียวได้ใช่ไหม”

“ดะ...”

 

กริ๊งงงงง

ยังไม่ทันที่อีกคนจะอ้าปากตอบเสียงมือถือเครื่องเดิมก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

-สารวัตรนิธิ-

 

“ครับสารวัตร”

“ผมลืมบอก คุณต้องอยู่กับพีตลอด 24 ชั่วโมง”

“แล้วเรื่องที่แล็บ?” ถ้าจะให้เค้าอยู่กับคนตัวเล็กทั้งวันทั้งคืน แล้วงานในส่วนอื่นใครจะดูให้ล่ะ

“งานที่แล็บพาพีไปด้วยได้ เขาต้องรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว”

“ครับ...อ้อ สารวัตรครับ” วิษุวัตนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“เรื่องผู้กองเก้าทัพกับผู้กองนนท์”

“ข้างบนสั่งมาว่าให้สองคนนั้นช่วยสืบ ผมไม่ค่อยเข้าใจนักแต่เราว่าพวกคุณน่าจะทำความเข้าใจร่วมกันได้”

“เอ๊ะ”

“ผมเองก็ถูกกันให้อยู่ห่างเรื่องนี้ ขอโทษที่อาจจะช่วยอะไรคุณมากไม่ได้ แต่จะคอยซัพพอร์ตอยู่ห่างห่างแล้วกันนะ”

“อ้าว แล้ว...”

“ดูเหมือนทีมคุณจะถูกกันออกมาจากเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ไม่ต้องห่วงจ่าธงจ่าทศจะอยู่ช่วยคนอีกแรง อีกอย่าง...ถ้าไม่นับฟาร์ติมาก็ต้องบอกว่าทั้งสามคนที่มาช่วยงานนี้ฝีมือก็ไม่ธรรมดาซักคน”

“...”

“หมวด”

“ครับ”

“ขอโทษที่ทำหน้าที่หัวหน้าได้ไม่ดีพอ” น้ำเสียงรู้สึกผิดของคนที่มียศสูงกว่าทำให้คนฟังอย่างวิษุวัตได้แต่ถอนหายใจเบาๆ

“ผมไม่ได้โทรสารวัตร” เพราะรู้ดีว่ามันมีอะไรมากกว่าการที่ปล่อยลอยแพเขาแบบนี้

“รู้ใช่ไหมว่าผมไม่ได้ทิ้งคุณไปไหน” ในรูปประโยคนี้คนฟังที่ทำงานร่วมกันมาหลายปี ทำไมจะไม่รู้ว่าสารวัตรมิติหมายถึงอะไร

“รู้ครับ...ผมจะพยายามให้ดีที่สุด”

“ระวังตัวด้วยทั้งคุณ ทั้งพี”

“จะดูแลคุณทนายให้ดีที่สุดครับ”

“ขอบใจ” ผู้เป็นเจ้านายว่ามาแค่นั้นก่อนจะตัดสายไป

 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” สีหน้ากังวลใจของวิษุวัต นำพาให้คนมองอย่างพีรกานต์อดหวั่นใจไม่ได้

“ไปกับผม...แล้วจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง”

 

 

 

ไรท์ /// หวานได้ไม่เคยสุดสักที ชีวิตต้องมีวิบากกรรม ใครรอ นนท์เก้า ตอนหน้าเจอกันจ้าาาาา

พอฝนตกก็รู้เนือยๆฝืดอาจๆ ช้าไปหลายวันกลัวปิดไม่เรื่องไม่ทันกิน เอ่อดีเนอะ 555

ไม่ต้องห่วง เพิ่งจะกลางเรื่อง ความเครียดยังมีให้ร่างกายปะทะอีกเยอะ

ใครโนสายซีเรียสข้ามไปก่อนได้ แนะนำกลับมาอีกทีตอนช่วงบทที่ 25 ขึ้นไป

ตอนนั้นหวานแล้ว?

หึ! เครียดน้อยกว่านี้นิดหนึ่ง

 

 

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยดูแลสุภาพด้วยนะทุกคน

พรุ่งนี้หวังว่าเราจะได้พบกันอีก จุ๊บๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว