Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2563 03:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

 

สตูดิโอ

 

ใบหน้าหวานดึงดูดสายตาราวกับต้องมนต์ทำให้อัครินทร์เอาแต่จ้องมองไม่วางตา เจ้าของดวงหน้าสวยกำลังหัวเราะร่ายามได้ฟังเรื่องราวขบขันจนเขาเองก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้

 

โปรดปรานกำลังนั่งฟังเรื่องเล่าจากธันวาและศรันย์อยู่ภายในห้องทำงานของอัครินทร์ ทั้งสองแวะเข้ามานั่งเล่นพูดคุยกับเด็กน้อยอย่างสนุกสนานจนตอนนี้คนตัวเล็กกำลังนั่งกุมท้องตัวเองเพราะหัวเราะมากไปจนรู้สึกท้องแข็งนั่นแหละ

 

"หิวหรือยังสั่งอะไรมากินกันมั้ย หรือจะออกไปข้างนอก?"

 

อัครินทร์พูดแทรกขึ้นระหว่างคนทั้งสามที่กำลังคุยกันอย่างออกรส แอบน้อยใจหน่อยๆเพราะแต่ละคนเมินเขาเหมือนกับว่าไม่ได้นั่งอยู่ในห้องด้วย

 

"ไปข้างนอกดิวะ อุดอู้อยู่ในแต่ในห้องมาครึ่งวันแล้วเนี่ย"

 

ธันวาหันมาตอบเขาท่าทีจริงจัง ก็คงใช่อย่างที่พูดเพราะตั้งแต่เช้ามาเขาก็เอาแต่ทำงานอยู่ในห้องไม่ได้ออกไปไหน

"งั้นก็ไป ชักช้ากูไม่รอ"

 

"อะไรของมันวะ?"

 

ว่าจบก็เดินออกไปปล่อยให้เพื่อนทั้งสองกับคนน้องมองตามอย่างงงๆ เพราะเดาใจอีกคนไม่ถูก

 

 

 

 

"ตรงนี้เลยครับน้องโปรด นั่งข้างๆพี่ดีกว่า" ศรันย์พูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาภายในร้านพร้อมกับรีบวิ่งไปขยับเก้าอี้เพื่อให้คนตัวเล็กนั่ง

 

"อะไรมึง น้องโปรดมานั่งข้างพี่นะครับ นั่งกับไอ้รันย์จะไม่ปลอดภัย" ธันวาเอ่ยแย้งก่อนจะจับที่ข้อมือบางอย่างลืมตัว

 

"ไอ้วา ปล่อย"

 

"ปล่อยอะไรมึง น้องโปรดนั่งข้างพี่นะครับ"

 

ธันวาพูดต่อโดยไม่สนใจอัครินทร์ที่มองมาอย่างคาดโทษ

 

"เอ่อ..."

 

"ไอ้วา! กูบอกให้มึงปล่อยไง"

 

"ปล่อยอะไร! ชะ...อุ้ย แฮ่ๆ ขอโทษครับเพื่อน น้องโปรดไปนั่งข้างไอ้อัคก็ได้เนอะ ปลอดภัยกว่า แห่ะๆ"

 

ธันวาพูดขึ้นอย่างเกร็งๆเพราะจากที่ดึงดันในตอนแรกพอหันมาเจอสายตาที่มองมาที่เขาอย่างกับโกรธกันมาสิบชาติเลยรีบปล่อยมือออกจากอีกคนโดยง่าย ก็เวลาอัครินทร์โมโหเป็นใครก็ต้องกลัวทั้งนั้น

 

โต๊ะสี่เหลี่ยมขนาดพอดีสี่คนนั่งตรงข้ามกันโดยอัครินทร์นั่งคู่กับโปรดปรานและธันวาคู่กับศรันย์ เวลาผ่านไปอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟจนกระทั่งทานไปได้สักพักเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกให้ทั้งหมดหันไปมองพร้อมกัน

 

"ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่นะคะ"

 

ร่างของหญิงสาวคุ้นตาที่ดูมาดมั่นแต่กลับฉายแววบางอย่างออกมาจากสายตาขณะมองมาที่อัครินทร์

 

"เอย"

 

"อ้อ เอยจำได้ค่ะว่าร้านนี้เป็นร้านประจำของเรา ใช่มั้ยคะอัค"

 

อัครินทร์มองไปที่เอิงเอยเพราะไม่รู้ว่าอีกคนต้องการจะสื่ออะไรก่อนจะหันกลับมาหาคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

"เอ่อ...เอยมาคนเดียวหรอ มานั่งกับพวกเราก็ได้นะ " ธันวารีบแทรกเพราะบรรยากาศตอนนี้มันน่ากระอักกระอ่วนเสียจริงๆ

 

"วันนี้แค่แวะมาทักค่ะ แล้วก็จะมาบอกว่า...ถ้าอัคคิดถึงก็ไปหาเอยที่'ห้อง'ได้เสมอนะคะ"

 

หญิงสาวตั้งใจเน้นคำในขณะที่พูดกลับไม่มองไปที่อัครินทร์เสียอย่างใด สายตามีเลศนัยมองมายังโปรดปรานเพื่อหวังอะไรคนตัวเล็กก็ไม่อาจรู้ได้ แต่มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

 

"โปรด..."

 

"ครับ"

 

โปรดปรานมองไปที่อีกคนก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆที่มือของตน อัครินทร์สอดมือหนาเข้ามาประสานมือบางไว้ สายตาคมพยายามส่งสารเป็นนัยๆบอกอีกคนว่าไม่เป็นไร

 

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาอะไรแต่อัครินทร์ก็พอรับรู้ได้ว่าไม่ใช่เรื่องดี หลังจากเอิงเอยกลับไปโปรดปรานก็ได้แต่นั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา จากที่ดูสดใสก่อนหน้าก็หายไปแม้เพื่อนทั้งสองของเขาพยายามชวนพูดคุยแต่ก็เหมือนเดิม

 

ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่

 

"โปรด มานี่มา"

 

เขาเอ่ยปากเรียกคนตัวเล็กที่นั่งหน้ามุ่ยที่โซฟาให้เดินมาหาเขาที่โต๊ะทำงาน โปรดปรานลุกเดินมาหาเขาอย่างว่าง่าย ไม่หรอก...ดูเหม่อลอยเสียมากกว่า

 

"อ๊ะ!" ร่างบางร้องออกมาเพราะอีกคนดึงเขาไปนั่งบนตักโดยไม่ทันตั้งตัว

 

"ทำหน้าเบื่อโลกไปได้"

 

"เปล่าครับ พี่อัคปล่อยเดี๋ยวมีคนมาเห็น"

 

"พี่ล็อกประตูแล้วครับ"

 

"....."

 

"คิดอะไรอยู่บอกพี่ได้มั้ย?"

 

"ไม่ได้คิดอะไรครับ"

 

"แล้วเวลาพูดทำไมไม่มองตาพี่ โปรดฟังพี่นะ เวลามีอะไรไม่สบายใจอย่าเก็บไว้คนเดียว โปรดยังมีพี่อยู่ตรงนี้นะ พี่รับฟังเราเสมอ ไม่ไว้ใจพี่เหรอครับ?"

 

โปรดปรานมองสบตาอัครินทร์อย่างนึกขอโทษ เขาไม่ได้คิดกับอีกคนแบบนั้น แต่สำหรับเรื่องนี้แล้วโปรดปรานพูดไปออกไปได้หรือเปล่า? โปรดปรานอยากรู้ถ้าถามออกไปอัครินทร์จะตอบเขาใช่ไหม?

 

"ผมไว้ใจพี่ แต่...แต่เรื่องนี้ผมไม่รู้ว่าจะพูดได้หรือเปล่า"

 

"อืม ถ้าโปรดไว้ใจพี่ ไม่ว่าเรื่องไหนโปรดก็พูดกับพี่ได้หมดนั่นแหละ"

 

"พี่..."

 

"ว่าไงครับ?"

 

"พี่ยังคิดถึงคุณเอิงเอยอยู่มั้ยครับ?"

 

โปรดปรานก้มหน้าถามคำถามที่ตนอยากรู้ออกไป ไม่รู้ว่าอีกคนจะตอบมั้ย หรือถ้าโชคร้ายหน่อยก็คงถูกอีกคนโกรธเพราะดันเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากเกินไป

 

"ทำไมถามแบบนั้นล่ะ?"

 

"ก็...ถ้าพี่คิดถึงเขาพี่ก็จะไปหาเขาใช่มั้ยครับ?"

 

"โธ่เอ้ย คิดว่าเรื่องอะไร"

 

อัครินทร์หัวเราะในลำคอเพราะเอ็นดูกับสิ่งที่อีกคนกำลังกังวล ที่นั่งเงียบทำหน้าเบื่อโลกตั้งนานเพราะคิดเรื่องนี้อยู่เนี่ยนะ ให้ตายเหอะ เด็กน้อยจริงๆเลยนะ

 

"พี่คงไม่ชัดเจนเองแหละ แต่พี่จะบอกให้ใหม่ก็ได้"

 

"อะไรครับ?" โปรดปรานเงยหน้ามองเขาอย่างสงสัย

 

"พี่บอกไปแล้วไงว่าพี่รู้สึกกับเรา กับเราแค่คนเดียว ไม่เข้าใจเหรอครับ? พี่จะไปคิดถึงคนอื่นทำไมล่ะ"

 

"...."

 

"ที่หน้าแดงนี่ร้อนเหรอครับ?"

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอีกคนพูดหรือเปล่าที่ทำให้โปรดปรานรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา และก็คงแสดงออกทางสีหน้าอย่างที่อีกคนว่า

 

"พี่อัค!"

 

"โอ้ย! อย่าตีพี่นะมันเจ็บ"

 

ฟอด!!

 

"พี่!!"

 

โปรดปรานตาโตเพราะถูกอีกคนหอมแก้มไปฟอดใหญ่ หัวใจข้างในก็เต้นตูมตามไม่รู้ว่าเสียงดังออกมาถึงข้างนอกเลยหรือเปล่า

 

"หอมจังเลยครับ"

 

"ชอบฉวยโอกาส ปล่อยเลยนะจะไปดูหนังต่อ"

 

"ดูพี่ก็ได้นี่ครับ น่าดูกว่าหนังอีก"

 

"ฮื่ออ อย่าเอาหน้ามาใกล้นะ!"

 

"ทำไมครับ ดูพี่นี่ หรือจะดูทั้งตัวก็ได้นะ"

 

"ไอ้พี่อัค! ฮื่อออ พี่วาพี่รันย์! ช่วยโปรดด้วย!"

 

"เรียกหาคนอื่นเหรอครับ หืม?"

 

"อย่า! ฮ่าๆ พี่! พอแล้ว ฮ่าๆ จั๊กกะจี้ อ๊ากกก ฮ่าๆๆ"

 

อัครินทร์นึกหมั่นเขี้ยวอีกคนจนอดแกล้งไม่ได้ มือหนาที่กอดเอวบางอยู่ขยับเลื่อนไปจี้ที่เอวคนน้องอย่างมันมือ เขาจำได้ว่าอีกคนน่ะบ้าจี้ขนาดไหน และนั่นแหละ จนตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม

 

"เด็กน้อยของพี่ยังน่ารักเสมอไม่เปลี่ยนไปเลยนะ"

 

"...."

 

เขาหยุดการกระทำก่อนหน้าก่อนจะมองสบตากลมคนบนตัก โปรดปรานนั่งนิ่งมองไปยังอีกคนเพราะไม่รู้ว่าอีกคนกำลังจะสื่อถึงอะไร

 

"ยังซนเหมือนเดิม ตัวเล็กเหมือนเดิม ขี้แยเหมือนเดิม แถมดื้อเหมือนเดิมด้วย"

 

"ผม...ขอโทษ"

 

"ขอโทษทำไมครับ?"

 

"ผมจำตอนนั้นไม่ได้เลย"

 

"ก็เรายังเด็กนี่นา เราห่างกันตั้งหกปีเลยนะ"

 

"ฮึก! ผมอยากจำพี่ได้บ้าง ฮือออ"

 

ดวงตากลมมีน้ำตาเอ่อคลอก่อนจะไหลออกมาเพราะรู้สึกผิดที่นึกความทรงจำของตนที่เกี่ยวกับอีกคนไม่ออก จะมีก็แต่ครั้งนั้นที่อยู่ๆก็จำได้ขึ้นมาแต่นอกเหนือจากนั้นล่ะ มันว่างเปล่าไปหมด

 

"โอ๋ๆ ไม่ร้องครับ จำไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ตอนนี้ก็อยู่ด้วยกันแล้วนี่ไง เข้าใจมั้ยครับ?"

 

อัครินทร์ดึงอีกคนไปกอดพร้อมกับปลอบใจทั้งคำพูดและการกระทำ เขาไม่ได้หวังให้อีกคนจำได้อยู่แล้ว ความทรงจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นเขาจะจำมันไว้เอง เขารอคอยมาตั้งนานนี่ ถึงเวลาสร้างความทรงจำใหม่ๆได้แล้วล่ะ

 

ไม่ถอยไม่หนีอีกต่อไปแล้ว...

 

"เข้าใจแล้วครับ"

 

 

 

 

 

ศรันย์ : "มึงคิดเหมือนกูมั้ยวา?"

 

ธันวา : "เออ กูคิดมาตั้งแต่เห็นครั้งแรกละ"

 

ศรันย์ : "คนนี้กูเชียร์สุดใจเลย"

 

ธันวา : "ใครคือสุดใจวะ?"

 

ศรันย์: "โธ่ ไอ้ห่ายังจะกล้าเล่น"

 

ธันวา : "ไม่ได้เหรอวะ?"

 

ศรันย์ : "ได้ตีนกูนี่"

 

ธันวา : "ไอ้เวร!"

 

 

-----------------------

 

55555555555555555555

 

 

 

 

ความคิดเห็น