email-icon facebook-icon

สำหรับน้ำสุวรรณ นิยาย คือ อาหาร ร้านนี้อาจทำไม่ถูกปากทุกคน แต่ทำด้วยใจนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 100

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 18:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

สาวชาวไร่สะใภ้ชาววัง 

ตอนที่ 9 

 

องค์หญิงลาเฟอร์จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า 

ความจริงที่ได้รับฟังไม่ต่างไปจากที่คิดเท่าไหร่ กับสิ่งที่ภูวดลถาม เธอควรบอกเขาใช่ไหม  

อย่างไรเสีย คนในไร่นี้ก็ไม่มีใครรู้นอกจากลูกส้มและสามี เธอเองก็ต้องกลับไปประเทศของตัวเองในอีกหนึ่งเดือน คงไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องบอกให้เขารับรู้ 

“ไม่มีนี่คะ” ลาเฟอร์​ตอบไปในที่สุด ก่อนจะเดินถอยหลังออกมาสามก้าวให้อยู่ในลักษณะที่เหมาะสมเมื่อเธอเป็นเพียงสาวชาวไร่ธรรมดา “ลาเฟอร์บังอาจจริงที่ทำให้หม่อมเจ้า...” 

“ลาเฟอร์” ชาย​หนุ่มเดินเข้าประชิดตัวและจับบ่าทั้งสองข้างของหญิงสาว “ เรียกเหมือนเดิมเถอะนะ ที่พี่บอกเพราะพี่อยากให้ลาเฟอร์รู้ว่าพี่จริงใจ...พี่จริงใจกับลาเฟอร์นะ” 

“.....” คำว่าจริงใจที่ชายหนุ่มพูด​มีความหมายอย่าง​ไรกัน คนตัวเล็กที่ยังยืนนิ่งก็ได้แต่มองหน้า รู้สึกถึงความจริงจังของคำพูด แต่ก็ไม่อาจจะคาดเดาความหมายของคำที่ชายหนุ่มพยายามสื่อสาร “อะ..เหมือนเดิม ลาเฟอร์จะเรียกว่าพี่ภูวดลเหมือนเดิมก็ได้” 

“นี่!! ปล่อยลาเฟอร์นะ!!” วินเทียร่าเดินตามหา​ ได้ยินคนงานว่าเห็นลาเฟอร์มาที่ห้องพักของภูวดล เมื่อเข้ามาและเห็นภาพชายหนุ่มกำลังจับที่บ่าขององค์หญิงของเธอ คนเป็นข้าหลวงก็รีบเข้าไปขวางพร้อมกับผลักชายหนุ่มให้ถอยห่างทันที “คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะเนื้อต้องตัวลาเฟอร์” 

“วินเทียร่า ผลักพี่ภูวดลทำไม เขาไม่ได้จะทำอะไรเราแล้วจะโวยวายทำไม” องค์​หญิง​ตำหนิ 

“ก็...” 

“ห้ามเถียง" เธอออกคำสั่งที่ทำให้​อีกฝ่าย​ไม่​กล้า​แม้​แต่จะปริปาก​ องค์​หญิง​หันมา​หาภูวดล " ลาเฟอร์ขอโทษแทนวินเทียร่าด้วย พี่ภูวดลพักผ่อนเถอะ แล้วก็ลาเฟอร์ขอบคุณถึงความจริงใจของพี่มาก ๆ นะคะ” หญิงสาวจูงมือนางข้าหลวงออกจากบ้านพักของเขาอย่างไว 

ภูวดลนั่งเหม่อมองออกไปยังประตูห้องที่เปิดอยู่ เขาได้แสดงความจริงใจด้วยการบอกให้หญิงสาวรับรู้ถึงฐานะแล้ว 'ไม่มีอะไร' สิ่งที่หญิงสาวบอกกับเขาเป็นความจริงใช่ไหม รากลึกของความรู้สึกของเขาที่มีต่อลาเฟอร์​ เริ่มจะฝังลึกลงไปทุกวันในระยะเวลาอันสั้นนี้ ไม่ว่าเธอจะเป็นสาวชาวบ้านหรือจะเป็นใครก็ตาม ขอแค่มันเป็น​ความจริงใจให้กัน เขาก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อรากลึกของความรักครั้งนี้  

“หรือเราจะคิดมากไปเอง...” 

ชายหนุ่มพูดกับตัวเอง  

 

 

ห้องนอนองค์หญิง 

“องค์หญิงทรงยอมให้ชายผู้นั้นแตะต้องพระองค์ได้อย่างไรเพคะ หากกระหม่อมเข้าไปช้ากว่านี้.....” 

“วินเทียร่า เจ้านี่มันกระต่ายตื่นตูมอย่างที่คำไทยพูดจริง ก็พี่ภูวดลเขาไม่รู้ว่าเราเป็นใคร อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เป็น​สามัญชนคนทั่วไปด้วย” วินเทียร่าออกจะงงเสียด้วยซ้ำกับสิ่งที่องค์หญิงกล่าวออกมา “พี่ภูวดลเพิ่งจะบอกกับเราเองว่า เขาคือหม่อมราชวงศ์ภูวดล เป็นพระโอรสในหม่อมเจ้าภากูล เราจำได้ว่าหม่อมเจ้าภากูลทรงไปที่พระราชวังที่ประเทศเราบ่อยครั้ง ออกจะสนิทกับองค์ราชาเสียด้วย” 

“จริงหรือเพคะ” 

“ใช่ เขาเพิ่งบอกกับเรา” องค์หญิงลาเฟอร์ทรงแย้มพระโอษฐ์ยิ้มออกมาโดยไม่รู้พระองค์ ทรงกำลังเปี่ยมไปด้วยความสุขกับการที่ได้รับรู้สิ่งเหล่านี้ “นอกจากเป็นผู้ชายที่ใจดีกับเรา ยังจริงใจกับเราเสียด้วย” 

“องค์หญิงทรงไม่ได้ชอบคุณภูวดลเกินกว่าคนรู้จักใช่ไหมเพคะ” วินเทียร่าใช้คำระบุอย่างชัดเจนถึงความหมาย เพราะเธออยากได้รับคำตอบที่ชัดเจนเช่นกัน หลายครั้งที่เธอสัมผัสได้ว่าองค์หญิงแสนซนของเธอกำลังแสดงออกถึงความรู้สึกที่มีให้มากกว่าชายหนุ่มทั่วไป 

“เราก็ไม่รู้ รู้เพียงว่า...รู้สึกดีมากที่อยู่ใกล้พี่ภูวดล เราไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึก​เดียวกับที่เจ้าบอกหรือไม่” 

 

 

 

 “แผลยังไม่หายแล้วทำไมไปที่ลำธารกันล่ะเนี่ย” 

องค์หญิงลาเฟอร์บ่นกับตัวเองขณะเดินไปที่ลำธาร เมื่อเธอกินข้าวเช้าแล้วเดินไปหาชายหนุ่มที่โต๊ะอาหารในเวลาที่เขากินข้าวประจำ ก่อนจะได้รับคำตอบจากเพื่อนหญิงว่าหม่อมราชวงศ์ภูวดลออกไปที่ลำธารตั้งแต่เช้าแล้ว 

สองเท้าก้าวเดินไปตามร่องส้ม ก่อนจะเข้าไปทางรอยต่อของป่าจนไปถึงลำธาร มองเห็นชายหนุ่มที่อยู่อีกฝั่งกำลังทำรั้วให้กับต้นสเเตติสของเธอ เขาดูขะมักเขม้นตั้งใจมาก 

“แผลยังไม่หายแล้วออกมาข้างนอกทำไมล่ะคะ!” องค์หญิงทรงตะโกนถามโดยไม่เดินข้าม เพราะเห็นว่าวันนี้น้ำสูงกว่าวันก่อน  

“แผลแค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอก!” ภูวดลปักไม้อันสุดท้าย ก่อนที่จะเดินข้ามน้ำมาฝั่งที่ลาเฟอร์ยืนอยู่ น้ำมีระดับเดียวกับช่วงเอวซึ่งทำให้เปียกผ้าพันแผลเพียงแค่เห็นผ้าพันแผลเปียกน้ำ คนตัวเล็กก็อยากจะต่อว่าที่ชายหนุ่มไม่ดูแลตัวเองเพราะความห่วงใย 

“แล้วแผลจะหายได้อย่างไร ถ้าพี่ภูวดลไม่ดูแลมัน” องค์หญิงลาเฟอร์ต่อว่าทันทีเมื่ออีกฝ่ายข้ามมาถึง “กลับไปทำแผลกันค่ะ อ๊ะ!!!” 

ร่างกายขององค์หญิงถูกช้อนขึ้นสู่อากาศด้วยวงแขนของนายพลภูวดล คนตัวเล็กที่กลัวตกรีบคว้าเข้าที่รอบลำคอของเขาทันที ชายหนุ่มพาหญิงขี้บ่นที่ต่อว่าเขาข้ามผ่านน้ำก่อนจะวางลงกับพื้นต่อหน้าต้นสเเตติสสีสวยที่ออกดอกสะพรั่ง 

“สวยจัง” จากที่คิดว่าเมื่อลงสู่พื้นจะต่อว่าเขาที่บังอาจอุ้มตน แต่เมื่อเห็นดอกสเเตติสที่บานสะพรั่ง ความโกรธที่มีก็หายไปจนหมด 

“สวยมากเลย อยากให้ลูกส้มมาเห็นจัง” 

“ลาเฟอร์” 

แชะ!! ภูวดลกดโทรศัพท์ถ่ายรูปคนตัวเล็กที่กำลังหลงใหลไปกับสีสันสวยสดของดอกไม้ 

"ทำไมไม่ยิ้มล่ะ ลาเฟอร์" องค์หญิงแสนซนปั้นหน้างอเป็นจวักตักข้าว เท้าเอวจ้องมองชายตัวสูงที่ยังยิ้มต่อท่าทีของเธอ 

"แผลที่โดนยิงคงจะอักเสบ หรือไม่ก็ติดเชื้อไปหมดแล้ว ถ้าเกิดตายไป...ลาเฟอร์จะรู้สึกผิดแค่ไหนคะพี่ภูวดล" 

"โถ่...ลาเฟอร์ แผลแค่นี้ไม่ทำให้พี่เป็นอะไรหรอก" 

"......" คนตัวเล็กเดินสวนลงไปในน้ำ "ดี...งั้นลาเฟอร์ก็จะไม่สนใจ" 

"ลาเฟอร์ ลาเฟอร์" องค์หญิงลาเฟอร์เร่งฝีเท้า เธอเดินลงน้ำไปเรื่อย ๆ น้ำก็สูงขึ้นมาเรื่อย ๆ ความคิดอยากแกล้งก็เกิดขึ้นคนเก่งไม่กลัวกับแผลเล็กน้อยก็เกิด ลาเฟอร์แกล้งไถลตัวคล้ายกับคนที่กำลังจะจมน้ำทั้งที่น้ำสูงเลยเอวมาไม่ถึงอก 

"ช่วยด้วย!! ลาเฟอร์ว่ายน้ำไม่เป็น ช่วยด้วย ๆ ๆ" 

"ลาเฟอร์!! " ภูวดลกระโดดลงน้ำ ร่างเล็กไหลไปตามน้ำอย่างรวดเร็ว จนเมื่อเขาคว้าตัวหญิงสาวเอาไว้ได้พร้อมกับรั้งกายไว้กับก้อนหินใหญ่ 

"ฮ่า ๆ ๆ ไม่กลัวติดเชื้อดีนัก" คนในอ้อมกอดของภูวดลหัวเราะชอบใจ นี่เธอแกล้งเขาสินะ 

"แกล้งพี่งั้นเหรอ" 

"ก็พี่ภูวดล...ไม่เชื่อฟัง" องค์หญิงทำเสียงค้อน 

"แล้วรู้หรือเปล่าว่าการเป็นเด็กขี้แกล้งจะโดนอะไร" ภูวดลกระชับอ้อมกอดในน้ำ คนตัวเล็กตกใจก็ล่วงรู้สัมผัสใกล้ชิดของชายหญิง "ว่าไง...รู้หรือเปล่า" 

"ลาเฟอร์….อื้ม" 

ภูวดลแนบชิดเรียวปากอย่างเอาแต่ใจ ใช้มือซ้ายจับต้นคอเพื่อให้หญิงสาวไม่ดิ้นหนีต่อสัมผัสที่กำลังรุกราน มือขวาก็โอบกระชับให้สองร่างเบียดเสียดอย่างแนบแน่น 

คนเสียเปรียบพลั้งปากจะท้วง ซึ่งการกระทำนี้เป็นการเปิดช่องว่างให้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาหยอกเย้า สัมผัสรัญจวนแปลกใหม่หลอมร่างกายราวกับต้องไฟ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงคัดค้าน  

"บัดสี!! หยุดเดี๋ยวนี้นะหม่อม!!" หม่อมแย้มมารดาของภูวดลตะโกนลั่นอยู่ชายฝั่ง สองร่างที่เบียดเสียดกันก็รีบดีดตัวออกจากกันในบัดดล 

 

ความคิดเห็น