email-icon facebook-icon

สำหรับน้ำสุวรรณ นิยาย คือ อาหาร ร้านนี้อาจทำไม่ถูกปากทุกคน แต่ทำด้วยใจนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 73

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 18:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7
แบบอักษร

สาวชาวไร่สะใภ้ชาววัง 

ตอนที่ 7 

 

วินเทียร่านั่งอยู่ชิดกับองค์หญิงท้ายกระบะรถ ด้วย เพราะไม่อยากให้ภูวดลเข้าใกล้องค์หญิงผู้สูงส่งของเธอ เธอรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้คิดอะไรกับองค์หญิงลาเฟอร์มากกว่าแค่คนรู้จักที่พักอยู่ไร่เดียวกัน ตลอดทางที่รถกำลังขับเคลื่อนไปยังโรงเรียนเป้าหมาย วินเทียร่ามองเห็​นดวงตาหวานของชายหนุ่มที่มองมายังองค์หญิงตลอดเวลา 

“วินเทียร่าเป็นอะไร กลัวตกรถเหรอนั่งชิดเราเชียว”  

“ใช่ ๆ ใช่ค่ะ” วินเทียร่าอึกอักที่จะตอบ 

“ตลกจัง กลัวตกรถ” องค์หญิงไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่นัก สายตามองไปที่ข้างทางที่เห็นชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็เดินทางสัญจรกันไปมาเต็มท้องถนน ชอบเวลาที่ลมเย็น​ ๆ ลู่กับใบหน้า มันช่างสดชื่นเสียจริง จนสายตา​ของ​องค์​หญิง​มอง​เห็น​ที่​หมาย​ “ถึงแล้ว!!” 

“ว้าย!! ตกใจหมดเลยองค์...อกอีแป้น” วินเทียร่ารีบเปลี่ยนคำพูดเมื่อหลุดออกไปแล้วครึ่งหนึ่ง ภูวดลก็มองยิ้ม ๆ ไม่ได้พูดอะไร 

โลเซฟรีบเข้ามา​หาหมายจะช่วยให้องค์หญิง​ลงจากท้ายรถกระบะ​โดยง่าย 

“เราลงได้” ลาเฟอร์ปฏิเสธการช่วยเหลือของโลเซฟ แม้เขาจะทำความเคารพเล็กน้อยก่อนแล้ว แต่ถ้าเลือกได้ เธอก็ไม่ชอบที่จะสัมผัสกับกายชายผู้ใดเลย 

ทุกอย่างอยู่ในสายตาของภูวดล ไม่ใช่แค่เขาที่ถูกปฏิเสธ แม้เพื่อนที่มาจากประเทศเดียวกันก็ยังถูกปฏิเสธเช่นกัน 

“เราจะเข้าไปหาคุณครูของโรงเรียนนี้ โลเซฟขนลังส้มลงมาสี่ลังนะ ที่เหลือจะเอาไปอีกสามโรงเรียน” องค์​หญิง​ออก​คำสั่ง​ 

“ครับ” โลเซฟตอบรับ 

ลาเฟอร์เดินเข้าไปหาครูผู้หญิงคนหนึ่ง ภูวดลช่วยโลเซฟยกของ มองเห็นกลุ่มเด็กนักเรียนตัวเล็ก ๆ วิ่งเข้ามารุมกล่องส้มที่วางกับพื้น ทุกคนมีท่าทีอยากกินกันทั้งนั้น 

ลาเฟอร์เดินกลับมาพร้อมกับคุณครูสาว ก่อนที่กลุ่มเด็กนักเรียนจะถอยออกไป 

“เอาล่ะค่ะนักเรียน ขอบคุณพี่ลาเฟอร์กับเพื่อน ๆ นะคะที่เอาส้มมาฝากพวกเรา” คุณ​ครู​สาวส่งเสียง​หวานด้วยรอยยิ้ม​ 

“ขอบคุณค่ะ" / "ขอบคุณครับ” เด็กนักเรียนยกมือไหว้แล้วขอบคุณอย่างน่ารัก​ ลาเฟอร์​ยิ้มแป้น​ยินดี​กับรอยยิ้ม​ของ​ทุกคน 

“พวกเราขอแจกน้อง ๆ ก่อนไปได้ไหมคะ” ลาเฟอร์เสนอ 

“ได้ค่ะ เอ้าเด็ก ๆ อย่าเสียงดัง ครูลงโทษนะคะ เข้าแถวสองแถวให้เป็นระเบียบเลย” คุณครูคนเดิมสั่ง  

เด็กนักเรียนต่างทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อแจกส้มให้เด็กนักเรียนจนครบก็ยังเหลือส้มอีกมากมายที่คุณครูจะต้องจัดการต่อเอง ซึ่งพวกเขาก็ยังต้องไปจัดการกับส้มหลายกล่องบนรถไปยังอีกโรงเรียน วินเทียร่าถูกสั่งให้ไปนั่งคู่กับโลเซฟด้วยเหตุผลที่ว่าเธอกลัวตกรถ และวินเทียร่าก็ต้องยอมไปอย่างจำนนกับคำพูด​ของตัวเอง 

“พี่ภูวดล” ลาเฟอร์ส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องบางคืนให้กับชายหนุ่ม เขาลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำว่าโทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับตัวเอง “มีคนโทรมาด้วย แต่ลาเฟอร์ไม่กล้ารับ” ภูวดลเลื่อนหน้าจอดูการโทรเข้าโทรออกก็พบว่าเป็นสายของมารดา ดีแล้วที่ลาเฟอร์ไม่ได้รับ ไม่งั้นเรื่องที่เขาปวดหัวก็จะปวดมากไปกว่าเดิม 

“แต่ว่า...วินเทียร่าเป็นคนรับ” 

“......” ชายหนุ่มหันไปมองหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่อยากจะจินตนาการถึงเหตุการณ์เลยว่าผู้เป็น​มารดาจะคิดอย่างไรกับเสียงผู้หญิงที่รับสาย เมื่อเขาหนีมาเพราะไม่อยากแต่งงานกับคนที่หม่อมแย้มผู้เป็นแม่ตั้งใจจะคลุมถุงชน 

“ลาเฟอร์ขอโทษ ที่ห้ามวินเทียร่าไม่ทัน คือผู้หญิงคนนั้นโทรมาหลายรอบมาก” 

“แม่ของพี่เอง” 

“...แม่” ลาเฟอร์ตกใจมากอีกเช่นกัน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่วินเทียร่ารับสายแล้วมีการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด จนเธอต้องรับโทรศัพท์มาตัดสายและปิดเครื่อง “คือ..คือ” 

“แม่พี่ต่อว่าวินเทียร่าใช่ไหม” 

“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก เอ่อ..เพราะวินเทียร่าก็...” หญิงสาวก้มหน้าตอบอย่าง​รู้สึก​ผิด คนขององค์หญิงก็ใส่ไปไม่ยั้งเช่นกัน เพราะฝีปากวินเทียร่าก็ถือว่าเอาการเอางานมากกว่าการบ่นอยู่แล้ว 

“ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกลาเฟอร์ แม่พี่คงแค่โกรธพี่ที่มาเที่ยวโดยไม่ได้บอกท่าน” 

“วินเทียร่าบอกไปแล้ว และก็ยังบอกด้วยว่าเป็นคนรักของพี่ คือ...วินเทียร่าไม่รู้​ คิดว่าเป็นคนรักของพี่ที่โวยวาย เธอก็เลยพูดประชดไปแบบนั้น ลาเฟอร์ขอโทษ ขอโทษนะคะ” ภูวดลมองหน้าคนพูดที่สำนึก​ผิดแทนเพื่อน​ ใบหน้า​ของเธอ​เศร้าหมองอย่าง​เห็นได้ชัด​ 

“ไม่เป็นไร บอกแบบนั้นก็ดี บางทีปัญหาของพี่จะได้หมดลงก็ได้” คนตัวเล็กที่นั่งข้าง ๆ จ้องมองมายังชายหนุ่ม เธอยังรู้สึกผิดต่อสิ่งที่วินเทียร่าทำลงไป มารดาของชายหนุ่มจะต้องโกรธมากเป็นแน่  

เมื่อชายหนุ่มพูดว่ามีปัญหา​ แววตาก็ดูเครียดขึ้นมาทันที 

“อย่าเครียดเลยนะคะ” ลาเฟอร์​วางมือลงบนหลังมือชายหนุ่มอย่างให้กำลังใจ​ พร้อมกับรอยยิ้มที่เธอส่งให้อย่างจริงใจ “พ่อของลาเฟอร์บอกว่า ทุกปัญหาจะต้องมีทางออกถ้าเรามีปัญญา และทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ถ้าเราพยายาม​” 

“.....” ภูวดลพลิกฝ่ามือตนเองก่อนจะกระชับมือเล็กนุ่มนิ่มนั้นเบา ๆ “งั้นขอจับมือนี้ได้ไหม มันรู้สึกว่าจับเเล้วมีกำลังใจจัง มีกำลังใจที่จะผ่านปัญหานี้ไป” 

ลาเฟอร์หน้าแดงในทันที เธอหันหน้าหนีชายหนุ่มแต่ไม่ดึงมือออก ปล่อยให้ภูวดลจับอยู่แบบนั้น หัวใจของเธอเต้นแรงและไม่สามารถหุบยิ้มได้ทั้ง ๆ ที่พยายามหันหน้าหนีแล้ว ในขณะที่ท่าทีเหล่านั้นอยู่ในสายตาของภูวดล เขายังคงรู้สึกว่าเธอน่ารักเสมอ และเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ ทั้งทางคำพูด...และการกระทำ 

 

 

 

สนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นมากมาย องค์หญิงลาเฟอร์ที่แจกส้มจนเจียนจะหมดก็เริ่มหมดแรง พอมองเห็นสนามเด็กเล่นก็วิ่งเข้าหาอย่างดีใจ​ เธอมีความสดใสที่ไม่แพ้ไปจากเด็ก ๆ เลย 

"อย่าวิ่งค่ะ ลาเฟอร์" วินเทียร่าวิ่งตามแทบไม่ทัน​ ปากก็เกือบหลุด​เรียก​องค์​หญิง​อีกตามเคย  

"เราจะเล่นอันนี้ ๆ" องค์​หญิง​เดิน​เข้าไป​โดย​ไม่​ทัน​สังเกต​สิ่ง​ก่อสร้าง​ ในขณะที่ผู้เป็นองครักษ์​อย่างโลเซฟที่สายตาไวมองเห็น​ถัง​สีที่กำลังจะตกลงมา 

"ระวัง!!!" โลเซฟกระโจนสุดตัวเมื่อถังสีที่อยู่ในเขตก่อสร้างของโรงเรียนร่วงลงมา แรงกระแทกทำให้โลเซฟล้มไปกับพื้น​ แต่เขาก็ยังลุกขึ้นและเข้ามาสำรวจร่างกายของคนที่ตนเองปกป้องด้วยความภักดี​ "ไม่ทรงเป็นอะไรใช่ไหมพะย่ะค่ะ ทรงบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ " 

"เราไม่เป็นไร แต่เจ้า...พี่ภูวดล ๆ" องค์หญิงร้องเรียกชายอีกคนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ "โลเซฟบาดเจ็บ" 

"พี่โลเซฟ มีเลือดไหลด้วย แขนพี่อาจจะหัก" 

"จริงเหรอวินเทียร่า" ลาเฟอร์เริ่มใจไม่ดี นี่เป็นเพราะเธอใช่ไหมถึงทำให้เขาบาดเจ็บ 

"ขอพี่ดูหน่อยนะ" ภูวดลจับแขนของโลเซฟ ซึ่งยังสามารถตอบสนองได้ดี เมื่อภูวดลทำการเหยียดแขนตรงและออกแรงกระชาก  

กึก!! 

"อึก...โอ๊ย!!" โลเซฟกัดฟันแต่ยังมีเสียงรอดออกมา 

"แขนไม่ได้หัก แค่กระดูกหลุดจากข้อ ที่เหลือก็แผลภายนอกเท่านั้น" ภูวดล​ตอบด้วยความรู้ที่ตนมี 

"งั้นรีบไปหาหมอเถอะ เราเป็นห่วง ไหวใช่ไหมโลเซฟเราจะพาไปหาหมอ" 

ใช้ระยะเวลาถึงหนึ่งชั่วโมงกว่าจะขับรถมาถึงโรงพยาบาล เมื่อโลเซฟถึงมือแพทย์ คำชี้แจงจากแพทย์ก็ไม่ได้ต่างไปจากที่ภูวดลบอกไว้ก่อนหน้า 

เมื่อคนในปกครองปลอดภัย ลาเฟอร์จึงคลายความกังวล ถึงจะชอบก่อความวุ่นวาย ทำให้ปวดหัว แต่ก็ไม่เคยทำให้ใครต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัวเพราะตนเอง 

"ขอโทษด้วยที่เราเป็นต้นเหตุที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บตัวเพราะเรา" องค์หญิงลาเฟอร์รับสั่งทันทีเมื่อถึงห้องพัก 

"มันเป็นหน้าที่ของกระหม่อมพะย่ะค่ะ อย่าทรงกังวลเลย เพียงเท่านี้เล็กน้อยนักหากทำให้องค์หญิงปลอดภัย​ กระหม่อมไม่ได้เป็นอะไรมากมายเลยพะย่ะค่ะ" 

"วินเทียร่าไม่ต้องตามดูเรา ต่อจากนี้ดูแลพี่ชายของเจ้าจนกว่าจะหายดี เครื่องนอนและข้าวของในทุก ๆ วันเราจะดูแลตนเอง รวมทั้งไม่ต้องนอนเฝ้าเรา ให้เจ้ามาเฝ้าพี่ชายของเจ้าจนกว่าจะหาย" องค์​หญิง​ออกคำสั่ง​ 

"แต่" / "แต่" สองพี่น้องพยายามจะขัดคำสั่ง 

"เราสั่ง...ไม่เชื่อเรางั้นเหรอ" 

"ก็ได้เพคะ" / "..พะย่ะค่ะ" ทั้งสองจำยอมอย่างไม่เต็มใจ ทำได้เพียงจะต้องหายให้เร็วที่สุดเพียงเท่านั้น 

กลางดึกของคืนเดียวกัน ลาเฟอร์รู้สึกไม่สบายใจ ยังคงเป็นห่วงคนของตนเองที่ต้องบาดเจ็บ หากการเที่ยวเล่นของเธอทำให้องครักษ์ต้องบาดเจ็บมันสมควรเเล้วงั้นหรือ 

"องค์หญิงคิดอะไรอยู่" ลูกส้มมองจากระเบียงมาเห็นเพื่อนต่างชนชั้นกำลังเหม่อลอยมองพื้นสนามจึงเข้ามาทัก 

"กำลังเป็นห่วงโลเซฟที่ต้องมาบาดเจ็บเพราะเราน่ะ" 

"อย่าคิดมากเลย คุณภูวดลบอกว่าไม่เป็นอะไรมากนี่" องค์หญิงลาเฟอร์มองหน้าเพื่อนหญิง ความสงสัยจึงเข้ามาในหัว 

"พี่ภูวดลดูไม่ใช่คนธรรมดาเลย เขาทำการช่วยเหลือโลเซฟราวกับแพทย์​ เขาดูไม่ธรรมดา​" 

"ไม่ธรรมดาตรงไหน ง่วงแล้วไม่คุยด้วยแล้ว เข้านอนได้แล้วนะ" ลูกส้มเลี่ยงที่จะตอบ เพราะการตอบก็เท่ากับโกหก งั้นเลือกไม่ตอบจะดีเสียยิ่งกว่า 

 

ความคิดเห็น