email-icon facebook-icon

สำหรับน้ำสุวรรณ นิยาย คือ อาหาร ร้านนี้อาจทำไม่ถูกปากทุกคน แต่ทำด้วยใจนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 93

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 18:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5
แบบอักษร

สาวชาวไร่สะใภ้ชาววัง 

ตอนที่ 5 

 

 “เดินเร็ว ๆ คุณภูวดล” ลาเฟอร์ออกแรงวิ่งนำ เธอพาชายหนุ่มเดินไกลออกจากตัวไร่มากว่าห้าร้อยเมตรอย่างไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะข้างทางที่เธอเดินเต็มไปด้วยต้นส้มที่เธอเด็ดกินตลอดทาง อีกทั้งยังมีต้นไม้สีเขียวสูงต่ำเต็มไปหมด ไม่ต่างจากที่ประเทศขององค์หญิงเท่าไหร่นัก แต่ที่ต่างคือเธอไม่เคยได้สัมผัสมันอย่างใกล้ชิดก็เท่านั้น “นั่นไง มองเห็​นลำธารอยู่ข้างหน้าแล้ว” 

คนตัวเล็กหยุดเดิน เธอชี้ไปที่ลำธารข้างหน้า​ ดูร่าเริง​และ​ดีใจ​มาก​ 

มันสวยอย่างที่เธอได้พูดไว้เสียมากมายจริง ๆ เป็นธารน้ำที่ไม่กว้างนัก มีเนินหินน้อยใหญ่สลับเรียงราย อีกทั้งยังมีหมู่​ผีเสื้อที่บินว่อนอยู่รอบ ๆ บริเวณ 

“ระวังลาเฟอร์ เดี๋ยว​ล้ม” 

ภูวดลตักเตือนหญิงสาวเมื่อเธอพยายามวิ่งลงไปกับเนินหิน แต่ไม่ทันขาดคำ คนตัวเล็กก็กลิ้งลงไปอยู่กับพื้นเสียแล้ว เธอล้มจนมาอยู่ชิดกับขอบลำธารจนเกือบตกลงไปในน้ำเสียด้วยซ้ำ 

“โอ๊ย! เพราะคุณเลยเสียงดัง เราตกใจหมด” 

ลาเฟอร์เอามือลูบบาดแผลตรงหัวเข่าที่มีเลือดซึมออกมานิด ๆ มันเพียงแต่ถลอกก็เท่านั้น แต่เธอก็อยากโบ้ยความผิดให้กับเขาที่มาด้วย เพราะไม่อยากยอมรับว่าตนเองซุ่มซ่าม 

“เพราะผมเหรอ น่าจะเป็นลาเฟอร์มากกว่านะ....ผ..ผมขอโทษ” ภูวดลต้องพูดขอโทษเมื่อเขาพยายามที่จะพยุงเธอ แต่คนตัวเล็กกลับถดตัวหนีไม่ยอมให้แตะต้องตัว 

“คือ...” จะให้เธอบอกอย่างไรว่าเธอเป็นองค์หญิง ที่ไม่ควรแตะต้องกับชาย ท่าทีของชายหนุ่มทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังรับรู้ว่าเธอรังเกียจเขา “ขอโทษ เรา...ตกใจ” 

“ผมไม่ได้คิดจะล่วงเกิน แค่อยากทำแผลให้” 

“....” ลาเฟอร์เพียงพยักหน้าและยอมให้ภูวดลจับลงที่ขาของตนเอง คนตัวเล็กก้มหน้าไม่กล้าสบตา นี่เป็นมือชายคนที่สองรองจากองค์ราชาผู้เป็นพ่อที่เธอได้สัมผัส ไม่ว่าจะแสนซนแค่ไหนองค์หญิงอย่างเธอก็จะดูแลตนเองเสมอ “โอ๊ย!! เราเจ็บ” 

“มันเป็นเศษหินน่ะ” เขาปัดอย่างแผ่วเบาให้เศษหินหลุดออก ผิวของหญิงสาวที่เขาสัมผัสได้ช่างเนียนละเอียด ไม่หยาบกร้านเหมือนสาวชาวไร่ทั่วไป อีกทั้งร่างกายก็ยังหอมกลิ่นดอกไม้ เป็นน้ำหอมอะไรกัน “ล้างแผลก่อนนะ” เขาเหยียดขาของเธอลงไปในน้ำ ก่อนจะใช้มือตักน้ำราดลงไปบนบาดแผล 

“ขอบคุณ แต่พอแล้ว เราไม่เป็นอะไรแล้ว” คนตัวเล็กยังคงก้มหน้าไม่กล้าสบตา เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่อยากให้วุ่นวายเขาจึงปล่อยขาที่จับ แต่ก็ถอดเสื้อที่สวมมาซับน้ำที่แผลให้ 

“ลาเฟอร์นี่ไม่เหมือนสาวชาวไร่เลยนะ” ภูวดลเอ่ยถามเมื่อเขาห้อยขาลงไปกับน้ำนั่งคู่กับเธอ 

“ตรงไหน เราไม่เหมือนตรงไหน” 

“ตรงที่แทนตัวเองว่าเรา ตรงที่ผิวพรรณมันดูไม่เหมือนเลย” 

“.....”  

คนตัวเล็กมองไปที่ผิวของตัวเอง มันไม่เหมือนยังไงกัน เธอเอาแขนของตัวเองไปเทียบกับชายหนุ่ม มันก็ขาวจนแทบจะเป็นสีเดียวกัน แล้วไม่เหมือนยังไง  

ในทางกลับกันเมื่อหญิงสาวเอาแขนมาเทียบมันยิ่งทำให้รู้สึกแน่ใจว่าเธอไม่เหมือนสาวชาวไร่มากกว่าเดิม ในเมื่อสาวชาวไร่... กำลังมีผิวพรรณที่เนียนละเอียดเสียยิ่งกว่าเขาที่เป็นถึงหม่อมเจ้า  

“เราเป็นสาวชาวไร่นี่แหละ คงเป็นเพราะเราดูแลตัวเองดีไง ถ้าเราไม่เป็น​ชาวไร่เราจะเป็นอะไรล่ะ” 

“.....” ชายหนุ่ม​เพียง​แต่​นิ่ง​ฟัง​ 

“ส่วนที่แทนตัวเองว่าเรา เพราะเราคิดว่าเราอายุเท่ากับคุณ” 

“แล้ว ลาเฟอร์อายุเท่าไหร่?” ชายหนุ่มตั้งคำถาม มองหน้าคนตัวเล็กที่มองด้วยสายตาน่าจะราว ๆ ยี่สิบสองได้ 

“คนไทยบอกว่าห้ามถามอายุผู้หญิงไม่ใช่เหรอ” 

“ก็ลาเฟอร์จะได้รู้ไงว่าอายุเท่าผมไหม” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ ออกจะขำมากกว่าที่เธอพูดแบบนั้น 

“อืม...เราอายุยี่สิบเจ็ดปี” 

“.....” เธออายุเยอะกว่าที่เขาคิดไว้หลายปีเชียว คงเป็นเพราะเธอตัวเล็กและร่าเริงจึงทำให้ดูเด็กลง “ผมอายุสามสิบปี” 

“ฮ่า ๆ ๆ คุณอายุมากกว่าเรา คุณแก่” 

“โห่” ภูวดลยิ้มออกมาในที่สุด เวลาอยู่กับลาเฟอร์เรื่องเครียดในหัวจะไม่มีอยู่เลย มันจะมีแต่ความสุขที่ได้รับผ่านรอยยิ้มเธอเท่านั้น “แก่ก็ได้ ผมยอม” 

“อายุไม่เท่ากัน งั้นเรา..เอ่อ ลาเฟอร์เรียกพี่แล้วกันนะ พี่ภูวดล” 

“....” ทำไมถึงชอบการเรียกว่าพี่ที่ออกจากปากเธอเสียจริง แต่ดูเธอกลับไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ เธอหันไปมองนกมองน้ำอย่างอารมณ์ดี ยิ่งอยู่ใกล้ ภูวดลก็ยิ่งรู้สึกว่าถอนตัวไม่ขึ้นเข้าไปเรื่อย ๆ เลยนะสาวน้อยลาเฟอร์ 

"ต้นสเเตติสยังอยู่นี่" องค์หญิงลาเฟอร์ร้องอย่างดีใจ เมื่อทรงมองไปเห็นพืชล้มลุกขนาดเล็กที่กำลังออกดอกรำไร “โอ๊ย!!” แต่เมื่อพยายามจะลุกเพื่อเดินข้ามน้ำไปอีกฟากเพื่อไปหาเจ้าดอกไม้นั่นก็ต้องนั่งลงอีกครั้ง รู้สึกเจ็บที่บาดแผลและข้อเท้า 

“ลาเฟอร์ น่าจะข้อเท้าแพลงด้วย” 

“เรา...ลาเฟอร์อยากไปที่ดอกไม้นั่น” 

“แต่ข้อเท้าเจ็บ ถ้าจะไปก็คงต้องอุ้มข้ามน้ำ” ท่าทีกระตือรือร้นหยุดลงทันทีเมื่อจะถูกอุ้ม แค่ชายหนุ่มสัมผัสตัวก็ตำหนิตัวเองจะแย่ หากมีใครรู้ถึงตำแหน่งต้องโดนองค์ราชาต่อว่าเรื่องพระเกียรติของตนเองเป็นแน่ 

ภูวดลเมื่อเห็นอากัปกิริยาดังนั้นก็รู้ได้ทันที่ว่าหญิงสาวไม่อยากให้เขาแตะต้องตัว คงไม่ใช่เพราะเหตุผลการรังเกียจแน่นอน 

“เดี๋ยวพี่ไปเด็ดให้ละกัน” 

“ไม่” ดอกไม้จะสวยก็ต้องอยู่กับต้นสิ " ลาเฟอร์อยากเห็น แต่ไม่อยากเด็ดมันออกมา" 

“.....” 

“มันเป็นต้นสแตติส เป็นไม้ล้มลุกที่ปลูก​ในประเทศของลาเฟอร์ มันถูกดัดแปลงพันธุกรรมจากการชอบอยู่ในน้ำเค็ม ให้สามารถอยู่ได้กับน้ำจืด ลาเฟอร์เลยเอามาให้ลูกส้ม แต่มันไม่ค่อยชอบแสงแดดก็เลยเอามาปลูกไว้ที่นี่เมื่อสองปีก่อน ไม่คิดว่ามันจะยังอยู่ มันเป็นต้นไม้ที่ให้สีสวยสด เหมาะแก่การให้คนรัก หลาย ๆ ประเทศเชื่อว่ามันแสดงถึงความรู้สึกที่จะมีให้กันตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง” 

“ความหมายดีจัง งั้นพี่จะไปเอาให้ลาเฟอร์ดู โดยที่ไม่แตะต้องมันดีไหม” 

หญิงสาวพยักหน้าทันที เธอยิ้มอย่างดีใจโดยที่ไม่รู้​ถึงวิธีการของเขาเสียด้วยซ้ำ 

สองเท้าของชายหนุ่มก้าวผ่านน้ำที่ไม่สูงนัก ก่อนที่จะไปถึงอีกฝั่งซึ่งมองเห็น​ดอกไม้ของลาเฟอร์อย่างชัดเจน มันมีสีสวยสดสมที่คนตัวเล็กได้คุยไว้ อีกทั้งยังมีความอ่อนหวานเหมือนกับลาเฟอร์ไม่มีผิด ภูวดลหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋า ก่อนจะถ่ายภาพของมันไปให้กับเธอ คนตัวเล็กที่อยู่อีกฟากก็เป็นต้องยิ้ม 

ภาพพุ่มไม้ล้มลุกที่กำลังออกดอกเล็ก ๆ ที่กำลังจะบานสะพรั่งในไม่ช้า เธอเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ของชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม 

"สวยจัง...." 

"ใช่ สวยจัง" 

คนตัวเล็กมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังจ้องมองมายังเธอ นี่มันดูไม่เป็นแววตาของการมองทั่วไปเลย คำชมเชยที่เขาพูดหมายถึงดอกไม้งั้นเหรอ แต่สายตาเขากำลังจับจ้องมาที่ลาเฟอร์ 

"ลาเฟอร์ไม่ดูแล้ว" เธอส่งโทรศัพท์คืนให้กับเขา เมื่อรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า​ รับรู้ได้ว่าหัวใจเต้นแรงเมื่อมองใบหน้าและแววตาคู่นั้น "ลาเฟอร์อยากกลับ" 

แต่เจ็บเท้าแล้วจะกลับอย่างไรล่ะ หากต้องให้ชายหนุ่มพาไปโลเซฟจะต้องจัดการภูวดลแน่  

"งั้นพี่โทรตามลูกส้มนะ ลาเฟอร์คงสบายใจกว่าถ้าพี่พากลับไป" 

เขาพูดอย่างรู้เท่าทัน และดูเหมือนว่าเธอเองจะพอใจกับข้อเสนอนี้ แต่ก็มีแววตาของความรู้สึกผิดอยู่เช่นกัน 

"ลาเฟอร์ไม่ได้...เอ่อ..." 

"หิวไหม อะนี่ ระหว่างรอลูกส้ม" 

ภูวดลยื่นส้มหนึ่งผลที่ติดมือมาให้กับหญิงสาว เขารู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้รังเกียจ แต่แค่ไม่เข้าใจเหตุผลมากกว่า 

"ขอบคุณค่ะ พี่ภูวดลนี่รอบคอบจริง" เธอเยินยอต่อผลส้มที่รับมา 

 

ความคิดเห็น