email-icon facebook-icon

สำหรับน้ำสุวรรณ นิยาย คือ อาหาร ร้านนี้อาจทำไม่ถูกปากทุกคน แต่ทำด้วยใจนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 96

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 18:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร

สาวชาวไร่สะใภ้ชาววัง 

ตอนที่ 3 

 

 “พี่โลเซฟ ออกไปตามหาองค์หญิงกันเถอะ” วินเทียร่าที่จัดแจงของใช้ขององค์​หญิงให้เข้าที่เข้าทางก็ร้อนใจ มองประตูรอบแล้วรอบเล่าก็​ยังไม่มีทีท่าว่าองค์หญิง​จะเสด็จกลับมา  

“รออยู่นี่ พี่จะไปตามเอง” 

“ไม่ต้องไปหรอกค่ะคุณโลเซฟ คุณวินเทียร่า” ลูกส้มเข้ามาในห้องพร้อมกับของว่างเป็นเค้กส้มที่เธอเป็นคนทำเอง “ของว่างค่ะ ดิฉันกลัวว่าจะหิว คุณโลเซฟเป็นองครักษ์ใช่ไหมคะ ส่วนคุณวินเทียร่าก็เป็นนางข้าหลวงประจำพระองค์ขององค์หญิง” 

“ครับ" / "ค่ะ” ทั้งสองตอบออกมาพร้อมกัน 

“อย่าห่วงองค์หญิงเลยค่ะ องค์หญิงรู้จักที่นี่ทุกซอกมุม มาที่นี่ทีไรก็เที่ยวเล่นเป็นเด็ก ๆ ประจำ เดี๋ยวเหนื่อยก็จะกลับเข้ามาเอง แต่ไม่น่าจะนานหรอกค่ะ เพราะยังไม่ได้เสวยอาหารเที่ยง” 

ลูกส้มพูดอย่างล่วงรู้ 

“จะให้ไม่ห่วงก็ไม่ได้ นี่ก็ทรงทูลกับพระราชินีว่ามาช่วยงานแต่งคุณลูกส้ม ถ้าโดนจับได้ดิฉันกับพี่ชายก็เสียวว่าหัวจะหลุดจากคอแล้ว ถ้าเกิดว่าได้รับอันตรายอีก..ไม่อยากจะคิดเลยล่ะค่ะ” 

วินเทียร่ายังคงกระวนกระวายใจ 

“ทำใจเย็น ๆ เถอะค่ะคุณวินเทียร่า สมัยเรียนก็พาลูกส้มหนีเรียนประจำ สุดท้ายต้องมานั่งอ่านหนังสือตามหลังเพื่อน เพราะหากผลการเรียนไม่ดีก็จะโดนองค์ราชาตำหนิ องค์หญิงทรงมีไหวพริบดีเอาตัวรอดได้แน่ค่ะ” 

 

 

ในไร่ส้ม 

ลาเฟอร์เดินคู่กับภูวดลกลับเข้ามายังบ้านพัก มือซ้ายก็ถือส้มสองลูกที่เลือกติดมือมา มือขวาก็ใช้หมวกใบเก่าที่ขอมาจากคนงานพัดให้ลมเย็นปะทะหน้า มื้อกลางวันที่ยังไม่ตกถึงท้อง และส้มที่กินเข้าไปก็ดูท่าจะย่อยไปจนหมดแล้ว ท้องไส้ขององค์หญิงกำลังเรียกร้องต่ออาหารขึ้นมา 

จ๊อก จ๊อก 

“...เราขอโทษ” ลาเฟอร์เอามือลูบท้องตัวเองอย่างอาย ๆ หากอยู่วังพระราชินีจะต้องตำหนิเป็นแน่ที่ไม่ยอมเสวยอาหาร และการปล่อยให้ท้องหิวขนาดนี้ “คือ...เราหิวข้าว” 

“.....” 

ภูวดลเพียงเงียบ เขาไม่กล้าหัวเราะเพราะกลัวว่าเธอจะอาย แต่ก็เอ็นดูกับท่าทีของหญิงสาว 

ทั้งสองเดินจนกระทั่งถึงเรือนรับรองซึ่งใช้สำหรับรับนักท่องเที่ยวหรือกลุ่มผู้สนใจในไร่ส้มแห่งนี้ องค์หญิงจึงตั้งท่าจะแยกไปอีกทางเพราะรู้ดีว่าบ้านพักของตนเองอยู่หลังไหน 

“ขอบคุณที่เดินมาเป็นเพื่อนนะ ส้มสองลูกนี้เราให้ รับรองว่าหวานแน่นอน” องค์หญิงส่งส้มในมือให้กับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม ที่เธอเลือกอย่างดี เพราะต้องการไถ่โทษที่กลั่นแกล้งเขาทั้งที่เพิ่งจะเจอกัน “ไถ่โทษแทนส้มสีเขียวที่เราบอกว่าหวานแล้วคุณก็กินมันจนหมด” 

“....” เขารับส้มสีสดลูกนวลด้วยรอยยิ้ม มันต้องหวานมากแน่ ๆ “ขอบคุณสำหรับส้มสองลูกที่คิดว่าน่าจะหวานมาก และก็ขอบคุณที่ทำให้ผมหายเครียดมากในวันนี้” 

“คุณภูวดลมีเรื่องเครียดเหรอคะ” เธอถามอย่างไม่รู้ เพราะตลอดที่คุยกันก็ไม่รับรู้ถึงความเครียดของอีกฝ่าย “เราไม่ควรถามเลย แต่ที่ไร่นี่มีลำธารด้วยนะ พรุ่งนี้หากเสร็จงานเราจะพาคุณไปเล่นน้ำ คุณจะได้หายเครียดดีไหม” เธอเสนอโดยบัดดล โดยที่ตนเองก็คิดถึงลำธารนั้นด้วย จำได้ว่าเคยลงไปช่วยเด็กน้อยลูกคนงานที่ตกลงไปในน้ำ คงจะดีมากถ้าได้กลับไปอีกครั้ง 

"........"  

“เราแค่เสนอ ไม่ได้บังคับนะ คุณคงมีที่เที่ยวที่อยากไปกับคุณชัดเจนแน่ เราช่างวุ่นวายเสียจริงขอโทษด้วย” องค์หญิงร้อนตัว เมื่อเขายืนยิ้มมองหน้าเธออยู่อย่างนั้น 

“งั้น..พรุ่งนี้ผมจะไปช่วยทำงานในไร่ให้เสร็จเร็วขึ้น เป็นค่าไกด์นำเที่ยว ดีไหม” 

“งั้นก็ตามใจเลย ที่นี่ไร่ของเพื่อนคุณเชียวนะ” องค์หญิงลอยหน้าลอยตาตอบ  

เธอเดินแยกออกจากชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม รู้สึกร้อนหน้ารุม ๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรพิเศษมากไปกว่าแขกของเพื่อน และความสนุกจากการร่วมเป็นชาวไร่โดยไม่ได้รับค่าแรงในไร่แห่งนี้ เพราะหักกับค่าส้มแล้วองค์หญิงลาเฟอร์จอมซนอาจจะต้องจ่ายคืนก็เป็นได้ 

 

 

 

ป่าดงพงไพรและธรรมชาติที่แสนสงบ 

ภูวดลเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ไม้ตัวยาวมองเห็นหมู่ดาวบนฟ้าพราวระยิบ​ระยับ รู้สึกสงบใจอย่างที่ชัดเจนเพื่อนรักคุยบอกไว้ ร่างกายที่ผ่านการชำระแล้วก็รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ภาพหนึ่งในความคิดก็ลอยเข้ามาในหัว 'รอยยิ้มของลาเฟอร์' ความเครียดที่วกวนในหัวหายไปทันทีเมื่อนึกถึงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอ 

“ถ้าพวกแกไม่เน่า ฉันคงจะเก็บแกไว้แบบนี้” ภูวดลพูดกับเจ้าส้มสองลูกที่ลาเฟอร์เป็นคนให้ โดยที่​ไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทแอบเข้ามาในห้อง และกำลังยืนอยู่ด้านหลัง 

“จะเสียดายทำไมล่ะครับหม่อมเจ้า” ชัดเจนกล่าวขึ้น จนคนที่นั่งอยู่จำต้องลุกเพราะตกใจ 

“ฉันแจ้งความจับนายได้นะนายชัดเจน ข้อหาบุกรุกยามวิกาล” 

“โห...โหดร้าย ไม่สงสารเมียกระผมที่ต้องอยู่ลำพังเหรอครับ” ชันเจนหยอกเย้าเพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทไม่ถือสา “ว่าแต่ไอ้ส้มสองลูกนี้มันน่าเสียดายตรงไหนถึงอยากจะเก็บมันไว้” 

“ลาเฟอร์เป็นคนให้น่ะ” ภูวดลตอบยิ้ม ๆ ไม่มีเหตุผลที่ต้องปิดบังเพื่อน ก็มันมีความสุขจริง ๆ “ฉันว่าเธอน่ารักมากเลย ยิ้มเธอหวาน หน้าสวย แถมยังซนด้วย แกล้งให้ฉันกินส้มเปรี้ยว” พูดแล้วรอยยิ้ม​แห่งความสุข​ก็ปรากฏบนใบหน้า 

“องค์หญิง..” ชันเจนหลุดออกมาคำโต คิดตกใจว่าอาจถูกจับได้ 

“เออใช่ ฉันว่าจะถาม ตอนที่ลูกส้มเห็นลาเฟอร์ลงรถก็พูดว่าองค์หญิง” 

“อ๋อ นั่นน่ะ ลูกส้มกับลาเฟอร์ชอบเล่นเป็นองค์หญิงกับข้ารับใช้ไง ลาเฟอร์จะได้เป็นองค์หญิงตลอด ฉันก็เลยติดพูดตาม” เมื่อเขาตกลงกับภรรยาแล้วว่าจะไม่เปิดเผย ทั้งสองคนก็ต่างเป็นคนสำคัญ ถ้าหากอยากให้รับรู้ก็คงจะบอกเอง “อย่าสนใจเลย สนใจว่าตอนนี้หม่อมเจ้าหลวงของหม่อมแย้มกำลังสนใจสาวชาวไร่ดีกว่า” ที่ชัดเจนพูดหมายถึงองค์หญิงลาเฟอร์ 

“ยอมรับเต็มปากว่าสนใจ และรู้สึกว่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสิ” 

“หม่อมแย้มต้องไม่พอใจแน่ที่นายจะมาได้กับสาวชาวไร่แบบนี้ แถมยังไม่ใช่คนไทย ตัดใจซะเพื่อน” 

 

 

บ้านพักขององค์หญิงลาเฟอร์ 

“เสวยเยอะขนาดนี้จะทำให้อ้วนนะเพคะ ยังไม่ทรงอิ่มอีกเหรอเพคะ” 

“วินเทียร่า เราบอกว่าห้ามใช้ราชาศัพท์กับเรา ทำไมไม่เข้าใจ” แก้มตุ่ย ๆ ที่ยังเคี้ยวข้าวพูดตำหนิ นี่เธอกินเป็นจานที่สองแล้ว “เราไม่อ้วนหรอก กินตุนไว้เยอะ ๆ พรุ่งนี้เราต้องเป็นสาวชาวไร่เก็บส้ม เราจะแข่งขันกันใครที่แพ้ต้องโดนลงโทษ”  

“องค์..." วินเทียร่าจะหลุดเรียกก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันที "ก็หม่อมฉันเรียกไม่ถูกนี่เพคะ” 

“งั้น...วินเทียร่าเป็นน้องสาวของโลเซฟ ส่วนเราเป็นเพื่อนของวินเทียร่า เรียกชื่อเราอย่างเดียวก็พอ” 

“โห แบบนั้นนรกกินกบาลวินเทียร่าแน่” หญิงสาวโอดครวญ จะให้เรียกบุคคล​ผู้สูงส่งเสมอตนได้อย่างไร 

“ไม่เรียกงั้นเราส่งกลับ” 

“องค์หญิง... งั้นเรียกค่ะเรียก ๆ” วินเทียร่าเป็นต้องจำยอม ไม่อย่างนั้นเธอต้องโดนส่งกลับแน่ ไม่มีองค์ราชินีคอยห้ามแล้วด้วย มีหรือโลเซฟจะหยุดองค์หญิงอยู่ 

"ไหนเรียกให้เราฟัง" 

"เอ่อ...ล...ลาเฟอร์" 

"ฮ่า ๆ ๆ เห็นไหมเรียกง่าย ๆ" พูดจบคนพูดตอบรับก็หันไปกินต่ออย่าง​สบายใจ​ 

 

ความคิดเห็น