email-icon facebook-icon

สำหรับน้ำสุวรรณ นิยาย คือ อาหาร ร้านนี้อาจทำไม่ถูกปากทุกคน แต่ทำด้วยใจนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 129

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 18:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

สาวชาวไร่สะใภ้ชาววัง 

ตอนที่ 2 

 

ลูกส้มกลับเข้ามาในไร่ในช่วงสายของวัน​ วันนี้ทั้งเธอและสามีได้พาแขกมายังไร่ลูกส้มด้วย เพื่อนสนิทของสามีซึ่งต้องการที่พักผ่อนในที่เงียบสงบและสบายใจ  

หม่อมราชวงศ์ภูวดล พระโอรสในหม่อมเจ้าภากูลและหม่อมแย้ม ชายหนุ่มเป็นเพื่อนสนิทของชัดเจนสามีของลูกส้ม​ เป็นเพื่อน​ในสมัยเรียนและเที่ยวเล่นด้วยกัน เขารู้สึกเบื่อหน่ายต่อชีวิตจนอยากปลีกวิเวกเพื่อหาที่พักจิตใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่ชัดเจนพาภรรยาสาวไปกรุงเทพฯ เขาจึงขอติดสอยห้อยท้ายมาเที่ยวที่ไร่ด้วย 

“เอ่อ หม่อมราช...”  

“คุณลูกส้มเรียกภูวดลก็พอครับ อย่าพิธีรีตองเลย” ชายหนุ่มท้วง เมื่อภรรยาของเพื่อนสนิทพยายามที่จะเรียกพระยศตามศักดิ์ของตนเอง “และก็ขอร้องอีกเรื่อง ไม่ต้องบอกว่าผมเป็นใคร ผมอยากอยู่อย่างคนธรรมดา ไม่ต้องมียศศักดิ์ให้วุ่นวายใจ” 

“ไอ้ดลก็เหมือนเพื่อนของคุณไงลูกส้ม ชอบเป็นคนธรรมดาเหมือนกัน” ชันเจนพูดแทรกขณะขับรถมาจอดเทียบหน้าบ้านตนเอง​ เมื่อ​ครั้ง​แต่งงาน​ ภูวดลอยู่ต่างประเทศ​จึง​ไม่​ได้​มาร่วมงาน​และไม่ได้พบเจอกับองค์หญิง​ลาเฟอร์​ 

“ใครวะ ชัดเจน” 

“ก็องค์หญิง...พี่ชัดเจน!! องค์หญิงมา!!” ลูกส้มกระโดดดีใจลงจากรถ วิ่งไปกอดองค์หญิงเพื่อนรักที่ไม่ได้พบกันมากว่าสองปีหลังจากงานแต่งงาน ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหนเธอก็ไม่มีวันลืมเพื่อนที่สูงส่งแต่ลดตัวมาคบมาสนิทสนมกับเธอ “ดีใจมากเลย คิดถึงมากด้วย ทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ” 

“อย่าใช้ราชาศัพท์” องค์ลาเฟอร์กระซิบ “สวัสดีค่ะคุณชัดเจน เอ่อ..” สายตา​ขององค์​หญิง​มองไปยังชายหนุ่ม​อีกคนที่ยืนข้างกายสามีเพื่อน​ 

“สวัสดีครับ อ้อ นี่เพื่อนผมหม่อม....” ชัดเจนพยายามจะแนะนำ แต่ก็โดนเพื่อนสนิทกดบ่าไว้ทำให้รู้ว่าเพื่อนไม่อยากให้เอ่ยถึงพระยศ “เอ่อ...ภูวดลครับ” 

“สวัสดีค่ะคุณภูวดล” องค์หญิงยกมือไหว้อย่างไม่ถือตัวเช่นเดียวกับการไหว้ชัดเจน แต่พระองค์ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ต่อชายหนุ่มที่เพิ่งรู้จัก “ นี่วินเทียร่า ส่วนนี่โลเซฟ พวกเราจะขอมาพักที่ไร่เธอหนึ่งเดือนนะลูกส้ม” คนตัวเล็ก​หันไปชี้แจง​กับเพื่อน​ 

“ได้เลยเพ..เอ่อ ได้อยู่แล้วค่ะ” ลูกส้มพูดยิ้ม ๆ ยังคงกอดเอวเพื่อนสนิทอย่างสนิทสนม เพราะรู้ว่าองค์หญิงผู้นี้ไม่ถือตัว 

“จะไม่ให้ผมรู้จักคุณหน่อยเหรอครับ คุณผู้หญิง” ภูวดลพูดแทรกการสนทนาเมื่อเขายังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ชื่ออะไร สายตาของเขามองความร่าเริงของลาเฟอร์อย่างต้องมนต์สะกด รอยยิ้มหวานของหญิงสาวที่มองไปยังทุกคนมันช่างมีเสน่ห์ เธอสดใสจนเขาไม่อยากเชื่อว่าเธอเป็นเพียงสาวชาวไร่ธรรมดา ๆ 

“เราชื่อลาเฟอร์ พวกเราสามคนเป็นคนจากเมืองเอรินเบีย เคยเป็นคนงานของที่ไร่นี้แต่ต้องเดินทางกลับประเทศ ก็เลยกลับมาเที่ยวหาเจ้านายเก่าก็เท่านั้น” องค์หญิงทรงตอบเสียงหวานเป็นปกติ  

แต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะจนวินเทียร่าและโลเซฟต้องมองหน้ากันตาปริบ ๆ แต่แท้จริงแล้วเธอแค่บอกความจริงไม่ได้ก็เท่านั้น ไม่ได้อยากจะโกหกใคร 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ภูวดลยิ้มเมื่อสบตากับลาเฟอร์ เขาตกหลุมรักหญิงสาวคนนี้เข้าให้แล้ว 

ชัดเจนมองเห็นสายตาของเพื่อนสนิท รู้ดีว่านี่ไม่ใช้สายตาแค่เห็นสาวสวยเท่านั้น แต่นี่คือการตกหลุมรักอย่างรุนแรง เขามองหน้าภรรยาอย่างพยายามสื่อสาร รู้ดีว่าทั้งสองคนก็ต่างไม่ใช่คนธรรมดาต่างคนต่างมียศศักดิ์​ที่สูงส่ง แต่กำลังเล่นละครตบตาเป็นคนธรรมดา  

ทั้งเขาและภรรยาจะทำอย่างไรเมื่อรู้ดีถึงสถานะทั้งคู่ และเป็นผู้อยู่ตรงจุดกึ่งกลางของทั้งสองคน 

 

 

 

“ความจริงน่าจะบอกก่อนนะคะว่าจะมา จะเตรียมของโปรดรอรับเลย” ลูกส้ม​พูด​อย่างยิ้มแย้ม​ 

“เรากินได้ทุกอย่างลูกส้มก็รู้ คนไทยเรียกลิ้นจระเข้ใช่ไหมคะ คุณชัดเจน” องค์หญิงลาเฟอร์หันมาถามสามีของเพื่อนที่เดินตามหลังเข้ามาในบ้านคู่กับภูวดล​ ได้คำตอบรับเป็นการพยักหน้าและรอยยิ้ม “เราขอเข้าไปในไร่นะ เราคงกินมื้อเย็นไม่ได้ เพราะว่าตอนเดินเข้ามาเรากินส้มในไร่ไปหลายลูกเชียว เพราะเรารู้ว่าลูกส้มไม่หวง” 

“ไม่กล้าหวงหรอก” คนเป็นเพื่อน​พูด​ความจริง​ ใครจะกล้าหวงองค์​หญิง​ผู้​สูงส่ง​ได้ 

“ฮ่า ๆ ๆ งั้นเราไปนะ” องค์หญิงแสนซนตั้งหน้าจะเดินออกจากกลุ่ม แต่ก็เห็นวินเทียร่าและโลเซฟที่กำลังจะก้าวเท้าตามด้วยหน้าที่ “วินเทียร่ากับโลเซฟจะไปเตรียมห้องพักใช่ไหม” 

“ขอกระ... ขอไปด้วยได้ไหม” โลเซฟพูด​ด้วย​เป็นห่วงถึงความปลอดภัย ถึงไม่มีใครรู้ถึงฐานะที่แท้จริงแต่ก็ไว้ใจไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา 

“ไม่” คำตอบเดียว​สำห​รับ​ลาเฟอร์​ 

และองค์หญิงก็วิ่งออกไป ลูกส้มที่พอจะรู้อะไร ๆ ก็รู้สึกเห็นใจในคนทั้งสอง ที่คุ้นเคยกับองค์หญิงมาหลายปีช่วงที่เรียนด้วยกัน เธอแสนซนกับทุกเรื่องเสมอ 

“วินเทียร่ากับโลเซฟไปกับลูกส้มนะคะ เดี๋ยวจะพาไปที่พัก พี่ชัดเจนดูแลคุณภูวดลด้วยนะ วันนี้​เรามีแขกเยอะ​เลย” 

“ครับ” สองสามีภรรยา​จึงแยกกันไปคนละทาง ไร่ส้มแห่งนี้นอกจากเป็นสวนส้มที่เปิดให้เด็กนักเรียนในพื้นที่เข้ามาทำงานช่วงวันหยุด อีกทั้งยังเป็นที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของชาวบ้าน เป็นที่สนใจในหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีบ้านพักที่ไว้รับรองผู้ที่มาเข้าพัก เช่นวันนี้ที่มีถึงสี่ท่าน 

องค์หญิงลาเฟอร์เดินเข้าไปในไร่​ เดินร่องส้มซ้ายออกร่องส้มขวาอย่าง​สนุก​ เด็ดส้มลูกนั่นนี่จนท้องของเธอไม่สามารถที่รับอะไรได้ คนงานที่นี่ก็ต่างจดจำเธอได้ว่าเป็นเพื่อนของลูกส้ม การกลับมาจึงทำให้เธอได้สนุกและพูดคุยกับทุกคนที่นี่ในทุกเรื่อง  

“นั่นลาเฟอร์นี่ กลับมาทำงานเหรอ” คนงานคนหนึ่งร้องถามเมื่อเห็นองค์หญิงกำลังเด็ดลูกส้มต้นที่เธอกำลังเก็บผล “สวยขึ้นนะ ไปทำอะไรมาล่ะ​ ที่ประเทศ​นู้นมีอะไรดี ๆ งั้นเหรอ” 

“สวยปกติอยู่แล้วนะป้า ฮ่า ๆ ๆ” องค์หญิงพูดยิ้ม ๆ “กลับมาเที่ยวน่ะ แต่จะช่วยทำงานหนึ่งเดือน เริ่มพรุ่งนี้นะ วันนี้จะกินให้หมดไร่ก่อน ฮ่า ๆ วันที่​ทำงานจะได้งานน้อย ๆ ดีไหมจ๊ะ” 

“กินให้หมดเลยลาเฟอร์ คุณลูกส้มไม่หวง แต่ห่วงว่าเอ็งจะท้องแตกตายเสียก่อน ฮ่า ๆ ๆ” 

องค์หญิงลาเฟอร์แย้มพระโอษฐ์หัวเราะอย่างมีความสุข กลับมาที่นี่กี่ครั้งเธอก็ยังมีรอยยิ้มเหมือนเดิม การอยู่ในวังที่ทุกคนต้องนบนอบพะเน้าพะนอ คุกเข่าให้ตลอดเวลา ไม่มีเรื่องสนุกแบบนี้ที่เธอได้ทำทุกอย่าง​ การหนีออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้จึงท้าทายเสมอ 

“แบบนั้นไม่หวานนะ” องค์หญิงลาเฟอร์ส่งเสียงห้าม เมื่อเดินออกมาจากกลุ่มคนงานแล้วเห็นว่าภูวดลกำลังเด็ดลูกส้มลูกหนึ่งจากต้น  

ชายหนุ่มหันไปมองตามต้นเสียง หญิงสาวสดใสลาเฟอร์นั่นเอง ดูเธอมีความสุขเสียจริง แม้ใบหน้าไม่ได้ยิ้มก็ยังรู้สึกได้ว่าเธอมีความสุข​ ดวงตาคู่สวยที่เหมือน​มีความสุข​สะท้อน​กลับมา​ 

“ส้มที่คุณภูวดลเลือกยังไม่แก่จัด ส้มที่หวานจะต้อง....” เธอกวาดสายตาไปกับต้นส้มที่มีลูกส้มสีเขียวและสีส้มเหลืองเต็มต้น “...ต้องลูกนี้”  

พูดพร้อมกับกับเด็ดลูกส้มที่สีเขียวเข้มออกมาให้ชายหนุ่ม ลูกสีเขียวขนาดนี้จะหวานได้อย่างไร นอกเสียจากว่าองค์หญิงจะโกหก 

"......" ภูวดลมองหน้ายิ้ม ๆ 

“เราเคยทำงานที่นี่ รู้ดีว่าส้มแบบไหนที่จะหวาน คุณต้องเชื่อเราสิ” คนอยากแกล้งพยายาม​หาเหตุ​ผล​ให้​เชื่อ​ 

“แต่สีเขียวแบบนี้ไม่น่าหวานนะครับ” 

“ถ้าไม่เชื่อเรางั้นก็...ตามใจ” องค์หญิงตั้งท่าจะหันหลังกลับ 

“เชื่อครับ ๆ” ความจริงเขาไม่ได้เชื่อเธอ แต่เขาอยากให้เธออยู่คุยด้วยให้นานกว่านี้เสียมากกว่า หากส้มลูกนี้จะเปรี้ยวเขาก็ยินดี “ผมจะกินส้มที่ลาเฟอร์เด็ดให้” 

“หวานจริง ๆ เรายืนยัน เดี๋ยวเราปอกให้” องค์หญิงลงมือแกะส้มสีเขียวสดที่ตนเองเป็นคนเด็ด รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าเมื่อคิดว่าภูวดลกินแล้วจะรู้สึกอย่างไร รสชาติมันคงจะไม่ต่างไปจากมะนาวเป็นแน่แท้ เมื่อปอกเสร็จก็ยื่นให้กับชายหนุ่มทั้งลูก 

“ขอบคุณครับ” เขารับผลส้มที่ปอกอย่างสวยงาม เพียงเห็นสีของเนื้อส้มก็รู้สึกว่ามันต้องเปรี้ยวแน่นอน​ เขาชำเลืองมองคนตัวเล็กที่กำลังรอคอยให้เขานำส้มเข้าปาก ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาอยากจะยิ้มกว้างออกมา เมื่อนำส้มเข้าไปในปาก ลิ้นก็​รับรู้ได้ถึงรสชาติของส้มที่เปรี้ยว​จับใจอย่างที่คิดไว้ แต่ภูวดลก็เก็บอาการนั้นไว้ เพราะแน่ใจว่าคนตัวเล็กที่อยากกลั่นแกล้งจะต้องอยากรู้ “หวานมากครับ หวาน​อย่าง​ที่​ลาเฟอร์​บอก​จริง ๆ​” 

“หวาน ?” องค์หญิงสงสัย เป็นไปได้อย่างไรที่มันจะมีรสชาติหวาน เธอแกะชิ้น​ส้มซึ่งอยู่ในผลเดียวกันกับชายหนุ่มก่อนจะนำเข้าปากในทันที เธอ​ไม่​เคยเชื่ออะไร​โดย​ไม่​พิสูจน์​ “อี๋...เปรี้ยว” องค์หญิงหันหลังและคายส้มทิ้งทันที 

“ไม่เปรี้ยวนะ ลาเฟอร์ชิมไม่ดีหรือเปล่า ชิมใหม่สิ มันหวานนะ” ภูวดล​หมายหยิบยื่น​ส้มอีกชิ้น​ให้​ 

“คุณโกหก มันเปรี้ยว คุณรู้ว่าเราจะแกล้ง” องค์หญิงประท้วงเมื่อถูกแกล้งคืน 

“ผมเปล่านะ มันหวานจริง ๆ” ที่หวานน่ะ ก็เพราะเธอเป็นคนเด็ดและปอกให้กับมือ​ยังไงล่ะ 

 

ความคิดเห็น