facebook-icon

มาช้าแต่มานะ

Douluo Dalu iii ตอนที่ 9 อาร์เทมิส ( Danmachi Arrow of the Orion )

ชื่อตอน : Douluo Dalu iii ตอนที่ 9 อาร์เทมิส ( Danmachi Arrow of the Orion )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 375

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 16:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Douluo Dalu iii ตอนที่ 9 อาร์เทมิส ( Danmachi Arrow of the Orion )
แบบอักษร

 

 

 

 

 

เสี่ยว เหว่ยเปิดระบบขึ้น

 

เควสยังคงไม่ปรากฏยิ่งทำให้เขาแน่ใจ ที่นี้ไม่ใช่ดันเจี้ยนอย่างแน่นอน แต่มันเป็นอีกโลกหนึ่งที่เชื่อมเข้ากับโลกที่ตนอยู่ ข้อมูลยังไม่พอ เสี่ยว เหว่ยจึงไปที่ๆเรียกกันว่า กิล

 

หลังได้ข้อมูลสถานที่ตั้งเขาก็เดินหาจนพบเข้ากับตึกที่ให้ความรู้สึกที่เหมือนที่สุด เขาเดินเข้าไปข้างใน

 

 

"...ที่นี้คือกิลนักผจญภัยหรือเปล่า.."

 

 

เสี่ยว เหว่ยเอ่ยถามพนักงานขึ้น ด้วยการแต่งตัวที่ดูไม่น่าไว้ใจทำพนักงานต้องเอ่ยขึ้น

 

 

"ช่วยกรุณาถอดผ้าคุมออกด้วยคะ"

 

 

"อืม...ได้"

 

 

เขาถอดผ้าคุมออกเผยให้เห็นดวงตาสีอเมทิสต์และสีดำ เส้นผมสีขาวนวน พร้อมกับชุดสูทสีดำที่ปักเย็บขึ้นตามความทรงจำ ทำให้พนักงานต้องตาข้าง แต่เขาไม่คิดจะหว่านเสนห์ เสี่ยว เหว่ยขอข้อมูลสามัญต่างๆ กับพนักงานและก็ได้มาอย่างง่ายดาย

 

 

"อืม....ลำบากเหมือนกันนะครับ การจะเข้าดันเจี้ยนก็ต้องมีแฟมิลี่ด้วยเนี้ย แล้วผมจะตัดสินใจยังไงละครับ"

 

 

หลังจากนั้นเสี่ยว เหว่ยก็ได้มุ่งหน้าออกมาจากกิลเข้าไปในดันเจี้ยนแบบไม่สนคำเตือนของพนักงาน กิล เขาอยากรู้ความแข็งแกร่งของมอสเตอร์ที่นี้ จงตัดสินใจลุยดันเจี้ยนแบบเดี่ยวๆ

 

 

"คงต้อง...."

 

[ การวิเคราะห์: เสร็จสิ้น]

 

 

เสี่ยว เหว่ยเอ่ยขึ้นเขาหยิบหินสีขาวออกมาจากเสื้อ ข้อมูลค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า จนทำให้เขาต้องประหลาดใจ

 

"อัญมณีแห่งสปิริต...."

 

[ ไอเท็ม อัญมณีแห่งสปิริต ]

 

 

[ ระดับความสามารถที่ประเมิณได้: แรงค์ A+++ ]

 

 

1 ในอัญมณีทั้ง 8 ที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งจักรวาล อัญมณีทั้ง 8 ยังมีพลังที่สามารถทำลาย เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงได้ แต่อัญมณีชิ้นที่ 8 กับเป็นอัญมณีที่หายสาบสูญไปเป็นเวลาหลายพันปีแต่พลังและความสามารถกลับต่ำกว่าอัญมณีชิ้นอื่นและยังเป็นปริศนา

 

 

แม้แต่ผู้ที่เคยถือครองยังไม่สามารถใช่งานมันได้ แรงค์ของอัญมณีนี้จึงเป็น A+++

 

" เจ้านี้......แถมยังมีอีก 7ชิ้น อัญมณีชิ้นนี้ จะต้องตรวจสอบ..."

 

เสี่ยว เหว่ยเดินไปรอบๆ เมื่องเพื่อหาสถานที่ปฏิบัติการ

 

 

3 ปีผ่านมา

 

เสี่ยว เหว่ยได้ลุยดันเจี้ยน ชั้นที่ 4-7 เพื่อตามหาแร่เพื่อสร้างห้องลับขึ้น โดยสถานที่ ที่เลงไว้จะต้องไกลจากผู้คน ศากวิหารถือว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลว อุปกรณ์ต่างๆ ค่อยๆถูกสร้างขึ้นจากแร่ที่ขุดมาจากดันเจี้ยนและแปรรูปมันขึ้นมา

 

[ การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ เสร็จสิ้น ]

 

หน้าจอโฮโรแกรมจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าโอไรออนเขายกยิ้มขึ้น ก่อนจะนำหินสีขาวนี้วางลงบนแท่นสีขาว

 

ฟิ๊ส! กึก!

 

หลอดทดลองขนาดใหญ่เลื่อนลงมาปิดจนสนิทก่อนน้ำจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนเต็มหลอกทดลอง เสี่ยว เหว่ยเอ่ยสังการดำเนินการด้วยเสียง

 

 

"เริ่มกระบวนการ"

 

 

[ กระบวนการวิเคราะห์วัดถุ : ดำเนินการ 0% ระยะเวลาที่คาดไว้ 72ชั่วโมง ]

 

 

" 3 วันสินะ คงต้องเตรียมการไว้ก่อน"

 

 

เสี่ยว เหว่ยเริ่มรัวนิ้วลงที่หน้าจอโฮโรแกรมด้วยความเร็วผ่านมาสักพัก

 

แกร๊ก แกร๊ก!

 

 

เสียงรัวนิ้มไม่หยุดหย่อนผ่านมาเป็นชั่วโมงก่อนจะหยุดลง

 

 

ปัก!

 

นิ้วกดไปที่ปุ่มดำเนินการ

 

ตึดดด! สืบ!

 

 

หลอดทดลองที่อยู่ใกล้ๆ กันทั้งสองข้างปรากฏต่อเชื่อมออกมาก่อนจะต่อเข้าไปที่หลอดทดลองที่กำลังดำเนินการวิเคราะห์อัญมณีแห่งสปิริตก่อนน้ำสีฟ้าเข้มจะเพิ่มขึ้นภายในหลอดทดลองทั้งสองหลอด เสี่ยว เหว่ยจ้องมองด้วยด้วยแววตาขาดหวัง

 

 

[ การเชื่อมต่อ เสร็จสิ้น ]

 

 

[ กำลังเริ่มดำเนินการนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาสร้างใหม่... ]

 

[ดำเนินการ 0% ระยะเวลาที่คาดไว้ 48 ชั่วโมง ]

ฟิ๊ส!

 

 

เสี่ยว เหว่ยเดินออกจากห้องแล็บปล่อยให้Ai ทำการวิเคราะห์องค์ประกอบอัญมณีชิ้นนี้ หลังจากที่ให้ระบบเชื่อมเข้ากับคอมพิวเตอร์ทำให้สถานะและความคืบหน้าของไอเท็มที่กำลังดำเนินการวิเคราะห์แสดงขึ้นตรงด้านซ้ายล่างแบบเรียลไทม์

 

 

"เงินยังมีอยู่งั้น เราไปข้างนอกก็แล้วกัน"

 

 

เสี่ยว เหว่ยเดินออกมาจากห้องลับที่อยู่ชั้นใต้ดินของห้องนั่งเล่นที่สร้างขึ้นมาเพื่อบังตา เพอนิเจอร์ต่างๆ ถูกสร้างขึ้นมาเรียนแบบความทรงจำโดยให้แร่เป็นปัจจัยหลัก ดังนั้นของทุกชิ้นจึงถูกสร้างขึ้นจากแร่ภายในดันเจี้ยน และขนของมอสเตอร์ที่นำมา

 

 

ฟิ๊ส!

 

 

ประตูสุดไฮเทคเปิดออกก่อนจะเดินออกมาจากบ้านก็ต้องพบว่าเวลาร่วงเลยไปจนถึง 6 โมงแล้ว เสี่ยว เหว่ยจึงตัดสินใจเข้าเมื่องเพื่อผ่อนคลายสมองเขาสวมชุดนักผจญภัยที่ออกแบบขึ้น

 

เพื่อเพิ่มความทนทาน ความคล่องตัวสูงขึ้น การออกแบบสุดทันสมัยจนทำให้คนโดยรอบต้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว แร่จากในดันเจี้ยนถูกนำมาเครือบไว้ทั่วทั้งชุด แต่ด้วยรูปร่างเด็กวัย 12 ปี

 

 

เสี่ยว เหว่ยอยู่ที่นี้มา 3 ปีจนอายุขึ้น 12 ปีทำให้รู้จักกับพนักงานกิลและร้านอื่นๆ ด้วยการอุดหนุนของเขาที่เดินเข้าร้านแทบทุกร้านทำให้หลายคนชื่นชอบในตัวเขาด้วยนิสัยใจคอที่ดี ระหว่างทางเสียงทักทายก็เข้ามาเรื่อยๆ

 

 

"สวัสดีจ๊ะ มืดค่ำขนาดนี้ก็ออกไปดันเจี้ยนอีกแล้วหรอ คนหนุ่มสาวขยันดีจังน่า!"

 

 

เสียงทักทายของผู้คนรอบๆ ทำให้เสี่ยว เหล่ยยิ้มขึ้น

 

 

"ไม่หรอกครับ วันนี้กะว่าจะพักผ่อนสมองนะครับ"

 

 

"งับ...ปลาย่างนี้อร่อยดีนิ แบบนี้คงเบื่อยากแหะ"

 

 

 

 

 

เสี่ยว เหว่ยซื้ออาหารลิมทางที่ซื้อประจำระยะเวลา 3ปีที่ผ่านมา เขาออกมาเพื่อซื้ออาหารเวลา 6 โมงตลอดทำให้ พ่อค้าแม่ค้าต้องแยกของที่ขายมาบางส่วนเพื่อขายให้กับเขาอย่างยินดี เนื่องพวกเขาทุกคนล้วนได้รับการช่วยเหลือจากเสี่ยว เหว่ยมาแล้ว

 

 

 

"ไว้มาอุดหนุนพวกเราอีกนะ หนุ่มน้อย!"

 

 

 

 

คนขายบกมือลาเขาที่กำลังเดินมา เสี่ยว เหว่ยหันไปทักทายกลับพร้อมยิ้มก่อนจะหอบถุงอาหารมากมายเดินต่อไป จนพบเข้ากับผู้คนที่กำลังมุงอยู่ข้างหน้าเพื่อทำอะไรบางอย่าง

 

 

"เอาละครับ! ผู้ที่อยู่ไกล้และไกลทุกคน เหล่านักผจญภัยผู้กล้าหาญจงรับฟังเอาไว้ซะ!"

 

 

 

เสี่ยว เหว่ยที่กำลังเมื่อได้ยินเหมือนตัวเอง(นักผจญภัย)ถูกเรียกก็เดินเข้าไปดู หอกปักอยู่กับน้ำแข็ง คนที่อยู่รอบๆ เริ่มเดินเข้าเรื่อยๆ ก่อนเสี่ยว เหว่ยจะเดินเข้าไปเขาอย่างรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเดินไปยังทั้งสี่คนที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย

 

 

"นี้พวกนายนะ...มันเกิดอะไรขึ้น"

 

 

เสี่ยว เหว่ยเอ่ยถามแต่ด้วยน้ำเสียงห่วนๆ ทำให้เด็กตัวน้อยที่เตี้ยกวาคนอื่นๆ พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ

 

 

"นายเป็นใคร! ถึงมาพู-"

 

 

เมื่อทั้งสี่หันมามองก็ต้องทำให้ทุกคนตาค้าง! รูปร่างที่ดี ชุดที่แปลกประหลาดแต่ทันสมัยและดูดี ดวงตาสีอเมทิสต์ทั้งสองข้างแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องจ้องนั้นก็คือ สีผมของเสี่ยว เหว่ยที่เป็นสีขาวนวนสะท้อนแสงจันทร์

 

 

"บ้าน่า! สีผมเหมือนเบลสุดๆ!"

 

 

"บ...เบลนายมีญาติด้วยหรอ!"

 

 

"เอ..ผมจะไปมีญาติได้ยังไงครับ!"

 

 

ทั้งสี่คนหันมาสนใจเสี่ยว เหว่ยที่ละสนใจ

 

 

'พวกนี้เออะสะจริง แถมไม่ได้ฟังที่ข้าพูดอีก....ชั่งมันเถอะ'

 

 

เสี่ยว เหว่ยแอบถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาสามารถสัมผัสได้ถูกพลังของเทพได้ มันมาจาก บุคคลที่อยู่บนเวทีและโลลิที่อยู่กับพวกนั้น คาดว่าน่าจะเป็นเทพที่ลงมาอาคัยบนโลกมนุษย์อย่างที่ได้ยินมาผ่านมานานพึ่งเคยเห็นตัวเป็นๆ เนื่องเสี่ยว เหว่ยเอาแต่อยู่ในดันเจี้ยน เพื่อหาวัดถุดิบในการสร้างห้องแล็บ จนไม่มีเวลาสนใจเรื่องเทพเลยแม้แต่น้อย

 

 

"คนที่ดึงมันออกมาได้จะได้รับพรแห่งเทพีพรหมจรรย์!"

 

 

สิ้นเสียง

 

ตับ

 

หัวใจเสี่ยว เหว่ยเต้นแรงขึ้นอย่างฉับพลันจนทำให้รู้สึกจุก

 

 

'นี้มันอะไร!?'

 

 

ตับ ตับ

 

 

อึก!

 

 

เขากลืนน้ำลายก่อนจะหลบอยู่รอบๆ คอยสังเกตรอบๆ ก่อนจะค่อยๆ ควบคุมพลังวิญญาณไปทั่วทั้งร่างเพื่อสงบสติอารมณ์ สิ่งที่ปรากฏเมื่อครู่เป็นความเกรี้ยวกราดของบางสิ่งที่ปะทุออกมาจากภายใน

 

"เอาเลย!"

 

 

ผู้ท้าชิงเริ่มขึ้นไปบนเวทีเพื่อดึงหอกแต่ว่า

 

 

"ย๊ากกก!!...ไม่ออก!"

 

 

"งั้นผู้ท้าชิงคนต่อไปจะเป็นใครกัน?"

 

 

เภายหลังเสี่ยว เหว่ยได้รู้ว่าคนที่กำลังป่าวประกาศอยู่ข้างบนนั้นคือฮอร์เมส เทพที่ลงมาอาศัยอยู่บนพื้นโลก

 

 

"เลฟีย่า พยายามเข้านะ!"

 

"ค่ะ! คุณไอส์!"

 

 

หญิงสาวที่ชื่อ เลฟีย่าดูดีใจสุดๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปอย่างร่าเริง แต่ว่า

 

"ไม่...ไม่ไหว มันไม่ขยับเลยค่ะ!"

 

 

"อะไรกันรับ! เลฟีย่ายอมแพ้เร็วเกินไปแล้ว!"

 

 

เสียงเฮอร์เมสเอ่ยขึ้นอย่างเสียดายก่อนจะตกใจ

 

 

"โอ้ว นั้นมัน!"

 

 

"เจ้าหญิงแสงดาบ!"

 

เสียงเชียดังขึ้นทุกคนพร้อมกันส่งเสียงเชียไม่ขาดสายเสี่ยว เหว่ยที่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ไอส์ วาเลนสไตน์ สินะ หืม....ดูเหมือนเจ้าหัวขาวนั้นจะปลึ้มไม่น้อย เหอะ เหอะ ความรักสินะ

 

แม้เสียงเชียจะดังขนาดไหนก็ตามแต่นั้นไม่ได้ช่วยให้ดวงหอกศักดิ์สิทธิ์ออกได้ เมื่อเฮอรืเมสเห็นว่าไอส์ วาเลยสไตน์ ที่มีเลเวล 6ก็ยังดึงไม่ขึ้น จึงเริ่มประกาศหาคนที่ทดสอบอีก

 

"ต่อไปผมเองครับ"

 

 

"โอ้ว นายเองหรอ เบลคุง"

 

เขาทำความเคารพก่อนเดินไปหยุดตรงหน้าหอกศักดิ์สิทธิ์ มือทั้งสองข้างจับไปที่ตัวด้ามจับก่อนจะออกแรงดึง แต่ว่า..

 

 

"ไม่ออก...ไม่ไหวจริงๆ สินะครับ"

 

 

เบลเอ่ยขึ้นทำให้เฮอร์เมสที่แอบขาดหวังต้องหลี่ตาลง

 

 

เสี่ยว เหล่ยที่กำลังยืนดูอยู่เกิดสนใจ เขารู้สึกว่าตัวหอกนี้จะต้องมีอะไรเกี่ยวกับเขาแน่ๆ เสี่ยว เหว่ยเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่รอให้คนอื่นๆ ขึ้น

 

 

"โห้ว! หนุ่มน้อยมาจากที่ไหนกัน ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน?"

 

 

เฮอร์เมสกล่าวขึ้นอย่างสงสัยแต่ด้วยสีผมของเขาทำให้เฮอร์เมสแอบตกใจ ผู้คนที่รู้จักกับเสี่ยว เหว่ยเมื่อมาพบเข้าก็ส่งเสียงเชียร์ขึ้น

 

 

"เสี่ยว เหว่ยดึงหอกนั้นเลย!"

 

 

"พวกเราเชียร์ หนุ่มน้อย ถ้าดึงได้ฉันเลี้ยง อาหารฟรีหนึ่งวัน!"

 

 

"พวกเราด้วย!"

 

 

บรรยากาศตรึกครื้นขึ้นมาทันตาเสียงเชียรืดังระงมจนแสบหู เสี่ยว เหว่ยพยักหน้าก่อนจะจับเข้าที่หอกศักดิ์สิทธิ์

 

 

อา...ความรู้สึกนี้มัน....น่าคิดถึง?

 

 

"ข้าเจอ...เจ้าแล้ว เสี่ยว เหว่ยของข้า!"

 

 

"นั้น...ใคร"

 

เสียงดังภายในหัวก่อนตัวหอกจะเรืองแสงตัวอักษรค่อยๆ ปรากฏขึ้นรอบตัวหอก ก่อนมันจะปลดปล่อยพลังออกมา

 

 

ฟิ้ววว! แกร๊ก แกร๊ก! เพร้ง!

 

 

แรงลมมหาสานพัดเข้ามาภายในตัวหอกศักดิ์สิทธิ์ด้วยแรงลมขนาดนี้ทำให้ผู้คนโดยรอบต้องกระเด็นไป ก่อนน้ำแข็งที่เป็นฐานจะแตกออก

 

เขายกหอกสีเงินที่ขึ้นชื่อว่าหอกศักดิ์สิทธิ์ขึ้นควงตัวหอกไปมา

 

ฟูบ ฟูบ ฟูบ ตุบ!

 

 

"หอกศักดิ์สิทธิ์..."

 

 

เฮอร์เมสหลี่ตาลงกดหมวกที่สวมใส่อยู่ลงจ้องมองมายังบุคคลที่ถูกยอมรับจากหอกศักดิ์สิทธิ์

 

"เอาละครับ งั้นเราต้องขอบคุณผู้สนับสนุน!"

 

"สนับสนุน.."

 

ดวงตาสีอเมทิสต์หลี่ลงผู้สนับสนุนหมายถึงคนที่สร้างหอกศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้เหรอ น่าสนใจ เสี่ยว เหว่ยมองไปรอบๆ ก่อนจะสังเกตเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง....

 

ผมสีน้ำเงิน ดวงตาสีเขียว....มันคุ้นเคยเหลือเกิน

 

"นั้น...อาร์เทมิส...."

 

โลลิโนตมวิ่งเข้าไปหาเพื่อนสนิทของเธออย่างรวดเร็วแต่ว่าหญิงสาวนาม อาร์เทมิสกลับวิ่งผ่านเธอโดยมีจุดหมายเป็นเสี่ยว เหว่ย!

 

"เสี่ยว เหว่ย!"

 

อาร์เทมิสกระโดดเข้าใส่เสี่ยว เหว่ยที่กำลังถือหอกอยู่ด้วยความตกใจเขาจึงรีบนำแขนอีกข้างขว้าตัวเธอไว้

 

พุบ ตุบ!

 

เสี่ยว เหว่ยล้มลงที่พื้นพร้อมกับแหวนสีเงินอเมทิสต์จะหลัดจากนิ้วกลิ้งไปชนเข้ากับเท้าของเฮอร์เมส

 

 

"แหวนวงนี้มัน...."

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว