facebook-icon

มาช้าแต่มานะ

Douluo Dalu iii ตอนที่ 8 รอยแยกมิติ 1 ( Danmachi Arrow of the Orion)

ชื่อตอน : Douluo Dalu iii ตอนที่ 8 รอยแยกมิติ 1 ( Danmachi Arrow of the Orion)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 345

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 09:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Douluo Dalu iii ตอนที่ 8 รอยแยกมิติ 1 ( Danmachi Arrow of the Orion)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

การปฐมนิเทศถูกจัดขึ้นในสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในสถาบันตงไห่ เป็นไม่กี่ครั้งที่นักเรียนแผนกขั้นกลางและแผนกขั้นสูงจะมารมตัวกันจนบางที่ก็เกิดปัญหาในขณะปฐมนิเทศ

หลังจากนั้นปฐมนิเทศก็ได้เริ่มขึ้น

 

สุดท้ายพวกเราทั้งหมดจำนวน 5 ก็ถูกตัดสินให้อยู่ห้อง ห้า โดยมีอาจารย์ประจำชั้นเป็น อาจารย์หวูฉางคง ข้าดีมากเพราะนิสัยของอาจารย์หวูฉางคงเหมือนคุณอาหมางมาก ข้าจึ่งไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรกลับดีใจสะอีก เซี่ยเซี่ยยังคงขอท้าสู่กับข้าไม่ขาดสาย ไม่เบื่อเหลือยังไง?

ห้อง ห้า มีนักเรียน ยี่สิบ กว่าคน และยังเป็นห้องที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในบรรดาทั้ง ห้าห้องอีกด้วย มองไปรอบๆ ยกเว้นพวกเรา นักเรียนคนอื่นๆ รู้สึกผิดหวังจนแพร่ออร่าสิ้นหวังและความรู้สึกที่หดหู่

 

ทุกคนแสดงสีหน้าสลดจนทำให้ข้าไม่เข้าใจ มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ทำไมทุกคนถึงเป็นแบบนี้?

 

ความรู้สึกที่ไม่มีชีวิตชีวาแสดงออกมาชัดเจน ท่านพี่ยังคงไม่สนใจเดินต่อไปพร้อมกับบ่นอะไรอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ ส่วน เซี่ยเซี่ย สนใจแต่การท้าสู้....น่าลำคาญจัง! ส่วนอีกสองคน โจวฉังชีและ...ชั่งเถอะ

 

"เอาละ! เงยหน้าขึ้นสะ แล้วตามฉันมา!"

 

น้ำเสียงเข้มขืมของอาจารย์หวูฉางคงดังขึ้นทำให้ทุกคนที่กำลังหดหู่ต้องตัวเกรงเดินตามหวูฉางคงจนถึงห้อง ห้าหลังจัดแจงที่นั่งของตัวเองเสียงอันเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกทำให้นั่งเรียน(หญิง)ส่วนใหญ่ต้องต้องตาข้างกับความเยือกเย็นและออร่าที่แข็งแกร่งและด้วยความหล่อที่มีแต่เดิมมันยิ่งทำให้หล่อขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ( หล่อแบบนิ่งๆ )

 

ออร่านี้แข็งแกร่ง.... (จบมุมมอง ถัง หวู่หลิน)

 

 

ไม่นึกว่าหวูฉางคงที่ดูเหมือนจะเป็นอาจารย์ประจำชั้นแต่ก็ดูจะไม่ใช่ เหมือนเป็นเพียงคนที่คอยสอนเรื่องต่างๆ ประมาณแนะนำประมาณนั้น

 

 

"ฉันชื่อ หวูฉางคง หกปีข้างหน้าพวกเธอจะเป็นนักเรียนของฉัน!"

 

 

ออร่าเย็นๆ ใหลออกจากร่างหนุ่มหล่อตรงหน้านัยน์ตาสีทองจ้องมองไปยังนักเรียนจำนวน ยี่สิบกว่าคนความน่าเกรงขามทำให้เสี่ยว เหว่ยต้องนับถือ แววตาหลี่ลง

 

ลมปราณเยือกเย็นสะจริง...

 

อาจจะมาจากที่นั้น....แต่ที่ไหนกันละ?

 

 

"หวังว่าพวกเธอจะเข้าใจ"

 

 

หวูฉางคงเอ่ยขึ้นพร้อมจ้องมองมายังเสี่ยว เหว่ย แต่ตอนนี้เขากำลังหันไปมองอีกทาง

 

 

"จากนี้จะเริ่มการแนะนำตัว บอกชื่อ,สปิริต,ระดับพลังวิญญาณแล้วก็บอกมาด้วยว่าอยากจะเป็นสปิริตมาสเตอร์แบบไหน!"

 

 

เสียงดังฟังชัด นักเรียนทุกคนเริ่มแนะนำตัวเอง ทั้งสปิริต ระดับพลังวิญญาณไม่มีตกบกพร่อง

 

"ผมชื่อ ถัง หวู่หลิน สปิริตหญ้าสีฟ้า ระดับ 11 ส่วนเป้าหมายตอนนี้ยังไม่มี..."

 

 

"ฮ่าฮ่า สปิริตเป็นหญ้าสีฟ้าแน่นอนว่าไม่มีเป้าหมายอยู่แล้ว!"

 

 

เสียงหัวเราะจากคนข้างหลังถัง หวู่หลินทำให้เสี่ยว เหว่ยที่กำลังมองออกไปนอกน่าต่างต้องหันไปมองพร้อมกับดวงตาสีอเมทิสต์มันส่องสว่าง แรงผลักรุนแรงเข้าไปที่คนที่บังอาจพูดเรื่องนี้พร้อมๆ กับ หวูฉางคนตบโต๊ะดังพร้อมกับช๊อคสีขาวถูกข้างเข้าไปยังปากที่กำลังอ่าปากพ้นเสียง

 

จังหวะที่ช็อคเข้าปากร่างมันคนที่พูดเสียๆ หายๆ กับถัง หวู่หลินก็ปลิวไปด้านหลังพร้อมกับนิ้วเสี่ยว เหว่ยที่ขยับเบาๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกต

 

ตูม!

 

อ๊อค

 

เมื่อกี้นี้มันอะไร...

 

หวูฉางคงขมวดคิ้วมองไปรอบๆ ไม่พบปฏิกิริยาของการใช่พลังวิญญาณหรือการปลดปล่อยวงแหวนทำให้ยิ่งไม่สบอารมณ์

 

 

....ตอนนี้ต้องให้พวกนักเรียนแนะนำตัวเองไปก่อน

 

 

"แนะนำตัวเองมาตกใจอะไร!"

 

 

น้ำเสียงหวูฉางคงทำให้นักเรียนคนอื่นๆ ยิ่งคิดว่าเป็นฝีมือของหวูฉางคงเข้าไปใหญ่

 

 

"เซี่ยเซี่ย สปิริตกริซมังการแสง ระดับพลังวิญญาณ 18 สปิริตมาสเตอร์สายจู่โจม!"

 

 

เซี่ยเซี่ยคนที่มีเรื่องกับถัง หวู่หลินแนะนำตัวทำให้ทุกคนต้องตกใจรวมไปถึงถัง หวู่หลิน

 

ระดับ 18 สูงมาก มีพรสวรรค์จริงๆ!

 

เสี่ยงพูดคุยดังต่อไปจนกระทั้งถึงคิวของเสี่ยว เหว่ยที่ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้

 

"เสี่ยว เหว่ย สปิริตมีดสั้นทมิฬ ระดับ 12 เป้าหมาย.....ตามหาความทรงจำ"

 

 

 

"เลิกเรียนได้!"

 

นั้นเหรอเปล่าที่นายบอกว่า ตามหาความทรงงจำ ตลก!

 

เธอดูนั้นสิ! คนที่กำลังตามหาความทรงจำ บางทีเขาอาจกำลังหาผู้หญิงที่อยู่ในความทรงจำก็ได้!

 

บางทีอาจจะเป็นข้า!

 

เสียงหัวเราะเยาะจากนักเรียนห้อง ห้าด้วยกันเองเสียงพูดคุยเจาะแจจนไม่อาจจะอยู่ทนฟัง(ลำคาญ) จนเวลาผ่านไป เสี่ยว เหว่ยก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับ หนุ่มหล่อผู้สูญเสียความทรงจำ(ในหมู่ผู้ชาย)

ส่วนอีกทางหนึ่งก็เกี่ยวกับเทพบุตรตามหาหญิงสาวในความทรงจำที่หายไป!(ในหมู่ผู้หญิง)

 

ทำให้เสี่ยว เหว่ยต้องรีบจ่ำอ้าวออกมาจากห้อง

 

"ช่วงนี้รู้สึกว่าการพัฒนาช้าลง....คงต้องรีบ"

ในขณะที่กำลังน้องลงบนพื้นหญ้าเสี่ยงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น

 

 

!!

 

 

 

[ ตรวจพบการปรากฏของ รอยแยกมิติ ที่ 1091 ]

ระยะเวลา 0:59

ตัวของเสี่ยว เหว่ยหยุกอยู่บนอากาศก่อนจะรีบพุ่งตัวไปยังตำแหน่งที่ปรากฏขึ้นบนแผนที่หรือแมพมันกำลังปรากฏขึ้นหลังโรงเรียน เขารีบมุ่งหน้าไป

 

"ดูเหมือนจะไม่ทันสินะ..แถมยัง"

 

แววตาหลี่ลงนัยน์ตาสีอเมทิสต์จ้องมองลงไปยังเบื่องล่าง

 

"ในนี้มันแปลกมาก....."

 

ถัง หวู่หลินเอ่ยขึ้นหลังจากเข้ามาภายในมิติที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ในจังหวะที่กำลังสู้กับเซี่ยเซี่ย

 

"ใช่...ที่นี้มีแต่ป่าเต็มไปหมด...ไม่ต่างจากข้างนอกเลย...น่าผิดหวังจริงๆแฮะ"

 

 

เซี่ยเซี่ยเดินด้วยท่าทางสบายต่างจากถัง หวู่หลินที่ระมัดระวังเพราะโดนเสี่ยว เหว่ยย่ำไว้ตลอดว่าห้ามประมาณเด็ดขาดเมื่ออยู่ในพื้นที่ไม่รู้จัก ทำให้เซี่ยเซี่ยกล่าวขึ้น

 

"ที่นี้ไม่มีอะไรหรอกน่า! ทำไมถึงตื่นตูมนัก เจ้าหญ้าฟ้า!"

 

!!

 

ฟู่ม!!

 

ทั้งสอง ถัง หวู่หลินและเซี่ยเซี่ยจ้องอย่างตกใจ ลำแสงสีขาวนั้นมันอะไร!

 

"หรือว่าที่นั้น...จะมีสมบัติโบราณปรากฏขึ้น!"

 

 

เซี่ยเซี่ยเอ่ยอย่างตื่นเต้นเมื่อถัง หวู่หลินได้ยินเลือดในการก็เดือดพล่านหากนั้นเป็นสมบัติจริง มันจะต้องทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นและการตามน่าเอ๋อก็จะเข้ามาใกล้อีกก้าว!

 

ไม่รอช้าทั้งสองคนจ้องหน้ากันก่อนจะวิ่งตามแสงนั้นไป

 

 

 

 

 

"อ่า! นี้เราก็วิ่งมาไกลแล้วนะ แถมแสงนั้นก็หายไปนานแล้ว เฮ้ออ"

 

 

ถัง หวู่หลินเดินอย่างเมื่อยล้าก่อนจะทิ้งตัวลงที่พื้นอย่างรวดเร็ว เซี่ยเซี่ยก็ไม่ต่างกันระหว่างทางทั้งสองก็ล่าสัตว์บริเวรรอบๆ ปรากฏว่าพวกมันอ่อนแอมาก ทำให้ง่ายต่อการล่า

 

"นั้นสิ ตอนกลางคืนข้ามีสังหรณ์ใจว่าจะมีอันตราย พวกเราควรหาที่พักไม่ก็เมืองก่อน "

 

 

เซี่ยเซี่ยพูดขึ้นที่นี้มันชักจะแปลกๆแล้ว นั้นทำให้เขาเริ่มไม่ไว้ใจที่แห่งนี้

 

"ใช่ข้าก็คิดเช่นนั้น ท่านพี่บอกเสมอ หากอยู่ที่ๆไม่รู้จักตอนกลางคืนควรหาที่พักโดยเร็ว!"

 

ถัง หวู่หลินกล่าวถึงเสี่ยว เหว่ยขึ้นทำให้เซี่ยเซี่ยไม่ชอบใจ

 

"หืม..เจ้านั้นนะหรอ คอยดูเถอะหากข้าได้สมบัติหรือวรยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ข้าจะเอาคืนให้ได้เลยคอยดู!"

 

"ไม่มีทางหรอก ทานพี่นะ....จะพัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ....เพียงแค่สปิริตของเขาก็..."

 

ถัง หวู่หลินเอยขึ้นด้วยสายตาที่เหม่อลอยเขาไม่มีทางที่จะตามเสี่ยว เหว่ยทันได้ ในขณะที่พวกเขาติดอยู่ที่นี้ ท่านพี่เสี่ยว เหว่ยคงจะก้าวเข้าสู่ ระดับ 15ไปแล้ว ไม่สิอาจจะมากกว่านั้น ถัง หวู่หลินถอนหายใจ เซี่ยเซี่ยยังคงเดินไปบ่นไป เรื่อยๆ ไม่สิ ถัง หวู่หลินรวบรวมพลังปราณไว้ที่เท้าก่อนจะพุ่งไปยังอีกทิศทางหนึ่งโดยมีเซี่ยเซี่ยตามมา

 

 

 

 

 

 

"ที่นั้น...เมื่องหรอ?"

 

 

เสี่ยว เหว่ยเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจทำไมดันเจี้ยนนี้มันถึงได้ใหญ่ขนาดนี้? ที่นี้มีไม่ใช่ว่ามีแต่มอสเตอร์หชเหรอ จะบอกว่ามอสเตอร์มีอารยธรรมเป็นของตัวเอง? เราไม่ควรเปิดเผยตัวตนจริงของเรา เสี่ยว เหว่ยนำผ้าคุมสีดำออกมาจากกระเป๋า

เสี่ยว เหว่ยทำตัวเป็นผู้คนอพยพหนีภัยเข้าเมือง เมื่อเดินเข้าไปก็พบสิ่งที่หน้าตกใจ

 

"ไม่ใช่มอสเตอร์?"

 

เสียงเล๊ดรอดออกมาจากปากเสี่ยว เหว่ยทำให้ยามทหารต้องจ้องมองมาที่เขาอย่างฉงนสงสัย

 

"เฮ้! นายนะ เมื่อกี้ว่าอะไรนะ!"

 

โอ่ว พูดได้ด้วยนี้มัน น่าสนใจ! ฉันจะต้องหาข้อมูล

 

"เออ คือ...เปล่าครับ...."

 

"อืมไม่มีอะไรก็ดีแล้ว...ถ้ามีมอสเตอร์ปรากฏขึ้นนอกเมืองโอราริโอละก็เรื่องใหญ่เลยแหละ"

 

ยามรักษาความปลอดภัยเอ่ยขึ้นอย่างฉงนพวกคนที่เคยพบเจอมามันน่ากลัวอย่างมาก คนปกติไม่สามารถทำอะไรได้ ถึงแม้มันจะอันตรายแต่ว่ามันก็เป็นแหล่งรายได้หลักของเมืองโอราริโอ้ เสี่ยว เหว่ยเริ่มสนใจจึงขอให้ยามช่วยเล่า(คาย)ข้อมูลออกมาทำให้เขาเริ่มตื่นเต้นขึ้นไปอีก

 

" 'เทพที่ลงมาอาศัยอยู่กับมนุษย์' หรอโลกใบนี้.....น่าสนใจ"

 

 

ขณะที่เสี่ยว เหว่ยอยู่ที่เมืองโอราริโอ้ ถัง หวู่หลินและเซี่ยเซี่ยก็ได้ตัดใจที่จะเดินทางต่อและกลับไปยังจุดเริ่มต้น แต่เมื่อเท้าทั้งสองก้าวพ้นรอยแยกมิติ ร่างกายพวกเราก็หยุดลงรวมถึงทั่วทั้งโลก ก่อนรอยแยกมิติจะค่อยๆ หายไป

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว