facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาตราที่ 15 ความผิดว่าด้วย ระบุจุดเกิดเหตุ (2)

ชื่อตอน : มาตราที่ 15 ความผิดว่าด้วย ระบุจุดเกิดเหตุ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 679

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 21:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาตราที่ 15 ความผิดว่าด้วย ระบุจุดเกิดเหตุ (2)
แบบอักษร

มาตราที่ 15 ความผิดว่าด้วย ระบุจุดเกิดเหตุ (2)

 

คำเตือน ⚠️ เนื้อหาในนิยายเป็นการสมมุติที่แต่งจากจินตนาการเท่านั้น !!! เหตุการณ์ใดๆตัวละครและสถานที่ทุกอย่างไม่มีจริง

 

เรื่องราวจากปากอดีตเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานหรือในปัจจุบันก็คือเจ้าหน้าที่เทคนิคในองค์กรไอเอสอาร์ สร้างความมึนงงฉงนสนเท่ห์ให้คนฟังอย่างวิษุวัตเป็นอันมาก ใครจะไปนึกล่ะว่า เบื้องหลังการทำงานของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทั้งหลายอย่างที่เขาเคยเห็นมาทั้งชีวิตจะมีความสลับซับซ้อนเกินกว่าคนทั่วไปจะเข้าใจ อย่าว่าแต่ชาวบ้านร้านตลาดเล้ย ณ ตอนนี้ ไอ้วัตก็งงเหมือนกันล่ะครับ

“แล้วเคยนึกสงสัยไหมว่า ทำไมทั้งทีมถึงมีแค่หมวดคนเดียวที่ถูกเรียกตัวกลับ” ฟาร์ติมาถามขึ้น

“ก็นึกสงสัยอยู่” วิษุวัตต้องยอมรับว่าหลังจากได้รับคำสั่งเรียกตัวกลับจากสารวัตรนิธิตัวเขาเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก ไหนจะไอ้คำสั่งห้ามติดต่อกับทีมทั้งหมดอีก ทั้งทั้งที่ต้นสายไปเหตุของเรื่องก็มาจากคามินล้วนๆ

“ก่อนหน้าที่เก้าทัพจะเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องคดีของนายเทเวศ เขากำลังสืบเรื่องเกี่ยวกับการตัดไม้ในป่าเขตสงวนแถวภาคเหนือ”

“ใช่เรื่องเดียวกับที่กรมป่าไม้ขอแรงสนับสนุนจากผู้กองรชนนท์หรือเปล่า” วิษุวัตเหมือนจะเคยได้ยินเรื่องนี้จากปากของพีรการนต์มาครั้งหนึ่ง

“จะว่าใช่ก็ใช่” ฟาร์ติมาพยักหน้าพลางตอบ

“เพียงแต่ว่า เรื่องของเรื่องใครจะไปนึกว่าไอ้สองคดีนี้ดันมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันอยู่” หญิงสาวเล่าต่อ

“ยังไงนะครับ”

“ในเครือข่ายของนายเทเวศ จริงอยู่ว่าตัวมันเองคือยอดพีระมิด แต่ไม่ว่าวงการใดใดก็มักจะมีไอ้เรื่องหั่นขาเก้าอี้เข้ามาปนอยู่เสมอ”

“ขั้วอำนาจอีกฝั่งของเครือข่ายนายเทเวศ” วิษุวัตเองก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้างแล้ว

“ถูก”

“ไอเอสอาร์สงสัยว่า การตายของสองนายพลจะไม่ได้เกี่ยวแค่เรื่องของเครือข่ายยาเสพติด แต่รวมไปถึงการลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวนถูกต้องไหม” ชายหนุ่มถามอย่างที่กำลังคิด

“ใช่ ตอนนี้เราสงสัยว่าการตายของสองนายพลจะเป็นเพียงแค่การเบี่ยงเบนประเด็นเท่านั้น”

“ประเด็นไหน”

“ประเด็นเรื่องการตามหาตัวนายใหญ่ของคนในอย่างไรล่ะ” อ่า จริงสิ

ที่มาที่ไปของการตามล่านายเทเวศมีต้นตอมาจากการที่สืบรู้ว่ามีคนในเป็นผู้สนับสนุนให้นายเทเวศการกระทำผิด ทั้งในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร เพียงแต่ดูเหมือนว่าคนในที่สงสัยกันนั้นจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดในฟิลิปปินส์

“แล้วทำไมต้องเป็นผมที่กลับมาทำคดีนี้แค่คนเดียว”

“เพราะทีมของผู้กองคามินจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการตายของสองนายพลทันทีถ้าโดนเรียกกลับเข้ามา”

“เพราะทีมพวกผมกำลังมีข้อพิพาทอยู่กับสองคนนั้นสินะ”

“ใช่”

“การเรียกผมเข้ามาแตกต่างจากการเรียกทีมตรงไหน”

“ตรงที่...คุณเคยมีประสบการณ์การคุ้มครองพยานอย่างทนายพีรกานต์ยังไงล่ะ”

“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับพี” ลางสังหรณ์บางอย่างเริ่มฉายเข้ามาในหัวของวิษุวัต

“อย่างที่เล่ามาตั้งแต่แรก เก้าทัพถูกทางผู้ใหญ่สั่งให้สืบคดีการลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวน แต่กลับถูกกรมป่าไม้สงสัยว่าเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดครั้งนี้”

“ห่ะ” วิษุวัตทำหน้างง

“นั่นแหละ...รชนนท์ถึงถูกเรียกตัวให้มาช่วยสืบคดีต่ออีกทีหนึ่ง”

“หมายถึง...กรมป่าไม้สงสัยว่าเก้าทัพ เป็นพวกลักลอบตัดไม้ เลยให้ผู้กองนนท์มาสืบหาเพื่อเอาความผิดผู้กองเก้าทัพอีกที” วิษุวัตพยายามเรียบเรียงเรื่องราว

“ก็ประมาณนั้น” น้ำเสียงและสีหน้าเหมือนกับขอไปทีของฝ่ายตรงข้ามทำให้คนฟังนึกอยากส่ายหน้าแรงๆ

“ก่อนที่ผู้กำกับองคตจะสั่งให้คามิน เรียกตัวไออาร์กลับมาทำคดีนายเทเวศ รชนนท์ตามไปเจอจุดที่มีการลักลอบขนไม้ จนไปได้ชาวบ้านในที่เป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นฝ่ายโจทก์ยื่นฟ้องนายทุนที่ทำการลักลอบตัดไม้”

“แล้วรู้แล้วเหรอว่าใครเป็นเจ้าของทุนในการลักลอบตัดไม้”

“ร่างแปลง ที่มีตำแหน่งสส.ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น พีรกานต์เป็นทนายฝ่ายโจทก์” เจริญสติไอ้วัต เวรกรรม

“ผมขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสองคดีนี้ที่มีจุดเชื่อมโยงกันหน่อยได้ไหม” ดูเหมือนว่าไอเอสอาร์จะมีอะไรซ่อนอยู่หลังคำว่าองค์กรการร่วมมือระหว่างประเทศเอาไว้เยอะเลย

 

นอกจากเครือข่ายการค้ายาเสพติดของพ่อค้ายาอย่างนายเทเวศแล้วความมืดมัวขององค์กรบางองค์กรในรัฐบาลก็มีมากมาย ที่ใดที่มีอำนาจและเงินตราเรื่องความสกปรกโสมมแบบนี้ก็มักจะเกิดอยู่ที่ตรงนั้น

เป็นอย่างที่รู้กันว่า เดิมทีไออาร์นั้นตั้งใจจะสืบหาเพียงแค่ว่ามาเตตคือใคร และจะทำการจับกุมให้ได้ด้วยเรื่องที่หมอนั่นไปทำชั่วเอาไว้โดยการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ และหนึ่งในผู้ที่ตายในเหตุการณ์นั้นก็เป็นลูกน้องคนสนิทของตัวไออาร์เองเมื่อครั้งเป็นตำรวจสากล จะว่าเรื่องนี้เกิดจากความแค้นส่วนตัวของผู้หญิงคนนั้นก็ไม่แปลก เพียงแต่ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นอาชญากรที่สมควรจะได้รับโทษอย่างสาสมในสิ่งที่มันกระทำ

แต่คำว่า เงิน ที่สามารถเสกสรรค์อำนาจให้กับใครก็ได้กลับทำให้นายเทเวศลอยอยู่เหนือกฎเกณฑ์ทุกสิ่งอย่างจนเหมือนไม่มีใครกล้าทำอะไรหมอนี่ ก่อนที่อัยย์ศลาจะกลับมาเมืองไทย หญิงสาวรู้เรื่องว่ามีคนในองค์กรตำรวจสากลคอยเป็นผู้หนุนหลังให้กับนายมาเตต เรื่องนี้ดูเหมือนจะขัดใจอีกคนเป็นอย่างมากแต่ก็สุดกำลังจะเยียวยาคงทำอะไรไม่ได้ กลายเป็นสาเหตุให้หญิงสาวลาออกจากการเป็นตำรวจสากล แต่ในขณะเดียวกันไอเอสอาร์ก็ยื่นข้อเสนอให้เธอกลับมาที่ไทย เพราะในขณะนั้นเธอรู้แล้วว่านายมาเตตที่พยายามตามหาตัวอยู่แท้จริงเป็นใครกันแน่ ข้อเสนอขององค์กรให้สิทธิ์ขาดเธอในการจัดการกับนายเทเวศอย่างเบ็ดเสร็จ สาเหตุที่ยอมได้ขนาดนั้น เพราะในไทยเองเทเวศก็มีผู้สนับสนุนเป็นข้าราชการชั้นสูงอยู่เหมือน

ภาษาชาวบ้านง่ายๆ ใช้กฎหมายเล่นงานหมอนั่นในไทยไม่ได้เหมือนกันเลยจำเป็นต้องให้ไออาร์ตั้งศาลเตี้ย

ขณะเดียวกัน ภายในเครือข่ายของนายมาเตตเองก็กำลังมีสงครามระหว่างสองขั้วอำนาจ แน่นอนว่าขั้วหนึ่งก็คือในมาเตตหรือนายเทเวศคนนี้ อีกขั้วนี่สิ...ที่ต้องหาคำตอบ

หลังจากที่นายเทเวศเสียชีวิตในป่า แม้จะไม่มีหลักฐานชี้ชัด แต่ภายในเครือข่ายของมันเองก็รับรู้เรื่องราวนี้ การตายของนายเทเวศไม่ได้จบเพียงแค่ผู้นำที่เสียชีวิตลง แต่นั่นหมายถึง เครือข่ายยาเสพติดสายนี้จะมีผู้นำคนใหม่ขึ้นมา การพยายามเอาผิดทีมของผู้กำกับองคต กลายเป็นช่องทางที่จะทำให้เปิดโปงผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด จึงไม่แปลก ที่พร้อมพงษ์กับเทิดรักษ์จะถูกฆ่าตัดตอน เรียกอีกแบบ สองนายพลรนหาที่ตายเองแท้ๆ...คำถามต่อมาก็คือ ใครฆ่าและใครเป็นคนสั่งให้ฆ่า

จากข้อมูลเบื้องต้นที่เมษพรรษได้มา บ่งบอกว่าคนที่ลงมือได้รับการฝึกมาอย่างดี ไม่เหมือนมือปืนทั่วไปที่เคยเจอ

ซึ่งสัมพันธ์กันกับคำพูดของเก้าทัพ ที่บอกว่ามือปืนที่สังหารสองนายพลนั้น ไม่ใช่คนทั่วๆไปแน่นอน แถมยังมีการวางแผนมาอย่างดี

อย่างเดียวที่ทุกคนเห็นตรงกันในตอนนี้คือ ทำไมคนลงมือถึงทิ้งหลักฐานไว้ให้ตามหาตัวเองเอาไว้มากขนาดนี้ สาเหตุก็เป็นเพราะว่า ลักษณะการลงมือบ่งบอกว่าคนร้ายเป็นบุคคลที่ได้รับการฝึกมา เพราะฉะนั้นพื้นฐานอันดับแรกที่ควรจะจำได้คืออย่าปล่อยทิ้งหลักฐานไว้ให้ใครตามตัวเจอ แต่สิ่งที่เห็นในที่เกิดเหตุ ถ้าคนที่ตรวจสอบมีความชำนาญในระดับที่เรียกได้ว่าเท่าเทียมกัน มองนิดเดียวก็รู้เลยว่า การกลบเกลื่อนของคนลงมือไม่แนบเนียนพอ

“แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับผู้กองเก้าทัพ” วิษุวัตยังวนกลับมาเรื่องเดิมที่เขายังไม่ได้คำตอบ

“ระหว่างที่ไออาร์สืบเรื่องนายเทเวศเก้าทัพก็ถูกส่งให้มาจัดการเรื่องลักลอบไม้ จุดเชื่อมโยงที่เก้าทัพไปได้มาก็คือ สส.คนดังกล่าว มีธุรกิจแปลกๆที่ทำร่วมกันกับพร้อมพงษ์”

“ธุรกิจอะไร”

“ธุรกิจซื้อขายประหลาดๆ ที่อธิบายที่มาที่ไปไม่ได้ แต่ทั้งสองคนกลับมีเงินหมุนเวียนระหว่างกันในจำนวนที่เรียกได้ว่ามากมายจนนับไม่ไหว”

“องค์กรตรวจสอบบัญชีของพวกเขาอย่างนั้นเหรอ?” วิษุวัตถามเกี่ยวกับเรื่องนี้

“เปล๊า คนที่ทำไม่ใช่องค์กร แต่เป็นทนายพี”

“หมายความว่าไง”

“รชนนท์ที่ถูกตัวป่าไม้ขอให้มาช่วยสืบคดีลักลอบการตัดไม้ที่เป็นคดีเดียวกันกับที่ตัวเก้าทัพกำลังทำ ตานั้นเจอชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการหายของนายทุนที่ว่าทำให้เขาติดต่อส่งข่าวเรื่องนี้ไปที่กรมป่าไม้แล้วเกิดการยื่นฟ้องกลุ่มนายทุนที่ทำให้เกิดการตัดไม้ในป่าเขตสงวน ตัวแทนของกรมป่าไม้จากกรุงเทพฯ ดั้นนน เลือกเอาทนายพีเป็นทนายฝ่ายโจทก์”

“อ่าฮะ”

“คุณก็รู้ฤทธิ์เดชของพีรกานต์ดี ว่าหมอนั่นจะบ้าขึ้นมาลูกบ้าก็ไม่ใช่เล่นๆ” ฟาร์ติมาว่ายิ้มๆ

“หวังว่า...คงไม่ได้เป็นเพราะ พี ลักลอบตรวจสอบบัญชีของนักการเมืองท้องถิ่นคนนั้นแล้วบังเอิญไปเจอว่า...มีการเดินบัญชีควบคู่ไปกับบัญชีของนายพลพร้อมพงศ์หรอกนะ” หวังว่าวิษุวัตคงเดาผิด

“สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ของไออาร์” อีกฝ่ายชมมาหน้าตาเหมือนจะขำก็ไม่ใช่ สมเพช...ก็ไม่แน่ใจอีกนั้นแหละ

“เวรกรรม...เมียกู” วิษุวัตพึมพำกับตัวเองเบาๆอย่างนึกปลง

“งั้นตอนนี้ แสดงว่าผู้กองเก้าทัพ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีลักลอบตัดไม้”

“ไม่แล้ว” หญิงสาวว่า

“ยังไงครับ”

“รายละเอียดจุดนี้ไม่มีใครรู้ ถ้าคุณอยากรู้คุณต้องไปถามก่อนนนท์”

“ห่ะ” วันนี้เขาต้องร้อง ห่ะ อีกกี่ครั้ง

“อย่างที่บอก รชนนท์ถูกเรียกตัวมาช่วยกรมป่าไม้สืบเรื่องการลักลอบตัดไม้เรื่องนี้ ตัวเค้าเองก็เป็นผู้นำให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นโจทก์ในการฟ้องร้องแต่หลังจากที่...ไออาร์กับผู้กำกับองคตกลับเข้ามาสืบเรื่องนายเทเวศอีกครั้งตอนกลายเป็นว่า รชนนท์แจ้งต่อกรมป่าไม้ว่าเก้าทัพไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดไม้”

“ไม่ใช่ว่าองค์กรเป็นคนไปบอกให้เหรอ”

“ไม่ ตอนนั้นเป็นเวลาเดียวกันกับที่องค์กรเพิ่งจะรู้ว่าเก้าทัพกำลังจะโดนเล่นงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทีมกฎหมายขององค์กรกำลังจะติดต่อไปที่กรมป่าไม้เพื่อแจ้งว่าที่จริงแล้วเขาเป็นคนที่ถูกองค์กรส่งไปสืบเรื่องนี้ รชนนท์กลับเป็นคนที่แจ้งเขาไปก่อนว่าไม่ใช่” วิษุวัตกำลังพยายามคิดว่าเพราะเหตุใดผู้กองตชด.คนนั้น ถึงได้ให้ข้อมูลกับกรมป่าไม้ไปว่าอีกคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีไม้

ทั้งๆที่ ในเวลานั้นรชนนท์น่าจะยังไม่รู้จักเก้าทัพ หรือ ที่จริงแล้วคนคนนั้นอาจจะรู้อยู่แล้วแก่ใจว่า เก้าทัพ เป็นใคร?

“ถ้างั้นแสดงว่าที่สารวัตรนิธิเรียกผมกลับมาก็เพื่อให้มาคุ้มครองพีรกานต์”

“ก็ส่วนหนึ่ง”

“แล้วอีกส่วนล่ะ”

“ก็จะให้มาสืบยังไงล่ะ ว่าสรุปใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังที่สั่งเก็บพร้อมพงศ์กับเทิดรักษ์”

“อ้าว ก็มีสองผู้กองนั้นทำแล้วนี้”

“อย่าโง่ไปหน่อยเลย สองคนนั้นถูกจับตามองดูอยู่แล้ว กระติกไม่ได้พอๆกับทีมคุณนั่นแหละ”

“แล้วทำไมถึงเหลือผมคนเดียวที่ทำได้”

“เพราะองค์กรจะให้คุณกลับมาสืบคดีในฐานะตำรวจที่คอยมาคุมของทนายพี”

“คนอื่นอาจจะมองว่าทำไมต้องเป็นผมในเมื่อผมกำลังโดนร่างแหในคดีของนายเทเวศอยู่นะ”

“เพราะคุณเคยเป็นคนที่ถูกส่งไปคุ้มครองทนายพีเมื่อคดีที่แล้ว”

“จะใช้เหตุผลนี้จริงอ่ะ”

“อื้อ” อีกฝ่ายพยักหน้าบอกไร้วี่แววล้อเล่น

“เหตุผลง่อยมากเลยนะ”

“ก็ไอ้เหตุผลง่อยๆนี่แหละ ดูเข้าท่าที่สุดแล้ว”

“งั้น...ก็หมายความว่า ทนายพีต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างนั้นเหรอ”

“หมอนั่นก้าวขาลงเรือเดียวกับเรามาข้างหนึ่งแล้ว ถอยตอนนี้ก็ไม่รอด” สีหน้าทั้งลำบากใจและอึดอัดใจของผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ทำให้ฟาร์ติมารู้สึกเห็นใจหรืออะไรในทำนองนั้นขึ้นมา วิษุวัตต้องรู้อยู่แกใจดีอยู่แล้วว่า การที่พีรกานต์เข้ามามีส่วนพัวพันเกี่ยวกับเรื่องนี้ชายหนุ่มจะต้องตกเป็นเป้าที่ได้รับความสนใจจากคนร้ายเป็นอันดับต้นๆ เธอคงปลอบใจไม่ได้หากจะทำคงทำได้แค่คอยเตือนสติวิษุวัตว่าอย่าได้ประมาทในเรื่องที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

“คนรักของคุณจะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับคุณแล้วหมวด” ประโยคเรียบๆที่ถูกเอ่ยมาจากผู้หญิงใบหน้าคมตรงหน้าเรียกสายตาของวิษุวัตให้ผละจากแก้วกาแฟในมือเงยขึ้นมองสบตาคมนั้นอีกครั้ง

ไม่ใช่ความหมายของประโยคที่อีกฝ่ายพูดมา ที่เรียกความสนใจของเขา หากแต่เป็น การที่อีกฝ่ายรู้เรื่องราวระหว่างเขากับทนายพีต่างหากล่ะที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ

“ไอเอสอาร์ถูกสร้างขึ้นเพื่อสอดส่องดูแลความปลอดภัยให้กับประเทศชาติ เพราะงั้นกะอีกแค่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนมันคงไม่ยากเกินไปที่คนของเราจะสืบเจอ” เรากับเธอรู้ความหมายในสายตาที่สบมา ฟาร์ติมาจึงตอบคำถามที่วิษุวัตสงสัยโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ย

“ไม่สงสัยเลยว่าทำไมไออาร์ถึงเป็นคนแบบนั้น”

“ยัยนั่น เป็นแบบนี้ตั้งแต่ก่อนจะถูกดึงตัวมาอยู่กับไอเอสอาร์แล้ว ไอ้วาจาที่พูดไม่รู้เรื่อง ได้ยินคามินว่า อัยย์ศลาติดนิสัยพูดจากำกวมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไอ้สายตาที่คอยมองใครต่อใครด้วยแววตารู้ทันไออาร์ก็เป็นแบบนั้นมาตลอด เรียกว่า...ไอเอสอาร์ถอดแบบมาจากผู้หญิงคนนั้นจะถูกต้องกว่า”

“แล้วหลังจากนี้ผมต้องทำยังไง” ปัดตกเรื่องนั้นไปเถอะ ไม่มีใครเข้าใจผู้หญิงคนนั้นได้มากเท่ากับหัวหน้าทีมเขากับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของลูกในท้องเธอหรอก เพราะงั้นเรื่องของอัยย์ศลา หากไม่ได้เกี่ยวข้องใดใดกับเขาแล้วไม่ยุ่งจะเป็นการดีกว่า

“เมฆพรรษถูกดึงให้มาช่วยสืบคดีนี้แม้จะเป็นในทางลับหลังก็เถอะ แต่คนสองคนต้องสืบในสายงานเกี่ยวกับการหาตัวคนลงมือสังหารพร้อมพงศ์กับเทิดรักษ์ ส่วนรชนนท์กับเก้าทัพ พวกเขาเองก็มีหน้าที่ที่ต้องทำเพราะคดีลอบตัดไม้ยังไม่ได้ปิด”

“ถ้าสองคดีนี้มีความเชื่อมโยงกันจริง งั้นมันต้องมีหลักฐานที่สามารถสาวไปถึงตัวผู้บงการเบื้องหลังได้”

“การประชุมครั้งสุดท้ายไออาร์บอกอะไรบางอย่างมา”

“ครับ ?”

“เธอสงสัยว่า ขั้วอำนาจอีกฝั่งของเครือข่ายนายเทเวศ น่าจะเป็นคนในเครื่องแบบที่มียอดสูงพอสมควร” คำบอกเล่าของหนึ่งในสมาชิกองค์กรลับทำให้คนฟังจนด้วยคำพูดถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริงนั่นหมายความว่า คดีนี้ไม่ใช่เรื่องการขาดแคลนภายในเครือข่ายยาเสพติดเพียงเท่านี้ หากแต่หมายถึงว่าภายในองค์กรพิทักษ์ชาติกำลังมีเนื้อร้ายที่กัดกินระบบภายในให้เกิดการเน่าเสีย จนอาจเกิดผลเสียต่อความมั่นคงของประเทศ และในฐานะที่เขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ก็อยากจะให้สิ่งที่ไออารคาดคะเน เป็นเพียงแค่ข้อสงสัยที่ไม่เป็นจริง

“แล้วคุณ...” วิษุวัตเพิ่งนึกได้ว่าที่เขามาที่นี่ก็เพื่อขอให้อีกคนกลับลงกรุงเทพฯด้วยเพื่อไปช่วยในการวิเคราะห์หลักฐานที่ได้มาจากที่เกิดเหตุ

“คุณกำลังจะบอกให้ฉันไปช่วยพิสูจน์หลักฐานสินะ”

“ใช่”

“ก็กำลังจะบอกอยู่เหมือนกัน ว่าฉันเก็บกระเป๋ารอตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”

 

 

ไรท์ /// ในที่สุดก็รวมทีมได้ครบสักที หืดจะขึ้นคอ อ่ะ...กลับไปวอแว พี่พีต่อได้ ออนทัวร์มาหลายตอน

 

ในพาสนี้ ถ้าใครไม่เข้าใจตรงไหน หรือรู้สึกขัดๆกับอะไรสักอย่างให้รู้ไว้นะ ว่าส่วนที่แหว่งๆไป มันจะอยู่ในพาสของ นนท์เก้า ดังนั้น ปล่อยให้เวลามันบอกเล่าเรื่องราวในตัวของมันเองละกัน

 

ตอนหน้าเรากลับไปสำนักงานทนายกัน เดี๋ยวมันจะออกทะเลไปมากกว่านี้ อิอิ สำลักน้ำเค็ม แค่กๆๆๆ

 

 

ชอบไม่ชอบก็บอกกันหน่อยน๊าาาาา เขาขาดกำลังจายยยย

 

ปล.อย่าเพิ่งบ่นเด้อ ว่านี้มันนิยายวายแนวไหน๊!!! เพราะเอาจริงๆคือ มันจะต้องมีทุกแนวในตัวเอง (มั่วทั้งดุ้น 555)

แต่ก็นั้นแหละ มันเป็นสไตล์ ฮ่าๆๆ เรื่องนี้สมบุกสมบันกว่าที่ผ่านมาเยอะ เพราะมันวุ่นวายกว่าคู่อื่นเขา

 

ขอกำลังใจให้เขาด้วยนะ ท้อแท้แทนตัวละครแล้ววว ชีวิตมันเศร้า เหล้าก็ไม่มีกิน

 

~กอดปืนยืนยามตีสามตีสี่ 🎶🎵🎶 คนึงถึงน้องของพี่ โถคนดีคงต้องคอยนานนนน ~ 🎙🎙🎙

ฟิวอารมณ์เพลงในค่ายทหารก็มาาาา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว