ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 25

ชื่อตอน : แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2563 01:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 25
แบบอักษร

 

 

 

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่25 

  

ผมทำหน้าหมีง่วง สัปหงกอยู่บนรถคันหรูที่มีเอริคขับอย่างชิวๆ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ไม่ใช่ถนนในประเทศไทย 

ครับ 

คุณอ่านไม่ผิด ที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทยแต่เป็นแคนาดา! 

  

ผมละอยากจะร้องกรี๊ดออกมา ขึ้นเครื่องก็กะทันหัน แล้วมาถึงอย่างไว ไม่มีใครสามารถอธิบายอะไรได้เลยว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่! 

ตัวผมก็นั่งหงอยๆ ซึมๆ อยู่คนเดียว จะนอนก็นอนไม่หลับ คือตอนนี้บ้านเราน่าจะมืดแล้ว บ้านเขายังไม่มืดเลย! 

  

คิดว่าผมจะหลับลงเหรอ? 

  

“เอริค จะไปไหนเนี่ย!?” 

สุดท้ายผมก็อดทนไม่ได้ต้องถามเอริคอย่างหงุดหงิดใจ เมื่อกี้นั่งหน้าบูดครับ งอนมันอยู่เพราะเอริคนี่แหละตัวการทำให้ผมมาอยู่ที่นี่! ตอนนี้ขอลดฐิทิลงนิดนึงละกัน สงสัยอ่ะ 

  

“อ้อ..จะไปที่ควิเบกน่ะ” 

“*-*ว๊าววว จริงๆ เหรอ! งั้นจะช้าทำไมล่ะ เหยียบมิดเลย!”

พอได้ยินชื่อสถานที่ผมก็ทำตาโต มือสะกิดเอริคเร่งหยิกๆ

แหม!

ก็ใครจะไม่อยากไปล่ะ!

ควิเบกเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นยุโรปที่ดูสวยงามและโรแมนติก จากที่ผมกวาดสายตามองรอบๆ แล้วเห็นป้ายชื่อขนาดใหญ่ตกแต่งสวยงามสะดุดตา ในป้ายเขียนว่า ชาโต ฟรองเทนาค โรงแรมที่มีชื่อเสียงของเมืองควิเบกโดยโรงแรมถูกสร้างขึ้นในสไตล์ปราสาท ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง จึงทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ เป็นแม่น้ำที่สวยธรรมชาติที่สุด  

แค่ฟังเขาเล่าก็รู้สึกว่าถ้าได้ไปกับแฟนในอนาคตคงจะดีจริงๆ  

มาตอนนี้!  

มีทั้งแฟนที่รวยมาก ไป-กลับไทย แคนาดายังกะไปจากบ้านมาหน้าปากซอย!  

แถมมีเซอร์วิสมีคนขับรถให้นั่งสบายๆ ไม่ต้องทำไรด้วยอีก 

มาที่นี่ทั้งทีผมต้องลากพี่รอนไปนั่งชมวิวด้วยกันให้ได้!  

  

  

  

------------------------------------------ 

 

ควิเบก แคนาดา 

  

  

โรงแรมชาโต ฟรองเทนาค 

  

ผมดี๊ด๊าฉุดแขนเอริคกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปข้างในทันที ลืมเรื่องพี่รอนไปชั่วขณะ เอริคบอกพี่รอนจะตามมาทีหลังเพราะติดเรื่องงาน ผมจึงตัดสินใจเที่ยวรอบโรงแรมกับเอริคก่อน พี่เขาไปทำงานนี่นาผมไม่อยากไปโทรจิกให้กวนใจหรอก ไม่ได้เห็นแก่เที่ยวจริงๆ นะ อิอิ 

โอโห นี่โรงแรมคนจริงๆ เหรอ? ยังกะปราสาทเจ้าหญิง! 

ฮึ่มม ถ้าไม่ติดว่ารีบมานะ ผมจะพกกล้องมาเป็นสิบอะ! น่าเสียดาย ถ่ายกล้องมือถือไปก่อนละกัน คริๆ 

  

  

  

ผมกับเอริคเราเที่ยวรอบๆ โรงแรมลำสำรวจภายในโรงแรมยาวจนพระอาทิตย์ตกเลยทีเดียว ตอนนี้ผมก็เดินเล่นบ้าง กินของกินเล่นไปบ้าง เอริคก็นู้นนน ม่อฝรั่งนมตราหนองโพแทบจะทิ้งผมอ่ะ ถ้าไม่เตะขาเรียกสติก่อนนะ! 

  

Rrrrrrrr!  

  

เสียงริงโทนโทรศัพท์ของเอริคดังขึ้น เอริคทำมือว่าจะไปรับโทรศัพท์ ผมพยักหน้าหงึหหงักแล้วนั่งพักแถวๆ นี้รอ ปวดขาไปหมดอ่ะ 

สักพักเอริคเดินกลับมาแล้วยิ้มจนหน้าบานก่อนจะพาผมกลับโรงแรม หยิบคีย์การ์ดห้องที่จองไว้แล้วไปเปลี่ยนชุดและมานั่งตุ๊บป่องที่ห้องอาหารขนาดกว้างม้ากมากกของโรงแรมนี้ 

ถ้าเป็นโต๊ะจีนนี่รองรับได้เกือบสองร้อยคนเลยนะ! 

  

ผมนั่งจิบน้ำผลไม้เย็นๆ รออาหารมาเสิร์ฟและ...รอพี่รอนมาด้วย เอริคบอกว่าพี่รอนจะมากินข้าวเย็นกับผม เห็นว่าที่นี่นอกจากจะมีลูกค้าที่มาพักที่โรงแรมแล้วยังมีคนอื่นๆ ที่มาโรงแรมนี้เพื่อร่วมงานอะไรไม่รู้ ยกโขยงมากันที่นี่เยอะมาก ถึงว่าจัดอาหารซะหรูจานนึงราคาเหยียบหลายพันเลยนะ (เอริคบอกมา) 

ฝรั่งคนนู้นคนนี้เดินโชว์เพชรเม็ดงามกันให้แซ่ด ผมนี่นึกว่าตู้เพชรเคลื่อนที่ แต่ละคนนี่ใส่เดรสกระชับอกตูมแทบจะทะลักออกมาให้เห็นกันจะๆจังๆ เอริคมันบอกว่าอิ่มมาก....แบบอิ่มอกอิ่มใจตั้งแต่น้องนางคนนึงเดินก้มเก็บผ้าเช็ดหน้าที่ทำหล่นพื้น ทำเอาเอริคแทบพุ่งเอาหน้าไปซุกอกนุ่มๆ ละ 

ผมจะไม่ห้ามอะไรครับ เพราะไม่รู้จักอีตาโรคจิตนี่! 

ดีนะที่เอริคจับผมใส่สูทสีขาว ส่วนผมที่เริ่มยาวของผมก็มัดไว้ (ทั้งๆ ที่ไม่ได้ยาวอะไรมาก) และเอาริบบิ้นมาผูกเป็นรูปโบว์อีก ผมแทบไม่อยากจะส่องกระจกอ่ะ มันแบ๊วๆ หวานๆ ยังไงชอบกล กะจะไปรื้อหาเสื้อยืดกางเกงยีน รองเท้าแตะเอริคก็เข้ามาตะบบผมแล้วลากออกจากห้อง ผมเลยต้องทำตัวเจียมเจี๋ยมเดี๋ยวทำอะไรเปิ่นๆ ออกไปจะขายขี้หน้าเอา 

  

“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ?” 

ผมแทบจะสำลักน้ำผลไม้ที่ซดดื่ม แต่กลั้นใจกลืนมันเข้าไปแล้วพยักหน้าให้คนตรงหน้ารัวๆ ไม่ได้เงยหน้ามองเพราะตกใจจู่ๆ ก็มีคนทักตอนที่กำลังซดน้ำอย่างตะกละ! 

  

“หึๆ” 

ทันทีที่ร่างโปร่งทรุดตัวนั่งลงกับเก้าอี้ข้างๆ ตัวผม ได้กลิ่นหอมเย็นๆ โชยจากตัวเขาทำเอาผมคุ้นจมูกแปลกๆ ผมเลยเหลือบไปมองก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเป็นพี่รอน! 

  

ว๊ากกก พี่รอนหล่อโคตร! โอ๊ยแม่ๆๆ ผัวหนูอย่างแซ่บ! 

  

ผมตาวาวขยับเข้าไปออเซาะพี่รอน เอนหัวไปซบกับแขนหนาๆ แก้มสัมผัสกับเนื้อผ้าชั้นดีของสูทสีดำสนิทแล้วรู้สึกไม่ระคายผิวเลย แขนหนาๆ บ่งบอกถึงว่าเจ้าของร่างกายนี้ดูแลตัวเองดีแค่ไหน ไหนจะทรงผมที่ปาดเจลเรียบกริบเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาชัดเจนอีก โอยยย หล่อไปไหนวะ! 

  

“กินอะไรรึยัง?” 

“งื๊อ...รอทานพร้อมกับพี่อ่า หายไปมา ทำไมถึงพาผมมาที่นี่อ่ะ?” 

  

ผมรัวคำถามใส่พี่รอนแต่กลับไม่ตอบ นั่งหัวเราะเบาๆ แล้วก้มลงมาจนริมฝีปากเกือบจะชิดที่ใบหูผม 

  

“หรืออยากจะนอนคนเดียวที่ไทย?” 

  

ผมหน้าแดงแปร๊ดเมินคำถามพี่รอนหันมาสนใจอาหารกลบเกลื่อนความเขินโดยอาหารนี่ก็มีคุณเรย์โญ่เป็นคนสั่งมา พอเอริคกลับมานั่งที่เดิมเราก็เริ่มลงมือทานกันเหมือนเป็นโต๊ะอาหารทั่วๆ ไป แต่รอบข้างกลับมีเพื่อนนั่งกินเป็นร้อย แต่เสียงพูดคุยกลับไม่ได้ดังจนหนวกหู ได้ยินเบาๆ คลอไปกับเสียงดนตรีในห้องอาหาร พอสังเกตรอบข้างแต่ละคนต่างพากันแทบจะไม่สนใจอาหาร นอกจากจะนั่งเกาะกลุ่มคุยกันอาหารก็อยู่ตรงหน้าแต่ไม่ทาน มีแต่ผมที่ซัดเอาๆ แต่แบบสุภาพนะแค่สเต๊กหมดไป3ชิ้นใหญ่แล้วล่ะ 

แบบว่าหิวอ่ะ แหะๆ 

พี่รอนไม่ว่าอะไรแต่ตักนู่นตักนี่ให้ผมจนแทบล้นจานอ่ะ พี่รอนเลือกกินสเต๊กปลาแบบคลีนๆ คนรักสุขภาพ มีแต่ผมที่กินทั้งสเต๊กเนื้อ พาสต้า พิซ่าชีสเยิ้มๆ นี่ต้องบังคับให้เอริคทานเป็นเพื่อนเพราะคุณเรย์โญ่ก็หันไปสั่งซุปซะงั้น เอริคเลยต้องมานั่งทานของหนักๆ กับผมสองคน จากนั้นก็ต่อด้วยของหวาน ไอ้นี่ผมก็ซัดไม่หยุด อร่อยมากกกก ทำไมบรรดาป้าๆ ตู้เพชรเคลื่อนที่ไม่สนใจว้า ของดีทั้งนั้น 

พอเราทานกันเสร็จก็เดินกลับเข้าห้องพัก พี่รอนไม่ติดธุระอะไรแล้วก่อนกลับก็พาผมมาชมวิวที่ดาดฟ้าชั้นที่สูงที่สุด 

  

มีโต๊ะให้นั่งอยู่หลายโต๊ะ น่าจะเป็นสำหรับลูกค้าที่ต้องการพักผ่อนแบบส่วนตัวและต้องการความโรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รัก พอคิดถึงตรงนี้ผมก็หน้าแดงอย่างช่วยไม่ได้ แต่ไม่เห็นมีใครอยู่เลยอ่ะ มีแต่ผมกับพี่รอนสองคน เรานั่งลงที่ม้านั่งตัวเดียวกัน ชมวิวกินบรรยากาศอันสงบๆ มีลมพัดอ่อนๆ บรรยากาศเย็นๆ ทำให้รู้สึกหนาวนิดๆ มองเห็นวิวยามค่ำคืนชัดเจน แสงสีต่างๆ เต็มเมืองไปหมด สวยจังเลยอ่ะ 

มือหนาเลื่อนมากุมมือผมเบาๆ ผมเงยหน้ามองพี่รอนที่ตอนนี้ดื่มด่ำบรรยากาศอยู่ ยกยิ้มมุมปากก่อนจะประสานนิ้วเข้ากับนิ้วพี่รอน แล้วนั่งยิ้มแก้มแทบปริ เราเงียบไม่พูดอะไรกันแต่ปล่อยให้ความอบอุ่นซึมซับผ่านมือที่เราต่างกุมกันไว้ 

  

“เวียณ...” 

“ครับ?” 

ผมขานรับ พี่รอนยื่นโทรศัพท์ของพี่เขามาให้ ผมรับมางงๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นใครอยู่ในหน้าจอ 

  

“ป๊า! ม๊า!”  

  

[Hi! ลูกชาย เอ๊ะ หรือลูกสาวนะคุณ?] 

เสียงป๊าทักขึ้นมาก่อนที่เสียงม๊าจะแทรกเข้ามา 

[ลูกชายสิคะ! แต่ลูกชายที่ได้สามีเองค่ะ คิๆ] 

แล้วป๊าม๊าก็พากันระเบิดเสียงหัวเราะ ผมยังคงงงๆ อยู่ว่าทำไมป๊าม๊าถึงคอลฯ มาหาผมผ่านพี่รอนได้ ไม่ทันจะได้ถามอะไร ก็งงหนักกว่าเดิมด้วย อะไรคือป๊าม๊ารู้ว่าผมมีสามี? 

  

ทันใดนั้นผมก็เงยหน้ามองพี่รอนที่ยักคิ้วให้ผม ผมนี่ประทับฝ่ามือตีบนแขนหนาๆ ไปเพียะสองเพียะ 

  

[ต๊ายย หนูเวียณ ไปตีพี่เขาทำไมลูก] 

ม๊าทำเสียงดุเมื่อเห็นผมรังแกพี่รอน มันเริ่มทะแม่งๆ ละนะ ม๊าปกป้องพี่เขาเนี่ย 

“ก็พี่เขาแอบบอกป๊ากับม๊าไม่ให้ผมรู้อ่ะ! ละ..แล้วทำไมม๊าไม่หวงผมบ้างอ่ะ ป๊าด้วย!” 

ผมขอโวยหน่อยเถอะที่เห็นม๊าหัวเราะสนุกเมื่อได้แกล้งผม ป๊ายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นแต่ตาเรียวๆ ที่มีรอยย่นตามระยะเวลาของอายุ 

[หวงทำไมวะ ป๊าขายแกไปแล้ว ตอนนี้ป๊าแฮปปี้ โนซีเรียส!] 

“ป๊าาาา!!” 

ป๊าหัวเราะลั่นก่อนจะเปลี่ยนเป็นทำหน้าจริงจัง ผมจึงถือกล้องดีๆ แล้วตั้งใจฟังที่ป๊าม๊าพูด 

  

[เวียณ หนูเป็นลูกของป๊าม๊า ป๊ารักหนูนะ ม๊าก็ด้วย หนูเลือกสิ่งไหนที่คิดว่ามีความสุขป๊าก็ไม่ขัด พี่เขาก็มาขอหนูตั้งแต่ตอนหนูยังมีปิกาจูเท่ามดอยู่เลย ฮ่าๆๆๆ! 

  

อะ-ไร-นะ!!!  

  

ผมอ้าปากค้าง สมองยังคงมึนงง ป๊าม๊าระเบิดเสียงหัวเราะไม่พ้นพี่รอนที่แอบหัวเราะเงียบๆ เหมือนกัน ผมตวัดสายตามองพี่รอนอย่างเหวี่ยงๆ พี่รอนรีบหยุดหัวเราะแล้วกลับมาหน้านิ่งเหมือนเดิม 

  

“ป๊าพูดอะไร อย่างกับว่าผมเคยเจอพี่เขาอ่ะ” 

  

[ก็เออดิ! แกจำไม่ได้หรอก แต่ก็ไม่แปลกอ่ะ เอ…แต่บอกเอาไว้ก่อนละกันเผื่อจำได้ 

พี่ท้องฟ้าอ่ะ หนูจำได้ไหม? ที่หนูไปนั่งจ้องตากับพี่เขาจนติดงอมแงมตอนอยู่อนุบาล 2 อ่ะ] 

 

ผมนิ่งคิด สมองเริ่มทำงานหนักพยายามเค้นเศษเสี้ยวความทรงจำก่อนจะชะงักเมื่อนึกได้

รู้สึกว่าแม่ก็เคยเล่านะแต่พอผมขึ้น ป.1 พี่ท้องฟ้าคนนั้นก็หายไปแล้ว ผมงอแงหนักมากแม่ถึงกับต้องหลอกผมว่าพี่ท้องฟ้าก็อยู่ที่ท้องฟ้าไง ไม่หายไปไหน ถ้าผมอยากเจอแค่เงยหน้ามองก็ได้ แต่จะเหงานิดหน่อยเพราะพี่เขาไม่คุยกับผมเลย จนจะขึ้นป.2 ผมก็ลืมเรื่องพี่ท้องฟ้าไปสนิทเลย จะว่าไงดี ก็ตอนเด็กๆ อ่ะใครๆ ชอบของสวยๆ งามๆ ป่ะ ยิ่งของมีประกายวิบวับๆ นี่ยิ่งชอบ ผมสบตากับพี่ท้องฟ้า เออ...หรือว่าพี่รอนนั่นแหละ เจอครั้งแรกก็ทึกทักไปเรียกพี่ท้องฟ้าเพราะตาพี่เขาสวยมากกก แล้วก็นั่งจ้องตากับพี่เขาเป็นชั่วโมง คิดดู ขนาดเด็กตัวน้อยๆ พี่รอนแทบไม่ปริปากพูดกับอะไรเลยอ่ะ

แต่ผมก็ติดใจชอบสีตาและทรงผมสีทองมากๆ ตามหนักถึงขั้นงอแงไปเกาะรั้วของเด็กประถมทุกวันเพื่อที่จะได้แอบมองพี่รอน ลองนึกภาพเด็กอนุบาลใส่เอี๊ยมเหลืองวิ่งหนีครูไปส่องเด็กประถมสิ ตลกใช่ไหม ฮ่าๆ

เพราะความติดคนพี่แจ ทำให้เราเริ่มสนิท ตอนเช้าก็ไปเล่นที่สนามเด็กเล่นด้วยกัน ตอนเที่ยงก็แอบมานั่งกินขนมด้วยกัน พอตอนเย็นก็ไปวิ่งเล่นรอบโรงเรียน แต่จริงๆ มีแต่ผมน่ะนะที่ซน พี่รอนเหมือนแค่ตามมาดูผมเฉยๆ อ่ะ

พอเขาจะย้ายไปเรียนต่อก็มาบอกกับป๊าม๊าผมว่า

“ผมจองน้องแล้วนะครับ ถ้ากลับมาจะมาสู่ขอ”  

  

  

[ป๊านี่อึ้งไปเลย นึกว่าพูดเล่นเลยตอบตกลงแบบปัดๆ ไป เพราะคิดว่าโตมาหนูคงมีรูปร่างบึกๆ บึนๆ ไม่อ้อนแอ้นน่ารักอย่างเด็กๆ แล้วพี่เขามาเห็นคงเผ่นหนี แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะกลับมาทวงจริงๆ หลังจากหายไปเกือบ13 ปี กลับมาพร้อมกับกระดาษธรรมดาแผ่นหนึ่งแต่ทำเอาป๊าแทบไปกระโดดตึก เจ้าเล่ห์ตั้งแต่เด็ก ก่อนจะไปเรียนต่อก็เอากระดาษที่เขียนตัวหนังสือภาษาอังกฤษเต็มไปหมด ตอนนั้นป๊าก็โง่อิ้งป่ะ อยู่ไทยนานคิดแค่ว่าเด็กคงเขียนไปเรื่อย พี่เขาบอกว่าหนังสือสัญญา ให้ป๊าเซ็นอนุมัติป้องกันป๊าโกหกไม่ยกหนูให้เขา ป๊าก็เซ็นลวกๆ ไม่คิดว่าจะโดนเด็กต้ม! 

ฮึ่มๆๆ คิดแล้วก็หงุดหงิด พี่เขายื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ป๊ากับม๊าเมื่ออาทิตย์ก่อน ขนาดผ่านไปนานกระดาษยังเรียบกริบ มีลายเซ็นป๊ากำกับชัดเจนแต่เพิ่มเติมคือคำแปลภาษาไทยจากภาษาอังกฤษ แต่กูไปเรียนเสริมมาละเว้ยไอ้ลูกเขย กูอ่านออกไม่เหมือนเมื่อก่อน!] 

  

ผมและม๊าหัวเราเมื่อป๊าเล่าเรื่องสมัยก่อนด้วยท่าทีเดือดดาล หน้าป๊ามีความแค้นชัดเจนเลยไม่วายจิกตาใส่พี่รอนด้วย แต่ผมนับถือพี่รอนจริงๆ เจ้าเล่ห์แต่เด็กอ่ะ 

แหม…ก็ผมมันของแรร์อ่ะ ต้องรีบจองนะไม่งั้นโดนหมาตัดหน้า! คึๆ 

  

[รู้ไหมในสัญญานั่นมันเขียนว่าถ้าหากป๊าไม่ทำตามสัญญา จะขอซื้อตัวหนูด้วยจำนวนเงินทั้งหมดที่มีอยู่ของพี่เขา ละมันมีศูนย์กี่ตัววะ กูต้องไปยืมนิ้วจากพระองคุลิมาลเถระมานับด้วยเปล่าวะ?] 

  

ป๊าว่ามาซะยาวเหยียด ผมที่ไม่รู้จะอึ้งอะไรก่อนดีระหว่างสัญญาซื้อ-ขาย (?) ผมเนี่ย หรือจำนวนเงินของพี่รอนดี? ก่อนประโยคสุดท้ายจะออกจากปากป๊าทำเอาผมเข่าแทบทรุด! 

  

[อะแฮ่ม! ว่างๆ ก็กลับบ้านบ้าง อย่ากกผัวนานๆ ป๊ารักหนูนะ ไม่ต้องห่วงป๊า ป๊านั่งนับเงินในบัญชีของผัวหนูอยู่ ไอ้ลูกเขย! พ่อตา แม่ยาย ไฟเขียวว้อยย ฮ่าๆๆๆ] 

[รักลูกนะ แต่เพาพี่เขามาบ้านด้วยนะ อาหารตาดีมา—เอ้ย! แม่อยากเจอ! คิกๆ บายจ้ะJ] 

  

ตู๊ดดดด!  

และแล้วสายก็ถูกตัดไป ภาพวิดีโอก็หายไปเช่น และผมก็แทบลมจับเช่นกัน! 

  

นี่มันเรื่องอะไรกันวะ?! รู้นะว่าป๊าม๊าแปลกคน แต่พี่รอนยิ่งแปลกกว่า 

พูดถึงพี่ท้องฟ้า ผมก็เริ่มคุ้นๆ ละยิ่งจ้องตากับพี่รอนก็ยิ่งคุ้น แวบหนึ่งภาพในอดีตที่ผมยังตัวกระจ้อยมองท้องฟ้า (ก็ตาพี่รอนไง) แล้วโดนดีดหน้าผากจากพี่ท้องฟ้าจนร้องไห้งอแง และสารพัดการแกล้ง 

ฮึ!! ใครอยากจะจำ! แล้วพี่ไปรักผมตอนไหนวะ! หนอย กินเด็กเรอะ! บังอาจมาหลงผมตั้งแต่เด็ก รวบหัวรวบหางกูตั้งนานนน คือถ้าผมไม่รักพี่มัน พี่มันก็จะทำให้ผมรัก? 

เพราะมันมีหนังสือสัญญาที่พี่มันทำไว้ไง! 

ฉลาด (แกมโกง) เกินไปละนะ! 

  

  

  

----------------------------------- 

มีใครงงตอนนี้ไหมคะ>< บทพูดค่อนข้างยาวหน่อยน๊าแบบว่าย่อสุดๆแล้วค่ะ 

อธิบายส่วนที่คนพี่และน้องเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าแล้วนะคะ เคลียร์ไหมเอ่ย:D 

cr.ข้อมูลสถานที่ในแคนาดา https://travel.mthai.com/blog/157200.htm 

cr.ภาพเมืองควิเบก https://sites.google.com/site/theeraphong21589/ 

ปล ภาพสถานที่จะไม่เหมือนรีดอะไรท์นะคะ พอดภาพเป็นpng แต่ลงในธัญไม่ได้เลยเปลี่ยนค่ะ แงTT 

ติดตามและพูดคุยเค้าได้ที่ ทวิตเตอร์ @mangbongyyy 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว