facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาตราที่ 13 ความผิดว่าด้วย เงื่อนงำที่หนึ่ง

ชื่อตอน : มาตราที่ 13 ความผิดว่าด้วย เงื่อนงำที่หนึ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 679

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มิ.ย. 2563 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาตราที่ 13 ความผิดว่าด้วย เงื่อนงำที่หนึ่ง
แบบอักษร

มาตราที่ 13 ความผิดว่าด้วย เงื่อนงำทีหนึ่ง

 

กริ้งงงงงง

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังถี่ๆมาตั้วแต่เช้าทว่าคามินเลือกที่จะเมิน และยังคงวอแวคนหน้าหวานอยู่ไม่ห่างทั้งๆที่โดนไล่ให้มารับสายก็หลายครั้ง แต่เจ้าตัวก็วางเฉย

“พี่ครามครับ เขาโทรมาหลายสายแล้วนะครับ ไปรับสักที” ศิขรินพยายามบอกคนที่ยังซุกซบอยู่กับซอกคอขาวที่ขึ้นรอยสีกุหลาบหลายจุด

“งื้ออออ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าศิของพี่แล้ว” อีกคนงึมงำบอกเพราะปากกำลังทำหน้าที่ชิมรสหวานจากผิวขาวหอมกรุ่นของคนใต้ร่าง

“แต่อาจจะเป็นเรื่องด่วนก็ได้นะครับ...อื้ออ” เสียงหวานบอกก่อนจะหลุดครางแผ่วเมื่อรู้สึกซ่านสยิวที่ถูกปลุกขึ้นโดยอีกคน

“อ่าซ์...พะ พี่คราม อื้อออ” ริมฝีปากอิ่มถูกประจบแนบลงมาเมื่อเจ้าของมันกำลังจะเอ่ยวาจาห้ามปรามการกระทำของคนตัวโตด้านบน

 

วิษุวัตเอามือถือออกมามองหน้าจออีกครั้ง ตัวเลขหลังเบอร์โทรในรายการที่บ่งบอกว่าเขาพยายามต่อสายหาหัวหน้าที่เคารพมากว่าสิบแปดสาย แต่ไร้วี่แววจะที่ปลายทางจะกดรับ ผู้กองไปไหนของเขานะ? ชายหนุ่มตั้งใจจะโทรถามเรื่องของผู้กองเก้าทัพ ที่เขาเพิ่งเห็นว่าคนดังกล่าวมีใบหน้าที่เหมือนกันอาชญากรคนดังในหมู่ตำรวจแบบพวกเขาอย่าง แสงฉาน ทว่าหากทำไม่ผิด หลังจากที่คามินกับองคตกลับมาเขาก็ได้ข่าวว่า แสงฉานถูกยิงตายในป่าโดยฝีมือของนายเทเวศ แต่เมื่อวานพีรกานต์กลับบอกเขาว่า คนในภาพคือ ผู้กองเก้าทัพ นายทหารนอกราชการที่ก่อนหน้านี้เหมือนจะมีการพัวพันกับคดีการลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวนทางเหนือ โดยมีผู้กองรชนนท์หัวหน้าชุดตชด.ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ขอให้ไปช่วยราชการในการสืบหาข้อเท็จจริง

เขาตั้งใจจะถามคามินถึงเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนหัวหน้าเขาจะใช้วันหยุดที่เหลือได้คุ้มค่าทุกนาทีจนไม่แม้แต่จะสละเวลามากดรับสายจากเขาแม้แต่น้อย เมื่อติดต่อหัวหน้าโดยตรงไม่ได้ นิ้วยาวก็เลื่อนหาเบอร์อีกคนที่น่าจะรู้เรื่องพอๆกันอย่าง อัยย์ศลา แทน

 

ตื๊ดดดด ตื้ดดดด

 

เสียงสัญญาณที่ดังต่อเนื่องอยู่นานหลายนาทีแต่ไม่มีทีท่าว่าคนปลายสายจะรับทำเอาคิ้วเข้มย่นเข้าหากัน ทั้งอัยย์ศลาทั้งผู้กอง สมแล้วที่เป็นเพื่อนรักกัน บทจะหายเข้ากลับเมฆก็สามัคคีหายพร้อมกัน แล้วอย่างนี้วิษุวัตจะไปถามเอาความจากใครได้อีก ถ้าโทรหาผู้กำกับองคต เดาว่าเรื่องที่เขาพยายามติดต่อพวกผู้กองมีสิทธิ์ถึงหูสารวัตรนิธิทั้งๆที่ถูกห้ามไว้ โว้ยยยย ไอ้วัตอยากจะบ้า

พอโทรหาใครเรื่องงานไม่สำเร็จ มือเรียวจึงเลือกที่จะกดเบอร์ที่ตอนนี้จำขึ้นใจ

 

-เมียจ๋า-

ตื๊ดดดด ตื้ดดดด

 

รออยู่นานจนสายตัดก็ไม่มีการตอบรับจากคนที่ตั้งใจโทรหา เมื่อลองต่อสายใหม่อีกรอบก็เป็นเช่นเดิม

วันนี้ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด ทำไมไม่มี ใครรับสายไอ้วัตสักคน ความหงุดหงิดเริ่มเพิ่มขึ้นเมื่อติดต่อใครไม่ได้ ทั้งๆที่วันนี้ว่างเพราะโดนเมษพรรษเนรเทศออกจากห้องชันสูตร เห็นบอกว่ามีหลายอย่างที่หมอทหารเรือคนนั้นสนใจในเรื่องคดีนี้และต้องการตรวจสอบจึงห้ามรบกวน เป็นอันว่าวันนี้ไอ้วัตว่างทั้งวัน ระหว่างรอให้สารวัตรนิธิประสานกับทางครอบครัวของนายพลเทิดรักษ์ เข้าไปดูสภาพที่เกิดเหตุในบ้านอย่างลับๆเพื่อปกปิดการเคลื่อนไหวในการสืบคดี เพราะตอนนี้ได้ทำการเผาหลอกๆสองนายพลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

กริ้งงงง กริ้งงงง

อันเขาว่าปู่กระสันหาไก่ ไก่ก็มา กำลังนึกถึงอยู่พอดีอีกคนก็ตายยากโทรเข้ามาได้จังหวะ

 

-สารวัตรนิธิ-

“ครับ”

“มึงอยู่ไหนวะ”

“อยู่บ้านครับ วันนี้หมอเมฆงดให้ผมเข้าไปหา บอกว่าต้องการสมาธิห้ามรบกวน”

“เรื่องนั้นช่างมัน กูไปขอให้พฐ.ย้ายรถของนายพลพร้อมออกมาที่เซพโซนแล้ว และก็ให้คนหารถรุ่นเดียวกันกับของท่านพร้อมมาด้วย เผื่อประกอบการพิสูจน์หลักฐาน เราใช้คนของส่วนกลางมาทำงานนี้ไม่ได้ ต้องใช้คนนอก ทีมนายมีใครที่ชำนาญการพิสูจน์หลักฐานและวิเคราะห์คดีเก่งๆพอจะดึงมาช่วยได้มั้ย” นิธิส่งข่าวความคืบหน้าพร้อมถามความคิดเห็นเรื่องบุคคลากรในทีม

“หมอดา ร้อยตรีอารดาคู่หูผู้กองธาวินไงครับ”

“ไม่ได้ อาดามีส่วนพัวพันกับคดีนายเทเวศที่พวกนายทำ เราดึงมาช่วยเรื่องนี้ไม่ได้จนกว่าทีมนายจะพ้นทัณฑ์บน” อารดาที่เป็นแพทย์ตำรวจที่ทำงานอยู่อีกทีมคู่หูของร้อยเอกธาวินที่วิษุวัตนึกถึง เขาเองก็ลืมไปเลยว่าอารดานั้นแหละต้นเรื่องที่ก่อให้เกิดเรื่องการตามเช็คบิลไอ้เทเวศ

“งั้นผมก็นึกไม่ออกแล้วครับ”

“มิ่งกัลยาได้มั้ย”

“สารวัตรก็ทราบมิ่งคดีการวิเคราะห์คดีและวิเคราะห์อาชญากรก็จริง แต่น้องไม่รู้เรื่องการพิสูจน์หลักฐานเลย หรือถึงน้องทำได้ ตอนนี้มิ่งก็ไม่อยู่ให้ใช้หรอกครับ”

“มิ่งไปไหน”

“อีธานพาตัวไปแล้ว”

“อ๋ออออ” นิธิทำเสียงเป็นอันว่าเข้าใจ ถ้ามิ่งกัลยาอยู่ในมืออีธานอย่าหวังว่าจะพาตัวทำไรได้ ลองพามาสิอีธานได้ถล่มพวกเขาเละยิ่งกว่าโจ๊กประตูผีเป็นแน่

“แต่ว่า...ดูเหมือนจะมีอีกคนที่น่าจะช่วยได้” วิษุวัตเหมือนจะนึกขึ้นได้

“ใคร”

“คนๆนี้อยู่นอกราชการ แต่เคยโดยหน่วยพิเศษทาบทามมาเข้าร่วมแต่โดนปฏิเสธ รู่จักกันเมื่อสองสามปีก่อน เจอกันบ่อยๆตอนที่ไออาร์มาทำคดีศพปริศนาที่ไทม์ เจสันเป็นพยานรู้เห็น สารวัตรจำได้มั้ยครับ” วิษุวัตถามกลับผู้บังคับบัญชา

“มึงหมายถึง...”

“ครับ น่าจะใช่คนเดียวกัน”

“แต่เราไม่รู้วิธีติดต่อเธอ”

“อารดาติดต่อเธอได้ครับ”

“แน่ใจเหรอว่าแม่คุณจะมาช่วย” น้ำเสียงลังเลของคนที่มียศสูงกว่าบั่นทอนความมั่นใจคนฟังไปกว่าครึ่ง

“เราไม่มีคนอื่นที่พอจะหวังได้แล้วครับถ้าไม่ใช่คนนี้”

“รู้เหรอว่าตอนนี้คุณเธออยู่ที่ไหน”

“ไม่รู้ครับ”

“กำ”

“แบก่อนครับ”

“กวนตีนแล้วหมวด”

“สรุปเอาไงครับ”

“ถ้าหาตัว อิงฟ้า เจอ ก็เอาเธอมาช่วยละกัน”

 

 

 

“ไม่ว่างโว้ยยยยย ไม่แหกตาดูเหรอว่าทำไรอยู่” เสียงใสๆที่ดังก้องไปทั่วแปลงกุหลาบทำให้วิษุวัตนึกอยากยกมือขึ้นกุมขมับ

อิงฟ้า หรือ ขวัญรดา นักวิศวกรรมชีวเวช สาขาเมดิคอลอิมเมจ ที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นเจ้าของสวนกุหลาบส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของไทย วิษุวัตไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวของอิงฟ้ามากนัก รู้แค่ว่ากองทัพเคยต้องการนักวิจัยด้านวิศวกรรมการแพทย์อยู่ช่วงหนึ่งแล้วอิงฟ้าก็เข้าร่วมโครงการในช่วงนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่างานด้านที่หญิงสาวทำไปตรงกับสายงานที่การพิสูจน์หลักฐานได้อย่างไร มันสมองระดับปริญญาโทจึงถูกเอามาใช้ หลายๆครั้งที่อิงฟ้าช่วยทางการเรื่องการวิเคราะห์คดีฆาตกรรมที่หาคำตอบจากการชันสูตรในห้องแล็บทั่วไปไม่ได้ การสร้างแบบจำลองกายวิภาคมนุษย์เพื่อใช้สร้างสถานการณ์ในการที่เกิดเห็นจริงจึงจำเป็นต้องเอามาช่วยในการวิเคราะห์คดีเพิ่มเติม

ในสายงานเหล่านี้อาจจะต้องอาศัยคนที่มีความสามารถเฉพาะด้านมาช่วยเสริมเข้าไป อย่างเช่นในคดีของพร้อมพงษ์ เมฆพรรษได้ข้อมูลเบื้องต้นถึงความผิดปกติในที่เกิดเหตุ การอาศัยโปรแกรมสร้างแบบจำลองอาจจะพอทำให้เรามองเห็นภาพการเกิดเหตุได้ แต่ในส่วนของพร้อมพงษ์ต่างออกไป อาวุธที่ใช้ไม่ใช่อาวุธที่พบในที่เกิดเหตุ ดังนั้นการสืบหาชนิดของอาวุธจึงอาจจะต้องอาศัยการสร้างสถานะการณ์จำลองขึ้นมา เพื่อดูลักษณะเนื้อเยื่อบาดแผลที่เกิดขึ้นจากผลของการยิงในอาวุธปืนแต่ละแบบ และบังเอิญมากๆที่อิงฟ้าดันมีความชำนาญด้านนี้จากการต่อยอดวิชาด้านสาขาที่เรียนมาจากการร่วมงานในกองทัพ และวันนี้เขาต้องมาขอให้คุณเธอช่วย!

 

“วางงานก่อนสักแป๊ปได้มั้ยขวัญ” ขวัญรดามีชื่อเดิมว่าอิงฟ้า แต่ไม่รู้ทำไมหญิงสาวกลับไม่ชอบชื่อนั้นและเปลี่ยนมาใช้ชื่อขวัญรดาแทน

“ไม่!”

“ผมขอร้อง”

“เอ๊ะ หมวดนี้ยังไง๋ฟังปาสาคนบ่าฮู้เรื่องก่อ”

“หยุดพ้นภาษาเหนือก่อนได้มั้ย”

“ฮาบ่มีเวลามาอู้กับสูเน้อ กะบอกแล้วว่าบ่ฮื่อว่างช่วงนี้ ถ่อมายะหยังเถิงนี่ก็บ่ฮู้”

“...”

“หมวดบ่เข้าใจ๋ก่อ ฟังฮาเน้อ หมวดก็ฮู้ว่าฮาบ่อยากวุ่นวายกับเฮื่องของทางการบ่าว่าเฮื่องได๋ก่ะตาม หมวดมาหาผิดคนแล้วเน้อ”

“แต่เรื่องนี้มันสำคัญนะขวัญ”

“แค่ตำรวจนอกคอกโดนใครก็ไม่รู้ยิงตายห่า เดือดร้อนอะไรกันนักกันหนา สองคนนั้นตายแผ่นดินสูงขึ้นตั้งเยอะ”

“แต่ไออาร์กับผู้กองคามินจะซวยเพราะถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับเรื่องนี้นะ”

“สองคนนั้นไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าพัวพัน แต่เพราะเป็นต้นเรื่องของเรื่องนี้ต่างหากมั้ง”

“คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ไง” วิษุวัตถามอย่างนึกแปลกใจ ที่คนที่วันๆอยู่แต่กับต้นกุหลาบกลับรู้เรื่องที่พวกเขาทำกันลับหลังทางการ

“เฮ้อ” ขวัญรดาถอนหายใจราวกับกำลังพูดอยู่คนที่โง่สุดในสยาม

“ขวัญ” ชายหนุ่มเรียกซ้ำอีกครั้งหลังจากที่อีกฝ่ายทำหน้าเหม็นเบื่อแล้วเงียบไป

“ตามมา จะได้จบๆ” หญิงสาววางงานตรงหน้าลงแล้วเรียกคนงานมาสั่งงานก่อนจะเดินนำร่างสูงของวิษุวัตไปอีกทาง

วิษุวัตได้แต่มองตามอย่างนึกปลง ไปไหนก็ไปวะ

 

ขวัญรดาพาเขาที่ไหนไม่รู้ รู้แค่ว่าที่นี่เป็นไร่ชาที่ดูกว้างสุดสายตา บ้านไม้แบบคันทรีหลังงามที่อยู่หลังม่านต้นไม้ที่ปลูกขึ้นเป็นฉากบังตา ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านบนเขาของพวกฝรั่ง โฟล์วิลคันใหญ่จอดลงที่หน้าบ้าน เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกว่าเก๋งหลายเท่าเรียกให้คนในบ้านต้องเดินออกมาดู

ทันทีที่สายตาปะทะกับร่างสูงของผู้ชายที่ก้าวออกมาจากตัวบ้าน ดวงตาคมของวิษุวัตก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ ไอ้แสงฉาน! ชายหนุ่มหันขวับไปมองคนพามา แต่หญิงสาวหาได้สนใจยังเปิดประตูรถเดินลงไปหาอีกคนหน้าตาเฉย หรือ ขวัญรดาจะไม่รู้ว่านั้นคืออาชญากร แต่...

“ลงมาเถอะหมวด ไม่มีอะไรหรอก” เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นที่ข้างหน้าต่างฝั่งทางเขาเรียกให้วิษุวัตหันไปมอง

“เฮ้ย!” บุคคลที่ยืนอยู่นอกรถทำเอาเจาถึงกลับสะดุ้ง ผู้รชนนท์!! มาไงเนี่ย

“ลงมาเถอะหมวด” รชนนท์ชวนซ้ำอีกที

“หมวด! ถึงที่นี่จะเป็นเชียงรายแต่ก็ร้อนชิบหายไม่แพ้กรุงเทพฯนะ มาคุยกันในบ้านเถอะ” ขวัญรดาตะโกนเรียกอีกครั้ง ได้ยินอย่างนั้นวิษุวัตก็หันไปมองหน้ารชนนท์อีกที ฝ่ายนี้ก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกให้ทำตาม วิษุวัตยอมลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้านตามหัวหน้าตชด.หนุ่มเงียบๆ

“นั่งก่อนสิครับหมวดวัต” แสงฉาน มั้งนะ ผายมือเป็นการเชิญชวนเขาให้นั่งเมื่อทั้งหมดเคลื่อนขบวนมาถึงตรงห้องนั่งเล่นของบ้าน

“นี่ผู้กองเก้าทัพ นายทหารนอกราชการสังกัดทัพบก” รชนนท์แนะนำอีกคนให้วิษุวัตรู้จัก

“ห่ะ”

“ผู้กองเขาเป็นฝาแฝดคนพี่ของแสงฉาน ถ้าคุณสงสัยอ่ะนะ” ขวัญรดาที่นั่งอยู่โซฟาอีกตัวฝั่งตรงข้ามเขาบอก

“หือ” นายตำรวจกองสืบเลิกคิ้วสูงหน้ายุ่งเมื่อได้ยินอย่างนั้น

“ฝาแฝด”

“เออ”

“แล้วแสงฉาน”

“ถูกนายเทเวศยิงที่หมู่บ้านพรานนั้นแหละ” พี่ชายฝาแฝดของแสงฉานตอบ

“เอ่อออ แล้วพวกผู้กำกับรู้เรื่องนี้ใช่มั้ยครับ” วิษุวัตหันไปถามเอากับรชนนท์

“รู้ พวกเขาอยู่ในเหตุการณ์” แล้วทำไมไม่บอกไอ้วัตกันอ่ะ?

“ว่าแต่นะขวัญ” เหมือนเขาเองเพิ่งจะนึกอะไรได้

“คุณพาผมมาที่นี่ทำไม”

“คุณมาเพราะเรื่องการตายของสองนายพลไม่ใช่เหรอ หื้อ ลองถามเก้าทัพดูสิ เผื่อจะเปิดโลกคุณมากขึ้น” คนฟังหันไปหาอีกคน ตอนนี้วิษุวัตยังมึนอยู่ เมื่อรู้ว่าอาชญากรตัวร้าย ที่มีค่าหัวแพงติดท็อปเท็นของทางการอย่างแสงฉาน ดันมีพี่ชายฝาแฝดเป็นทหารยศผู้กอง

“เหมือนพวกคุณจะรู้อยู่แก่ใจว่าทั้งสองคนไม่ได้ฆ่าตัวตาย”

“ถ้าพูดกันตามจริงก็ต้องบอกว่า รู้อยู่แล้วว่าถ้านายเทเวศตาย สองคนนั้นก็หมดสิทธิ์มีชีวิตต่อ” เก้าทัพบอก

“ทำไม”

“ช่วงที่ผมแฝงตัวเป็นแสงฉานอยู่ในเครือข่ายของมาเตต ก็พอจะมองเห็นโครงสร้างขององค์กรของพวกมันในระดับนึง นอกจากมาเตตแล้ว ในเครือข่ายนี้ยังมีขั้วอำนาจอีกทางที่ถ่วงดุลย์อยู่”

“งั้นก็เป็นไปได้ว่า คนที่ฆ่าเป็นคนของขั้วอำนาจฝั่งนั้น”

“ผมไม่แน่ใจ”

“อ้าว”

“คุณก็เห็นลักษณะการลงมือแล้ว มันไม่ใช่ฝีมือของมือปืนทั้วไปแน่ๆ”

“ทำไมคุณรู้” วิษุวัตหน้ายุ่งอีกหน

“ผมเป็นทหารนะหมวดอย่าลืม ลักษณะการลงมือแบบนั้น บอกได้ว่าคนทำต้องโดนฝึกมาในระดับนึง”

“แต่เป็นระดับที่ดันทิ้งหลักฐานไว้เพียบ” ขวัญรดาพูดขึ้นมาลอยๆจนทุกสายตาต้องหันไปมอง

“คิดอีกแง่ ผมว่าเขาจงใจทิ้งเศษขนมปังให้พวกเราตามไปมากกว่า” วิษุวัตบอกสิ่งที่ตนเองคิด

“ผมก็รู้สึกแบบนั้น” รชนนท์บอก

“ตอนนี้ผมอยากรู้ว่าท่านพร้อมถูกใช้อาวุธอะไรในการสังหาร หมอเมฆที่มาช่วยบอกเลยว่าไม่ใช่อาวุธที่พบในที่เกิดเหตุ”

“เมฆพรรษ?” เก้าทัพเรียกชื่อคนที่เขาเอ่ยถึงได้อย่างถูกต้องจนวิษุวัตเองยังงง

“ผู้กองรู้จักหรือครับ” ถึงจะยังมึนกับฐานะที่แท้จริงของคนตรงหน้า แต่เวลาแบบนี้จะมัวมานั่งสงสัยก็ไม่สะดวกนัก เอาเป็นว่ายอมรับไปก่อนแล้วกันว่าอีกคนไม่ใช่คนร้าย

“เมฆพรรษ ฉายาเมขลาล่อแก้ว เรื่องนี้คนในกองทัพรู้จักกันดี” เก้าทัพว่า

“ห่ะ” ทั้งสามคนที่เหลืออุทานพร้อมกัน

“ฉายาอะไรนะ” รชนนท์ถามขึ้น

“ฮ่าๆๆๆ ทำไมทำหน้างั้น”

“เก้า คุณว่าคุณรู้จักคนที่หมวดพูดถึงงั้นเหรอ”

“มือดีของกรมสรรพาวุธ แปลกใจนะที่หมวดไม่รู้จัก” เก้าทัพหันไปพูดกับอีกคน

“ผมไม่ใช่สารานุกรมกลาโหมอย่างไออาร์นะครับจะได้รู้จักทุกคน”

“คำนี้คุ้นๆ เหมือนอัยย์ศลาเคยพูด” รชนนท์ว่า

“ใช่ ตอนอยู่ที่หมู่บ้านเธอพูดตอนที่ใครสักคนถามว่า เธอไม่รู้จักผมหรอ ประโยคเดียวกันเลย”

“อื้อหือ หมวด สมแล้วที่เป็นศิษย์เอกของไออาร์” ขวัญรดาแซวข้ามโต๊ะมา

“กลับมาเรื่องท่านพร้อมก่อน” เป็นวิษุวัตที่ชวนกลับมาเรื่องเดิม

“เมฆพรรษเชี่ยวชาญเรื่องอาวุธที่สุดแล้ว ถ้าเขาเจอว่าไม่ใช่อาวุธตัวเดียวกัน ก็ต้องตามนั้น แต่เดี๋ยวก็หาได้เองแหละว่าเป็นอาวุธชนิดไหน”

“ว่าก็ว่าเถอะหมวด แล้วทำไมถึงต้องมาหาขวัญ” รชนนท์ถาม

“เราไม่สามารถใช้คนในเพื่อทำงานนี้ครับ สารวัตรนิธิเลยเสนอให้ใช้คนนอกที่เก่งเรื่องพิสูจน์หลักฐานและวิเคราะห์คดี ผมเลยนึกถึงขวัญขึ้นมา”

“งานงอกเลยฉัน” ขวัญรดาว่า

“จริงๆหัวหน้าคุณคิดถูก” เก้าทัพเห็นด้วย

“ทำไม”

“คุณก็เห็นแล้วนี้นนท์ ว่าข้างในไม่ได้ใสสะอาด เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ถ้าใช้คนในเดี๋ยวก็โยนบิดเบือนหลักฐานอีก คนที่จะซวยคือทีมผู้กำกับองคตนั้นแหละ”

“อ่า ก็จริง”

“แล้วผมต้องทำไง” คนมียศต่ำสุดถามขึ้น

“เล่นตามเกมส์” เป็นเก้าทัพที่หันมาบอกยิ้มๆ

 

 

ไรท์ // โอ้ยยยย อย่าว่าแค่คนอ่านซีเรียสนะ คนแต่งก็เครียดเด้อ ช่วงนี้อาจไม่มีบทหวาน เว้นน้ำตาลบ้างเดี๋ยวเบาหวานขึ้น เป็นอันว่าเรื่องนี้เขาจะรวมทีมกันปิดคดีนะคะ จะได้จบไปเป็นคดีๆ

 

ตอนแรกก็กะจะแต่งแนวใสๆ (?) หวานๆ (?) น่ารักๆ (?) ก็ไม่พ้นแนวนี้อยู่ดี ฮ่าๆๆๆ อย่าเพิ่งว่ากันนะ จะพยายามให้ครบทุกรสชาติสัญญา แต่ถ้าใครมาสายดาร์กดราม่าน้ำตาท่วมจอ กดผ่านได้เลยจ้า

 

ปล. ย้ำชัดๆอีกที หน่วยงานที่ถูกเอ่ยถึงในเรื่องเป็นเพียงการสมมุติจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ไม่ได้มีอยู่จริง ทั้งนี้ผู้เขียนขอแจ้งอีกครั้งว่า ไม่มีเจตนาทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อผู้ใดทั้งสิ้น ผิดพลาดประการใดผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว