ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 เป้าหมาย 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 เป้าหมาย 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2559 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 เป้าหมาย 50%
แบบอักษร

               สาวร่างสูงเพรียวโดดเด่นด้วยผิวขาวที่ได้มาจากแม่ชาวฝรั่ง รับกับใบหน้าสวยคมที่ได้จากพ่อชาวไทย สวมเดรสขาวแขนยาว สั้นเหนือเข่า ประดับด้วยลายปักลูกไม้สีน้ำเงินสไตล์ตะวันตก เข้ารูปพอดีกับหุ่นสุดเซ็กซี่ดีกรีนางแบบแถวหน้า ที่ไม่ว่าหญิงหรือชายที่ได้เห็นก็ไม่อาจจะละสายตายจากแรงดึงดูดนี้ได้

              “มุกอยู่ไหม” 

               หญิงสาวท่าทางร้อนรนเดินมาหยุดหน้าโต๊ะเลขาฯ บรรณาธิการบริหารนิตยสารบันเทิงยอดทะลุฟ้า แซ่บโซไซ 

               รังสีความเดือดพล่านของสาวทรงเสน่ห์ตรงหน้าทำให้เลขาฯ หน้าห้องถึงกับลนลานหัวหด หวั่นๆ ว่าคำตอบที่ให้อาจจะทำให้เธอโดนสะเก็ดจากระเบิดที่พร้อมจะปะทุลูกนี้เข้าไปด้วย

               “อยู่ อยู่...อยู่ที่ห้องประชุมเล็กค่ะ แต่...แต่...ว่าคุณมุกกำลัง...” 

               ยังไม่ทันที่เลขาฯ หน้าห้องจะพูดจบ นางแบบสาวก็พุ่งตัวไปยังสถานที่เป้าหมายทันที โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านไล่หลังที่ตามมาของแม่เลขาฯ แว่นหนาเตอะแม้แต่น้อย จะให้ช้าอยู่ได้ยังไงล่ะ เรื่องร้อนใจของเช้าวันนี้กำลังจะทำให้เธออกแตกตายอยู่รอมร่ออยู่แล้ว

               “ไอ้มุก! แกต้อง...” 

               เสียงพูดที่ขัดจังหวะการประชุมกะทันหันทำให้ทุกสายตาหันมองสาวเจ้าเป็นตาเดียว เว้นแต่สาวร่างสูงแต่งกายทันสมัยเพียงคนเดียวที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แล้วตวัดดวงตาคมที่กรีดอายไลเนอร์เส้นดำสนิทให้ดูโฉบเฉี่ยวไปที่ต้นเสียง

               “บรีฟงานอยู่แก” มุกมณี บรรณาธิการสาว เพื่อนรักสมัยมัธยมของเกล็ดดาวบอกเสียงเรียบ ด้วยความเคยชินกับอาการหุนหันพลันแล่นของเกล็ดดาว ทำให้เธอไม่ตกใจมากนักกับการปรากฏตัวกะทันหันแบบนี้ 

               ดูจากสีหน้าจะเป็นจะตายของเพื่อนสาว ประเมินได้เลยว่าถ้าเธอไม่รีบจัดการเรื่องตรงหน้าแล้วละก็ มีหวังได้หูแตกกันทั้งบริษัทเป็นแน่ “โอเค ขอห้านาที แกไปรอฉันที่ห้องเลย” 

 

               “ว่ายังไงค้า คุณไฮโซเกล็ดดาว แม่นางแบบสุดฮอตของฉัน คราวนี้ไปมีเรื่องอะไรมาอีกล่ะ ลมถึงได้หอบแกมาถึงนี่แต่เช้าเลยเนี่ย” มุกมณีส่งเสียงทันทีที่เปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่ค่อยจะได้เป็นส่วนตัวเท่าไร เพราะบรรดาแก๊งสาวโสดเพื่อนรักมักจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ เหมือนเช่นตอนนี้ แม้ว่ามุกมณีจะไม่เห็นตัวแขกคนเมื่อครู่ แต่เธอรู้ดีว่าที่ประจำของเพื่อนสาวคือตรงไหน

               เกล็ดดาวซึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำงานของเพื่อน เอี้ยวตัวหมุนเก้าอี้กลับเพื่อตอบต้นเสียงด้วยสีหน้าเบื่อโลก “หึ! ลมถังแตกมั้งแก” นางแบบสาวกลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์...และยังไม่ทันขาดคำประตูห้องทำงานก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของสาวมั่นนักวางแผนประจำกลุ่ม ‘พิมพ์ขวัญ’

               “ไหนๆ เรื่องสำคัญอะไร ถ้าไม่คอขาดบาดตายจริง ฉันจะบีบคอแกไอ้ดาว นี่ฉันต้องทิ้งงานมาเลยนะ” 

               เจ้าของห้องหันมองต้นเสียงด้วยอาการเซ็งๆ เล็กน้อย ที่พิมพ์ขวัญพรวดพราดเข้ามาโดยไม่มีการเคาะประตูหรือส่งสัญญาณใดๆ

               “นี่มันห้องบรรณาธิการบริหารหรือเซเว่นหน้าปากซอยกันล่ะเนี่ย” มุกมณีอดบ่นไม่ได้

               “ฉันโทร. ตามไอ้พิมพ์มาเอง อ้าว แล้วไอ้ลี่ล่ะพิมพ์ ฉันบอกให้แกแวะรับไอ้ลี่มาด้วยไง” 

               “แวะรับกับผีน่ะสิ ฉันโทร. ไป ไอ้ลี่มันเพิ่งตื่น ใกล้แค่นี้เดี๋ยวตามมา”

               “มาแล้วค่ะ คุณหนูลิลลี่มาแล้วค่ะ” 

               ประตูถูกผลักออกอย่างกะทันหันอีกครั้งพร้อมด้วยเสียงแจ๋วของสาวหมวยร่างเล็กดังขึ้น ทำให้ทุกคนในห้องหันไปมองตามเสียงทันที 

               เจ้าตัวถอดแว่นกันแดดออกพร้อมกับเท้าสะเอว “พวกแกไม่ต้องมาทำสายตาอย่างนั้นเลย นี่ฉันรีบบึ่งมาเลยนะ” 

               “อื้อหือ เชื่อแล้วจ้ะว่ารีบจริง หน้านี่สดมาเลย” พิมพ์ขวัญว่าพร้อมยิ้มขำๆ เล็กน้อย 

               ลิลลี่สะบัดหน้าค้อนเพื่อนก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟาที่พิมพ์ขวัญนั่งอยู่ก่อนแล้ว

               “อ้ะ ครบองค์ละ มีอะไรแกรีบว่ามาเลยไอ้ดาว ฉันมีงานต้องทำต่อ” มุกมณีนั่งลงบนที่เท้าแขนของโซฟาพร้อมยกขาขึ้นไขว่ห้าง 

               เกล็ดดาวเดินออกจากโต๊ะทำงานของเพื่อนแล้วนั่งลงตรงโซฟาเดี่ยวข้างๆ หญิงสาวสูดหายใจลึกคล้ายจะตั้งสติและลำดับเหตุการณ์ ก่อนมองสบตาเพื่อนทั้งสามด้วยสีหน้าจริงจัง ซึ่งดูจริงจังมากจนสามสาวที่เหลือต้องละทุกความสนใจแล้วหันมาหาเธอแทน

               “คืออย่างงี้...” 

               นางแบบสาวเริ่มเล่าเรื่องราวที่เธอเพิ่งประสบเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ด้วยทุกอารมณ์ที่เธอจะบรรยายออกมาได้ในตอนนี้ ‘เพื่อน’เป็นที่พึ่งเดียวที่เธอนึกถึง 

               สี่สาว ‘แก๊งชะนีคุณภาพ’ อันที่จริงคือชื่อเรียกปลอบใจตัวเองแทนคำว่า ‘ก๊วนสาวโสด’ นั่นละ พวกเธอทั้งสี่ใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันสมัยเรียนมัธยมที่เมืองไทย ลากยาวยันเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ เหตุการณ์มากมายที่เคยฟันฝ่ามาด้วยกันทำให้ทั้งสี่รักและเข้าใจตัวตนของแต่ละคนเป็นอย่างดี 

               และเกล็ดดาวก็เชื่อว่าเพื่อนทั้งสามจะไม่ปล่อยให้เธอเผชิญจุดพลิกผันในชีวิตครั้งนี้เพียงลำพังอย่างแน่นอน

               “จับผู้ชาย!” สามสาวประสานเสียงโดยไม่ได้ตั้งใจหลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด

               “โอ้มายก๊อด! ไอ้ดาวของฉันจะมีผัวเป็นตัวเป็นตน” ลิลลี่เอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือทาบอก

               “ไอ้ลี่ ไม่ตลก” เกล็ดดาวหันไปเอ็ดเพื่อนรัก 

               คนถูกดุกลับยิ้มหน้าทะเล้นตามสไตล์สาวหมวยผู้ไม่เคยเดือดเนื้อร้อนใจอะไรกับใครเขา

               “นี่แกแน่ใจว่าเรื่องล้มละลายเนี่ยพ่อแกไม่ได้พูดเล่น ฉันละไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยจริงๆ นะ” บรรณาธิการสาวยกมือขึ้นเสยผมสั้นประบ่าของเธอ และเผยให้เห็นแววตาที่ดูจริงจัง

               “มันใช่เรื่องเอามาล้อเล่นได้เหรอ” แน่นอนว่าคนที่ดูเครียดที่สุดคงเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่สาวต้นเรื่อง

               “อืม...ก็ไม่”

               “แล้วนี่แกจะเอายังไงดาว จะสู้หรือจะถอย” พิมพ์ขวัญ สาวเจ้าของบริษัทออร์แกไนซ์ชื่อดังถามขึ้นอย่างเป็นห่วง 

               เกล็ดดาวหันมองเพื่อนด้วยแววตาถอดใจ ตามด้วยการกระตุกยิ้มที่มุมปาก ซึ่งเพื่อนสาวรับรู้ได้ดีว่านั่นคือรอยยิ้มของการประชดชีวิต

               “ระหว่างผู้หญิงหน้าเงินกับลูกอกตัญญู เป็นแก แกจะเลือกเป็นอย่างไหนล่ะ”

               “ฉันเข้าใจแกนะดาว แต่การที่จะต้องทนอยู่กับคนที่เราไม่ได้รักไปตลอดชีวิต แกจะไหวเหรอ” 

               พิมพ์ขวัญยื่นมือไปจับมือเพื่อนอย่างห่วงใย ออร์แกไนเซอร์ที่ผ่านการจัดงานแต่งมานักต่อนักอย่างเธอรู้ดีว่าคำว่า ‘แต่งงาน’ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

               “ยืนจ่อปากเหวขนาดนี้แล้ว ไม่ไหวได้เหรอคะคุณพิมพ์ขวัญ เฮ้อ...นี่ถ้าฉันเกิดเป็นลูกตาสีตาสาก็คงจะดี จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องหน้าตา ชื่อเสียง เงินทองอยู่แบบนี้”

               “แหมๆ อยากจะเกิดเป็นลูกตาสีตาสาก็ช่วยก้มดูส้นสูงคริสติยอง ลูบูแตง เดรสเข้ารูปจากวาเลนติโน กระเป๋าแอร์เมส นี่ยังไม่นับต่างหูชาแนลกับสรรพสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าแกนะ ทั้งตัวแกเนี่ยซื้อคอนโดฯ ได้ละมั้ง!” 

               มุกมณีเอื้อมมือไปใช้ปลายนิ้วชี้เชยคางเกล็ดดาวให้สบตาเธอ “ไหนลองบอกมาสิจ๊ะแม่เกล็ดดาวเพื่อนรัก ยังอยากจะเป็นลูกตาสีตาสาอยู่ไหม”  

               คำประชดประชันของมุกมณีทำให้เกล็ดดาวถึงกับต้องซี้ดปากและส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป 

 

               “เอิ่ม ไม่แล้วก็ได้”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว