email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 20 ตัวแทนแห่งความรัก

ชื่อตอน : บทที่ 20 ตัวแทนแห่งความรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 455

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2563 14:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20 ตัวแทนแห่งความรัก
แบบอักษร

ปลายนิ้วเรียวขยับเล็กน้อย ประสาทสัมผัสเริ่มกลับมา ดวงตากลมโตค่อยๆปรือเปิดขึ้น ก่อนที่จะรู้สึกเจ็บแปลบที่ตรงช่วงใต้อก “...อืม อึก!”

“พวกเจ้า! ไปตามหมอหลวงกวานมาเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงคุ้นเคยของใครบางคนทำให้จื่อหลันรีบปรับสายตาตนเอง อยากรู้ว่าตนนั้นไม่ได้ฝันไป

“เพคะ หวงโฮ่ว” เสียงนางกำนัลขานรับ ยิ่งทำให้คนที่นอนอยู่แน่ใจว่าเป็นผู้ใด

“หลันเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? เจ็บตรงไหนรึ?” คำถามที่เข้ามาพร้อมกับสัมผัสอันอ่อนโยนและนุ่มนวล ยิ่งทำให้จื่อหลันมันใจว่าตนไม่ได้ฝันไปอย่างแน่นอน

“เสด็จแม่...เสด็จแม่! อึก!” เมื่อภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าชัดเจนแล้ว จื่อหลันไม่สนใจความเจ็บปวดจากบาดแผล โผเข้ากอดผู้เป็นมารดาแน่น

“ไม่เป็นไรแล้วนะ หลันเอ๋อร์ เจ้าปลอดภัยและลูกของเจ้าก็ปลอดภัยเช่นกัน” อวี่ชิงกอดตอบ มือบางลูบหลังของโอรสของตนเพื่อปลุกปลอบความขุ่นมัวในใจของอีกฝ่าย

“ฮึก...ลูก…” น้ำตาใสไหลรินอาบแก้มนวล เสียงสะอึกสะอื้นไห้ ยิ่งทำให้ผู้เป็นมารดาปวดหัวใจยิ่งนัก

“เด็กดี ไม่ร้องไห้นะ เจ้ากำลังจะเป็นแม่คนแล้ว...ดูสิ ยังขี้แยเป็นเด็กไปได้” อวี่ชิงลูบผมนุ่มสลวยของโอรส ก่อนจะเกลี่ยซับน้ำตาให้อีกฝ่าย เขารู้ดีว่าโอรสของเขาคนนี้ต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน

“...เสด็จพ่อ…” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพระมารดาอาจจะไม่ได้มาแค่คนเดียว ริมฝีปากบางเลยเอ่ยถึงบุคคลสำคัญอีกคนนึง ที่ทำให้เขารู้สึกกลัว กลัวว่าเสด็จพ่อของเขาจะสั่งลงโทษท่านแม่ทัพ

“เสด็จพ่อของเจ้าไม่ได้มาด้วย เจ้าไม่ต้องกังวลไป แม่มากับหมอหลวงกวาน อี้เอ๋อร์และหมินเอ๋อร์เท่านั้น” อวี่ชิงรู้ความคิดของโอรสเป็นอย่างดี จึงรีบเอ่ยตอบเพื่อคลายความกังวลของอีกฝ่าย

“แล้ว…” จื่อหลันเอ่ยต่อ

“ท่านแม่ทัพก็ยังอยู่ มู่จินกับหรงเอ๋อร์ก็อยู่ที่นี่ด้วย แต่หมอหลวงยังไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาเยี่ยมเจ้า มีแม่เพียงคนเดียวที่เข้ามาเยี่ยมเจ้าได้” แล้วอวี่ชิงผู้เป็นมารดาก็ยังคงตอบราวกับอ่านใจได้

“...แล้ว”

“หลินเอ๋อร์ก็ยังอยู่ที่นี่ เขาอยากจะมาหาเจ้าเพื่อขอโทษ...ยังไงเสีย หลินเอ๋อร์ก็ยังเป็นพ่อของเด็กคนนี้ สายเลือดนี้คงไม่มีวันตัดให้ขาดได้หรอก” อวี่ชิงยกยิ้มกับความเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าห่วงตัวเองของโอรรสของตน

“ลูกเข้าใจพะย่ะค่ะ” จื่อหลันเข้าใจดี ยังไงเด็กในครรภ์ของเขาคนนี้ก็คือลูกของหงหลิน ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้

“แม่ให้เจ้าตัดสินใจด้วยตัวเอง จะไม่ให้เสด็จพ่อบังคับเจ้าเด็ดขาด” อวี่ชิงรู้ดีว่าจื่อหลันกลัวว่าความบาดหมางของเยี่ยนเฟยกับหงหลิน จะทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจลำบาก

“ลูก...อยากชดเชยให้ท่านแม่ทัพ...แต่ก็ไม่อาจจะเคียงคู่กับเขาได้” จื่อหลันสับสน เขารักเซียวเหยียน แต่เพราะเขาตั้งครรภ์ ความสัมพันธ์ในอนาคตจึงมิอาจจะสานต่อได้

“ยังไม่ต้องรีบตัดสินใจ เจ้าพักผ่อนให้ดี อย่าเพิ่งคิดอะไรให้กระทบกระเทือนถึงลูกในท้องของเจ้าเลย” อวี่ชิงลูบหัวโอรส เขารู้ดีว่าจื่อหลันกำลังสับสน นั่นเป็นเพราะความสัมพันธ์กับหงหลินราวกับพี่น้องท้องเดียวกัน โอรสของเขาจึงไม่อาจจะตัดขาดกับอีกฝ่ายได้ และเป็นเพราะรักเซียวเหยียนมาก ก็ทำให้จื่อหลันละอายเกินที่จะรั้งความสัมพันธ์ต่อไปได้ ผู้เป็นมารดาอย่างเขาก็ทำได้เพียงแค่ให้กำลังใจเท่านั้น มิอาจจะบังคับจิตใจของโอรสได้

 

“อือ…” ดวงเนตรกลมปรือตาเปิดรับแสงสว่าง พลันร่างกายถูกพยุงขึ้นนั่งอย่างเบามือ แผ่นหลังบางเอนอิงแนบชิดกับอกของใครบางคน

“เจ้าตื่นแล้วหรือ?” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงไปด้วยความห่วงใย

“หงหลิน…” น้ำเสียงอันคุ้นเคย ใบหน้าหล่อเหลางดงามของคนด้านหลัง ทำให้จื่อหลันเอ่ยเรียกตามความคุ้นเคย

“มา มาดื่มโอสถก่อน เดี๋ยวจะเย็นเสียหมด” มือเรียวเอื้อมไปหยิบชามใส่โอสถขึ้นมาป้อนคนในอ้อมกอด จื่อหลันอ้าปากรับโอสถอย่างว่าง่าย

“ข้า…” เมื่อโอสถพร่องหมดจนเกลี้ยง ร่างบางจึงคิดจะเอ่ยบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ แต่กลับถูกหงหลินเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน

“ข้าขอโทษ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เจ้าลำบาก ความเห็นแก่ตัวของข้า จึงทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บและทุกข์ใจ ข้าขอโทษนะ จื่อหลัน” น้ำเสียงคล้ายจะสั่นเครือ มือเรียวกำแน่น

“หงหลิน...ข้าก็ขอโทษ ที่ข้าไม่อาจจะอยู่เคียงข้างเจ้าได้…” จื่อหลันตัดสินใจเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา แม้จะทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดมาก แต่ก็มิอาจจะหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปแล้ว และก็เป็นเช่นดังคาด หงหลินชะงักงันราวกับถูกตอกตรึง แต่เมื่ออีกฝ่ายสูดหายใจหนักๆเข้าหนึ่งครั้ง ความแข็งเกร็งก็พลันหายไป

“...ข้าสัญญา ว่าข้าจะไม่ทำให้เจ้าเสียใจอีก ข้าจะไม่รั้งเจ้าไว้ ขอให้เจ้าวางใจ…” หงหลินเอ่ยออกมา หลังจากที่เงียบอยู่ครู่หนึ่ง ริมฝีปากนุ่มกดจูบบนกลุ่มเส้นผมของคนในอ้อมกอด นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้สัมผัสแบบนี้กับคนที่เขารัก

จื่อหลันเอื้อมมือไปกอบกุมมือเรียวของอีกฝ่ายไว้ แล้วบีบเบาๆ “หงหลิน...เด็กคนนี้จะอยู่กับเจ้า…”

“!?...เจ้าหมายถึง?” หงหลินตกใจกับคำพูดของร่างบาง จับอีกฝ่ายให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับตน

“แม้ข้าไม่อาจจะอยู่เคียงข้างเจ้าได้ แต่เด็กคนนี้จะอยู่เคียงข้างเจ้าแทนข้า…” จื่อหลันเอ่ยพลางยกมือขึ้นลูบแก้มของอีกฝ่าย แววตาจริงใจเด็ดเดี่ยวฉายชัดออกมา เขาได้ตัดสินใจแล้วที่จะให้ลูกไปอยู่กับหงหลินผู้เป็นบิดา แม้ในใจของจื่อหลันจะมีท่านแม่ทัพอยู่เต็มหัวใจ แต่ก็ยังมีเศษเสี้ยวหนึ่งที่เป็นที่สำหรับคนตรงหน้านี้ อาจจะเป็นเพราะคนคนนี้เป็นพ่อของลูกในท้องของเขาก็เป็นได้ ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่ดำเนินมาตั้งแต่เด็ก การร่วมเรียงเคียงหมอนเพียงชั่วข้ามคืนก็ไม่อาจให้ปฏิเสธความจริงนั้นได้ ว่าพวกเขานั้นเคยมีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยากัน

“ขอบคุณ...ขอบคุณนะ จื่อหลัน” น้ำตาสีใสไหลรินออกมาจากดวงเนตรสวย หงหลินกอดจื่อหลันแน่น ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของอีกฝ่าย เขารับรู้แล้วว่า จื่อหลันได้เลือกแล้ว เลือกคนที่จะเดินเคียงคู่ไปด้วยกันแล้ว เขาก็จะยอมรับการตัดสินใจของอีกฝ่าย ถ้าจื่อหลันมีความสุข เขาก็จะมีความสุขไปด้วย แล้วเขาจะรักและปกป้องลูกของเขาคนนี้ให้ดีที่สุด เขาสัญญาด้วยชีวิต

 

 

 

“ท่านแม่ทัพ…” ใบหน้างามเงยขึ้นมองบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเตียง ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมแต่แววตากลับสั่นไหว ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนใดๆ

“...” ร่างสูงยังคงเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด

“ข้าขอโทษ…” จื่อหลันหลุบตาลง ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา แล้วจึงหันกลับหลังตะแคงตัวเพื่อนอน เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงโกรธเขามาก และตัวเขานั้นก็รู้ความผิดของตัวเองดี แต่ยังไม่ทันได้ล้มตัวลงนอน มือหนาก็คว้าร่างบางเข้าไปกอดแน่น

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขอกระหม่อมอยู่แบบนี้สักพักเถิดพะย่ะค่ะ” เสียงสั่นเครือพร้อมกับอาการสั่นเทาของร่างสูงทำให้ ทำให้ร่างบางไม่อาจจะเอ่ยสิ่งใดต่อไปได้

“...อืม” มือเรียวเคลื่อนไปลูบแผ่นหลังกว้างอย่างแผ่วเบา ราวกับจะปลอบคนที่กำลังร้องไห้อยู่

“กระหม่อมแทบจะขาดใจ องค์ชายอย่าทำแบบนี้อีกนะพะย่ะค่ะ” เมื่อเซียวเหยียนหาเสียงของตัวเองได้ จึงเอ่ยกับคนในอ้อมกอด

“ข้า...จะไม่ทำ…” จื่อหลันรับปาก แต่ก็ไม่อาจจะสัญญาได้ เพราะการที่เขาอยากจะปกป้องใครสักคน แม้แต่ชีวิตเขาก็ยอมเสียสละได้ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็น ‘หงหลิน’ หรือคนตรงหน้าก็ตาม

“กลับแคว้นซ่งพร้อมกระหม่อมเถิดพะย่ะค่ะ กระหม่อมพร้อมจะดูแลองค์ชายและเด็กคนนี้ จะรักและปกป้องคุ้มครองเขาให้เหมือนกับลูกแท้ๆของกระหม่อมเอง” เซียวเหยียนจับไหล่บางให้หันมามองตน แววตาเด็ดเดี่ยวพร้อมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อคนตรงหน้า และพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน

จื่อหลันก้มลงมองหน้าท้องกลมของตน มือเรียวลูบไปมาอย่างรักใคร่ “ขอบคุณท่านแม่ทัพ แต่เด็กคนนี้คงต้องไปอยู่กับพ่อแท้ๆของเขา”

“องค์ชายหมายถึง…?” เซียวเหยียนชะงักงัน มือหนาเริ่มสั่นเทาอีกครั้ง ในใจรู้สึกกระวนกระวาย จากประโยคที่จื่อหลันเอ่ยออกมา นั่นหมายความว่า ‘จื่อหลันกำลังจะไปอยู่กับหงหลิน’

“เมื่อข้าคลอดแล้ว ข้าจะมอบเด็กคนนี้ให้หงหลิน ข้ามิอาจจะให้หงหลินต้องเจ็บปวดและเดียวดาย แม้เขาจะทำผิดต่อข้า แต่เขาทำผิดไปก็เพราะข้า” เมื่อจื่อหลันเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้า จึงรีบเอ่ยต่อเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความเข้าใจผิด

“เมื่อองค์ชายตัดสินพระทัยแล้ว กระหม่อมก็พร้อมน้อมรับพะย่ะค่ะ” รอยยิ้มบางฝุดขึ้นบนริมฝีปากหยัก เซียวเหยียนรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังพองโต ในเมื่อจื่อหลันเลือกเขา เขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่ออีกฝ่าย

“ท่านอย่าผูกใจแค้นหงหลินเลยนะ ถึงแม้เขาจะเป็นคนเอาแต่ใจ แต่เขาก็เป็นดี…” มือบางยกขึ้นแตะใบหน้าคม ดวงเนตรกลมฉายแววจริงใจ

“พะย่ะค่ะ” เซียวเหยียนรับคำ ก่อนจะเชยคางมนให้ขึ้นมารับจูบของตน จูบที่แสนจะอ่อนโยนและอบอุ่น ความรักที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ เขาพร้อมที่จะมอบให้กับคนตรงหน้านี้ทั้งหมด แม้กระทั่งชิวิตของเขาก็ตาม

 

 

 

“ลูกดิ้น! เจ้าเห็นหรือไม่?! จื่อหลัน” มือเรียวลูบคลำอยู่บนหน้าท้องกลมที่ใหญ่โตเหมือนกับจะแตกออกมาได้ทุกเมื่อ รูปทรงกลมบิดเบี้ยวตามแรงเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใน

“หงหลิน เขาอยู่ในท้องข้านะ จะไม่รู้ว่าเขาดิ้นได้เยี่ยงไร” ริมฝีปากบางยกยิ้ม นึกขันในความตะหนกตกใจของอีกฝ่าย

“นั่นสิ นั่นสิ ข้าเผลอตกใจ จนลืมคิดไป” หงหลินเพิ่งคิดได้ จึงแก้เขินด้วยการก้มลงไปพูดคุยกับทารกในครรภ์ของจื่อหลัน “ลูกพ่อ เจ้าอย่าเตะแรงนะ เดี๋ยวแม่เจ้าจะเจ็บเอาได้”

“เจ้านี่เหมือนเด็กเลยนะ” จื่อหลันยู่ปาก มองอีกฝ่ายเหมือนเด็กสามขวบที่กำลังหาพื่อนเล่น

“ใครเด็กกัน ข้าจะเป็นพ่อคนแล้วนะ!” หงหลินเลยทำปากยื่นเถียงกลับทันที

“ถ้าเด็กคนนี้คลอดแล้ว เจ้าเป็นคนตั้งชื่อลูกก็แล้วกัน” ก่อนที่เจ้าเด็กสามขวบตรงหน้าจะเถียงอะไรไร้สาระอีก จื่อหลันจึงเปลี่ยนเรื่องคุย

“!! เจ้า...เจ้าจะให้ข้าตั้งชื่อให้เด็กคนนี้จริงๆหรือ?” ดวงเนตรสวยเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ ปนดีใจ ก่อนจะทวนย้ำความหมายที่อีกฝ่ายสื่อออกมา

“อืม” จื่อหลันพยักหน้า ก่อนจะยกยิ้มบางๆ

“จื่อเยว่...เป็นชื่อของเขา เจ้าชอบหรือไม่?” หงหลินเอ่ยชื่อหนึ่งออกมา ความจริงเขาคิดชื่อลูกไว้นานแล้ว แต่เพราะเรื่องราวที่ผ่านมาอาจจะทำให้เขาไม่อาจจะตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ได้ จึงได้แต่เก็บไว้ในใจ อีกทั้งเขายังตั้งใจที่จะแต่งตั้งเด็กคนนี้ให้เป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจิน ยามเมื่อเขาขึ้นครองราชย์

“ชอบสิ...หวันเอี้ยนจื่อเยว่...” เมื่อได้ยินชื่อที่หงหลินเอ่ยออกมา จื่อหลันก็พยักหน้ารับ พร้อมกับลูบท้องกลมของตน ในใจก็คิดว่า หงหลินคงจะรักเด็กคนนี้มากเป็นแน่ คงไม่ต้องกังวลกับอนาคตของเด็กคนนี้แล้ว

ความคิดเห็น