ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 (END) ตะวันของไออุ่น

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 (END) ตะวันของไออุ่น

คำค้น : ไออุ่นของตะวัน ไออุ่น ตะวัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2563 08:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 (END) ตะวันของไออุ่น
แบบอักษร

ตอนจบ                        

ขาของผมกำลังจะก้าวพ้นขอบประตู บอสก็ฉวยมือข้างหนึ่งของผมเอาไว้ แล้วดึงกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง การประจันหน้ากันทั้ง 3 คน เป็นสิ่งที่ผมพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอดไม่ว่าจะกับพี่มุกหรือกับใคร อย่างน้อยพวกเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อ่อนแอกว่า ผมแค่อยากเฟดตัวออกมาเงียบๆ ไม่มีการทะเลาะ ไม่มีการแย่งชิง ถ้าอีกฝ่ายไม่รักไม่ต้องการผมแล้ว ผมจะเป็นฝ่ายไปเอง  

“ดาว พี่ฝากห้องด้วย ถ้าหิวก็สั่งอะไรมากิน ง่วงก็ไปนอน ไม่ต้องรอพี่ คืนนี้ไม่กลับ แล้วห้ามนั่งแท็กซี่กลับโรงแรมคนเดียวนะ เข้าใจมั้ย!!” บอสสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบ เธอทำสีหน้างงแต่ก็พยักหน้ารับ  

“แล้วพี่ตะวันจะไปไหนคะ” เธอถามกลับทันทีด้วยสีหน้างงๆ 

“ง้อเมีย!!” บอสบอกแบบนั้น ก่อนจะทำให้เธออ้าปากค้าง ส่วนผมหันขวับไปมองหน้าบอสทันที จากนั้นบอสก็ดึงมือผมออกมาจากห้อง เพื่อมาที่ลานจอดรถ ผมพยายามแกะมือออกหลายครั้งแต่ไม่หลุด จนกระทั่งมาถึงรถ บอสจึงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง 

“อย่าดื้อ ขึ้นรถ” บอสสั่งเสียงเข้มแล้วเปิดประตูรถให้ นานแล้วที่บอสไม่ได้ออกคำสั่งแบบนี้ จนผมเองก็ต้องยอมเชื่อฟัง ยอมขึ้นไปนั่งบนรถแต่โดยดี แล้วคาดเข็มขัดนิรภัย ผมได้ยินที่บอสบอกกับผู้หญิงคนนั้นชัดเจนว่า ‘ง้อเมีย’ คนอย่างบอสกล้าใช้คำๆ นี้ด้วยเหรอ แล้วใช้กับผมเนี้ยนะ!!!  

“แล้วจะพาผมไปไหน” ผมกัดปากด้วยความประหม่าก่อนจะถามออกไป ตอนนี้ผมกลายเป็นคนหงอไปเลย ถ้าเทียบกับอารมณ์ของบอสตอนนี้ 

“เดี๋ยวก็รู้” บอสมองหน้าแล้วบอกเสียงเรียบ จากนั้นก็ขับรถออกไป ผมนั่งเงียบมาตลอดทาง ในขณะที่กำลังตกผลึกทางความคิดอยู่นั้น บอสก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดบนไหล่ทาง 

“จอดทำไมครับ” ผมขมวดคิ้วถาม 

“หลับตาก่อน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของบอสฟังดูอ่อนลงกว่าเมื่อครู่ ผมนั่งนิ่งแล้วหลับตาลงตามคำสั่ง ก่อนที่บอสจะยื่นมือมาถอดเนคไทออกมาจากคอผม แล้วเอามาผูกปิดตาทั้ง 2 ข้าง  

“พี่จะทำอะไรผม” ผมถามด้วยความตกใจ 

“ไม่ต้องกลัว บอกแล้วไงว่าจะง้อ” บอสตอบกลับมา ผมไม่เคยเห็นบอสในอารมณ์นี้มาก่อน จึงยอมอยู่นิ่ง ปล่อยให้เอาเนคไทมาผูกปิดตา หลังจากผูกปมเสร็จ บอสก็มากระซิบชิดหู 

“พี่ไม่เคยไม่รักไออุ่นนะ” เสียงกระซิบทุ้มแต่หนักแน่น พร้อมกับมืออุ่นของบอสยื่นมาสัมผัสมือผม แล้วบอสก็พูดต่ออีก “แค่ไม่อยากพูดคำที่ซ้ำกับใคร แต่อยากให้ดูที่การกระทำมากกว่า”  

“นี่คือบอกรักผมเหรอครับ” ผมยิ้มแล้วถามออกไป ก่อนที่ริมฝีปากของผมจะถูกปิดลง รสจูบของบอสละมุนพอๆ กับกลิ่นหอมจากตัว ทำให้ผมเคลิบเคลิ้มโดยไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกที มือของผมก็กำลังลูบไล้ไปที่แผ่นอกของบอสแล้ว บอสถอนจูบหวานออกมา แล้วดึงตัวผมเข้าไปกอดจมอก 

“พี่ไม่ได้มีใครอย่างที่คิดนะ นั่นน่ะ น้องดาว น้องสาวคนเดียวของพี่เอง เธอกลัวว่าพี่จะรักไออุ่นมากกว่า ทำให้พี่ต้องเสียเวลาไปอธิบายตั้งนาน กว่าน้องจะยอมเข้าใจ เธอกลับมาจากอังกฤษเมื่อคืนนี้เพราะเรื่องของเรา” บอสบอกกับผม พร้อมกับเอามือลูบหัวปลอบผมไปด้วย 

“ผมขอโทษครับ ที่ไม่ได้ถามก่อน ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว…โคตรเจ็บ” ผมบอก ขณะที่กำลังเอาหน้าซุกไปกับอกบอส กลิ่นหอมนี้ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย อ้อมกอดนี้มันโคตรอบอุ่นและรู้สึกเป็นที่ของผมเพียงคนเดียว ผมจะไม่ยอมเสียมันไปง่ายๆ อีกแล้ว 

“แต่คนทำผิด ยังไงก็ต้องโดนลงโทษ” บอสบอกออกมาด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ผมสัมผัสได้อย่างนั้น 

“บอสก็ผิด” ผมยู่ปากใส่ ถึงแม้จะมองไม่เห็นหน้าเพราะถูกปิดตา แต่ผมก็สัมผัสได้ว่าบอสกำลังยิ้ม 

“หึ!!” นั่นไงผมได้ยินเสียงแบบนี้ทีไร บอสกำลังคิดไม่ดีกับผมอยู่แน่ๆ 

บอสคลายอ้อมกอด แล้วจัดให้ผมขยับนั่งดีๆ จากนั้นก็ขับรถออกไป ผมไม่รู้ว่าบอสกำลังจะพาไปไหน รู้แต่เพียงว่า ตอนนี้ผมโล่งใจที่ได้รู้ความจริงว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียงน้องสาวที่หวงพี่ชายเท่านั้นเอง ผมก็เข้าใจเธอนะ เพราะพี่น้องหรือคนในครอบครัวมักจะหวงความรักของเราเป็นเรื่องธรรมดา แล้วที่ผมได้ยินเธอถามบอสว่ารักเธอเท่าเขาไหม ก็แสดงว่าบอสเล่าเรื่องของเราให้เธอฟังแล้ว ถึงกับลงทุนบินมาจากอังกฤษเพื่อมาดูให้เห็นกับตา ถึงแม้ว่าบอสจะพูดน้อย แต่ก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องของเรากับคนในครอบครัว สักพักบอสก็จอดรถ แล้วเดินมาเปิดประตูฝั่งผม จากนั้นก็พาเดินไปตามทางที่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน รู้แค่ว่าได้ยินเสียงน้ำตก ลมพัดเย็นสบาย ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ ถ้าผมเดาไม่ผิดมันคือกลิ่นกุหลาบและดอกมะลิปนกัน 

“ถึงแล้ว” บอสจูงมือผมมาแล้วหยุดเดิน  

“ที่ไหนครับ” ผมขมวดคิ้วถาม 

“บ้าน” บอสตอบสั้นๆ 

“บ้าน??…บ้านใครครับ” ผมถามอีก 

“บ้านของเราสองคน” บอสตอบก่อนจะเปิดผ้าปิดตาออก สิ่งที่ผมเห็นในตอนนี้คือบ้านชั้นครึ่งสไตล์โมเดิอร์น-มินิมอล หลังคาทรงจั่วซ้อนสูง 2 ชั้น โทนขาว-เทา ผสมผสานงานกรุด้วยไม้กับปูน ตรงที่ผมยืนอยู่คือหน้าบ้าน ที่มีสวนดอกกุหลาบสีขาว แดง และมีต้นดอกมะลิปะปนอยู่ด้วย ผมห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่ มันไหลออกมาทันทีด้วยความรู้สึกตื้นตัน บอสเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้มให้ด้วยความอ่อนโยน แล้วกอดผมเอาไว้ “ยังเซอร์ไพรส์ไม่หมดเลย เข้าไปข้างในกัน” 

“พะ พี่จริงจังกับผมขนาดนี้เลยเหรอครับ” ผมเงยหน้ามองบอส พร้อมกับถามทั้งน้ำตา 

“หึ!! เด็กน้อย” บอสพูดแค่นั้นก็จูงมือผมเดินเข้าไปในบ้าน พอเข้ามาเห็นด้านใน ก็ยิ่งทำให้ผมถึงกับอึ้งอ้าปากค้าง 

“อะไรกันครับเนี้ย เก้านี้แบบนี้ โต๊ะทรงนี้ จัดวางแบบนี้ นี่มันงานที่ผมออกแบบให้บ้านหลังนั้นนี่นา” ผมเดินเข้าไปดูเฟอร์นิเจอร์เก้าอี้ โต๊ะ ตู้ ชั้นวางต่างๆ โทนสี ก็ยิ่งเหมือนงานที่ผมเคยออกแบบ ที่ถูกบอสปฏิเสธแล้วตีตกไป และมันก็คืองานชิ้นแรกของผม 

“หึ!! ก็ใช่” บอสยกยิ้มมุมปากให้ผมอย่างมีเลศนัย 

“บอสทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง ตอนนั้นผมเฮิร์ทแทบตาย เสียเซลฟ์เพราะคิดว่างานตัวเองไม่เข้าท่า แล้วดูบอสทำกับผมสิครับ” ผมบ่นให้บอส เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์นั้น ที่ผมทุ่มเททำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่บอสกลับปฏิเสธงานผมแล้วยังเอางานไปให้พี่ธีร์ทำแทนซะงั้น แต่ผมก็มารู้ที่หลังว่าบ้านหลังนั้นคือบ้านของพี่อัฐ 

“ไม่ดีรึไง?? หรืออยากให้ของพวกนี้ ที่ตั้งใจออกแบบไปอยู่บ้านหลังนั้นกันล่ะ” บอสเลิกคิ้วถาม 

“เปล่าหรอกครับ จริงๆ แล้ว…ตอนนั้นบอสกำลังปกป้องผมอยู่ใช่ไหมครับ??” ผมหลุบสายตาลง ยิ่งมองย้อนกลับไป ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองได้รับการปกป้องจากบอสมาโดยตลอดโดยที่ผมไม่รู้ตัว บอสพยายามเซฟความรู้สึกของผมจากสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจ ถ้าผมรู้ว่าแต่งบ้านให้พี่อัฐผมจะเจ็บยิ่งกว่านี้ 

“นี่เป็นบ้านของเรา พี่ก็อยากให้มีส่วนร่วมกันทั้ง 2 คน” บอสบอก 

“บอสคิดเรื่องนี้มานานเท่าไหร่แล้วครับ” ผมขมวดคิ้วถาม 

“ก็ตั้งแต่วันที่พาไปดูบ้านหลังนั้น” คำตอบของบอสทำให้ผมประมวลผลได้ว่า บอสชัดเจนกับผมตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว 

“แล้วบอสก็ให้ผมเป็นคนออกแบบภายในสินะครับ” ผมยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อรู้ความจริงว่าทำไมบอสถึงปล่อยให้ผมตั้งใจออกแบบใส่ไอเดียความชอบของตัวเองเข้าไปในงานชิ้นนั้นเต็มที่ แต่ไม่เอาไปใช้กับบ้านหลังนั้น ผมน้ำตารื้นขึ้นมาอีกแล้ว ผมเดินเข้าไปกอดบอสไว้แน่น ไม่รู้จะขอบคุณยังไงกับสิ่งที่บอสทำให้ คำว่ารักมันน้อยเกินไป เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่บอสทำเพื่อผม “ขอบคุณนะครับสำหรับทุกๆ อย่าง ขอบคุณที่ปกป้องผม” 

“ไปดูห้องนอนกัน” บอสส่งสายตากรุ้มกริ่มแล้วลากแขนผมขึ้นไปยังชั้นที่เป็นห้องนอน 

“บะ บอสครับ ไม่ไป…..ผมยังไม่พร้อม” ผมพยายามใช้เท้ายันพื้นปาเก้เอาไว้ บอสไม่ฝืนลากผมอีกต่อไป แต่ก้มตัวลงมาช้อนตัวขึ้นไปพาดไว้บนบ่าแล้วตีก้นผมไปทีหนึ่งด้วย 

“ดื้อจริงๆ” บอสบ่นให้ขณะที่มือก็ฟาดเข้าที่ก้นของผม  

“พะ พี่ตะวันคร้าบบบบ ผมยังไม่พร้อม ขอเป็นวันหลัง…นะคร้าบบบบ” ผมทำเสียงอ้อน แต่บอสไม่ยอมฟัง โยนผมลงไปบนเตียงนุ่ม แล้วเจ้าตัวก็ทาบทับลงมา  

ผมอ้าปากกำลังจะขอร้อง แต่บอสกลับสอดลิ้นเข้ามาแทน คำพูดที่จะพูดถูกดูดกลืนหายไปหมด เสื้อผ้ากางเกงทั้งนอกในถูกสลัดลอกคราบไปกองอยู่ที่พื้นทีละชิ้น 2 ชิ้น อย่างชำนาญ แล้วบอสก็ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมดเช่นกัน  

“วันนี้ขอเข้าไปข้างในนะ” บอสกระซิบเสียงกระเส่าที่หู ตอนนี้ผมกำลังเคลิบเคลิ้มและต้องการมากขึ้น  

“แต่พรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุดนะครับ เดี๋ยวไปทำงานไม่ไหว” ผมบอกออกไปเสียงสั่นพร่า 

“อนุญาตให้ลาได้ ไม่จำกัดเวลา” บอสบอกพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักตู้ข้างเตียงหยิบเจลและถุงยางอนามัยออกมา  

“เอามาไว้ตั้งแต่ตอนไหนครับ” ผมขมวดคิ้วถาม ขณะที่กำลังสบตากัน 

“เมื่อวาน” บอสบอกออกมา ก่อนจะก้มลงมาฉกจูบแล้วดูดเบาๆ ไปตามแนวริมฝีปากผม ส่วนนิ้วที่ป้ายเจลไว้แล้วสอดเข้ามาช่องทางด้านหลัง ความเย็นและลื่นช่วยให้ผมเจ็บน้อยลง นิ้วของบอสไปโดนจุดกระสันที่อยู่ข้างใน ผมขนลุกเกรียว ความเสียวซ่านแผ่ไปทุกส่วนของร่างกาย 

“พะ พี่ครับ สะ เสียว อ้าาาาา” มือของผมจิกลงไปบนไหล่ทั้ง 2 ข้างของบอส เมื่อรู้จุดบอสก็ย้ำอยู่อย่างนั้น แล้วยังเพิ่มนิ้วเข้าไปอีก จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 3 ตอนนี้ผมเสียวซ่านไปทั้งตัว ปากของบอสเลื่อนมาดูดนม ส่วนนิ้วก็ชักเข้าออกช่องทางด้านหลังอย่างรัวเร็ว “อ่าาา ไม่ไหวแล้ว” ผมกระตุกแล้วปลดปล่อยน้ำออกมาเลอะหน้าท้องตัวเอง ทั้งที่บอสไม่ได้จับส่วนกลางกายของผมเลย 

“ใส่ให้หน่อย” บอสยื่นถุงยางมาให้ ผมใช้มือรูดรั้งไปที่แก่นกายของบอส ก่อนจะใช้ลิ้นเลียไปที่ส่วนหัวแล้วตวัดเร็วๆ จากนั้นก็ดูดส่วนปลาย  

“อื้มมม” ผมได้ยินเสียงครางในลำคอของบอสก็ยิ่งได้ใจ ผมใช้ปากดูดและอมส่วนนั้นเข้าไปจนหมด แล้วใช้ริมฝีปากรูดรั้งมาตามความยาว ถึงแม้ส่วนนั้นจะกระทุ้งลำคอจนน้ำตาจะเล็ด แต่ผมก็ทำอยู่อย่างนั้นหลายรอบ จนได้ยินเสียงบอสครางกระเส่าอย่างพอใจออกมา “อื้มมมมอ้าาาาา”   

ผมแกะถุงยางมือสั่น ในขณะที่บอสมองมาที่ผมไม่วางตา แววตานั้นทำให้ผมรู้สึกอายขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่ก็ต้องทำ ผมค่อยๆ สวมมันเข้าไปตามความยาว รู้สึกได้ถึงความวูบร้อนที่ใบหน้าเหมือนเอาไปอังบนเตาไฟที่กำลังร้อนระอุ ริมฝีปากแห้งผากจนต้องตวัดลิ้นเลีย บอสพลักผมลงไปนอนหงาย จากนั้นก็แยกขาผมออกก่อนจะดึงเข้ามาชิดกับต้นขาของตัวเอง แล้วเอาเจลมาป้ายช่องทางด้านหลังอีกครั้ง แล้วค่อยๆ จับแท่งร้อนมาจ่อปากทางเข้า แล้วค่อยๆ สอดเข้ามาภายในย้ำเข้าๆ ออกๆ ที่ละนิดๆ  

“เจ็บไหม” บอสเอ่ยถามเสียงพร่า แล้วจับมือผมทั้ง 2 ข้างมาไว้ที่กล้ามหน้าอกของตัวเอง  

“มะ ไม่ครับ” ผมส่ายหน้าแล้วตอบกลับไปเสียงสั่น มือของผมค่อยๆ ลูบไล้ไปตามแผ่นอกแกร่งนั้น   

“พี่ทนไม่ไหวแล้ว ขอเข้าไปหมดเลยนะ” บอสพูดจบก็ดันเข้ามาจนสุดความยาวในครั้งเดียว ทำเอาผมจุกจนน้ำตาเล็ด 

“อื้อออออ” ผมจิกเล็บไปที่กล้ามอกของบอสแล้วลากครูดลงมาตามความยาวจนถึงหน้าท้อง ส่วนนิ้วเท้าก็จิกลงไปบนที่นอน บอสโน้มตัวลงมาจูบปลอบ พร้อมกับเอ่ยคำขอโทษชิดริมฝีปาก 

“ขอโทษ” จากนั้นก็แช่ส่วนนั้นไว้ภายใน รอให้ร่ายกายผมปรับตัว บอสดูดลิ้นผมจนเกิดเสียงดังลั่นห้อง ผมเองก็ดูดตอบเช่นกัน มือของผมลูบไล้กล้ามเนื้อแน่นไปตามส่วนต่างๆ ความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วร่างกายจนผมสั่นสะท้านไปหมด จากนั้นบอสก็เริ่มขยับสะโพกเข้าออก มืออีกข้างก็คอยรูดรั้งกลางกายของผมไปด้วย 

“อะ อื้มมมมม พี่ครับ” ผมครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ด้วยความเสียวซ่าน 

“อื้มมม รัดแน่น อ่า” บอสเร่งความเร็วจนตัวผมสะท้านไปตามแรงโยก 

“อ่าาาา พี่ครับตรงนั้น อื้มมมม” ผมบอกออกไปอย่างลืมอาย เพื่อให้บอสย้ำไปที่จุดอ่อนไหวนั้น ความเสียวกระสันแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เมื่อบอสเร่งความเร็วแล้วกระแทกย้ำไปที่จุดนั้น ส่วนมือก็รูดรั้งกลางกายของผมตามความเร็วที่บดสะโพกเข้าออก ผมเสียวแทบขาดใจ พร้อมกับจิกมือไปตามแผ่นหลังของบอสเพื่อระบายมันออกมาก่อนที่ผมจะขาดใจเสียให้ได้ 

“อะ อ๊าาาา พะ พี่ครับ ผมไม่ไหวแล้ว อ่าาาาาา” ผมปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาเลอะหน้าท้องตัวเองอีกครั้ง บอสจับผมพลิกคว่ำไปอยู่ในท่าคุกเข่าขณะที่ขายังสั่นเทาอยู่ และส่วนนั้นยังเชื่อมกัน น้ำสีขาวขุ่นจากหน้าท้องหยดลงไปเปื้อนผ้าปูที่นอน 

“พี่ครับ ผ้าเปื้อนหมดแล้ว” ผมบอกกับบอสเสียงสั่น 

“ไม่เป็นไร มีเปลี่ยนอีกหลายผืน” บอสตอบเสียงกระเส่า แล้วจับสะโพกผมจัดท่าให้พอดี จากนั้นก็เริ่มต้นบดเบียดสะโพกตัวเองเข้าออกช้าๆ  

“อ้าาาาา ลึกเกินไปแล้ว” ผมบอกก่อนจะเอื้อมมือมาทางด้านหลังแล้วจับสะโพกบอสเอาไว้ เมื่อบอสกระแทกเข้ามาจนสุดความยาว ผมเสียวจนตัวสั่นและกลางกายก็ตื่นตัวอีกครั้ง 

“เจ็บมั้ย” บอสถามเสียงพร่า ก่อนจะเลื่อนมาดูดที่ต้นคอ ส่วนสะโพกก็บดเข้าออกช้าๆ รอให้ผมปรับตัว 

“อ๊าาาาาา เสียวครับ” ผมส่ายหัวแล้วตอบออกไปเสียงสั่น จากนั้นบอสก็เพิ่มแรงขยับเร็วขึ้น ความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วร่างกายของผม 

“อ่าาาาาา รัดแน่นเกินไปแล้ว อื้มมมม” บอสครางออกมาเสียงกระเส่าพร้อมกับบดเบียดสะโพกเร่งความเร็วเข้าไปอีก ผมรู้สึกเสียวจนน้ำตาเล็กออกมา 

“อื้มมมม พี่ครับ เสียววววว อ่า” ผมครางออกมาอย่างลืมตัว ก่อนที่บอสจะเร่งความเร็วสุดท้าย  

“พร้อมกัน” บอสเร่งบดสะโพกและสาวกลางกายผมรัวเร็ว ความเสียวสะท้านแผ่ซ่านไปทั่วทุกรูขุมขน ก่อนจะปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมาพร้อมกัน  

“อ๊าาาาาาา/อื้มมมมมม” ผมกับบอสครางออกมาพร้อมกัน ผมพยุงตัวไม่ไหวอีกแล้ว ล้มลงไปนอนโดยที่ส่วนนั้นยังเชื่อมกันอยู่ ได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจแข่งกันดังระงมไปทั่วห้อง 

“เห็นสระว่ายน้ำรึยัง” บอสกระซิบถามชิดหู 

“ยังครับ มีด้วยเหรอครับ” ผมกอดแขนของบอสเอาไว้แน่น 

“เดี๋ยวพาไปดู” บอสถอดแก่นกายออก แล้วลุกไปถอดถุงยางทิ้งลงถังขยะ จากนั้นก็เข้ามาจับผมหันหน้าเข้าหาแล้วสอดแท่งร้อนเข้ามาใหม่ ผมกอดคอไว้แน่น ก่อนที่บอสจะอุ้มแล้วเปิดประตูห้องนอนออกไปเจอสระว่ายน้ำ ที่มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยา “ฉลองสระใหม่กันนะ” 

“อ่าาาาา อยู่ติดแม่น้ำด้วย” ผมพูดเสียงสั่นในขณะที่บอสบดเบียดส่วนล่างเข้าออก 

“ชอบมั้ย” บอสถามเสียงสั่นพร่า พร้อมกับก้มลงมาจูบผม 

“ชอบครับ อื้มมมม” ผมเผยอปากรับจูบจากบอส 

“คืนนี้ไม่ต้องนอนนะ ได้ไหม??” บอสถามชิดริมฝีปาก  

“ถ้าบอสไหวผมก็ไหว” ผมยิ้มแล้วขยิบตาให้บอสทีหนึ่ง ไม่รู้ว่าผมไปเอาจริตแบบนี้มาจากไหน แต่ทำแล้วบอสยิ้มพอใจ ทำเหมือนจะหลงผมมากขึ้น ก้มลงมาดูดไปทั่วลำคอ ลามมาที่ตุ่มไต ทั้ง 2 ข้าง ส่วนข้างล่างก็อัดเบียดกระแทกเข้ามาไม่หยุดหย่อน ค่ำคืนนี้ของเรา 2 คนน่าจะอีกยาวไกล ท่ามกลางแสงนวลจากดวงจันทร์และหมู่ดาวบนฟากฟ้าส่องแสงระยิบระยับ เสียงแมลงร้องระงมเหมือนกำลังส่งเสียงอวยพรให้คู่รักที่กำลังแต่งงานใหม่ ร่างกายสอดประสานไปตามจังหวะอารมณ์ที่ไม่มีใครสามารถหยุดพวกเราได้ 

ผมตื่นขึ้นมาก็พบว่านอนอยู่บนที่นอน ผ้าปูถูกเปลี่ยนใหม่ ผมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่เพียงตัวเดียวไม่มีกางเกง ข้างๆ คือบอสที่กำลังนอนกกกอดไม่ยอมปล่อย ผมพลิกตัวแล้วเอาหน้าเข้าไปซุกแผ่นอก แขนของบอสก็กอดกระชับขึ้น 

“หิวยัง” บอสถามขณะที่กำลังกอดผมอยู่ 

“หิวแล้วครับ” ผมบอกพร้อมกับเสียงท้องร้องจ๊อกเบาๆ 

“หึ!!อยากกินอะไร แถวนี้มีร้านอร่อยๆ เยอะเลย” บอสยกยิ้มแล้วมองหน้าผม 

“สั่งมากินได้ไหมครับ ผมยังไม่ได้สำรวจบ้านเลย” ผมสบตาแล้วบอกออกไป 

“แล้วเมื่อคืนเรียกว่าอะไร หืมมม??” บอสถามออกมาแล้วยิ้ม 

“อย่าล้อสิครับ” ผมเอาหน้ามุดซุกไปกับอก ส่วนแขนก็กอดเอวไว้แน่น 

“หึหึ!! แล้วอยากกินอะไร อาหารทะเลก็มีนะ” บอสเสนอ 

“อาหารทะเลก็ได้ครับ เอากุ้งเผา หมึกไข่นึ่งมะนาว ปูนึ่งน้ำจิ้มแซบๆ หอยเชลล์อบเนย ปลากระพงทอดน้ำปลา แล้วก็ปูผัดผงกะหรี่” ผมนึกถึงอะไรก็อยากกินไปหมดเพราะกำลังหิว 

“สั่งเหมือนรู้ตัวว่าคืนนี้จะต้องใช้แรง” บอสยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา ส่วนผมกระโดดลงเตียงแทบไม่ทัน 

“ห้ามเข้าใกล้ผม!!!!” ผมสั่งเสียงเข้ม แต่บอสกลับเอาแต่หัวเราะขำ  

เมื่อคืนผมจำได้แค่ว่าผมหลับคาอกบอสท่ามกลางมวลหมู่ดาวบนท้องฟ้า ที่เป็นพยานรักให้กับเรา 2 คน เพราะสระน้ำเป็นแบบโอเพ่นไม่มีหลังคา มองเห็นดวงดาวที่กำลังส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้าไปหมด เสียงแมลงส่งเสียงร้องระงมแข่งกันเหมือนเป็นเสียงเพลงจากธรรมชาติ บอสตั้งชื่อบ้านหลังนี้เป็นชื่อของเรา 2 คน ว่า ‘บ้านไออุ่นของตะวัน’ ชีวิตนี้ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ขอแค่มีคนๆ นี้อยู่เคียงข้างกันไปตลอดจนกว่าจะหมดลมหายใจ เหมือนไออุ่นที่อยู่คู่กับดวงตะวัน ที่ไหนมีดวงตะวันที่นั่นก็จะมีไออุ่นเคียงคู่กันตลอดไป 

…END… 

ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์ ทุกๆกำลังใจที่ติดตามกันมาโดยตลอด ขอบคุณบอสและไออุ่นที่ทำให้ไรท์มีชีวิตชีวาได้ถึงขนาดนี้ ตื่นมาตั้งแต่ตี 3 ตี 4 เพื่อมาเขียนความรักของพวกนาย 2 คน บางทีก็ต้องรีบเขียนเพราะอ่านเจอเม้นท์ว่ามีคนกำลังลุ้น กำลังรออ่านเรื่องราวของพวกนายอยู่ อาจจะมีตอนพิเศษ ยังไงไรท์ขอดูเวลาก่อนนะคะ ขอบคุณทุกคนอีกครั้ง 😘😍 

ความคิดเห็น