facebook-icon

มาช้าแต่มานะ

Douluo dalu llI ตอนที่ 3 ของขวัญจาก.....

ชื่อตอน : Douluo dalu llI ตอนที่ 3 ของขวัญจาก.....

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 567

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2563 01:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Douluo dalu llI ตอนที่ 3 ของขวัญจาก.....
แบบอักษร

 

 

จากนั้นทั้งถัง หวู่หลินและถัง เหว่ยก็ได้เข้าห้องเรียนไปในช่วงกำลังเริ่มเรียนหวู่หลินก็ถูกหัวเราะเยาะโดยผู้คนรอบข้าง แม้แต่อาจารย์ก็ไม่เว้น ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้อะไรมากเนื่องด้วยความกล้าหาญและปณิธานอันแรงกล้าที่จะแข็งแกร่ง เสี้ยวเหว่ยกัดฟันแน่น 

'นี้เป็นเพราะ สปิริตหญ้าสีฟ้า ระดับ สาม....' 

 

แววตาหลี่ลงจ้องผู้คนรอบๆ ด้วยสายตาที่พร้อมจะทิ้มแทงทะลุจิตใจ ทำให้เสียงหัวเราะหายไปในทันที อาจารย์ที่เริ่มเห็นท่าไม่ดีจึงเริ่มการเรียนเพราะกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้ง  

อาจารย์เริ่มทำการอธิบายเกี่ยวกับสปิริตที่มีอยู่สองรูปแบบ นั้นคือ สปิริตเวพพ่อนและสปิริตอสูร โดยพลังวิญญาณที่ผ่านการฝึกฝนจนสามารถยกระดับสปิริตของตนและเมื่อวิญญาณถึงระดับ 10 ก็จะเป็นสปิริตมาสเตอร์ได้ 

 

เสี้ยว เหว่ยค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับ พลังวิญญาณที่ได้ฟังมาจากอาจารย์ที่ชื่อ หลิน ฉี่ ม่งที่เป็นครูประจำชั้นของพวกถัง หวู่หลิน  

 

การเรียนรู้ยังคงดำเนินต่อไปถัง หวู่หลินดูเหมือนจะเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยินมา แต่กับเสี้ยว เหว่ยนั้นงงเล็กน้อยแต่ยังสามารถประติดประต่อจนเข้าใจได้โดยนำมาเทียบกับความรู้และความเข้าใจที่เขามีทำให้วันแรกผ่านมาได้แบบทุลักทุเล 

 

"จะบ้าตาย! ข้าเกือบไม่รอดแล้ว!" 

 

"ท่านพี่ไม่เป็นไร ขนาดข้ายังเข้าใจท่านพี่เองก็ต้องได้สิ!" 

 

หวู่หลินเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ น้องชายที่รักอย่าทำเหมือนฉันทำได้ทุกอย่างสิ! 

เสี้ยว เหว่ยคิดในใจอย่างเหนื่อยล้าวันนี้เจออะไรมากมาย จนเขาก็เข้าใจว่าทำไมระดับของสปิริตเริ่มต้นถึงสำคัญนัก มันจะเป็นตัวกำหนดอนาคต อาชีพการงาน หรือคนรัก ว่าง่ายๆ มันคือตัวแปลของวิถึชีวิตหลังได้รับมาเลยก็ว่าได้ อีกทั้งการหาวงแหวนที่เข้ากันได้กับสปิริตก็เช่นกัน 

ทั้งสองคุยกันระหว่างเดินทางกลับ หวู่หลินถามเกี่ยวกับเรื่องในอดีตของเสี้ยว เหว่ย แต่หวู่หลินก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติม ขนาดเขายังไม่รู้เลยจะอธิบายหรือบอกเล่าให้หวู่หลินฟังได้ยังไงกัน! 

เสี้ยว เหว่ยได้รับฟังปัญหาต่างๆ ของหวู่หลินก็ได้รู้ว่า ครอบครัวของถัง หวู่หลินนั้นมีฐานะที่อยู่ระดับเกือบปานกลาง เพราะงั้นถัง หวู่หลินถึงให้ความสำคัญต่อสปิริตของตัวเองอย่างมาก เพื่อไม่ให้พ่อและแม่ต้องเสียใจ ถึงแม้พ่อและแม่ของเขาจะไม่ได้เสียใจอย่างที่เขาคิด แต่หลังจากที่เสี้ยว เหว่ยได้เข้ามามันทำให้ตัวของถัง หวู่หลินไม่อยากพึ่งพาคนอื่น  

อยากจะก้าวเดินด้วยขาของตัวเองถึง แม้จะเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ สำหรับเด็กตัวเล็กๆ และดูเหมือนเราจะสามารถหาสปิริตได้ แต่ด้วยเงือนไขที่ว่าระดับต้งถึงขั้นก่อน และด้วยสองหมื่นปีมานี้ สปิริตไม่ได้มีให้เห็นง่ายๆ ดั่งในอดีตที่ผานมา ราคาของพวกมันจึงสูงเกินไปสำหรับครอบครัวของถัง หวู่หลิน  

"เจ้าคงผ่านอะไรมาเยอะสินะ น้องหลิน" 

เสี้ยว เหว่ยลูบหัวน้องชายเบาๆ เมื่อเห็นใบหน้าอันเศร้าหมอง 

 

"แต่ว่าไม่เป็นไร....ตอนนี้ข้าคือพี่ชายของเจ้า ข้าพร้อมจะช่วยเหลือเจ้าในยามคับขัน!" 

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหน้านับถือถูกเอ่ยออกจากปากเสี้ยว เหว่ยทำให้ถัง หวู่หลินต้องซาบซึ้ง เขานึกแล้วไม่ผิด คนที่จะเป็นพี่ชายของเขาได้จะต้องพึ่งพาและให้คำปึกษาได้แบบนี้สิ! หมักน้อยๆถูกกำขึ้น ทำให้เสี้ยว เหว่ยที่อยู่ใกล้รู้สึกไม่ดีแปลกๆ ดั่งทั้งหมดเป็นไปตามแผนของเด็กตัวน้อยๆ ตรงหน้า 

 

เสี้ยว เหว่ยเดินไปเรื่อยๆ พร้อมกับถัง หวู่หลินที่กำลังพูดเรื่องต่างนาๆ จนเสี้ยว เหว่ยสะดุดเข้ากับเด็กสาวตัวเล็กที่นั่งอยู่ริบถนนทั้งสองต่างสงสัย ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินเข้าไป ก็มีกลุ่มวัยรุ่นเดินเข้าไปสะก่อน เมื่อทั้งสองเห็นแบบนั้นก็มองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าเชิงเข้าใจ  

 

'เด็กน้อย ได้รับความช่วยเหลือแล้ว!' 

 

นิสัยของถัง หวู่หลินเปลี่ยนไปกลายเป็นคนตามใจพี่ชาย เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขุ่ย! เพียงแค่มองตากัน มันชั้งแน่นแฟ้นสะจริง! นิสัยถัง หู่หลินเปลี่ยนไปมากจริงๆ ร้ายไม่ใช่เล่น! 

 

"เน่ๆ หนู่น้อยพ่อแม่ไปอยู่ไหนเหรอ หนูคงหิวมากแน่ๆ มานั่งอยู่ตรงนี้" 

 

"ว้าย!" 

ถึงจะถูกถามแบบนั้นแต่เธอยังคงก้มหน้าลงไม่พูดไม่จาทำให้พวกมันรู้ในทันที ว่าหนูน้อยตรงหน้าถูกทิ้งแน่ๆ มันจึงอุ่มเธอขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงหัวเราะอันดิบเถื่อนของคนอื่นๆ อีกสองคน 

 

"เฮ้ย! พวกแกทำอะไรอยู่ ปล่อยเธอไปสะ!" 

 

เสี้ยว เหว่ยมองหวู่หลินที่วิ่งเข้าไปตะโกนห้ามพวกมันไว้ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ยอมฟังเนื่องจากเห็นเป็นเด็กน้อย  

 

ตุบ 

 

อัค- 

 

หวู่หลิน ที่วิ่งเข้าไปห้ามถูกเตะจนล้มไปกับพื้นแต่ยังคงพยายามลุกขึ้นมาเพื่อหยุดการกระทำอันเลวทรามของพวกมันที่กำลังพยายามลักพาตัวเด็กตัวเล็กๆ ไปทำมิดีมิร้าย 

 

"ปล่อยเธอไปสะ! อุ" 

 

หวู่หลินถูกต่อยที่ใบหน้าจนเสล้มลงไป 

 

"แก...บังอาจ!"  

เสี้ยว เหว่ยไม่อาจทำอะไรได้ถูกแม้จะโกรธปานใดก็ไร้ผล เขาในตอนนี้ทำอะไรพวกมันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ระดับสปิริตของเขายังน้อยเกินไป ทำให้แม้จะเข้าไปช่วยก็ไร้ผลเขาจึงตัดสินใจ วิ้งเข้าใจ่แม้ความหวังจะลิบหลี่ก็ตาม มัดน้อยๆ ของเด็ก 6ขวบ กระทบเข้ากับแผ่นหลังของคนวัย 18ปี เพียงรูปร่างก็แสดงถึงความต่างชั้นให้ได้เห็นอย่างชัดเจน 

"เด็กนี้! ฉันกำลังคันหลังอยู่พอดีต้องขอบคุณแกแล้ว!" 

 

เสี้ยว เหว่ยโยกตัวหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาได้อย่างหวุดหวิด ร่างกายหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาได้อย่างพริ่วไหว 

 

'ถ้าเป็นแบบนี้เราขน-' 

ปัก! 

 

อัค- 

 

เสียงดังสนั้น เท้าของพวกมันอีกคนเตะเข้าที่สี่ข้างเขาอย่างจัง จนจุกล้มไปกับพื้นอย่างหยาบกระด้านความเจ็บปวดแล่นเข้าไปทั่วร่างกาย 

"ฮ่า ฮ่า อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง! จำเป็นบดเรียนไปสะ!" 

 

ว่าแล้วมันก็เตะเข้าที่ปายคางเสี้ยว เหว่ยจนสลบ 

"ท่านพี่!!" 

หวู่หลินตะโกนขึ้นด้วยความเศร้าสลดนี้เขา กำลังเสียคนในครอบครัวไป... 

ทำไมกัน ทำไมเราถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้... 

ใช่...ถ้าท่านพี่เหว่ยเป็นอะไรไป...เป็นความผิดของพวกมัน! 

 

แต่.......เราไร้พลัง 

 

 

ดูเหมือนผมจะต้องช่วยเด็กน้อย เสี้ยว เหว่ยสักหน่อยแล้วสิ นี้ถือเป็นของขวัญจากผมเลยนะ ใช้ดีๆ ด้วยละ จงปกป้องคนของนายสะเถอะ! เสี้ยว เหว่ย (เสียงปริศนา) 

 

"ดูไอ้เด็กนี้สิ มันร้องให้วะ โอ้ หนูน้อยก็จะร้องให้เหรอ!" 

 

ฮา ฮา 

 

เสียงหัวเราะเยาะพวกมันสามคนเลิกสนใจก่อนจะเดินออกมาจากบริเวรนั้น ทิ้งไว้เพียงหวู่หลิน ที่ค่อยๆ พยุงตัวเข้าไปหาผู้เป็นพี่ 

 

"ท่านพี่! ความผิดข้า.....ความผิด-" 

 

ครึนนนน 

 

แรงลมอันรันแรงระเบิดออกจากร่างเสี้ยว เหว่ยร่างหวู่หลินปลิวไปไกลจนสลบจากการถูกกระแทกจากแรงลมอันมหาสาน 

 

ร่างทั้งสามที่กำลังเดินพูดคุยอยู่ต้องล้มลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงขาสั่นจนขยับไม่ได้พวกมันหันไปมองเบื่องหลังของตัวเอง 

 

ดวงตาเบิกกว้าง 

 

"น.....นั้น วงแหวนสีแดง!" 

 

"บ...บ้าน่า! เด็กขนาดตัวกะเปียกทำไมถึง....!!!" 

"วงแหวนสีแดงนั้นมัน...!" 

 

ปรากฏการที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เด็กตรงหน้านี้มันเป็นตัวอะไรกัน! 

 

"อาาา....พวกแกปากมากสะจริง..." 

 

น้ำเสียงเอ่ยออกจากปากเสี้ยว เหว่ย แต่กลับเป็นเสียงของหญิงสาวสุดไพเราะแต่กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารอันหนักหน่วง! 

"บังอาจรบกวนเวลาพักผ่อนของข้า..." 

 

ร่างเสี้ยว เหว่ย รอยขึ้นเหนืออากาศโดยมีวงแหวนแดงปรากฏขึ้นมาข้างหลัง มันมองร่าวเสี้ยว เหว่ยที่อยู่บนอากาศอย่างหวาดกลัวจนถึงสุดขีด หนูน้อยนั้นสลบไปนานแล้ว มือยกขึ้นเหนือหัว น้ำที่อยู่รอบๆ ถูกดูดมารวมกันที่มือเสี้ยว เหว่ย 

 

"นี้จะเป็นบทเรียนอย่างดีแก่พวกเจ้าที่บังอาจมาก่อกวนข้าจำเอาไว้สะพวกมนุษย์" 

 

มีดสั้นทมิฬที่เป็นสปิริตของเสี้ยว เหว่ยค่อยๆ ถูกสร้างขึ้นจากน้ำที่มารวมตัวกันจนเป็นรูปร่าง 

 

"เอาเถอะ...ข้าไม่สามารถใช่สปิริตของเจ้านี้ได้....เป็นสปิริตพิเศษ คงต้องสร้างเรียนแบบเอาละนะ" 

 

มือจับมีดสั้นทมิฬที่ถูกสร้างเรียนแบบของจริงขึ้นและแทงไปยังทางของพวกมันทั้งสามคน 

 

"........กลายเป็นปฏิมากรรมน้ำแข็งไปสะเถอะ! คุกเยือกแข็งเหมันต์!" 

 

 

 

ขอคอมเม้นกำลังใจหน่อยยยย!! 

 

กว่าจะเขียนเสร็จเล่นคอมกับโทรศัพไปพร้อมๆ กันมันก็จะช้าๆหน่อย! 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว