facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 ระลอกคลื่นกระทบฝั่ง 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ระลอกคลื่นกระทบฝั่ง 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.3k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2563 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ระลอกคลื่นกระทบฝั่ง 50%
แบบอักษร

17  

ระลอกคลื่นกระทบฝั่ง  

 

กลิ่นหอมฉุยลอยกรุ่นรอบบริเวณครัวของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ทั้งกลิ่นฉุนของกะเพราที่กำลังผัดและกลิ่นน้ำซุปหอมหวานของต้มฟักกระดูกหมู ผู้ดูแลแต่ละคนกำลังขะมักเขม้นกับการเตรียมมื้อเย็นให้เด็กๆ  

ต้นน้ำมีหน้าที่ยืนทอดไข่เจียวสำหรับพวกตัวจิ๋วที่กินผัดกะเพราไม่ได้ ไข่เจียวแผ่นใหญ่ถูกตัดแบ่งให้พอดีแต่ละคน จัดไข่เจียวฟูกรอบใส่ถาดเสร็จเรียบร้อย เสียงเรียกดังลั่นก็พุ่งหลาวเข้ามาในห้องครัว 

"พี่ต้นน้ำขา มีคุณอาหล่อมากๆ มาหาค่ะ! " เด็กหญิงอายุสิบขวบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาเรียกถึงในครัว ชี้ชวนชวนดูออกไปด้านนอกด้วยความตื่นเต้น พลางดึงแขนต้นน้ำตามไปด้วย โดยมีแม่ทิพย์มองตามด้วยความสงสัย 

ต้นน้ำกำลังคิดพิจารณาว่ามีใครพอเป็นคุณอาที่หล่อมากๆ ของลิ้นจี่ได้บ้าง แต่ดูแล้วมีเข้าเค้าแค่ไม่กี่คน และหนึ่งในนั้นเป็นคนที่เขาไม่อยากต้อนรับเสียด้วยสิ 

"เดี๋ยวก่อน" สองมือนุ่มจับเด็กน้อยที่พยายามถูลู่ถูกังเขาหยุดอยู่กับที่เพื่อคุยกันให้รู้เรื่องก่อน "คุณอาหล่อมากใช่คุณอากรณ์หรือเปล่า" 

"ไม่ใช่ค่ะ เป็นคุณอาหล่อมากที่เพิ่งเคยเจอวันนี้" 

ชัดเจนแล้วว่าเป็นใคร 

"มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน" ว่าแล้วก็พาเจ้าตัวแสบมานั่งลงตรงเก้าอี้แถวนั้น เพื่อปรับทัศนคตินิดหน่อย 

"ทำไมเหรอคะ" 

"คนแปลกหน้าไม่เคยเจอกันสักครั้ง แล้วลิ้นจี่ไว้ใจคุยกับเขาได้ยังไง เกิดเขามาจับตัวไปเรียกค่าไถ่จะไม่ได้กลับมาเห็นหน้าแม่ทิพย์อีกแล้วนะ" 

"แต่คุณอาบอกว่ารู้จักพี่ต้นน้ำ แล้วก็บอกว่าเป็นเจ้าของที่นี่ด้วย ตอนแรกหนูก็เถียงว่าแม่ทิพย์ต่างหากที่เป็นเจ้าของที่นี่ เขาเลยบอกว่างั้นเขาเป็นเจ้าของพี่ต้นน้ำแล้วกัน ไปตามให้หน่อย แต่พี่ต้นน้ำเป็นของเขาเหรอคะ คนเป็นเจ้าของคนได้ด้วยเหรอ ลิ้นจี่ไม่ค่อยเข้าใจเลย" 

ใบหน้าเล็กพลันเรียบตึงฉายแววเย็นชา เหลือบมองไปทางด้านหน้าทั้งที่ไม่เห็นว่าใครคนนั้นยืนอยู่  

หึ เจ้าของงั้นหรือ พูดได้ดีนี่ 

"เขาคงเห็นว่าพี่เป็นของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาละมั้ง" 

"เอ๊ะ คนจะเป็นของเล่นได้ยังไงคะ" 

"นั่นน่ะสิ จะเป็นได้ยังไง" น้ำเสียงว่างเปล่าเอ่ยตอบเด็กหญิงพลางลุกขึ้นยืนตามเดิม ก่อนปรับเสียงให้อ่อนลงเพื่อก้มลงคุยกับลิ้นจี่อีกครั้ง "ลิ้นจี่ไปเล่นต่อเถอะไม่ต้องสนใจเขา จำไว้ว่าเขาเป็นคนนิสัยไม่มี เห็นคนอื่นเป็นของเล่นไม่มีค่า" 

"เอ๋? " เด็กน้อยเกาหัวไม่เข้าใจคำพูดของผู้ใหญ่ แต่เพราะถูกพี่ชายรุนหลังให้กลับไปเล่นจึงไม่ซักถามอะไรต่อ วิ่งปรู๊ดไปตามประสาเด็ก เหลือไว้เพียงคนพี่ชายตัวเล็กที่ยังยืนอยู่ที่เดิม 

กระทั่งสัมผัสอบอุ่นแตะบนราดไหล่นั่นละ ถึงได้รู้สึกตัว 

"เขาอาจไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดแบบไหนกับเด็กก็เลยพูดแบบนั้น" 

"ก็เลยบอกว่าผมเป็นสิ่งของชิ้นหนึ่งของเขาหรือครับ" 

แม่ทิพย์เพียงยิ้มบาง ฝ่ามือลูบแผ่นหลังบางปลอบโยน แต่ยังไม่ทันที่แม่ทิพย์จะพูดอะไรเพิ่มเติม เด็กหญิงลิ้นจี่ก็วิ่งเร็วจี๋เข้ามาอีกครั้ง 

"คุณอาบอกว่าพี่ต้นน้ำไม่ใช่ของเล่นค่ะ แต่เป็นคนสำคัญ เป็นคนสำคัญของคุณอาค่ะ! " 

"ทำไมไปคุยกันอีกแล้วล่ะ" คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยเพิ่งบอกเหตุผลเด็กน้อยไปเมื่อครู่นี้เอง น้ำเสียงเหมือนถูกดุทำเอาเด็กหญิงผลุบตาหลบหน้าด้วยกลัวความผิด แต่ก็ยังอ้อมแอ้มตอบเพราะเธอไม่รู้ว่าคุณอานิสัยไม่ดีแบบที่พี่ชายบอกอย่างไร 

"ก็....คุณอามีขนมมาให้ เสือน้อยก็เล่นอยู่กับคุณอา มีลูกหมาตัวเล็กด้วยนะคะ น่ารักมากๆ พี่ต้นน้ำไปดูสิ" 

ลูกหมา?  

ต้นน้ำหันมองแม่ทิพย์ด้วยความฉงน "มีลูกหมาด้วยหรือครับ ผมมาอยู่ตั้งหลายวันไม่เคยเห็น" 

"ที่นี่ไม่มีนะ อาจเป็นลูกหมาที่พวกคนงานทางนู้นพามาก็ได้" 

ริ้วความหงุดหงิดแล่นขึ้นแสดงออกทางสีหน้าบึ้งตึง นึกอยากกระทืบเท้าหลายๆ ทีให้เหมือนเด็กเอาแต่ใจ ทำไมวุ่นวายกันจริงเชียว ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง แล้วนี่ยังจะเอาหมาน้อยมาล่อลวงเด็กๆ ของเขาอีก คิดจะทดสอบความอดทนกันหรือไง ต้นน้ำนึกภาพผู้ชายคนนั้นเล่นกับเด็กๆ ไม่ออกด้วยซ้ำ เจ้าพวกตัวจิ๋วก็น่านัก!  

"แม่ทิพย์ไปจัดการเถอะครับ ผมไม่อยากยุ่ง" คนหงุดหงิดสะบัดตัวเดินหนีเข้าครัว กลับไปช่วยผู้ดูแลคนอื่นเตรียมอาหารเย็น 

คุณจะเล่นแบบนี้ใช่ไหมคุณภูผา 

หรืออยากรู้ว่าต้นน้ำคนนี้จะใจร้ายได้มากเท่าไหร่กัน 

ใบหน้าเล็กมาดมั่นด้วยโทสะ ขณะมือจัดอาหารลงถาดให้เรียบร้อยเป็นอันเสร็จสิ้น เหลือแต่รอเวลาเกณฑ์บรรดาเด็กๆ ไปอาบน้ำและมารับประทานอาหารเย็นพร้อมกันตอนหกโมง 

คนตัวเล็กกำลังจะเดินกลับห้องก็พบกับแม่ทิพย์กำลังลากถังเปล่าสำหรับใส่น้ำสำน้ำเงินใบใหญ่ออกมาคนเดียว จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วย 

"ทำอะไรครับ เดี๋ยวก็ปวดหลังพอดี ปล่อยเลยผมทำเอง จะเอาไปไหน" 

"ถังเปล่าไม่หนักเท่าไหร่หรอกลูก จะเอาออกไปลานหน้าบ้าน" 

"ทำอะไรครับ" 

"คุณภูผาขอยืมใช้อาบน้ำ" 

มือเล็กปล่อยถังที่กำลังลากอยู่ดังโครม ถังเจ้ากรรมกระเด้งกระดอนเสียงดังก่อนจะนิ่งสนิทอย่างน่าสงสารอยู่บนพื้น "แม่ทิพย์! " คนตัวเล็กเอ็ดคุณแม่ที่รักอย่างขัดใจ 

"ไปช่วยเขาทำไมล่ะครับ! " 

"เขาไม่มีที่อาบน้ำนะลูก น้ำก็ยังมีใช้ไม่ทั่วถึงก็เลยจะให้ต่อสายยางของเราไปก่อน" 

"ค่าน้ำผมจ่ายนะ" 

"เขาบอกว่าตั้งแต่เดือนนี้ไปเขาจะจ่ายเอง เอาน่าลูก เดี๋ยวเราก็ไปแล้ว ถือเสียว่าตอนนี้ขอยืมพื้นที่เขาใช้ก่อน อะลุ่มอล่วยไปก่อนนะลูก" พูดไปฝ่ามืออวบอูมก็ลูบแผ่นหลังกล่อมเจ้าตัวเล็กที่เดี๋ยวนี้ชักขี้โมโหของเธอไปด้วย ใช่ว่าแม่ทิพย์ลืมเหตุผลที่ทำให้ต้นน้ำเจ็บหนักครั้งนั้น แต่เธอใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวบนโลกใบนี้มามาก ประสบการณ์สอนให้เธอมองเห็นบางอย่างที่อยู่ลึกเกินกว่าตาเห็น 

"งั้นเขาควรรู้ว่าผมใจร้ายมากกว่าที่เขาคิด" 

ต้นน้ำจ้ำพรวดออกไปยังลานด้านนอก เห็นร่างสูงสลัดมาดท่านประธานใหญ่ทิ้ง เหลือเพียงกางเกงสแล็กและเสื้อเชิ้ตขาวไร้เนกไทปลดกระดุมบน แขนเสื้อถลกขึ้นทะมัดทะแมง กำลังนั่งอยู่บนพื้นเล่นกับลูกหมาตัวอ้วนกลมดิ๊กและเจ้าเสื้อน้อยของเขา ในมือเล็กนั่นกำช็อกโกแลตแท่งเอาไว้ เด็กๆ ที่ก่อนหน้าวิ่งเล่นซนกันอยู่บางตาเพราะถูกเกณฑ์ไปอาบน้ำ 

"เสือน้อย" เสียงเรียกห้วนสั้นทำเอาเด็กน้อยที่กำลังจกพุงลูกหมาสะดุ้ง หันมาเห็นพี่ขายใจดีก็รีบกวักมือไหวๆ  

"พี่ต้นน้ำ หมาน่ารัก มาดูเร็ว" 

"ไปอาบน้ำได้แล้ว จะถึงเวลาข้าวเย็นแล้วนะ" นอกจากพี่ชายใจดีไม่เดินไปหาแล้วยังดุอีกด้วย แต่ตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้วจริงๆ เขาถึงได้ยอมลุกขึ้นลาจากหมาน้อยด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์ 

"ไปเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาเล่นกันใหม่" คุณอาสุดหล่อพูดบอกพลางลูบเส้นผมนิ่มของเขาเบาๆ เสือน้อยชอบคุณอาใจดี 

"พรุ่งนี้คุณอาก็ยังอยู่เหรอฮะ" 

"อื้ม ยังอยู่อีกหลายวัน" 

คนยืนฟังอยู่ไม่ไกลอยากเบะปากใจจะขาดแต่ต้องห้ามไว้ เพราะสิ่งเดียวที่ภูผาจะมองเห็นได้คือกำแพงของเขาเท่านั้น 

"งั้นไปก่อนนะฮะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันใหม่" เจ้าเสือน้อยโบกมือลาทั้งคุณอาและลูกหมา ก่อนวิ่งกลับมาหาต้นน้ำ 

"พรุ่งนี้คุณอาก็จะยังอยู่แหละ หมาน้อยก็ด้วย! " ไม่วายส่งเสียงร่าเริงบอกต้นน้ำด้วยอีกคน ไม่ได้รับรู้อารมณ์พี่ชายใจดีบ้างเลย 

ตาหงส์ตวัดมองชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือปัดเศษฝุ่นบนกางเกง ก่อนตาคมกริบราบเรียบจะเลื่อนมาสบกัน 

"คุณกำลังทำอะไรคุณภูผา" 

"เล่นกับน้องๆ ของเธอไง เด็กๆ น่ารักนะ...." 

"ไม่ใช่! " เสียงห้วนตัดบทคำพูดยืดยาวของเขาด้วยไม่อยากฟัง "คุณรู้ว่าผมถามอะไร" 

"ฉันว่าเธอเองก็รู้ว่าฉันกำลังทำอะไร" ไม่มีท่าทีเจ้ายศเจ้าอย่าง ไม่มีน้ำเสียงคาดคั้นเหมือนเมื่อช่วงสาย มีเพียงแววทอดอ่อนอย่างคนหวังเจรจากันดีๆ  

"ผมไม่รู้ และไม่อยากรู้ อีกอย่างที่นี่ไม่ใช่โรงแรม และแม่ทิพย์ก็ไม่ใช่แม่บ้านของคุณด้วย คุณจะมาใช้นิสัยรวยๆ ของคุณที่นี่ไม่ได้หรอกนะ แล้วก็ไม่ต้องเอาเงินมาฟาดหัวพวกเราด้วย เราไม่ต้องการ ค่าน้ำค่าไฟของที่นี่เดือนนี้เราจะจ่ายเอง จนกว่าเราจะย้ายออกไป" 

"งั้นเธอจะจ่ายของส่วนการก่อสร้างด้วยไหมเพราะใช้มิเตอร์ตัวเดียวกัน" 

ต้นน้ำอ้าปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหุบลงอย่างคนเถียงไม่ออก ถ้าจะให้อวดดีบอกว่าจะจ่ายเองแล้วมันเรื่องอะไรที่ต้นน้ำต้องรับผิดชอบเล่า อีกอย่างเพราะพวกเขาใกล้จะย้ายให้ขอมิเตอร์แยกก็มีแต่จะวุ่นวายกันไปอีก 

แผนสูงนัก!  

"แล้วทำไมคุณไม่ไปใช้น้ำกับพวกคนงาน" มีปัญญายกตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่โตเข้ามา แต่ไม่มีปัญญาสร้างห้องน้ำใช้เองหรือไง 

"เขามีกันตั้งกี่คน แค่นั้นก็แย่งกันจะแย่แล้ว แล้วฉันก็ไม่ได้เห็นแม่ทิพย์เป็นแม่บ้าน ฉันเสนอตัวไปหยิบเองแต่แม่ทิพย์กลัวเธอจะไม่พอใจ" 

"ขอแค่มีคุณอยู่ใกล้ๆ ผมไม่พอใจทั้งนั้น" 

ถ้อยคำร้ายกาจแทงเข้าหัวใจคนฟังอย่างจังจนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ภูผาเตรียมตัวมาดี 

"ไม่เป็นไร เป็นหน้าที่ฉันทำให้เธอพอใจเอง" 

คนฟังพ่นลมหายใจดังหึ ก่อนจะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ มุมปากซ่อนรอยยิ้มร้ายเอาไว้อย่างมิดชิด 

"คุณจะอาบน้ำ? " 

"ใช่" 

"เอาสิ เดี๋ยวผมลากถังมาให้" 

ภูผามองคนตัวเล็กหมุนตัวกลับไปด้วยความแปลกใจ ไม่เชื่อสักนิดว่าอีกฝ่ายจะยอมให้กันง่ายดายปานนี้ ต้นน้ำกลับมาอีกครั้งพร้อมลากถังมาด้วยโดยมีแม่ทิพย์ถือขดอะไรบางอย่างตามมา เมื่อมองดูดีๆ จึงรู้ว่าเป็นสายยาง 

ต้นน้ำวางถังลงกลางลาน หยิบสายยางจากมือแม่ทิพย์โยนลงบนพื้นข้างๆ กัน 

"มีให้แค่นี้ ขันไม่มีไปหาเอาเอง" ต้นน้ำเอ่ยบอกเสียงเย็น 

"ก๊อกน้ำอยู่ตรงไหน" 

เรียวนิ้วชี้ไปยังก๊อกน้ำด้านนอกที่อยู่ไม่ไกล มีไว้ใช้สำหรับทำความสะอาดด้านนอก ซึ่งเมื่อภูผาลองต่อด้วยสายยางแล้วความยาวไปได้ไกลสุดก็แค่กลางลานที่ต้นน้ำวางถังสีน้ำเงินไว้นั่นเอง 

"สายยางมีสั้นแค่นี้ คงต้องหาที่อาบน้ำแถวนี้แล้วล่ะคุณภูผา" แถวนี้ที่ว่าคือลานหน้าบ้านที่ไร้ซึ่งกำบังนั่นแหละ 

อยากรู้นักว่าท่านประธานผู้รักษาหน้าตาตัวเองยิ่งกว่าอะไรจะยอมลดตัวลงอาบน้ำตรงนี้ได้ไหม ขี้คร้านจะวิ่งแจ้นกลับโรงแรมในตัวเมืองแทบไม่ทัน 

ประกายมาดร้ายปรากฏในดวงตาหงส์ชั่วขณะ ในเมื่ออยากเห็นฤทธิ์เขานักก็จะแสดงให้ดู 

มองร่างสูงยืนคว้างอยู่ตรงนั้นอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าด้านใน ไม่วายประคองร่างแม่ทิพย์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่นิ่งๆ เข้าไปด้วย 

"จริงๆ เราให้เขาใช้ห้องน้ำได้นะลูก" 

"แล้วเราจะให้เขาใช้ทุกวันหรือครับ วันนี้เราใจอ่อนพรุ่งนี้เขาก็จะมาขออีก ไม่ใช่กลายเป็นว่าที่นี่คือสถานที่อำนวยความสะดวกของเขาหรือไง ผมเกลียดเขา ผมไม่อยากเห็นหน้าเขา แม่ทิพย์อย่าทำเป็นไม่เข้าใจผมสิ" 

ไม่มีคำตอบรับนอกจากสัมผัสบนหลังฝ่ามืออย่างอ่อนโยนให้คลายใจ  

ต้นน้ำทานข้าวพร้อมเด็กๆ โดยไม่คิดถึงสายตาตัดพ้อของใครคนนั้นอีก มีเจ้าตัวจ้ำม่ำกินไข่เจียวกับต้มจืดอยู่ข้างๆ ต้นน้ำพลอยเจริญอาหารตามไปด้วย 

"กะเพราเผ็ดไหมพี่ต้นน้ำ" เสือน้อยถามพลางเหลือบมองจานข้าวของเขาเป็นระยะ หมูสับสีสวยกลิ่นก็หอมยั่วใจ 

"เผ็ดมาก" 

"งืออ อยากกินบ้าง" 

หึ เจ้าเด็กแสบ 

"แต่เผ็ดนะ" 

"ชิมนิดเดียว" 

"อะ" 

อยากกินก็ให้ลอง แล้วก็เห็นเจ้าเด็กน้อยน้ำตาคลอเพราะความเผ็ด รีบคว้าแก้วน้ำดื่มแทบไม่ทัน 

"เผ็ดจริงด้วย! " 

"ก็บอกแล้วไง เห็นไหมว่าถ้าไม่เชื่อฟังพี่จะเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้เสือน้อยอย่าไปเล่นกับผู้ชายคนนั้นอีกนะ เขาเป็นคนไม่ดี" 

"เกี่ยวด้วยเหรอ" เห็นเด็กน้อยทำท่างุนงงแล้วก็อดสงสารไม่ได้ แต่เขาจะไม่ยอมให้ภูผาใช้เด็กๆ เป็นเครื่องมือเด็ดขาด 

"พี่บอกว่าเกี่ยวก็ต้องแปลว่าเกี่ยวสิ เดี๋ยวนี้เสือน้อยไม่เชื่อฟังพี่แล้วเหรอ" 

"เชื่อสิฮะ เชื่อ! " 

"เก่งมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้ซื้อขนมให้กิน" 

"เอาเยอะๆ เลย! " 

โอเค ดึงกลับมาได้แล้วหนึ่ง 

ทว่า..... 

"พี่ต้นน้ำๆๆ " คราวนี้เป็นเด็กผู้หญิงวัยมัธยมที่กินข้าวเสร็จแล้ววิ่งแจ้นหน้าตาตื่นเข้ามาเกาะขอบโต๊ะที่ต้นน้ำนั่งอยู่ 

อะไรอีกแล้วล่ะนั่น 

เห็นวี้ดว้ายกระตู้วู้กันแม่ทิพย์จึงเอ็ดเบาๆ  

"เสียงดังอะไรกัน" 

"ที่หน้าลานมีผู้ชายยืนอาบน้ำอยู่สองคนค่ะ! " 

เคล้ง!!  

ช้อนในมือต้นน้ำหล่นกระทบจานข้าวเสียงดังบาดหู 

"มีคนถอดเสื้อด้วยค่ะแม่ทิพย์! " 

ไอ้บ้านั่น!!  

เขาทำอะไร?!  

ร่างเล็กพลันรุกพรวดพราดจ้ำอ้าวออกไปด้วยความรวดเร็ว ฟันคมบดเข้าหากันดังกรอดไปตลอดทาง นึกสาปส่งคนที่กล้าทำเรื่องน่าอายต่อหน้าธารกำนัล ที่สำคัญคือพวกเขายังเป็นเด็ก!  

แล้วก็เห็นผู้ชายสองคนกำลังยืนผลัดกันจ้วงน้ำในถังอยู่จริงๆ ด้วย คนหนึ่งนั้นมองให้ดีแล้วคือครรชิตคนสนิทของภูผา ชายหนุ่มสีหน้าบอกบุญไม่รับขณะสวมเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสั้นยืนตัวสั่นมือถือขันหนึ่งใบ 

ไปเอามาจากไหนกันล่ะ 

แต่เดี๋ยวก่อน ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่อยู่ตรงที่ภูผาถอดเสื้อเปลือยแผงอกโชว์มัดกล้ามจ้วงน้ำราดเนื้อตัว 

"อู้หูวว คุณอามีก้อนๆ ที่พุงตั้งหลายอัน!! " เจ้าเสือน้อย! วิ่งตามมาด้วยหรือนี่ ดีที่เด็กผู้หญิงไม่ได้ตามมาด้วยให้วุ่นวายกันไปใหญ่โต 

"ทำบ้าอะไรของคุณ!! " 

ท่อนแขนแข็งแรงหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย ภูผาเปียกไปทั้งตัวเสียจนกางเกงขาสั้นสามส่วนลีบแนบเนื้อไปหมดทุกส่วน ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบบัดนี้กำลังยิ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ 

"อาบน้ำไง เธอบอกให้อาบตรงนี้ฉันก็อาบตรงนี้ ไม่ต้องห่วงนะ น้ำเฉอะแฉะพวกนี้เดี๋ยวฉันกวาดให้เอง" 

"คุณอาเท่มาก! เหมือนดาราในโทรทัศน์เลย! " 

ต้นน้ำยกมือขึ้นกุมขมับอย่างไม่รู้ว่าควรจัดการใครก่อนดี สุดท้ายก็พุ่งเป้ามายังเจ้าก้อนที่จัดการง่ายที่สุดก่อน 

"เสือน้อยเข้าข้างในครับ ตรงนี้มืดแล้วยุงเยอะ ถ้าถูกกัดจนตัวลายจะต้องไปนอนโรงพยาบาลหลายวันเลยนะ แถมโดนฉีดยาด้วย" ไม่ต้องรอให้ข่มขู่มากกว่านี้เจ้าตัวกลมก็วิ่งดุ๊กดิ๊กหายเข้าไปข้างในแล้ว 

ดังนั้นจึงหันกลับมาสะสางกับอีกฝั่งที่จัดการยากกว่าหลายเท่า 

"ไม่อายหรือครับคุณครรชิต" เอ่ยถามเสียงเย็นไปยังคนที่ดูก็รู้ว่าถูกบังคับมา เห็นยืนหนีบขาบิดตัวไปมาซะขนาดนั้น 

"อา....เอ๊ย ไม่ครับ มะ ไม่อาย....หรอกครับ สบายมาก" 

ไม่อายแต่กว่าจะตอบก็ยากเย็นเหลือเกิน 

ต้นน้ำกัดฟันกรอด อยากตวาดกล่าวโทษอีกฝ่ายก็ทำได้ไม่เต็มปาก เพราะเขาเป็นคนอนุญาตเอง ใครจะคิดว่าเขากล้าทำจริงเล่า 

หงุดหงิดชะมัด 

คนมองเห็นเสี้ยวอารมณ์บนใบหน้าน่ารักเข้าก็ใจชื้น แม้อารมณ์ที่ว่านั่นจะเป็นอารมณ์โกรธก็เถอะ แต่มันย่อมดีกว่าสีหน้าชืดชาที่ราวกับเขาไร้ตัวตน 

"พวกคุณไม่ละอายบ้างหรือไง ที่นี่มีเด็กๆ นะ" 

"เธอบอกให้ฉันอาบตรงนี้ ฉันก็เชื่อฟังเธอ" 

ต้นน้ำพลันยิ้มเย็นพยักหน้ารับช้าๆ ถือว่าครั้งนี้เป็นเขาที่พลาดเอง 

"งั้นอย่างนั้นผมขออีกอย่างได้ไหม? " 

"ว่ามาสิ อะไรก็ได้" 

"ไปให้พ้นหน้าผมซะ ผมเกลียดคุณ" 

 

เกลียด 

คำนี้ดังก้องอยู่ในหูภูผาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้กระทั่งตอนนี้ที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาอยู่ในห้องนอนบนตู้คอนเทนเนอร์ ถ้อยคำสั้นๆ ง่ายๆ ที่มีพลังทำลายล้างหัวใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อมันออกมาจากปากคนที่รัก 

สมควรแล้วหรือเปล่ากับคนโง่ที่เพิ่งรู้ใจตัวเองในวันที่สายไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เพิ่งมารู้ตัวว่าเคยมีมันอยู่ก็ตอนที่ไม่มี ก้อนเนื้อในอกที่เคยถูกเติมเต็มถึงได้ว่างโหวงทรมาน 

ความรักหายไปเขายังสามารถเติมเต็มลงไปได้ใหม่ แต่หากต้นน้ำเติมความเกลียดชังลงไปจนเต็มแล้วเล่า ภูผาจะเอาความรักใส่ลงไปตรงไหนได้อีก ถ้าไม่มีที่ว่างพอสำหรับเขาแล้ว 

หากเป็นต้นน้ำคนเดิมภูผาคงไม่เชื่อเพราะตาหงส์คู่นั้นต่อให้พยายามปิดบังก็ยังคงมีความรักหล่อเลี้ยงให้ได้เห็น แต่ตอนนี้นอกจากความว่างเปล่าแล้วภูผาไม่เห็นอะไรเลย 

แห้งแล้งจนน่ากลัว 

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าถูกอีกฝ่ายเกลียดเข้าแล้วจริงๆ  

 

เกลียด 

คำนี้คำเดียวกลับส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เหมือนระลอกคลื่นบนผิวน้ำที่กระทบต่อกันเป็นทอดๆ ไม่มีจุดสิ้นสุด กระทั่งกว่าผิวน้ำจะกลับมาเรียบสงบตามเติมอีกครั้ง บนผิวฝั่งก่อเกิดร่องรอยน้ำเซาะนับไม่ถ้วน 

ไม่ต่างจากบาดแผลเลือดซิบ 

 

 

 

50% 

>>>> 

โอ๊ย เจ็บไปทั้งหัวใจทำไมยังทน 

ไม่รู้ว่าเด็กน้อยของแม่ใจร้ายกับเขา หรือว่าใจร้ายกับตัวเอง 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจค่า 

รักก 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว