Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2563 02:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร

 

ห้างสรรพสินค้า

 

ช่วงสายของวันหยุดผู้คนเริ่มออกมาใช้จ่ายจนภายในห้างหรูแห่งนี้เต็มไปด้วยหญิงชายหลายคนที่กำลังเดินผ่านร่างบางไปมา โปรดปรานรู้สึกตื่นตาตื่นใจเพราะที่นี่คนเยอะกว่าห้างที่บ้านตนเป็นไหนๆ

 

"เป็นอะไรน่ะเรา ทำเหมือนไม่เคยเห็น"

 

อัครินทร์เห็นท่าทางตื่นตระหนกของอีกคนก็อดถามไม่ได้ ร่างเล็กตรงหน้าเขาทำตัวเหมือนเด็กที่ได้ออกมาเล่นสนุกนอกบ้านอย่างนั้น

 

"พี่อัคๆ ที่นี่คนเยอะจังเลย ดูสิ ของกินก็เย๊อะเยอะ"

 

โปรดปรานเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำมือชี้นิ้วไปทั่ว แถมปากก็พูดไม่หยุด ไม่รู้ว่าเจ้าตัวพูดเก่งหรือพูดมากกันแน่

 

"เดี๋ยวไปตรงนู้นกัน"

 

"ตรงไหนครับ?"

 

"ร้านมือถือไง ไปซื้อเครื่องใหม่"

 

"อ๋อ ครับๆไปครับ"

 

อัครินทร์ตั้งใจพาอีกคนมาซื้อมือถือเครื่องใหม่แทนเครื่องเก่าที่ถูกขโมยไป เผื่อว่ามีอะไรจะได้ติดต่อกันได้

 

"พี่อัคๆ"

 

"หืม?"

 

"ผมอยากกินเค้ก พี่พาผมไปหน่อยนะ"

 

แววตาใสแป๋วยามเอ่ยขออย่างออดอ้อนมีหรือที่อัครินทร์จะใจร้ายได้ลง เขายิ้มให้อีกคนก่อนจะพากันเดินตรงไปยังคาเฟ่ที่มีของถูกใจรอเด็กน้อยอยู่

 

"พี่อัค"

 

"หืม?"

 

อัครินทร์ละสายตาจากมือถือมองไปยังร่างบางตรงหน้าที่กำลังตักไอศกรีมรสโปรดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับเคี้ยวจนแก้มตุ่ย

 

มันน่าหยิกแก้มจริงๆเลย...

 

"พี่อัคทำงานอะไรหรอ?"

 

ความอยากรู้ของโปรดปรานเริ่มทำงานอีกครั้งหลังนึกขึ้นได้ว่าควรทำความรู้จักกับอีกคนให้สนิทกันมากขึ้น

 

"ช่างภาพ"

 

"ใช่สิ! ผมเห็นรูปภาพเต็มห้องพี่อัคเลย แถมมีกล้องถ่ายรูปตั้งหลายตัวแน่ะ"

 

ใบหน้ายิ้มแย้มของโปรดปรานขณะพูดทำให้เจ้าตัวดูสดใสร่าเริงแต่ในขณะเดียวกันอัครินทร์กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะกำลังทวนประโยคที่อีกคนพูดไปก่อนหน้า

 

"นี่เราแอบเข้าห้องพี่เหรอ!?"

 

นั่นมันห้องส่วนตัวของเขานะ

 

"คะคะคือ...ผมแค่..."

 

โปรดปรานมือไม้สั่นเพราะความกลัวสีหน้าท่าทางที่อีกคนกำลังถามเขาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวแถมดังกว่าเดิมจนรอยยิ้มก่อนหน้าหายไปในทันที อัครินทร์กำลังโกรธเขา...

 

"นั่นมันห้องพี่ เรามีสิทธิ์อะไรเข้าไปยุ่ง! พี่ไม่ได้อนุญาตให้เราทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเองนะ ถ้าคิดจะอยู่ก็ควรจะมีมารยาทให้มันมากกว่านี้!"

 

คำพูดจากร่างหนาทำให้โปรดปรานรู้สึกกลัวและเจ็บไปพร้อมกัน กลัวที่อีกคนขึ้นเสียงใส่ เจ็บที่อีกคนไม่ฟังอะไรจากเขาเลย

 

โปรดปรานไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปอย่างถือวิสาสะ แต่ที่เขาเข้าไปเพราะเกิดปวดท้องอย่างหนักเลยแค่จะเข้าไปหายามาทาน ด้วยความที่เขาเป็นโรคกระเพาะและเพราะไม่ได้ทานอะไรเลยจึงทำให้อาการกำเริบ เพียงแค่นั้นแต่อีกคนก็ไม่ถามอะไรเขาเลยสักคำ

 

"ฮึก..ขอโทษ"

 

โปรดปรานกำลังพยายามกลั้นน้ำตาที่ก่อตัวไม่ให้ไหลออกมา เวลานี้เขานึกเกลียดตัวเองที่ความขี้แยของเขาทำให้เขากลายเป็นคนอ่อนแอต่อหน้าอีกคน

 

"จะร้องทำไม? ทำผิดก็ต้องโดนดุ"

 

อัครินทร์เสมองไปทางอื่นเพราะเขากำลังโกรธอีกคน หากแต่แค่เพียงเห็นน้ำแม้แต่หยดเดียวนั่นอาจทำให้เขาใจอ่อนได้ เขาไม่ยอมทำแบบนั้นเพราะคนผิดยังไงก็ต้องถูกลงโทษ

 

"ฮึก..."

 

เป็นจริงอย่างที่เขาคิด เพียงแค่หยดเดียวที่ร่วงหล่นลงมาแม้อีกคนกำลังก้มหน้าหลบสายตามากแค่ไหนก็ไม่อาจรอดพ้น อัครินทร์ใจหล่นวูบเพราะความแพ้น้ำตากำลังควบคุมจิตใจ

 

แม้นึกโกรธเพียงใดแต่ใจเจ้ากรรมกลับนึกสงสารและโทษตัวเองที่ดุอีกคนไป เขาไม่อยากใจอ่อนจึงเบนสายตามองออกไปนอกร้านที่กั้นเพียงกระจกใสเท่านั้น พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างของใครสักคนที่คุ้นตา ไม่ต้องคิดอะไรร่างหนาก็ลุกพรวดพร้อมกับขาที่ก้าวออกไปอย่างไวโดยไม่สนใจอีกคนที่กำลังร้องไห้เพราะเขา

 

"ฮึก!...พี่อัค...ฮือออ"

 

โปรดปรานทำได้เพียงร้องไห้หนักขึ้นเมื่ออีกคนลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งออกไปทันที ในใจคิดเพียงอีกคนโกรธเขามากขนาดไม่อยากอยู่ใกล้ๆเขาเลยเหรอ ร่างบางก้มหน้าสะอื้นไห้อย่างไม่อาย คนขี้แยคนนี้กำลังร้องไห้อย่างลำพัง

 

ไม่มีอ้อมกอดอุ่นๆคอยปลอบโยน

 

ไม่มีคำปลอบใจให้รู้สึกดี

 

ไม่มีแล้ว...

 

 

 

 

ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ที่โปรดปรานพาตัวเองมานั่งรออีกคนอยู่บริเวณสวนเล็กๆหน้าห้าง หลังออกมาจากคาเฟ่เขาก็เดินวนไปวนมาเพื่อรออีกคน คิดเพียงว่าหากอีกคนกลับมาแล้วอาจไม่เจอเขา แต่จนแล้วจนรอดก็ไร้วี่แววของคนที่ตนรอ

 

"เฮ้อออ..."

 

ใบหน้าหวานหันซ้ายหันขวาไปมาเพื่อกวาดสายตามองหาเผื่อจะเจอคนที่ตนรอคอย แดดยามบ่ายทำเอาผิวขาวๆแดงขึ้นพร้อมกับความแสบร้อนแม้จะไม่ได้ตากแดดโดยตรงแต่ความร้อนก็ทำเหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นมาตามร่างกาย

 

"พี่อัคโกรธเราจริงๆหรอ? โทรหาก็ไม่ติด"

 

มือบางพยายามกดมือถือโทรหาอีกคนอยู่หลายครั้งแต่ก็เหมือนเดิม

 

เขาเก็บมือถือเข้ากระเป๋าเป้ที่ตนสะพายมาด้วยก่อนจะกระชับให้แน่นเพราะกลัวจะโดนวิ่งราวแบบคราวก่อน ขาเรียวก้าวเดินออกมาท่ามกลางแดดร้อนจัดของประเทศไทยในฤดูฝน จะว่าไปอากาศก็ดูจะครึ้มๆลงเหมือนฝนจะตก ร่างบางตัดสินใจวิ่งไปยังรถแท็กซี่ที่จอดว่างรอผู้โดยสารอยู่

 

"พี่ครับ เอ่อ...ไป..."

 

นั่นคือสิ่งที่โปรดปรานพลาดไปอีกอย่าง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคอนโดฯของอีกคนชื่ออะไรหรืออยู่แถวไหนเลยได้แต่อ้ำอึ้งไปเพราะบอกทางไม่ถูก

 

"อ้าวน้อง ไปไหนก็เร็วๆครับ ไม่ไปก็หลีกให้คนอื่น"

 

คนขับแท็กซี่หน้าโหดเอ่ยขึ้นจนโปรดปรานนึกกลัวเลยถอยกรูดออกมาอย่างจำนน เขาจำได้ว่าระยะทางจากคอนโดฯมาห้างไม่ได้ไกลกันมาก แต่เขาก็บอกไม่ได้อยู่ดีว่ามันคือที่ไหน

 

โปรดปรานตัดสินใจเดินเลียบเคียงตามถนนที่รถคันแล้วคันเล่าวิ่งผ่านไป เขาไม่รู้จุดหมายที่จะไปไกลแค่ไหนหากแต่ถ้าเดินไปเรื่อยๆก็คงจะถึง ขาเริ่มสั่นน้อยๆเพราะเจ้าตัวใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงในการเดิน เหงื่อกาฬเริ่มไหลจนเปียกกรอบหน้า มือบางยกขึ้นมาปัดมันออกก่อนจะไหลเข้าตาพาให้แสบกันไปใหญ่

 

"ทำไมมันมึนๆ ฮื้อออ อดทนอีกนิดนะโปรด"

 

เสียงแหบพร่าเพราะความคอแห้งจนรู้สึกเจ็บไม่น้อยเอ่ยบอกตัวเองเบาๆ เสียงฟ้าครืนๆเป็นสัญญาณบอกว่าเม็ดฝนกำลังจะโปรยปรายลงมาในไม่ช้า ร่างกายเหนื่อยหอบจนโปรดปรานหายใจติดขัด อยู่ๆทุกอย่างก็วูบลงไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะสุดท้ายดับลง

 

 

 

 

 

"น้อง น้องครับ ได้ยินพี่มั้ย?"

 

เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมกับสติที่หายไปของโปรดปรานกำลังกลับมา ความพร่ามัวของสายตาถูกกระพริบถี่ๆก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง

 

"นะ...น้ำ ขอน้ำ"

 

"อ่ะ ค่อยๆนะ"

 

โปรดปรานขยับตัวยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะลงไปนอนตามเดิมเพราะเรี่ยวแรงยังไม่กลับมา ดวงตากลมมองไปยังคนแปลกหน้าที่นั่งมองเขาอยู่อย่างสงสัย

 

"คุณ..."

 

"อ้อ พี่ชื่อธันวานะ พอดีพี่เห็นเราเป็นลมอยู่หน้าบ้านเลยพาเข้ามานี่"

 

"เอ่อ...ผมโปรดครับ โปรดปราน"

 

"เป็นไงบ้าง แล้วทำไมถึงเป็นลมได้ล่ะ?"

 

"คือ..."

 

แม้ท่าทีของอีกคนจะดูน่าเชื่อถือแต่โปรดปรานก็ยังชั่งใจ เพราะยังไงอีกคนก็ยังแปลกหน้าสำหรับเขาอยู่ดี

 

"กลัวพี่เหรอ?"

 

ธันวาเอ่ยถามเพราะเห็นแววตาที่ดูวิตกกังวลของอีกคนจนอดถามไม่ได้ คนตรงหน้าพยายามหลบสายตาเขาแถมค่อยๆถดร่างกายหนีเขาจนแทบติดมุมโซฟา

 

เขาพบอีกคนนอนเป็นลมสลบอยู่ทางเข้าบ้าน พยายามเรียกเท่าไรก็ไม่รู้สึกตัวเลยตัดสินใจพาร่างอีกคนเข้ามาแล้วจึงอุ้มมานอนโซฟาอย่างที่เห็น

 

"พี่ครับ"

 

"ครับ?"

 

"พี่พาผมไปส่งคอนโดฯได้มั้ยครับ? ผมกลับไม่ถูก ผมไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน"

 

ธันวานึกแปลกใจขึ้นมากับที่อีกคนพูด ถ้าไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนแล้วเขาจะไปส่งได้อย่างไร? แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องยอมช่วยอีกคนแน่ๆ เพราะแววตาใสซื่อของอีกคนกำลังเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ ยังไงก็ช่วยแล้วช่วยต่ออีกสักหน่อยคงไม่เป็นไร

 

 

 

 

😁😁😁😁😁😁😁😁

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น