email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 19 ปล่อยมือ

ชื่อตอน : บทที่ 19 ปล่อยมือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 367

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2563 12:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 ปล่อยมือ
แบบอักษร

“ทูลฝ่าบาท องค์ชายจื่อหลันกับทารกในครรภ์พ้นขีดอันตรายแล้วพะย่ะค่ะ แต่องค์ชายเสียเลือดมาก ทำให้ต้องคอยดูอาการอย่างต่อเนื่องพะย่ะค่ะ” หมอหลวงรีบรุดเข้าไปรายงานผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินซีเซี่ย ที่รอฟังข่าวอยู่ที่ตำหนักใหญ่พร้อมกับทุกคน

“ดี! เจ้าต้องดูแลรักษาองค์ชายจื่อหลันเป็นอย่างดี อย่าให้เขาเป็นอันตรายอันใดเป็นเด็ดขาด ออกไปได้” หลี่ลู่หานกำชับหมอหลวง เขาเองก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ไม่นึกว่าการที่รับตัวองค์ชายจื่อหลันมาซ่อนตัวเอาไว้ จะทำให้อีกฝ่ายเป็นอันตรายเกือบถึงชีวิตเช่นนี้

“พะย่ะค่ะ กระหม่อมทูลลา” หมอหลวงคุกเข่าคำนับแล้วออกไปจากตำหนักใหญ่ทันที

“พวกเจ้าทุกคน อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นมาเดี๋ยวนี้ รัชทายาทหลี่จิ้ง เจ้าจงอธิบายมา” หลี่ลู่หานหันไปยังโอรสองค์โตของเขาที่มีตำแหน่งเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งแคว้นซีเซี่ย เพื่อต้องการคำอธิบายทั้งหมด

“ทูลเสด็จพ่อ...เรื่องในครั้งนี้ ลูกจะอธิบายให้ฟังทั้งหมดเองพะย่ะค่ะ” หลี่จิ้งรีบก้าวยืนเบื้องหน้าพระบิดา เพราะนี่เป็นความรับผิดชอบของเขาทั้งหมด

“ว่ามา…” หลี่ลู่หานฟังทุกถ้อยคำที่โอรสเอ่ยแจ้ง การที่จื่อหลันมาหลบซ่อนตัวที่แคว้นซีเซี่ย ใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่ทราบเรื่องอันใด เพียงแต่เขาอยากให้องค์รัชทายาทจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง จึงทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่เพราะครั้งนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น เขาจึงต้องเข้ามายุ่งเพราะในไม่ช้า อาจจะกลายเป็นเรื่องระหว่างแคว้นทั้งสามแคว้นก็เป็นได้ เมื่อฟังเรื่องราวจบ หลี่ลู่หานจึงเอ่ยขึ้น

“เรื่องการบาดเจ็บขององค์ชายจื่อหลัน ข้าส่งข่าวไปให้กับทางแคว้นซ่งแล้ว ส่วนเรื่องการจะกลับไปที่แคว้นจินหรือแคว้นซ่งนั้น เราจะไม่ตัดสินใจแทนองค์ชายจื่อหลัน ตราบใดที่เขายังต้องรักษาตัวอยู่ที่นี่ ใครก็ไม่สามารถพาเขาไปได้จนกว่าเขาจะหายดี และให้เขาตัดสินใจเองว่าจะไปอยู่ที่ใด พวกเจ้าก็ห้ามรบกวนเขาอีกเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่?!” หลี่ลู่หานไม่อยากให้เกิดปัญหาอันใดอีกจนกว่าทางแคว้นซ่งจะส่งข่าวกลับมา ย่อมปิดทุกทางที่จะไม่ให้ใครไปรบกวนจื่อหลันอีก

ทุกคนจึงน้อมรับบัญชา “พะย่ะค่ะฝ่าบาท!”

 

 

 

“เสด็จพี่…” เฟิ่งจินเดินเข้ามาในห้องพักของตำหนักรับรองแขกบ้านแขกเมือง

“เฟิ่งจิน...เจ้ามาได้อย่างไร? หลี่จิ้งล่ะ?” หงหลินหันไปหาผู้เป็นน้องชาย ก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะกลางห้อง เฟิ่งจินโบกมือให้นางกำนัลและขันทีออกไปให้หมด หลังจากจัดแจงน้ำชาและขนมและเครื่องเคียงเสร็จแล้ว

“เสด็จพี่...เรื่องของจื่อหลัน ท่านจะทำเช่นไร?” เฟิ่งจินไม่รั้งรอที่จะถามพี่ชายของตน แม้พี่ชายเขาจะตัดสินใจเช่นไร เขาก็พร้อมที่จะสนับสนุน

“...ข้า...จะปล่อยจื่อหลันและลูกไป…” หงหลินเอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งเงียบไปพักใหญ่

“เสด็จพี่!” เฟิ่งจินตกใจในคำพูดของพี่ชายเป็นอย่างมาก

“ในเมื่อจื่อหลันรักเซียวเหยียน ข้าก็คงไม่อาจจะเห็นแก่ตัวเหมือนครั้งก่อนได้ ข้า...ไม่อาจจะทำใจได้ ถ้าจื่อหลันต้องตายเพราะข้า แม้ความรักที่เขามีให้กับข้าจะเทียบไม่ได้กับความรักที่มีต่อเซียวเหยียน แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีใจให้ข้า แม้จะน้อยนิดก็ตาม แค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว...นับจากนี้ ข้าจะไม่ทำให้เขาลำบากใจอีก…” หงหลินใคร่ครวญเรื่องนี้อยู่ทั้งคืน การที่เห็นจื่อหลันเกือบตายต่อหน้าต่อตา ทำให้เขารู้สึกแทบจะขาดใจ ความรักที่เขามีต่อจื่อหลันนั้น ใช่น้อยไปกว่าเซียวเหยียน เพียงแต่คนที่จื่อหลันรักมากที่สุดนั้น ‘ไม่ใช่ตัวเขา’ เขาเพิ่งรับรู้ว่า การทำให้คนที่ตนรักได้มีความสุข มันรู้สึกดีกว่าการที่อีกฝ่ายตายจากไป เขาจึงตัดสินใจที่จะปล่อยมือ เขาอยากให้จื่อหลันและลูกมีความสุข

“เสด็จพี่…” เฟิ่งจินอดรู้สึกสงสารพี่ชายไม่ได้ ความรักที่ไม่อาจสมหวัง แต่เขาก็บินดีที่จะเคารพการตัดสินใจในครั้งนี้ของพี่ชาย สายตาเป็นห่วงเป็นใยส่งไปให้คนตรงหน้าอย่างชัดเจน

“ข้าไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เฟิ่งจิน เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพัก” หงหลินยกยิ้มบาง เขาไม่อยากให้น้องชายต้องเป็นกังวลไปมากกว่านี้

“ได้ ถ้าท่านต้องการอะไร ก็ส่งนางกำนัลไปแจ้งข้านะ” เมื่ออีกฝ่ายยืนยันเช่นนั้น เฟิ่งจินจึงยอมกลับ

“อืม…” หงหลินลุกขึ้น แล้วเดินไปยังเตียงนอน ก่อนจะล้มตัวลงนอน ยกข้อมือขึ้นมาปิดตาตน หวังจะให้ปกปิดธารน้ำสีใสที่ไหลออกจากดวงเนตรงาม แต่ถึงอย่างนั้น ก็มิอาจจะสะกดกลั้นเสียงสะอื้นไห้ของตนได้

 

 

“หงหลิน…” ร่างสูงของใครบางคนเข้ามาในห้องพักขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินอย่างถือวิสาสะ ทำให้หงหลินที่นอนอยู่ชะงักนิ่ง

“...ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับท่าน” เมื่อรับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร จึงลุกขึ้นมาจากเตียง ก่อนจะเช็ดน้ำตาออกลวกๆจากใบหน้าตน

“เจ้า...ร่างกายของเจ้า…” ร่างสูงเอ่ย พรางมองไปที่ท้องของอีกฝ่าย ความหมายของประโยคนี้ เป็นที่รู้กันระหว่างพวกเขา

“หึ...ถ้าท่านหมายถึงเด็กในท้องของข้าแล้วล่ะก็…” ริมฝีปากบางยกยิ้มหยัน ก่อนจะเคลื่อนมือเรียวไปยังหน้าท้องที่แบนราบของตน ก่อนจะเอ่ยอีกประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับตกตะลึงแทบจนแทบยืนไม่อยู่ “เขาไม่มีวันที่จะได้ออกมาดูโลกภายนอกแล้วล่ะ…”

“หงหลิน! นี่เจ้า!! เจ้าทำอะไรกับลูกในของเจ้า?! บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!!” ริมฝีปากหยักสั่นระริกด้วยความโกรธ ก่อนจะดิ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย ดวงเนตรคมสบกับดวงเนตรงาม หวังว่าคำพูดของอีกฝ่ายจะเป็นเรื่องโกหก แต่กลับเห็นเพียงความเย้ยหยันที่สื่อออกมาจากดวงเนตรคู่นั้น

ดวงเนตรงดงามแปรเปลี่ยนจากการเย้ยหยันมาเป็นแววดุดัน หงหลินเอ่ยเน้นทุกถ้อยคำ “ลูกของข้า...จะต้องเป็นเด็กที่เกิดมาจากครรภ์ของจื่อหลันเท่านั้น ข้าไม่ยอมรับเด็กคนไหนเข้ามาในชีวิตของข้าเป็นเด็ดขาด!! ท่านจำเอาไว้ด้วย!!”

“หวันเอี้ยนหงหลิน!! เจ้ามัน…” มือหนากำหมัดแน่น เขานึกไม่ถึงเลยว่า คนที่เขาแอบรักมาตลอด จะมีจิตใจอมหิตเช่นนี้

“ข้าทำไมรึ? หึ...ต่อจากนี้ไป ข้าถือว่าข้าชดใช้ท่านจนหมดสิ้นแล้ว ในภายภาคหน้า...ท่านและข้า...ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีกต่อไป!” หงหลินเอ่ยต่อ เขาไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับคนตรงหน้านี้อีกต่อไป ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมีให้ จะสิ้นสุดกันนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

“หงหลิน! หงหลิน! กลับมาคุยกับข้าให้รู้เรื่องกันเดี๋ยวนี้!!” เหวินหรงตะโกนกร้าว หลังจากที่หงหลินพูดจบประโยค อีกฝ่ายก็เดินออกไปจากห้องทันที โดยไม่หันกลับไปมองคนที่อยู่ในห้องอีก

 

 

“ท่านพี่ ท่านกินอะไรบ้างเถิด...อีกไม่นาน องค์ชายสามก็น่าจะฟื้นแล้ว” มู่จินเดินเข้ามาในห้องรับรองพร้อมกับถาดอาหารที่เพิ่งปรุงสุก ก่อนจะมองถาดอาหารเก่าที่ไม่ได้พร่องลงเลยแม้แต่น้อย

“ไม่เป็นไร ข้ายังไม่หิว…” ร่างสูงใหญ่ยังคงยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ไม่แม่แต่จะหันมามองคู่สนทนาของตน สายตาคมจ้องไปยังทิศทางที่ตั้งของตำหนักหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พำนักของใครบางคนที่เขาได้ทำร้ายคนคนนั้นด้วยมือของเขาเอง “ถ้ากลับไปแคว้นซ่งเมื่อไหร่ ข้าจะไปรับโทษกับฝ่าบาท”

“ท่านพี่! โทษนั้นถึงขั้นประหารชีวิตเลยนะ!” มู่จินตกใจกับคำพูดของพี่ชายเป็นอย่างมาก เพราะโทษทัณฑ์จะได้รับนั้นมันคือ ‘โทษตาย’

“เรื่องที่ข้าทำร้ายเกือบสังหารองค์ชายนั้นเป็นความจริง” ริมฝีปากหยักเอ่ยโทษตนเอง เขามิอาจจะไม่รับผิดชอบต่อเรื่องนี้ได้

“แต่ท่านพี่ ท่านไม่ได้ตั้งใจมิใช่หรือ? องค์ชายเองก็คงไม่ถือโทษโกรธท่านหรอก” มู่จินพยายามหาเหตุผลให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจ เขารู้ว่าพี่ชายเป็นคนเช่นไร แม่ทัพผู้เกรียงไกรไหนเลยจะปล่อยผ่านความผิดที่ตนได้ก่อเอาไว้ได้

“เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว กลับไปพักผ่อนเถิด” เซียวเหยียนตัดบท เพราะเขารู้ดีว่าน้องชายคงจะคิดหาหนทางเกลี้ยกล่อมเขา หรือแม้กระทั่งอาจจะไปขอร้องจื่อหลันให้เว้นโทษของเขา

“ท่านก็อย่าลืมกินข้าวบ้างล่ะ…” ในเวลานี้มู่จินรู้ดีว่รที่ตนพูดไปนั้น คงไม่อาจจะทำให้พี่ชายเปลี่ยนใจได้ จึงยอมที่จะกลับที่พักก่อน แต่เมื่อมีโอกาส เขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือพี่ชายอย่างสุดความสามารถ

“อืม”

 

ความคิดเห็น