facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาตราที่ 11 ความผิดว่าด้วย การพัวพันในเรื่องต้องห้าม

ชื่อตอน : มาตราที่ 11 ความผิดว่าด้วย การพัวพันในเรื่องต้องห้าม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 889

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2563 22:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาตราที่ 11 ความผิดว่าด้วย การพัวพันในเรื่องต้องห้าม
แบบอักษร

มาตราที่ 11 ความผิดว่าด้วย การพัวพันในเรื่องต้องห้าม

 

กริ๊งงงงงง

เสียงเรียกเข้ามือถือที่ดังต่อเนื่องไม่ยอมหยุดทั้งๆที่พยายามไม่ใส่ใจแล้ว ทำให้ร่างสูงของวิษุวัตยอมลากสังขารจากบริเวณสระว่ายน้ำของตัวบ้านมาที่มือถือเจ้าปัญหาที่ดังไม่หยุด

 

‘สารวัตรนิธิ’

 

อ่ะ ตายยากจริง เมื่อวันก่อนเขาก็เพิ่งจะพูดถึงเจ้าตัวไป มาวันนี้โทรหาเขาเสียแล้ว นกรู้จริงๆ

“ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยออกมากดรับสาย

“วัต งานเข้าแล้วว่ะ”

“หือ งานไรพี่” คิ้วเข้มเลิกสูงเมื่อปลายสายตอบกลับมา

“มีตำรวจยศพลตำรวจตรีสองนายเสียชีวิตพร้อมกันสองคน”

“มีความคุ้นเคยทางยศนะครับ” ลางสังหรณ์บางอย่างเริ่มถูกจุดในใจคนฟัง

“อืม ลูกพี่นายรู้เรื่องแล้ว แต่อยู่ในระหว่างพักราชการเลยทำอะไรไม่ได้” สารวัตรนิธิคงหมายถึงผู้กองคามิน

“แฮ่ ได้ข่าวว่าโดนพักกันยกก๊วนนะครับ”

“เผื่อมึงลืม มึงก็ด้วยไอ้วัต”

“ไม่เถียงสักคำ”

“อยู่ไหนตอนนี้”

“บ้านที่กระบี่ครับ”

“กลับกรุงเทพฯก่อน กูจะให้มึงสืบเรื่องนี้แทนคามิน” สารวัตรว่ามาแบบนั้นผมจะโต้แย้งอะไรได้ละครับ

“แต่...โดนคำสั่งจากกรมให้พักงาน”

“ก็มาแบบลับๆสิวะ ปกติมึงก็ทำตัวเหมือนผีอยู่แล้ว” ว่าไปโน้น

“ต้องแจ้งเรื่องนี้กับเบื้องต้นมั้ยครับ”

“ไม่ต้อง ท่านผู้การสั่งมาให้ทำแบบลับๆไปก่อน เบื้องหน้าเราจะทำเหมือนเป็นคดีฆ่าตัวตายไปก่อน”

“เอ๋”

“ตามนั้นแหละวัต”

“แสดงว่าข้างบนก็สงสัยหรือครับว่าไม่ใช่คดีฆ่าตัวตาย”

“คงงั้น กูไม่รู้นะว่าก่อนหน้านี้ผู้กำกับองคตให้พวกมึงทำอะไรกัน แต่วงในลือกันว่าเพราะเรื่องที่สองนายพลไปยื่นฟ้องสอบสวนพวกของผู้กำกับองคต ตัวเองเลยโดยเพ่งเล็งกลับ เหมือนว่าจะเจอว่าจริงๆแล้วคนที่ทุจริตจะเป็นทั้งสองคนมากกว่า ผู้การเองก็คาใจ แต่เรื่องมันไม่ได้ร้ายแรงจนทั้งสองคนต้องฆ่าตัวตายหนีความผิด เพราะงั้นมีอีกทางที่เป็นไปได้คือ ทั้งสองคนโดนฆ่าตัดตอน”

“...” ปฏิบัติการขององคตมีคนรู้ในวงแคบ เรียกว่า แอบลักลอบทำดูจะชัดเจนกว่า แม้ว่าจะเป็นการทำเพื่อจับกุมพ่อค้ายาเสพติด แต่ก็เป็นกระทำเชิงศาลเตี้ย เรียกว่ามีความผิดทางวินัยค่อนข้างร้ายแรง ไม่อย่างนั้นพวกเขาทั้งทีมคงไม่โดนสั่งพักงานยกแผงแบบนี้หรอก

“หมอชินไม่อยู่ แล้วใครเป็นคนชันสูตรศพครับ” ที่ถามเพราะรู้ว่าชินฤทธิ์อยู่กับพวกคามินที่หนองคายโน้นเลย

“เสนารักษ์ทหารเรือคนหนึ่ง มีความชำนาญด้านการชันสูตรพลิกศพพอๆกับหมอชิน แถมยังมีความรู้ในการวิเคราะห์วิถีกระสุนปืน เรียกว่าถ้าศพให้ตายด้วยอาวุธปืนเขาสามารถวิเคราะห์ได้ว่าผู้ตายๆเพราะยิงตัวเอง หรือโดนคนอื่นยิง” นิธิบอก

“ทำไมได้เอาคนของทหารเรือมาทำละครับ”

“เราต้องของความร่วมมือไปเพราะไว้ใจคนในไม่ได้ หมอชินไม่อยู่ เราไม่รู้ว่าคนอื่นจะโดนซื้อไว้มั้ย”

“อ่าฮะ” วิษุวัตพยักหน้าเข้าใจ

“มึงกลับมาได้แล้ว พาพีกลับมาด้วย ลูกเขามีพ่อมีแม่ไอ้ห่า อุ้มไปไม่เกรงใจยศบนบ่าตัวเองเลย” อ่า รู้เหรอวะ

“อย่าถามว่ารู้ได้ไง นอกจากมึงกูก็ให้คนคอยดูพีอยู่ห่างๆอยู่”

“ดูห่วงนะครับ” เสียงทุ้มน้ำเสียงเปลี่ยนไป

“มึงอย่าเพิ่งมาหึงประสาทแดกตรงนี้ ไอ้พีมันลูกพี่ลูกน้องกู กูห่วงมันเพราะพ่อแม่มันขอมาเฉยๆ”

“ห่ะ”

“เอ้อออ ไอ้พีมันเป็นน้องกู แต่กูแค่ไม่เคยบอกใครเท่านั้นเอง” เวรเอ้ย แล้วกูจะหึงให้เสียเวลาทำไมตั้งนานวะ แต่อย่าเพิ่งนะ ทำไมสารวัตรรู้วะ

“แล้วทำไม...”

“ทำไมกูถึงรู้ว่ามึงหึงงั้นหรอ” ยังไม่มันจะพูดจบ นิธิก็สวนขึ้นมาก่อน

“อ่า”

“เฮ้ออออ ไอ้วัตเอ้ย ไอ้วัต สายตามึงน่ะเด็กปอสามแถวบ้านกูยังมองออกเลย” แต่น้องมึงมองไม่ออกไงพี่ ทุกวันนี้กูเป็นอะไรสำหรับเขายังเป็นงงๆอยู่เลยเถอะ

“อ่าาาา”

“แล้วนี้ มึงพาน้องกูไปด้วย ไม่ได้ทำอะไรมันใช่มั้ยวะ”

“เอออออ” ไอ้การนอนกอด หอมแก้ม หนักสุดคือการจูบนี้ นับป่ะวะ

“ไอ้วัต”

“อ่าาา คือ...”

“มึงงงง ไอ้เหี้ย!! อย่าบอกนะว่ามึงแดกน้องกูไปแล้ว” เสียงโวยวายที่ดังผ่านหูโทรศัพท์มาทำเอาวิษุวัตต้องดึงมือถือในมือให้ยื่นออกไปห่างๆหู

“ผมเปล่าพี่!!” สรรพนามแสดงความสนิทสนมถูกนำมาใช้ เมื่อต้องหาทางเอาตัวรอด

“เปล่าอะไร!”

“ไม่ได้ทำอะไรพีเลย”

“สันดานอย่างมึงเชื่อได้เหรอ”

“อ้าวพี่ ไหงพี่ว่างั้นอ่ะ”

“ไอ้วัต กูรู้จักมึงมาตั้งแต่จบนายร้อยจปร.มึงว่ากูจะไม่รู้นิสัยมึงไง”

“เอาเป็นว่าผมไม่ได้ทำอะไรจริงๆ” หมายถึงตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่ได้แดกเลยจริงๆ ที่ชิมๆไม่นับ

“สาบาน” อีกคนคาดคั้น แต่...สาบานไปก็ตายเปล่าเด้

“จะคุณกับพีมั้ยล่ะ ถ้าสารวัตรไม่เชื่อผม”

“มึงอย่าท้ากูนะวัต”

“ไม่เลยครับ”

“ไอ้น้องเวร!”

“ด่าพีทำไม”

“ด่ามึงเนี่ย”

“เอ้า”

“แล้วพีไปไหน”

“ลอยตุ๊บป่องๆอยู่ในสระโน้น” พ่อทูนหัวเขาเล่นน้ำสบายใจเฉิบ หลังจากที่ยั่วเขาด้วยการใส่เสื้อขาวลงเล่นน้ำ แถมไม่รับผิดชอบทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่โน้น สนุกเขาล่ะ

“ดูน้องกูดีๆ” ดีกว่านี้ก็สิงแล้วพี่

“ครับ”

“รีบกลับมาด้วย” ก่อนวางสายก็ไม่วายสำทับเรื่องที่โทรมาตั้งแต่แรก

 

“ใครโทรมาหรอ” คนหน้าสวยที่ยังไม่ยอมขึ้นจากสระถาม เมื่อเขาเดินกลับมาที่สระว่ายน้ำอีกครั้ง

“สารวัตรนิธิ”

“หืม” คนในน้ำทำตาโต

“พี”

“ว่า”

“คุณเป็นลูกพี่ลูกน้องของสารวัตรเหรอ” วิษุวัตถามขึ้นเพื่อยืนยันในสิ่งที่นิธิบอกเขา

“ช่าย”

“แล้วทำไม ไม่บอกผม ปล่อยผมหึงเป็นบ้าเป็นหลัง”

“ก็คุณไม่ถาม” คุณทนายว่ามานายตาย กูผิดอีกละ

“พี” วิษุวัตเรียกอย่างอ่อนใจ แต่กลับได้รับเสียงหัวเราะคิกคักกลับมา

“คุณคิดไปเอง โทษผมไม่ได้นะหมวด” ฮึ่ม มันน่านัก น่าฟัดให้จมเขี้ยว

“คืนก่อนคุณก็ไม่บอกผม”

“อ่า โทษๆๆ”

“หึ” คนบนขอบสระทำเสียงในคอ

“เอ้า งอนเป็นขนตาไปได้”

“เหอะ”

“อ่ะๆๆๆ ขอโทษๆๆๆ ทำไงจะหายโกรธ” สุดท้ายคนที่ยอมรับผิดก็ขอต่อรอง

“จูบผม” คำตอบของคนงอนทำเอาคนฟังตาโต

“เกินเบอร์” คนหน้าสวยว่า

“...” คนงอนไม่เถียงแต่มองใบหน้าซับสีนั้นนิ่งๆ เป็นการยืนยันว่าพูดจริงและไม่คิดจะเปลี่ยนใจ

“เออๆ ก็ได้”

ตู้มมม จบคำของพีรกานต์ร่างใหญ่ของวิษุวัตก็ลงไปในน้ำด้วย

“เอ้ย...อื้ออออ” คนที่โดดลงมาดื้อๆผุดขึ้นจากน้ำใกล้ตัว ก่อนจะคว้าเอวบางของเขาเข้าไปในวงแขน มืออีกข้างก็ประคองไว้ท้ายทอยของพีรกานต์ บังคับให้เงยขึ้นรับจูบจากตนไปในตัวเมื่อใบหน้าคมก้มเงยมาชิด จนริมฝีปากทั้งสองแนบเข้าหากัน

 

ตั้งแต่คืนที่พูดคุยกันแล้วพีรกานต์ยอมนอนที่ห้องของเขา ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็ดูจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น พีรกานต์ยอมคุยกับเขามากขึ้น ยิ้มให้บ่อยขึ้น รวมไปถึงยอมให้เขาเข้าใกล้มากขึ่น ไม่งอแง (?) ไม่ตั้งแง่ยามที่เขาพยายามพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างกัน แต่ถึงจะไม่ปฏึแต่ก็ใช่ว่าจะยอมรับซะทีเดียว เพียงแต่...

“เราลองมาเริ่มต้นอย่างคนปกติเขาก่อนดีมั้ยหมวด แบบ...แบบว่า ลอง เอ่อ ลองคุยๆกันก่อนมั้ย” ใบหน้าสวยที่มีสีแดงระเรื่อขึ้นยามเมื่อพูดถึงเรื่องพวกนี้

“พีอยากให้ผมจีบคุณหรอ” พูดเป็นเล่น ให้จีบเมียตัวเองเนี่ยนะ แต่วิษุวัตจะมีปากมีเสียงไปเถียงได้ไง เมื่อ...

“ก็...ก็แล้วแต่หมวดเถอะ แต่ ผม...ไม่ยอมเป็น...เอ่อ...” อาการกระอักกระอ่วนของคนตัวเล็กทำให้คนมองนึกอยากคว้ามาฟัด รู้อยู่เต็มอกว่าอีกคนจะพูดอะไร ว่าง่ายๆคือ ถ้าไม่จีบก่อนก็จะจบความสัมพันธ์กลับไปเป็นแต่เพื่อนร่วมโลกพอ เหอะ! เรื่องอะไรจะยอม แต่เอาเถอะ ในเมื่อเมียอยากโดนจีบเขาก็จะจีบ แต่จีบในแบบของเขานะ ซึ่งพีรกานต์ไม่มีทางได้เจอคนอื่นอีกแน่ๆ เป็นของเขาแล้วก็ต้องเป็นของเขาคนเดียว คนอื่นอย่าแส่ คุณทนายอยากมีคนมาจีบก็ต้องเป็นผัวนี้ที่จีบได้คนเดียวเท่านั้น

“โอเค งั้นผมจะเริ่มคุณเป็นจริงเป็นจังละนะ”

“ยังไง”

“อ่ะ จีบ” พูดพร้อมกับทำมือข้างหนึ่งเป็นท่าจีบตั้งวงส่งให้คนตรงหน้า

“เพื่อนเล่นหรอหมวด”

“หึ” ผู้หมวดทำเสียงปฏิเสธพร้อมส่ายหน้า

“ไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นเมีย”

“ไอ้หมวด!!”

“ฮ่าๆๆๆๆ” สีหน้าแดงแปร๊ดของอีกคนเรียกเสียงหัวเราะให้คนที่ตั้งใจแกล้งได้เป็นอย่างดี

“แกล้งหรอ”

“เปล่า ใครจะกล้า” ปากว่าอย่างนั้นแต่ปากยังไม่หุบยิ้ม จนอีกคนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกเบาๆที่สีข้างของคนช่างยิ้ม

“นี่แหนะ”

“โอ้ยยยยย พี ผมเจ็บ”

“แสดง”

“ผมเจ็บจริงๆนะพี” อีกฝ่ายบอกน้ำเสียงอ่อยดวงตาหม่นแสง

แต่คนที่ชินต่อการตีสีหน้าของจำเลยในศาลมีหรือจะยอมเชื่อง่ายๆ เห็นอย่างนี้เลยยิ่งเบ้หน้าด้วยความหมั่นไส้เข้าไปมากกว่าเดิมอีก

“พอเลย แสดงเก่งไม่น่าเป็นตำรวจนะ ไปเป็นนักแสดงมั้ยเผื่อรุ่ง”

“ม่ายอาว อยากเป็นพระเอกแค่เพื่อพีคนเดียว”

“เริ่มเลี่ยนแล้วนะ”

“โธ่...”

 

เป็นอันว่าวันหยุดที่ควรได้มาสองสัปดาห์สั้นเข้าอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้กำกับองคตสั่งไม่ให้เขาติดต่อคามินในเรื่องนี้ ถึงจะไม่รู้สาเหตุของคำสั่งแต่ตอนนี้คนที่สั่งงานเขาดูเหมือนจะเป็นท่านผู้การโดยตรง

วิษุวัตเข้าไปนิติเวชเพื่อดูผลชันสูตร แล้วก็อย่างที่รู้กันในกลุ่มพวกเขาตายตำรวจที่ตาย คือพลตำรวจตรีพร้อมพงษ์ และพลตำรวจตรีเทิดรักษ์ สองนายพลในสังกัดกองอำนวยการตำรวจ จากข้อมูลที่ได้จากนิธิสองนายพลอยู่ในระหว่างยื่นสอบสวนองคตและทีม แต่ดูเหมือนผู้การจะรู้อะไรมากกว่านั้น นิธิเองก็สงสัยในขณะที่วิษุวัตคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของเพื่อนรักคามินอย่างอัยย์ศลามากกว่าที่ทำให้เหมือนว่าเบื้องบนกำลังรู้อะไรบางอย่าง เพราะจากที่นิธิได้พูดคุยกับองคต ฝ่ายโน้นยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่ฝีมือตัวเอง

เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันธ์หลายฝ่าย และมีโอกาสที่จะมีคนในวงราชการชั้นสูงรู้เห็นอีกมาก แม้จะยังตอบไม่ได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่ถ้าข่าวเรื่องนี้แพร่ออกไปอาจจะทำให้ผู้บงการไหวตัวทัน ทางการจึงสั่งให้ออกข่าวว่าเป็นการฆ่าตัวตายส่วนสาเหตุให้บอกว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบ

เลยทำให้มีการจัดฉากงานศพขึ้นเพื่อหลอกตา แล้วให้นำศพมาชันสูตรอย่างลับๆในสถาบันนิติเวชของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของเป็นอดีตทหารเรือ ทำให้ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้อย่างนิธิต้องติดต่อไปหาแก้วกัญหาเพื่อหาคนที่ไว้ใจได้ และมีความชำนาญด้านการพิสูจน์หลักฐานทางอาวุธมาช่วย แต่เพราะแก้วกัญหากับสิงหลลงเกาะเพื่อฝึกหน่วยพิเศษ เป็นเหตุผลให้หญิงสาวส่งไม่ต่อไปหาอีกคนที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นคนที่สามารถไว้ได้แน่นอน

 

‘นาวาตรีนายแพทย์เมฆพรรษ”

 

นายทหารเรือผู้เป็นแพทย์ทหารเรือที่มีความชำนาญด้านการใช้อาวุธปืน แต่เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ลักษณะอาวุธและทิศทางอาวุธในเชิงลงมือคนหนึ่งของทัพเรือ โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำการขอความร่วมมืออย่างไม่เป็นทางการ เรียกง่ายๆคือให้มาช่วยแบบลับๆโดยอ้างการลาพักต่อต้นสังกัด แต่ผู้บังคับบัญชารู้อยู่แก่ใจว่าลูกน้องไปทำอะไร เมฆพรรษ เป็นชายหนุ่มรุ่นราวเดียวกับวิษุวัต หากจะไล่อ่อนแก่ก็คงเป็นพี่เขาอยู่ไม่กี่ปี สูงไม่หน้าเกินร้อยแปดสิบตัวบางกว่าเขาแต่ดูกำยำอย่างคนออกกำลังกายเป็นประจำ ผิวขาวจนไม่หน้าเชื่อว่าเป็นทหารเรือที่ต้องอยู่กับลมทะเลแทบจะทั้งปี ก็ดูอย่างแก้วกัญหาสิ หญิงสาวตัวบางที่มีผิวสีเข้ม แม้ไม่ถึงกับเป็นสีแทน แต่เมื่อเทียบกับอัยย์ศลาที่ผิวมีโทรสีน้ำผิวก็ยังเรียกได้ว่าคล้ำกว่า แต่หมอทหารคนนี้กลับมีผิวขาวผิวคนเป็นทหารเรือทั่วไป ขาวพอๆกับพีรกานต์ได้มั้ง ใบหน้าเข้มติดจะดุ ดวงตาหวานมีแววนิ่งสงบเยือกเย็น

“สวัสดีครับหมวดวัต” ฝ่ายผู้เป็นหน่วยเสริมทักทายกอง

“สวัสดีครับผู้กอง” ถ้านับกันจริงๆแล้วเมฆพรรษถือว่ายศสูงกว่าเขาพอควร

“ไม่ต้องเป็นทางการหรอกครับ เรียกผมพี่ก็ได้ ผมเป็นพี่คุณอยู่นิดหน่อย” อีกฝ่ายยังคงระดับความเป็นกันเอง

“ขอบคุณครับ” เมื่อเห็นผู้ที่มียศสูงกว่าว่ามาแบบนั้นฝ่ายผู้น้อยจึงลดท่าทีเกร็งลงได้บ้าง

“คุณมาเรื่องนายพลที่ตายใช่มั้ย เห็นสารวัตรนิธิบอกว่าจะส่งลูกน้องที่ไว้ใจได้มาให้ช่วยผมสามคน ทำไมคุณมาคนเดียว”

“ก่อนหน้านี้พวกผมโดนสั่งพักราชการกันยกแผง สองคนนั้นเลยอยู่ระหว่างเรียกตัวกลับครับ”

“เกี่ยวกับเรื่องที่สงสัยกันว่ามีส่วนพัวพันกับการตายของสองคนนั้นมั้ย” เมฆพรรษทำท่าพยักเพยินไปทางตู้แช่ศพที่อยู่อีกฝั่ง

“เรื่องที่โดนพักไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่เรื่องการตายของทั้งสองคนอาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องที่พวกผมโดนสั่งพัก” งงมั้ย ดูเหมือนเมฆพรรษจะงง

“อีกทีจะเหมือนเดิมมั้ย”

“ฮ่ะๆๆ เหมือนเดิมสิครับ”

“จะพยายามเข้าใจ”

“เดี๋ยวก็ชิน” วิษุวัตบอก

“แล้วนี่ ที่โดนพักงานน่ะ รวมไปถึงหมอชินที่เป็นแพทย์นิติเวชด้วยเหรอ”

“พี่เมฆรู้จักหมอชินหรือครับ”

“ไม่อ่ะ แค่รู้มาว่าทีมพวกคุณมีหมอนิติเจ้าประจำเป็นหมอชินเฉยๆ”

“อ๋อ...จริงๆก็เปล่าหรอกครับ ดูเหมือนที่หมอชินหยุดจะเป็นการลาพักร้อนเฉยๆ”

“โอเค งั้นเรามาเริ่มกันเลย”

“ได้รับ”

 

จากการพูดคุยเพื่อดูทิศทางการชันสูตร เมฆพรรษพบจุดที่หน้าสงสัยค่อนข้างหลายจุด อันที่จริงพวกเขาอยากเข้าไปสำรวจที่เกิดเหตุด้วยตาตัวเอง แต่ติดที่ว่าเรื่องนี้ต้องทำเหมือนปิดคดีไปแล้วจริงไม่สามารถเดินๆเข้าไปที่นั้นได้ จะมีก็เพียงรถของเทิดรักษ์ที่ถูกลากมาเก็บไว้ที่กองพิสูจน์หลักฐานเท่านั้นที่พอจะนำมาตรวจสอบได้ ซึ่งทั้งสองอย่างที่ว่าวิษุวัตโยนให้นิธิเป็นคนจัดการต่อ

“ในตัวผู้ตายทั้งสองศพไม่มีอะไรหน้าสงสัยเลยหรือครับ”

“ไม่มี ในร่างกายศพว่างเปล่า ถ้าเขาถูกฆ่าตายโดนการยิงระยะประชิดก็ต้องมีการต่อสู้ ถ้าถูกทำให้สิ้นสติก่อนลงมือ อย่างน้อยต้องเหลือร่องที่โดนทำร้าย ถ้าถูกวางยาก็ควรมีสารเคมีที่ว่าหลงเหลืออยู่ในร่างกายศพ แต่นี้ว่างเปล่ามาก”

“หรือพวกเขาจะฆ่าตัวตายจริง”

“เป็นไปไม่ได้” เมฆพรรษตอบแทบจะทันที

“ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะครับ”

“มันมีเหตุผล”

 

 

ไรท์ /// เรื่องของเรื่องคือมันเป็นทั้งจุดเชื่อมต่อและจุดขยายจากเรื่องที่แล้ว หลายๆอย่างมันก็จะมาเฉลยในเรื่องนี้ ระยะก็อาจจะเครียดๆกันนิดหน่อย แต่ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมัน

วัตมันต้องทำงาน เข้าใจนางเนอะทุกคน

(เดี๋ยวพาพี่พี มาหยอดความหวานให้เป็นระยะๆ)

หลังจากนี้สัญญาว่าจะหายให้น้อยที่สุด

 

ถ้าคุณมองตาฉันจะรู้ว่าภายในสายตาฉันมันมีแค่คุณ รัก

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว