ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12 ไม่ต้องแย่งกัน

ชื่อตอน : บทที่ 12 ไม่ต้องแย่งกัน

คำค้น : โรงเรียนชายล้วน,นิยายวาย,ลามก,รักวัยรุ่น,LGBT,NC,มัธยม,รักวัยเรียน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 272

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2563 22:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 ไม่ต้องแย่งกัน
แบบอักษร

บทที่ 12 ไม่ต้องแย่งกัน 

“ขอกอดๆหน่อย” 

แพททำท่าอ้าแขนขอกอดใส่เกียรติ ทันทีที่เจอเขาในตอนเช้า เกียรติยังรู้สึกตกใจ(นัยหนึ่งคือชอบใจ) กับเหตุการณ์ที่แล็บชีวะเมื่อวานไม่หาย จึงคิดจะปฏิเสธและเดินไป

แต่พ่อราชสีห์ตัวดีดันไม่เปิดโอกาสให้เกียรติได้ตอบ มนุษย์โย่งผิวสีแทนโอบกอดจากด้านหลังเกียรติอย่างเต็มรัก

นี่มันหน้าห้องนะ ไอ้บ้า!!!! ให้เกียรติไปเก็บกระเป๋าก่อนไหม 

แต่เกียรติรู้สึกได้ทันทีว่าการกอดวันนี้มันให้อารมณ์ที่แปลกไป อย่างน้อยที่สุดคือไม่มีการจู่โจมทางด้านหลังเหมือนเมื่อวาน สัมผัสการกอดเช้านี้มันช่างอ่อนละมุน อบอุ่นใจจนเกียรติรู้สึกอ่อนไหว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอมราคาแพงนั่น ก็ดูเป็นมิตรกว่าที่เกียรติคิด

เหมือนทุกอย่างของการกอดครั้งนี้ มันเป็นการกอด ในความหมายของมันจริงๆ ไม่มีอะไรอย่างอื่นเจอปน กอดเพื่อให้ความอบอุ่น ประหนึ่งว่าราชสีห์ตัวนี้กำลังหยอกล้อกับเหยื่อของมันอย่างร่าเริง 

ยังไม่คิดจะกิน อยากเล่นแค่สนุก อยากแค่นอนกกกับเหยื่ออย่างนี้ไปเรื่อยๆเฉยๆ 

เกียรติอาจจะคิดไปเองว่า แสงแดดตอนเช้าวันนี้มันทอแสงสวยงาม และอบอุ่นกว่าทุกวันอย่างวิเศษ

เขาคงจะปฏิเสธและมีข้ออ้างในการผละออกจากอ้อมกอดนั้นได้ง่ายกว่า ถ้าราชสีห์ยังหิวโหยเหมือนเมื่อวาน แต่นี่เกียรติไม่มีเหตุผลอะไรเลย ที่จะทำเป็นรังเกียจอ้อมกอดอันอบอุ่นนั่น เขาเลยยอมให้แพทกอดอยู่อย่างนั้นอยากใจเต้น ไม่หือไม่อือใดๆ 

“เฮ้ย ปล่อยเลยมึงง่ะ”

เสียงที่เกียรติคุ้นเคยอย่างมาก ดังขึ้นมาทางข้างๆ บาวผู้ปลดกระดุมเสื้อเกือบหมด ดึงแขนแพทออกจากเกียรติ

“มึงทำอะไร กับเด็กใหม่ของกูไอ้แพท”

“ป่าว แค่อยากกอดเฉยๆ ไม่ได้เหรอ” แพทตอบด้วยเสียงทุ้มรุกเร้า แต่ก็ดูไม่ได้โกรธอะไร

“ไม่ได้โว๊ย”

“มึงไปเล่นบาสกับเพื่อนมึงเหมือนทุกเช้า ไป ชิ่วๆ” แพทไล่บาว ไอ้สิงโตตัวนี้มันก็กวนตีนเป็นแฮะ

“ไม่ไปโว๊ย เช้านี้กูจะเอาเด็กใหม่กูคืน”

“ทำไม”

“กูจะลอกการบ้านเด็กใหม่ มึงช่วยปล่อยตัวเกียรติมาก่อนนะครับเสี่ยแพท จะต้องส่งวันนี้แล้ว” 

บาวยกมือไหว้แพทปะหลกๆ 

โถ่เกียรติหลงดีใจคิดว่าบาวจะหวงเกียรติ แต่เอาเถอะถ้าให้เลือกบาวกับแพท เกียรติต้องเลือกบาวมากกว่าอยู่แล้ว

เช้านั้นเกียรติจึงไปนั่งโต๊ะเรียนข้างๆบาว แล้วเอาการบ้านให้บาวลอก ถือโอกาสมองกล้ามเนื้อวับๆแวมๆ ในเสื้อนักเรียนที่แต่งตัวไม่เรียบร้อย เก็บเป็นค่าบริการไปพลางๆ ในใจก็คิดว่าถ้าบาว “กอดๆ” เกียรติอย่างแพทบ้าง เกียรติคงตกเป็นของบาวไปแล้ว ต่อให้เป็นหน้าห้อง หรือในแล็บชีวะก็เถอะ

ครูวิชาภาษาไทยเดินเข้าห้องมา บาวจึงแอบเอาการบ้านไปลอกใต้โต๊ะขณะที่ครูพูด

“เอาล่ะ ครูได้ตรวจการบ้าน ที่ครูให้นักเรียนเขียนบทความทางวิชาการ 3 หน้า แล้วนะ แล้วครูก็ได้เลือกบทความที่ดีที่สุด เพื่อทำเป็นคอนเทนท์ลงเพจของโรงเรียน”

ทันทีที่ครูพูดจบ เกียรติไม่ได้รู้สึกไปเองว่า บรรยากาศในห้องหนักขึ้นมาอย่างฉับพลัน มันมีความตึงเครียดแปลกๆ ที่เกียรติคุ้นชิน เขาล่ะชอบนัก บรรยากาศของการแข่งขันแบบนี้ มันจุดไฟนักสู้ขึ้นมาในตัว คนทั้งห้องคงหวังสินะว่าผลงานบทความของตัวเองจะได้ลงเพจของโรงเรียน นี่แหละห้องคิง แข่งขันทางวิชาการกันแม้แต่การบ้านหัวข้อเล็กๆ ทุกคน(อาจจะยกเว้น บาวและอีแตน) ตั้งใจฟังสิ่งที่ครูจะพูด ชื่อของใครที่ออกจากปากครู มันต้องมีผลสั่นสะเทือนทั้งห้องไม่มากก็น้อย

“ครูเลือกบทความเรื่อง ขยะพลาสติกกับแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลชายฝั่ง ของเกียรติศักดิ์ ชนะไป”

เกียรติยิ้มอย่างเหนือ แน่ล่ะสิ ทักษะการเขียนไม่มีใครฆ่าเขาได้อยู่แล้ว ผิดหวังไปนะพวกเด็กเก่า

“ ครูขอชื่นชมที่เกียรติศักดิ์ ที่เลือกหัวข้อที่กำลังเป็นที่สนใจของโลกยุคใหม่ เอามาขมวดปมกับปัญหาประมงชายฝั่งที่มีมานานในเมืองไทยได้อย่างลงตัว จริงๆ เรื่องของณัฐพล เรื่อง สมการคณิตศาสตร์ในความงามของผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ก็น่าสนใจ แต่ที่ต้องให้เกียรติศักดิ์ชนะไปเพราะเรื่องทะเลมันส่งผลกระทบได้มากกว่า แถมเกียรติศักดิ์ยังใช้ภาษาสละสลวย กระชับได้ใจความ และเข้าใจง่าย อ่านได้ทุกคน”

เกียรติหันไปมองอ๊อฟที่ครูพูดถึง เขาหวังที่จะเห็นอ๊อฟทำหน้าถมึงทึงไม่พอใจใส่เขาเหมือนทุกครั้ง แต่ผิดคาด อ๊อฟกลับยิ้มให้เขา เหมือนว่ายินดีกับเขาที่เกียรติเอาชนะได้

นี่มันรักการแข่งขันจนถึงขั้นยิ้มให้คู่แข่งเลยเหรอเนี่ย พิลึกคน

“เอาล่ะ ไหนๆก็ให้เขียนบทความวิชาการแล้ว งานชิ้นต่อไป....”

ทั้งห้องโอดโอยขึ้นมาทันควัน จริงๆแล้วเกียรติชอบวิธีการสอนของครูภาษาไทยท่านนี้เอามากๆ ไม่เหมือนกับครูท่านอื่นๆ ที่ให้ท่องวรรณคดี แต่งกาพย์กลอน อย่างที่เกียรติเคยเรียน ครูท่านนี้ฝึกให้พวกเขาเอาภาษาไทยไปใช้ในชีวิตจริง อย่างสั่งให้เขาเขียนแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ ตั้งกระทู้คำถาม เขียนวิจารย์หนัง เขียนรีวิวสินค้า และล่าสุดเขียนบทความทางวิชาการในประเด็นที่สนใจ 

เกียรติรู้ว่าเพื่อนๆและเขาอาจจะไม่ชินในวิธีการสอนภาษาไทยแบบนี้ เพราะมันค่อนข้างยากและเป็นยาขม สำหรับเด็ก ม.4 อย่างเขา แต่เกียรติพบว่ามันเป็นประโยชน์มากทีเดียว ที่จะเอาทักษะนี้ไปต่อยอดการเขียนภาษาไทยรูปแบบต่างๆ

“อย่าเพิ่งโวยวายสิ คืออย่างงี้นะ ครูจะให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 8-10 คน เขียนสารคดี ในหัวข้อ “อาชีพท้องถิ่นของจังหวัด รวมเป็นเล่ม ทำเป็นนิตยสารของห้อง”

ทั้งห้องโวยหนักกว่าเดิม น่าสารคดีเลยเหรอ ยากเข้าไปอี๊ก

“โดย ขอแต่งตั้งให้เกียรติศักดิ์เป็นบรรณาธิการ ควบคุมนิตยสารเล่มนี้ และ ณัฐพล เป็นรองบรรณาธิการ ทำงานร่วมกัน เอาบทความของเพื่อนๆทุกคน มารวมเป็นเล่มให้ได้ นอกจากนี้ อาจจะเพิ่มเติมส่วนอื่นๆ อย่างหาโฆษณา หรือ ทำงานศิลป์อื่นๆ ให้นิยตสารสมบูรณ์น่าสนใจ พิมพ์มันออกมาเป็นรูปเล่ม อย่างน้อย 200 เล่ม เอาไว้แจกจ่ายในงานโรงเรียน ซึ่งก็คืออีก7 เดือน ทุกคนโอเคไหม เกียรติศักดิ์ ณัฐพล ลูก”

โถ นี่สินะ คำสาปของคนที่เก่งที่สุด เหมือนที่ลุงของสไปเดอร์แมนได้กล่าวไว้ในหนังสักภาค

อำนาจที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง (ขอโทษจริงๆที่ต้องทวน mottoนี้ซ้ำรอบที่ล้าน)

แต่เกียรติชินแล้ว เขาดีใจที่เขาขึ้นมาอยู่จุดที่สำคัญที่สุด อย่างน้อยแค่ในคาบภาษาไทยก็ยังดี

เกียรติหันไปมองอ๊อฟอีกครั้ง เจ้าบ้านั่นกลับหันมายิ้มให้เขาอย่างดีใจ 

นี่สินะ คนแบบเดียวกันกับเขา แกจ้องจะเล่นงานเกียรติอยู่ใช่ไหม ไอ้ผิวหลอดไฟ เกียรติพร้อมที่จะงัดกับอ๊อฟเพื่อแย่งชิงจุดสูงสุดมานานแล้ว มาดูกันว่าสารคดีใครจะดีกว่ากัน ได้เจอกันสักหน่อยล่ะงานนี้

เมื่อครูเดินออกจากห้อง ทั้งห้องก็แตกฮือ รีบหาสมาชิกจับกลุ่มทำงานชิ้นใหม่อย่างรวดเร็ว

บาวเป็นคนแรกที่คว้าเกียรติเข้าไปกอดอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

“ผมอยู่ด้วยนะครับ เด็กใหม่” ด่ะ ได้จ้ะ ได้อยู่แล้ว ถ้านายกอดฉันอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

เกียรติพยายามหลบตาอีแตน เพราะอยากได้ผู้ชายมาอยู่ร่วมกลุ่มมากกว่า แต่จนแล้วจนรอดเป็นอีแตนเองที่จัดแจงเขียนชื่อมัน และ บาว ใส่กระดาษให้เสร็จสรรพ

“งานสนุกแบบนี้ไม่มีกูได้ไง” มันว่า เกียรติล่ะกลัวใจมัน ว่ามันจะเข้ามาจับเขาทำอะไรลามกๆกับบาว

“พวกเราขออยู่กลุ่มด้วยนะ” ไม้กับบูม เข้ากลุ่มมาอย่างลังเล ด้วยว่าสองคนนี้ไม่เคยคุยกับเกียรติเลย ทำให้เกียรติย้อนนึกคำพูดของอีแตนขึ้นมาได้ “คนที่อยากกินมึงไม่เห็นมึงเป็นคู่แข็งหรอก” และเกียรติก็ไม่ได้สนิทกับสองคนนั้นพอที่จะปฏิเสธไม่ให้อยู่ในกลุ่ม จึงรับเข้ามาอย่างเกรงใจ และถ้าตามสมมติฐานนี้ของอีแตน คนต่อไปที่จะมาก็คือ

“ขอกอดๆหน่อย” 

แพทยกแขนบาวออกจากหลังเกียรติแล้วจัดการโอบกอดเกียรติแทน ด้วยท่าประจำจากด้านหลัง

นี่มันหนังเรื่อง มะรุมมะตุ้มรุมรักเกียรติศักดิ์ ชัดๆ 

“เฮ้ย เสี่ยแพท อย่ามาแย่งเด็กใหม่ผม สิครับ เด็กใหม่อยู่กับผมแล้วนะ” นี่บาวหวงเขาเหรอ

“คนยังขาดนี่ ขออยู่ด้วยได้ไหม ไปทำรายงานบ้านเราได้นะ” เสียงทุ้มๆรุกเร้านั่นถามเกียรติ

“คุณมึงอย่าใช้คำว่าบ้านครับ อย่างคุณมึงต้องใช้คำว่าคฤหาสน์” บาวกวนตีนใส่แพท เจ้าราชสีห์ไม่ตอบโต้อะไร เอาแต่โอบกอดเกียรติอย่างตั้งใจ พร้อมกับเขียนชื่อตัวเองลงไปต่อจากชื่อของบูม

“เราอยู่กลุ่มด้วยได้ไหม”

ทุกคนหันไปมองเสียงอีกคนที่ดังขึ้น ท่ามกลางความแปลกใจทั้งหลาย

คนที่เกียรติคิดว่าเป็นไปได้น้อยที่สุดที่จะขออยู่กลุ่มกับเขากลับเดินมาขอเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ 

นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าหลอดไฟนั่นพูดกับเขาในชีวิตจริง

ไม่ผ่านสายโทรศัพท์

ความคิดเห็น