email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 18 ปกป้อง

ชื่อตอน : บทที่ 18 ปกป้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 280

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2563 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 ปกป้อง
แบบอักษร

“ท่านแม่ทัพ!...” ดวงเนตรกลมเบิกกว้างอย่างตกใจ ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคนตรงหน้าจะมาถึงแคว้นซีเซี่ยด้วยตัวเองเช่นนี้

“องค์ชาย กระหม่อมมารับองค์ชายกลับแคว้นซ่งพะย่ะค่ะ” รอยยิ้มอบอุ่นแฝงไปด้วยความห่วงหาฝุดขึ้นมายามเมื่อเอ่ยกับคนที่ตนคนึงหามาตลอด

“ฝันไปเถิด!! จื่อหลันเป็นชายาของข้า ใครหน้าไหนก็ไม่อาจพาชายาของข้าไปไหนได้ทั้งนั้น!” หงหลินไม่อาจจะทนเห็นทั้งสองคนแสดงความห่วงหาต่อกันได้อีก จึงดึงจื่อหลันเข้ามากอดแน่นมากกว่าเดิม

“หงหลิน…” จื่อหลันหันมามองคนที่กอดตนแน่น อ้อมกอดที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่นว่าจะสูญเสียคนที่ตนรักไป

“องค์รัชทายาทหงหลิน ทรงคิดว่ากระหม่อมจะยอมให้เป็นเช่นนั้นหรือพะย่ะค่ะ และอีกอย่าง...ทรงไม่สามารถชนะกระหม่อมได้หรอกพะย่ะค่ะ ถ้าไม่ยอมถอยไปแต่โดยดี แม้แต่ชีวิตก็อาจจะไม่เหลือรอดนะพะย่ะค่ะ” ดวงเนตรคมกริบฉายแววอาฆาตขึ้นมาฉับพลัน เซียวเหยียนกำกระบี่ในมือแน่น เขาตัดสินใจแล้ว แม้ว่าจะต้องทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บเขาก็จะทำ เพราะความดื้อรั้นของหงหลินนั้นยากที่จะเกลี้ยกล่อมด้วยวาจา

“เจ้าคิดว่า...ใช้คำพูดพล่อยๆนั่นขู่ข้า แล้วข้าจะกลัวอย่างนั้นรึ?! ข้างนอกเป็นทหารของซีเซี่ย เจ้าเป็นแม่ทัพของแคว้นซ่ง ทั้งยังบุกมาตัวคนเดียวแบบนี้ คิดว่าเจ้าจะรอดกลับไปอย่างนั้นหรือ?” หงหลินคิดใช้สถานการณ์ในตอนนี้ให้เป็นต่อ แม้ตัวเขานั้นวรยุทธจะด้อยกว่าฝ่ายตรงข้าม แต่ก็พอจะมองสถานการณ์ออก

“ถ้าไม่มั่นใจ กระหม่อมก็คงจะไม่มาคนเดียวหรอกพะย่ะค่ะ” เซียวเหยียนยังคงหยั่งเชิงต่อไป เพื่อให้อีกฝ่ายประหม่า

“อวดดีนักนะ!ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะอวดเก่งได้ถึงเพียงไหน?!!” เมื่อถูกคำพูดราวกับโอ้อวดความสามารถของอีกฝ่าย ทำให้หงหลินถึงกับเลือดขึ้นหน้า

“หงหลิน เจ้าหยุดเถิด...เจ้าสู้ท่านแม่ทัพไม่ได้หรอก อย่าทำให้ตัวเองต้องบาดเจ็บเลย ข้าไม่อยากให้ท่านน้าต้องทุกข์ใจ” จื่อหลันรั้งตัวของหงหลินเอาไว้ มือเรียวกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่น พยายามไม่ให้หงหลินทำอะไรวู่วามที่เป็นอันตรายกับตัวเอง

“จื่อหลัน เจ้าก็ดูถูกข้าด้วยอย่างนั้นรึ?!” คำพูดของคนในอ้อมกอดทำให้หงหลินยิ่งโมโหขึ้นไปอีก ความหวังดีของจื่อหลันถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นอีกความหมาย

“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น หงหลิน...ข้าแค่…” จื่อหลันรีบปฏิเสธ เขาไม่มีความคิดที่จะดูถูกคนตรงหน้า เขาแค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ แต่ยังไม่ทันที่จื่อหลันจะคิดคำพูดต่อ หงหลินก็จับเขาหันมามองหน้าตัวเอง แววตากรุ่นโกรธแฝงไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว

“แค่อะไร?! ข้าเป็นสวามีของเจ้า เจ้ายังคิดเข้าข้างคนอื่นอย่างนั้นรึ?! ดี! ข้าจะฆ่ามันซะ เจ้าได้ได้ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับมันอีก!” หงหลินเค้นเสียง ความโกรธได้ทำให้เขาถึงกับบีบไหล่อีกฝ่ายแน่น

“อึก! หงหลิน! หยุดนะ!” จื่อหลันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ก่อนจะถูกผลักไปด้านหลัง มือเรียวของจื่อหลันที่พยายามคว้าตัวหงหลินไว้ แต่ก็ไม่ทัน

“ตายเสียเถิด เจ้าคนใฝ่สูง!!” กระบี่คมถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ร่างเพรียวทะยานไปหาร่างสูงที่ยืนอยู่ หมายจะบั่นคออีกฝ่ายให้ขาดสะบั้น เซียวเหยียนหลบคมกระบี่ได้อย่างว่องไว มือหนาชักกระบี่รับการปะทะของอีกฝ่าย

วรยุทธที่แตกต่างทำให้จื่อหลันเริ่มกังวลในใจ แม้หงหลินจะทุ่มกำลังอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่อาจจะเทียบชั้นกับผู้ที่ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วนได้ แม้คนไม่ได้ฝึกยุทธก็มองออกว่าร่างสูงนั้นออมมือให้ ยิ่งทำให้หงหลินเดือดดาลมากขึ้น

 

“เกิดอะไรขึ้นพะย่ะค่ะองค์ชาย?!” มู่จินรีบวิ่งเข้ามาเพราะได้ยินเสียงของจื่อหลันร้องห้ามหงหลิน แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นพี่ชายของตน ทั้งยังกำลังสู้อยู่กับองค์รัชทายาทหงหลิน “ท่านพี่?!”

“พี่มู่จิน ท่านรีบไปห้ามพวกเขาสิ! อย่าให้ท่านแม่ทัพทำร้ายหงหลิน” เมื่อจื่อหลันเห็นมู่จิน จึงรีบเข้าไปหา หวังจะให้มู่จินเข้าไปห้ามการต่อสู้ระหว่างหงหลินกับเซียวเหยียน

“เกิดอะไรขึ้น?!” อี้หยางที่ตามเข้ามาเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเข้าไปประคองจื่อหลันให้เข้ามาอยู่ในมุมที่ปลอดภัย เพราะกลัวจะโดนลูกหลงของการต่อสู้ สายตาคมจับจ้องไปยังภาพการต่อสู้เบื้องหน้า แล้วก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งที่เห็นบุคคลทั้งสองคนที่เขารู้จักเป็นอย่างดีกำลังต่อสู้กัน “ทำไมหงหลินกับแม่ทัพเหยียนถึงมาที่นี่ได้?!”

 

“องค์รัชทายาทหงหลิน พวกเรามาจบเรื่องนี้กันดีกว่า กระหม่อมคงไม่อาจให้พระองค์พาองค์ชายสามไปด้วยได้” เซียวเหยียนอยากจะให้การต่อสู้ครั้งนี้จบโดยเร็ว เพราะยังขืนต่อสู้อย่างนี้ไปเรื่อยๆ เขาอาจจะพลั้งมือสังหารอีกฝ่ายก็เป็นได้

“คิดว่าข้าจะยอมอย่างนั้นรึ? ถึงข้าจะสู้เจ้าไม่ได้ แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้เจ้าเด็ดขาด!!” แม้จะตึงมือ แต่หงหลินก็ยังไม่ยอมถอย กระบี่ในมือยังคงพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ

“พี่มู่จิน หยุดพวกเขา! ข้าขอร้อง!” จื่อหลันเขย่าแขนของมู่จินที่ยังยืนนิ่ง พลันสายตาหันไปเห็นภาพที่หงหลินเสียหลักล้มลงกับพื้น

“ตายซะ!” เซียวเหยียนพุ่งเข้าหา หมายจะสั่งสอนองค์รัชทายาทที่เอาแต่ใจผู้นี้ หงหลินคิดว่าคงหลบไม่พ้น จึงหลับตาพร้อมรับคมกระบี่

ฉึก!

“!!!” เงามืดทาบบังคู่ต่อสู้ไว้ คมกระบี่ทะลุออกมาจากร่างเงานั้น ภาพตรงหน้าที่เลือนลางเด่นชัดขึ้นในดวงตา ร่างเงานั้นช่างดูคุ้นเคย ริมฝีปากบางของคนตรงหน้าเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมา

“หง...หลิน ข้าขอโทษ...อึก!” น้ำเสียงสั่นเครือพยายามเปล่งออกมา จื่อหลันไม่อาจจะพยุงร่างตนได้อีก เซียวเหยียนรีบชักกระบี่กลับทันทีด้วยความตกใจ “อึก!!”

“จื่อหลัน...จื่อหลัน!! ไม่นะ ไม่นะ! ไม่!! ทำแบบนี้ทำไม?” หงหลินรีบคว้าร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด มือเรียวสั่นเทา หัวใจบีบรัดจนแทบจะหายใจไม่ออก น้ำตาสีใสไหลรินออกมาเป็นสาย

“องค์ชาย!!” เซียวเหยียนทิ้งกระบี่ แล้วรีบเข้าไปหาจื่อหลันทันที มือหนาสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเจ็บปวดแปลบพุ่งตรงเข้าไปที่หัวใจราวกับมีดนับพันปักลงกลางอก เขาไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรมากขนาดนี้มาก่อน เขาเป็นคนทำร้ายคนที่เขารักมากที่สุดเองกับมือ!

“ท่านแม่ทัพ...ตัวข้านั้นไร้วาสนายิ่งนัก มิอาจจะยืนเคียงข้างท่านได้...ข้า...ขอโทษ...อึก! แค่ก!” จื่อหลันบีบมือหนาของคนตรงหน้าแน่น ก่อนจะพยายามเอ่ยขอโทษอีกฝ่าย

“จื่อหลัน! จื่อหลัน! ไม่นะ! ข้าขอโทษ! อย่าจากข้าไปแบบนี้! จื่อหลัน! ไม่เอาแบบนี้...ไม่ ไม่!!!!!!” หงหลินยิ่งกอดร่างที่ไร้สติแน่น น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งไหลไม่หยุด เอ่ยเรียกคนในอ้อมกอดราวกับคนเสียสติ

“ตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้!! ไปตามมา!!” อี้หยางที่ได้สติก่อน ร้องสั่งให้องครักษ์ไปตามหมอหลวงให้มาดูอาการจื่อหลันโดยเร็วที่สุด

“ไม่ ไม่ ไม่!! จื่อหลัน ข้ารักเจ้า ข้าจะไม่บังคับฝืนใจเจ้าอีก ข้าสัญญา! จื่อหลัน เจ้าอย่าจากข้าไปแบบนี้นะ!” หงหลินยังคงกอดจื่อหลันแน่น เขาทำผิดต่ออีกฝ่ายมากเกินจะให้อภัย แต่จื่อหลันก็ยังคงปกป้องเขา นั่นทำให้หงหลินรู้แล้วว่า จื่อหลันไม่ได้เกลียดเขาอย่างที่เขาคิดมาโดยตลอด “ได้โปรด สวรรค์! อย่าพรากจื่อหลันและลูกของข้าจากไปแบบนี้เลย!!”

 

“หมอหลวงมาแล้วพะย่ะค่ะ!!” องครักษ์รีบพาหมอหลวงเข้ามา

“รีบไปดูอาการองค์ชายเร็วเข้า!!” อี้หยางสั่งให้หมอหลวงรีบไปดูอาการของคนที่นอนไม่ได้สติอยู่ในอ้อมกอดของหงหลิน

“พะย่ะค่ะ!” หมอหลวงรีบวางล่วมยาลง ก่อนจะทำการตรวจชีพจรของจื่อหลัน แล้วจึงรีบทำการฝั่งเข็มเพื่อหยุดการไหลของโลหิต ขาดแผลที่ถูกกระบี่แทงอยู่เหนือช่วงท้องขึ้นไปไม่กี่ชุน จึงไปได้ทำให้ทารกในครรภ์ถูกคมกระบี่ไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ปลอดภัย “ทูลองค์ชายรอง องค์ชายจื่อหลันเสียเลือดมากเกินไปพะย่ะค่ะ อาจจะเป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ พวกเราควรรีบพาองค์ชายจื่อหลันกลับวังโดยเร็วที่สุดพะย่ะค่ะ!”

“กลับวัง!!!” อี้หยางรีบสั่งการทันทีที่หมอหลวงพูดจบ

ความคิดเห็น