ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 ให้อภัย..แต่ไม่สุงสิง

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ให้อภัย..แต่ไม่สุงสิง

คำค้น : ไออุ่นของตะวัน ไออุ่น ตะวัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2563 18:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ให้อภัย..แต่ไม่สุงสิง
แบบอักษร

ตอนที่ 14 

ผมรู้สึกตัวตอนเช้าด้วยอาการเมื่อยขบไปทั้งตัว จากนั้นก็ฝืนลุกจากเตียงด้วยอาการสะลึมสะลือ ถ้าเป็นวันหยุดผมคงหลับทั้งวันเพราะความเหนื่อยเพลีย แต่วันนี้ผมยังต้องทำงานตามปกติ ก็เลยต้องฝืนใจลุกขึ้นมาอาบน้ำ แต่งตัว ผมมองหาแปรงสีฟันก็พบว่ามียาสีฟันป้ายอยู่เรียบร้อยแล้ว พอมองไปที่แปรงสีฟันอีกอันก็พบว่ามันยังเปียกอยู่ แสดงว่าบอสอาบน้ำเสร็จแล้ว ทันใดนั้น ขณะที่ผมยกมือขึ้นกำลังจะแปรงฟัน สายตาก็เหลือบไปเห็นสารรูปตัวเองในกระจก ผมตกใจถึงขั้นอุทานออกมา

“เชี่ยยยย!!!!” ลำคอของผมเต็มไปด้วยรอยคีสมาร์กสีแดงช้ำ ผมอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ แต่ก็ทำไม่ได้ บอสนะบอส โกรธคนอื่นแต่มาลงที่ผมทุกที ผมสำรวจร่องรอยไปเรื่อยๆ ก็พบว่าบอสสร้างรอยไว้ทั่วตัว โดยเฉพาะลำคอที่เห็นชัดกว่าบริเวณอื่น แล้วแบบนี้จะไปทำงานยังไง??? หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วก็มาควานหาเสื้อคอเต่าจนเจอ วันนี้คงต้องใส่แบบนี้แหล่ะ อากาศเมืองไทยร้อนตับแตก แต่ผมต้องใส่เสื้อคอเต่าไปทำงานเนี้ยนะ! บอสนะบอส!!!

“ทำไมใส่เสื้อตัวนี้ล่ะ ไม่ร้อนรึไง” บอสเอ่ยถามพร้อมกับยื่นกาแฟให้ ผมรับแก้วกาแฟมา แล้วก็ขยับออกมานั่งห่างๆ จนบอสขมวดคิ้วทำหน้างง คงคิดว่าผมเป็นอะไร ปกติผมจะชอบแอบเนียนขยับเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เพื่อสูดดมกลิ่นหอมบนตัวบอส แต่ครั้งนี้ผมขยับหนีออกมา

“ไม่ร้อนก็บ้าแล้วล่ะครับ” ผมตอบกลับไปเสียงห้วนพร้อมกับทำหน้าบึ้งใส่

“เป็นอะไร” บอสขมวดคิ้วถามเสียงอ่อน

“บอสน่าจะรู้ดีนะครับ รอยเต็มตัวไปหมด” ผมยู่ปากแล้วบอก

“หึ! นึกว่าโกรธเรื่องอะไร” บอสยกยิ้มแล้วมองมาที่ผม

“ห้ามเข้าใกล้ 3 วัน หรือไม่ก็จนกว่ารอยจะหาย” ผมออกคำสั่งพร้อมกับมองหน้าบอสที่ไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านอะไรกับคำสั่งผม แถมยังขยับเข้ามานั่งจนชิด

“ไกลเท่านี้พอมั้ย” บอสเอาตัวหอมๆ โน้มเข้ามาใกล้พร้อมกับทาบริมฝีปากลงมาที่แก้มของผม แล้วเลื่อนไปกระซิบถามที่หูอีก

“บอสครับ อย่าทำอย่างนี้สิครับ ก็บอกอยู่ว่าห้ามเข้าใกล้ไงครับ” ผมเอามือยันแผงอกเอาไว้ แล้วเบือนหน้าหนี หางตาผมชำเลืองเห็นบอสกำลังยิ้มอย่างพอใจ

 

&&&&&&&&&&&&& 

วันนี้บอสขับรถมาส่งผมที่หน้าอาคารบริษัท ทันทีที่รถจอดสนิทผมกำลังจะเปิดประตู บอสก็คว้ามือผมไว้  ทำให้ผมต้องชะงักแล้วหันกลับไป

“เขาโทรมาอีกมั้ย” บอสสบตาผมแล้วถาม

“ไม่ครับ” ผมตอบกลับไป

“ข้อความล่ะ” บอสถามอีก

“ไม่มีครับ ไม่ได้ส่งมา” ผมตอบกลับตามความเป็นจริง เพราะพี่อัฐเงียบไปตั้งแต่เมื่อคืน ตั้งแต่เลิกกันไปก็เพิ่งติดต่อมาเมื่อวานนี้เอง

“แล้วถ้าเขาโทรมาหรือส่งข้อความมาจะบอก…” ผมไม่รอให้บอสถามจนจบ ผมรีบบอกไปทันที

“ถ้าเขาติดต่อมา ไม่ว่าทางใด ผมก็จะบอกนะครับ” ผมสบตาแล้วยิ้มให้

“อืม งั้นไปนะ” บอสบอกแล้วยอมปล่อยมือให้ผมเปิดประตูลงรถ จากนั้นบอสก็ขับออกไป

ผมกำลังจะเดินเข้าไปในตัวอาคาร ก็โดนคว้าข้อมือเอาไว้ซะก่อน พอผมหันกลับมา ก็เจอคนที่ทำให้ผมตกใจถึงกับผงะ

“ทำไม?? ตกใจมากเลยเหรอ” เสียงที่ผมไม่อยากได้ยิน ดังอยู่ข้างหู

“พี่มาทำอะไร ผมจะไปทำงานแล้ว” ผมพยายามสะบัดมือออกไป ในขณะที่พี่อัฐลากผมไปที่มุมอับคน ก่อนที่ผมจะเหลือบไปเห็นพี่ธีร์ที่กำลังจะเดินเข้าไปในอาคาร ผมพยายามโบกมือให้ช่วยแต่พี่แกกลับส่งยิ้ม พร้อมโบกมือให้แล้วเดินเข้าอาคารไป อาจเพราะเห็นว่าเป็นพี่อัฐมาหา ก็เลยไม่เดินเข้ามา ตอนนี้พี่อัฐลากผมมาอยู่ข้างอาคารที่ปลอดผู้คน แล้วดันผมเข้าไปติดกำแพง โดยเอาตัวเองมากดผมไว้  มือผมทั้ง 2 ข้างไพล่อยู่ด้านหลัง พี่อัฐตัวสูงใหญ่พอๆ กับบอส แถมแรงเยอะอีกต่างหาก ผมสู้แรงไม่ไหว ได้แต่เบือนหน้าหนี

“อยากมาหาเมียไม่ได้รึไง หรือว่าไปอยู่กับชู้จนลืมผัวตัวเอง” พี่อัฐพูดออกมาเสียงดัง

“ผัวเมียบ้าอะไรกัน สงสัยพี่จะสมองเสื่อม ลืมไปแล้วเหรอครับว่าเราเลิกกันแล้ว” ผมหันกลับมาจ้องหน้า แล้วพูดออกไปเสียงดังไม่แพ้กัน

“พี่ไม่เลิก” พี่อัฐตะคอกเสียงดังขึ้นมาอีก

“ผมเคยบอกพี่แล้วไง ถ้าพี่เดินออกไปจากชีวิตผมแล้ว พี่จะไม่มีวันได้ผมกลับคืน” ผมตะคอกกลับไปเสียงดังกว่า

“ไออุ่นก็รู้ว่าพี่รักไออุ่นมากแค่ไหน กลับไปกับพี่นะครับ” พี่อัฐเสียงอ่อนลง

“เหอะ!!ที่ผ่านมานั่นเรียกว่ารักเหรอครับ ผมยังจำวันที่พี่เขี่ยผมทิ้งได้อยู่เลย ว่าพี่ทำยังไง” ผมมองหน้าแล้วพูดออกไป

“มันคงรวยมากใช่มั้ยล่ะ ถึงไม่ยอมกลับไปกับพี่ ชอบมากสินะคนรวยหน่ะ” พี่อัฐพูดคำประชดออกมาอีก

“พี่อัฐครับ กรุณาพูดกับผมให้ดีๆ หน่อย ก่อนที่จะพูดดูถูกผม คิดทบทวนให้ดีๆ ก่อนดีไหมครับ ตอนที่คบกับพี่ ผมจ่ายค่าคอนโดให้พี่ทุกเดือนรวมถึงค่าอาหาร ส่วนเสื้อผ้าพี่เป็นคนซื้อให้ก็จริง แต่ผมไม่เคยเรียกร้องที่จะเอา เรื่องไปเที่ยวต่างประเทศ ผมก็ช่วยออกค่ากินทั้งหมด พี่ลองทบทวนดูให้ดีๆ เผื่อพี่ลืมไปว่าผมเป็นคนยังไง ต่อให้รวยล้นฟ้า ถ้าผมไม่เอาก็คือไม่เอา”  ผมกำหมัดตัวเองไว้แน่นแล้วพยายามไม่ให้มันเหวี่ยงไปที่หน้าคนปากพล่อยที่ยืนว่าผม

“คบกับมันแล้วสิ??” พี่อัฐถามด้วยน้ำเสียงห้วน

“นั่นมันก็เรื่องของผม ส่วนพี่ไปสร้างอนาคตกับผู้หญิงที่พี่เลือกแล้ว ก็ไม่ควรมายุ่งกับผม ถ้าเธอมาเห็นจะเสียใจเอานะครับ” ผมบอกออกไป แล้วเบือนหน้าหนี

“ไออุ่น..” พี่อัฐเรียกผมด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะครับ พี่ขาดไออุ่นไม่ได้ ที่ผ่านมาพี่ขอโทษ พี่จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว”  พี่อัฐคว้าตัวผมไปกอดเอาไว้แน่น ผมพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดนั้น แต่ดิ้นไม่หลุด ผมจึงหยุดนิ่งเพื่อพูดสิ่งที่ต้องการจะพูดมาตลอด

“หึ!! ขอโทษงั้นเหรอ มันช้าไปไหมครับ” ผมยิ้มเยาะใส่หน้าพี่อัฐแล้วมองหน้าตรงๆ “ผมเคยรอคำๆ นี้จากปากพี่ ผมรอให้พี่มารับกลับไปอยู่ด้วยกัน ผมรอทุกวัน พี่รู้ไหมครับว่าผมทรมานแค่ไหน อยู่กับฝันร้ายทุกคืน ตื่นขึ้นมากลางดึกก็ร้องไห้อยู่คนเดียว ตอนนั้นพี่อยู่ไหนล่ะ พี่ก็กำลังมีความสุขกับผู้หญิงของพี่อยู่ไง ตอนนี้ ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะมีลูกให้พี่ เรื่องของเรามันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว และผมก็ไม่มีวันกลับไปด้วย”

“ก็นี่ไงพี่มารับแล้ว ไปลาออก แล้วไปอยู่ด้วยกัน” พี่อัฐพูดออกมา ส่วนผมได้แต่กำหมัดแน่น

“พี่อัฐทรยศผม พี่เอาไอเดียบ้านที่เราเคยฝันด้วยกันไปสร้างให้เมียกับลูกพี่ แล้วนี่อะไรกัน พี่ยังกล้าบอกว่า จะมารับผมไปอยู่ด้วยกัน ให้ผมอยู่ตรงไหนครับ อยู่ตรงไหน!!!” ผมตะคอกออกไปเสียงดัง พร้อมกับเหวี่ยงหมัดรัวใส่พี่อัฐ ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ผมก็ยิ่งแค้น

“ไออุ่น พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ พี่ผิดเอง ยกโทษให้พี่เถอะนะ” พี่อัฐกอดผมไว้แน่น ผมดิ้นสุดแรงจนหลุดออกมาจากอ้อมกอดที่คุ้นเคยนั้น แต่ก่อนมันอบอุ่นจนผมไม่อยากออกไปไหน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกรังเกียจที่จะให้ผู้ชายคนนี้มาแตะต้องตัวผม

“ถ้าพี่อยากให้ผมยกโทษให้ ก็ช่วยออกไปจากชีวิตผม เลิกมายุ่ง เลิกมาทำเหมือนเป็นเจ้าของผมสักที ช่วยอยู่เงียบๆ เหมือนก่อนหน้านี้ อย่าให้ผมเห็นหน้าเลยยิ่งดี เพราะถึงยังไงผมก็ไม่มีวันกลับไป” ผมจ้องมองไปที่ดวงตาแดงก่ำนั้น “พี่อยากได้ครอบครัวที่น่ารัก ชีวิตที่สมบูรณ์แบบอย่างที่พี่ฝัน ผมก็ให้พี่ไปแล้วไง ถึงคราวที่ผมเป็นฝ่ายขอร้องพี่บ้าง ผมขอแค่ให้พี่หายไป พี่ทำเพื่อผมได้ไหมครับ ผมขอพี่แค่นี้ ได้โปรด…ปล่อยผมไปเถอะนะครับ”

พี่อัฐทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าพร้อมกับก้มหน้าอยู่กับพื้น มือทั้ง 2 ข้างกำแน่นสั่นระริกอยู่บนหน้าขา แผ่นหลังกว้างสั่นไหวเป็นระยะ ผมได้ยินเสียงสะอื้น ผมไม่ได้เดินเข้าไปหา ผมรู้ว่าพี่อัฐกำลังร้องไห้ ผมไม่รู้ว่าผมใจร้ายเกินไปไหม แต่ผมก็เคยร้องไห้มาแล้วเหมือนกัน ร้องมากว่าพี่อัฐหลายเท่า ตอนนั้นผมร้องเพราะผมไม่เหลือใคร แต่พี่อัฐร้องเพราะไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผมพอแล้วสำหรับความรักครั้งนี้ มันจบลงแล้ว….

“ผมไปนะครับ ขอให้พี่มีครอบครัวที่น่ารักอย่างที่พี่เคยฝันไว้ เจอกันก็ไม่ต้องทัก ขอให้ทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน แบบนี้ดีที่สุดแล้ว…สำหรับเรา” ผมพูดจบก็เดินออกมา ปล่อยพี่อัฐไว้อย่างนั้น ในใจลึกๆ ผมรู้สึกเจ็บแต่ก็โล่งใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันเหมือนได้พูดในสิ่งที่อยากพูดโดยไม่มีอะไรติดค้างกันอีก  ความโกรธแค้นที่เคยมีมันทุเลาลง ความรักที่เคยมีผมจำมันไม่ได้แล้ว…

 

&&&&&&&&&& 

ผมกลับเข้ามาทำงานตามปกติ พี่ธีร์ไม่ได้พูดถึงเรื่องพี่อัฐ ผมก็ทำงานไปจนถึงตอนเที่ยง ไปกินข้าวกับพี่ๆ แล้วพี่ช้างก็แจ้งว่าวันนี้วันเกิดพี่ทิว เห็นว่าจะพาไปเลี้ยงเหล้าในผับ เจ้าของร้านเป็นเพื่อนสนิทของพี่ทิว คนที่ชอบใจที่สุดเห็นจะเป็นพี่ธีร์ที่ออกอาการชัด พี่ช้างบอกว่าโทรไปชวนบอสแล้ว ปกติไม่ไป แต่ครั้งนี้ทำไมไปได้ก็ไม่รู้ บอสถามว่ามีใครไปบ้าง พี่ช้างบอกว่าไปกันทุกคน บอสก็เลยบอกว่าจะไปด้วย หลังเลิกงานทุกคนเดินทางไปที่ผับ ผมกับนัทติดรถไปกับพี่ธีร์ ระหว่างการเดินทาง 2 คนนั้นคุยถูกคอกันดี ผมก็เลยถือโอกาสหลับจนไปถึงผับ พี่ทิวแนะนำพี่ป๊อปเจ้าของร้านให้พวกเรารู้จัก จากนั้นก็ไปนั่งโต๊ะที่จองไว้

“วันนี้เต็มที่นะครับ” พี่ทิวบอกทุกคน

“รับทราบครับผม” พวกเราตอบกลับไปพร้อมกัน แล้วส่งเสียงหัวเราะออกมาเสียงดัง เพราะเห็นหน้าพี่ทิวที่กำลังยิ้มเจื่อน สงสัยกลัวหมดตัว

ทุกคนดื่มและคุยกันอย่างออกรส พี่ธีร์มีอาการอ้อแอ้ไปแล้วหนึ่งราย หลังจากผ่านไปเพียง 2 ชม. จากนั้นร่างที่ผมคุ้นตาก็เดินเข้ามาท่ามกลางผู้คน แต่โดดเด่นกว่าใคร กำลังมุ่งหน้ามาที่โต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่

“บอสเชิญทางนี้ครับ” พี่ทิวลุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปหาบอสที่กำลังเดินเข้ามา สายตาคมนั้นปราดมองมาที่ผม แล้วเดินมานั่งลงข้างๆ

“วันนี้บอสจะดื่มเหล้าหรือเบียร์ดีครับ” พี่ทิวถาม

“น้ำเปล่าครับ” บอสตอบด้วยน้ำเสียงทุ้ม

“อะไรกันครับ มาผับทั้งทีกินน้ำเปล่าได้ไงล่ะครับ” พี่ช้างคัดค้าน

“นั่นสิบอส วันนี้นอกจากจะฉลองวันเกิดแล้ว เรายังมีอีกงานที่จะต้องฉลองด้วยนะครับ” พี่ธีร์ที่กินเหล้าไปเยอะแสดงอาการเมาจนเห็นได้ชัด พูดเกริ่นขึ้น แล้วบอสก็มองไปที่พี่ธีร์ พร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม พี่แกก็เลยอธิบายต่อ “ก็วันนี้ผมเห็นแฟนน้องไออุ่นมาหาถึงออฟฟิศเลยนะครับ กอดกันด้วยน๊า ผมเห็นแล้วอิจฉาสุดๆ จะไม่ให้อิจฉาได้ไง ก็น้องอัฐทั้งหล่อทั้งรวยซะขนาดนั้น จริงมั้ยครับน้องไออุ่น” ไอ้พี่ธีร์พูดยานคางทิ้งบอมบ์ใส่ผม ทั้งที่ผมเคยบอกพี่แกไปแล้วว่าอย่าพาดพิงอะไรถึงผมอีก ตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว

“ผมมีงานต้องสะสางคืนนี้สงสัยจะยาว ขอน้ำเปล่าก็พอ” บอสปรายหางตามามองที่ผมขณะที่กำลังพูด ทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ

“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ แค่บอสมาพวกเราก็ดีใจแล้ว” พี่ช้างบอก

จากนั้นบอสก็หันมาจ้องหน้าผมนิ่งแววตาที่ส่งมาแทบจะฆ่าผมให้ตายทั้งเป็น ผมสบตาแล้วส่ายหัวดิกๆ ความจริงแล้วผมไม่ได้คิดจะปิดบัง แถมยังจะเล่าทุกอย่างให้ฟังด้วยซ้ำ แต่มันยังไม่ถึงเวลา จะเอาเวลาไหนไปเล่า ไปบอกล่ะครับ บอสก็เพิ่งมาถึง ไอ้พี่ธีร์ก็ทิ้งระเบิดใส่ทันที ผมไม่รู้จะทำยังไง มีทางเดียวที่จะรอดคือเมาเท่านั้น ผมยกแก้วเหล้าเพียวๆ ดื่มพรวดๆ จนนัทต้องดึงห้ามไว้

“จะรีบเมาไปไหน ปล่อยพี่ธีร์เมาคนเดียวก็พอ” นัทดึงแก้วออกจากมือผม แล้วพูด

ผมไม่รู้จะพูดยังไง ได้แต่หันไปมองบอสที่เมินหน้าหนีไปทางอื่นแล้ว ผมได้แต่นั่งเงียบๆ จิบเหล้าแล้วฟังพี่ๆ คุยกันอย่างสนุกสนาน ผมลองเอาแขนไปกระทุ้งเอวบอสตั้งหลายที แต่บอสก็ไม่ได้หันมามอง ทำเป็นไม่สนใจ ผมจึงยกแก้วเหล้าเพียวๆ ดื่มไป 4 อึกเพื่อย้อมใจ จากนั้นก็แกล้งเอนไปซบที่ไหล่ของบอส พอหัวของผมไปแตะที่ไหล่เท่านั้นแหล่ะ ถึงกับทำให้บอสนิ่งไป ไม่ยอมขยับไหล่ไปไหนอีก แถมยังยื่นมือมาจับหัวของผมให้อยู่ในท่าที่พอดี ผมได้แต่อมยิ้มอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งหลับไป

“เดี๋ยวผมพาไออุ่นกลับเอง” ผมได้ยินเสียงบอสบอกกับพี่ๆ ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกลับบ้าน บอสแบกผมขึ้นไปขี่บนหลัง ผมจึงรีบเอาแขนมากอดคอบอสเอาไว้ พร้อมกับเอาแก้มแนบไปที่ต้นคอของบอสอย่างจงใจ พร้อมกับสูดกลิ่นหอมของบอสเข้าเต็มปอด

“หอมจังเลยครับ” ผมแกล้งพูดแหย่เล่น เพราะไม่รู้ว่าบอสหายโกรธหรือยัง

“ถ้าตื่นแล้วก็ลงมาเดินเอง” บอสหยุดเดิน แถมยังจะปล่อยผมลงจากหลังอีก เรื่องอะไรที่ผมจะลง ขึ้นหลังเสือแล้วห้ามลง โบราณบอกไว้ ผมจำได้แม่น

“ไม่ลงครับ” ผมกอดบอสไว้แน่น ทั้งแขนทั้งขาแนบเข้ากับลำตัวของบอส ส่วนหน้าผมก็แนบเข้ากับลำคอของบอส ผมได้ยินเสียง หึ! จากนั้นบอสก็เดินต่อไป

“มีอะไรจะบอกไหม” บอสถามออกมา ในขณะที่กำลังแบกผมเดินไปที่รถ

“มีครับ หลายเรื่องเลย” ผมยิ้มแล้วบอกออกไป ในใจผมเปิดรับบอสเข้ามาเต็มหัวใจแล้ว ทั้งที่ตอนแรกบอสเป็นที่พักพิงในตอนที่ผมบาดเจ็บ แต่ตอนนี้บอสเข้ามานั่งในใจผมเรียบร้อยแล้ว เพราะบอสเป็นบอสแบบนี้ จึงทำให้ผมไม่ลังเลอีกต่อไป ที่จะรักใครสักคนอย่างจริงจังหลังจากนี้….

******************************** 

ฝากถึงคนอ่านทุกท่านนะคะ อีก 2 ตอนสุดท้าย ไออุ่นของตะวันก็จะจบแล้วนะคะ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและคอมเม้นท์ กดถูกใจ ที่เปรียบเสมือนเป็นกำลังใจให้ไรท์มีแรงใจเขียนเรื่องราวความรักของพวกเขามาจนสุดทาง แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ 

บอส : ตะวัน  

ไออุ่น 

 

ความคิดเห็น